US BOX OFFICE November 14-16, 2014

(แปล/ เรียบเรียงจาก www.boxofficemojo.com)
เกือบ 20 ปีหลังจากที่คนดูได้รู้จักกับแฮร์รี และลอยด์ เป็นหนแรก และปีนี้สองคนทึ่มระดับตำนานก็กลับมาครองแชมป์หนังทำเงินประจำสัปดาห์อีกครั้ง เมื่อหนังภาคต่อ ที่กว่าจะได้ดูก็นานโคตร Dumb and Dumber To เปิดตัวด้วยรายได้ 36.1 ล้านเหรียญ ซึ่งมากพอจะที่จะแซงหน้า Big Hero 6 ที่ยังยืนระยะได้ดีสำเร็จ
สำหรับหนังใน 12 อันดับแรกประจำสัปดาห์นี้ ทำเงินรวมกัน 129.6 ล้านเหรียญมากกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 9%
รายได้เปิดตัวของ Dumb and Dumber To 36.1 ล้านเหรียญ ทำให้กลายเป็นหนังคนแสดงของจิม แคร์รีย์ ที่เปิดตัวได้มากที่สุด นับตั้งแต่ Bruce Almighty เมื่อปี 2003 และเป็นหนังเปิดตัวดีที่สุดของพี่น้องฟาร์เรลลี และหากเทียบกับหนังตลกด้วยกัน หนังทำได้น้อยกว่ารายได้ 5 วันแรกของ Anchorman 2: The Legend Continues (39.5 ล้านเหรียญ) และ We're the Millers (37.9 ล้านเหรียญ) นิดหน่อย และมากกว่าหนังโรด ทริปขายฮา Jackass Presents: Bad Grandpa (32.1 ล้านเหรียญ) กับ Identity Thief (32.1 ล้านเหรียญ)
สำหรับหนังต้นฉบับ Dumb and Dumber นั้น ประสบความสำเร็จมหาศาลในอันดับหนังทำเงินเมื่อปี 1994 และสร้างฐานแฟนๆ จากการลงแผ่น และวิดีโอได้อีกเพียบ และกับหนังภาคต่อที่ได้สองนักแสดงจากภาคแรกมารับบทเดิม ทางยูนิเวอร์แซล ที่ทำหน้าที่จัดจำหน่าย เน้นการโปรโมทไปที่สองคู่ทึ่มจากภาคแรก ซึ่งจากรายได้ที่ปรากฎต้องบอกว่า เป็นการทำงานที่ประสบความสำเร็จ โดยคนดูหนังนั้นเป็นชาย 55% และ 57% อายุต่ำกว่า 25 ส่วนคะแนนซีนีมาสกอร์นั้นเป็น B- และกับการที่ได้คำวิจารณ์ไม่ดีนัก บวกกับมีคู่แข่งอย่าง The Hunger Games: Mockingjay Part 1 และ Horrible Bosses 2 ซึ่งรายหลังเป็นคู่ปะทะโดยตรง หนังน่าจะหลุดจากอันดับไปอย่างรวดเร็ว และน่าจะทำรายได้ใกล้ๆ ร้อยล้าน
การครองอันดับ 1 ของ Dumb and Dumber To ทำให้ยูนิเวอร์แซลมีหนังอันดับ 1 เป็นสัปดาห์ที่ 7 ในปีนี้ ต่อจาก Lone Survivor, Ride Along, Non-Stop, Neighbors, Lucy และ Ouija โดยมีฟ็อกซ์เป็นอีกเจ้าเดียวที่มีหนังเปิดตัวอันดับ 1 ในปีนี้ 7 เรื่องเหมือนกัน
Big Hero 6 รายได้ตก 38% ทำเงินมาอีก 34.7 ล้านเหรียญ ซึ่งตกมากกว่า 33% ของ Wreck-It Ralph และพอๆ กับ 37% ของ Megamind หนังทำเงินไปแล้ว 110.3 ล้านเหรียญ และในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าก็จะต้องเจอกับคู่ปรับตรงๆ อย่าง Penguins of Madagascar แต่หนังก็น่าจะทำเงินได้ถึง 200 ล้านเหรียญ
Interstellar ได้เงินมาเพิ่มอีก 28.3 ล้านเหรียญ ซึ่งลดลงจากสัปดาห์แรก 40% หนังยืนระยะได้ไม่ดีเท่า Inception ที่ทำไว้ 32% แต่ก็ถือเป็นการยืนระยะที่แข็งแรงสำหรับหนังทุนสูงแบบนี้ โรงไอแมกซ์ทำเงินในสัปดาห์นี้ 7.4 ล้านเหรียญ หรือ 25% ของรายได้สุดสัปดาห์ทั้งหมด ตอนนี้หนังทำเงินไปแล้ว 96.9 ล้านเหรียญ และน่าจะทำเงินได้อย่างน้อย 160 ล้านเหรียญ
ในอันดับที่ 4 Beyond the Lights เปิดตัว 6.2 ล้านเหรียญจาก 1,789 โรง ซึ่งต่ำกว่าที่หนังสองเรื่องแรกของผู้กำกับ จีนา ปรินซ์-บายเธอวูด Love & Basketball และ The Secret Life of Bees ทำเอาไว้ 8.1 และ 10.5 ล้านเหรียญตามลำดับ สำหรับคนดูหนังนั้นเป็นหญิงถึง 61% และ 55% อายุมากกว่า 25 ปี นอกจากนี้ 49% ยังเป็นคนดูอเมริกัน-แอฟริกัน กับคะแนน A จากซีนีมาสกอร์ และคำวิจารณ์ที่ดี หนังน่าจะยืนระยะได้ดี แต่ก็คงไปได้เต็มที่ประมาณ 20 ล้านเหรียญ
Gone Girl ยังไม่หลุดจากท็อปไฟว์ สัปดาห์นี้ทำเงินอีก 4.56 ล้านเหรียญ ตกจากสัปดาห์ก่อนแบบสิวๆ 27% ตอนนี้หนังทำสถิติรายได้ตกไม่ถึง 30% 3 สัปดาห์ติดต่อกันแล้ว และทำรายได้เยี่ยมมากๆ ถึง 152.6 ล้านเหรียญ และน่าจะปิดตัวที่ราวๆ 170 ล้านเหรียญขึ้นไป
หลังฉายในวงจำกัดมาสี่สัปดาห์ Birdman เปิดฉายในวงกว้าง 857 โรง และทำเงินไป 2.47 ล้านเหรียญ กลายเป็นสัปดาห์ที่หนังทำเงินมากที่สุด แต่ก็ยังพอๆ กับรายได้เปิดตัวในวงจำกัด 2 สัปดาห์สุดท้าย ซึ่งแสดงว่า หนังมีกำลังการทำเงินอยู่ในระดับ 2 ล้านเหรียญ มาถึงตอนนี้รายได้รวมของหนังคือ 11.6 ล้านเหรียญ
ส่วนหนังผู้กำกับ จอน สจวร์ท Rosewater เปิดตัว 1.15 ล้านเหรียญจาก 371 โรง ถือเป็นการออกตัวที่ดี ซึ่งน่าจะเป็นเพราะแรงหนุนจากแฟนๆ ของสจวร์ท ที่เป็นที่รู้จักกันดีจากรายการโชว์ภาคกลางคืน ขณะที่ Saving Christmas ของเคิร์ค คาเมรอน เปิดตัว 992,087 เหรียญจาก 410 โรง คิดเป็นรายได้โรงละ 2,420 เหรียญ เทียบกับหนังของเจ้าตัวเองอย่าง Fireproof ที่ทำรายได้เฉลี่ย 8,148 เหรียญต่อโรง หนังของคาเมรอนทำเงินลดลงไปครึ่งหนึ่งเลย
The Theory of Everything เพิ่มโรงเป็น 41 โรง และได้เงินมาอีก 735,947 เหรียญ รายได้เฉลี่ยต่อโรง 17,937 เหรียญนั้น ถือว่าน่าพอใจมากๆ และน่าจะทำให้หนังไปได้อีกยาวๆ โดยสุดสัปดาห์หน้า หนังจะเปิดโรงเพิ่มเป็นอย่างน้อย 135 โรง
Whiplash ได้แรงส่งเต็มๆ ในสัปดาห์นี้ เมื่อเพิ่มโรงจาก 44 เป็น 419 โรง แต่โชคไม่ดีที่หนังหาคนดูไม่เจอ และทำรายได้มาเบาๆ แค่ 719,740 เหรียญ เท่ากับ 1,718 เหรียญต่อโรง หนังทำเงินไปแล้ว 2.4 ล้านเหรียญ และต้องการพลังรางวัล ในสาขาสำคัญๆ อย่างแรก เพื่อมาทำให้หนังไปได้ถึง 10 ล้านเหรียญ
กับสัปดาห์ที่ 9 ของการฉาย The Maze Runner ทำเงินผ่าน 100 ล้านเหรียญสำเร็จ ขณะที่รายได้รวมทั่วโลกก็ไปถึง 330 ล้านเหรียญแล้ว เมื่อมองดูจากทุนสร้าง 34 ล้านเหรียญ หนังภาคต่อ The Maze Runner: Scorch Trials ที่จะออกฉายในเดือนกันยายนปีหน้า อนาคตสดใสมากๆ
กับการเปิดโรงแค่ 6 โรงในนิว ยอร์ค กับแอลเอ Foxcatcher ทำรายได้เปิดตัว 270,877 เหรียญ คิดเป็น 45,146 เหรียญต่อโรง ซึ่งมากกว่า The Theory of Everything ที่ทำไว้ 41,753 จากโรงเดียวกันเมื่อสัปดาห์ก่อน หนังจะขยายโรงอีกในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า แต่จะไม่เปิดฉายทั่วประเทศจนกว่าออสการ์จะประกาศรายชื่อผู้เข้าชิง
ในตลาดนอกอเมริกา Interstellar เดินหน้าอย่างสวยสดงดงาม จาก 63 ตลาด หนังทำเงินมาถึง 106 ล้านเหรียญ และรายได้รวมตอนนี้อยู่ที่ 224.1 ล้านเหรียญ โดยในจีน หนังทำเงินได้ถึง 42 ล้านเหรียญจาก 5 วันแรก ถือเป็นรายได้เปิดตัวมากสุดอันดับ 2 ของวอร์เนอร์รองจาก Pacific Rim ที่มีแรงส่งจากการเป็นหนัง 3 มิติ และแน่นอนว่าที่นี่ หนัวทำเงินเกินร้อยล้านแน่ๆ Interstellar ยังยืนระยะได้ดีมากๆ เมื่อรายได้ตกลงแค่ 22% โดยเฉลี่ยในทุกตลาด ในเกาหลีใต้หนังทำเงินเพิ่มจากเดิม 11% รับมาอีก 15.8 ล้านเหรียญ รายได้รวมเป็น 35.9 ล้านเหรียญ และอีกไม่ถึงสัปดาห์ จะกลายเป็นหนังนำเข้าที่ใช้คนแสดงทำเงินสูงสุดที่นี่ แซงหน้า Iron Man 3 แน่ๆ นอกจากนี้หนังยังทำเงินอันดับ 1 ที่อังกฤษ 6 ล้านเหรียญ, รัสเซีย (5.3 ล้านเหรียญ), ฝรั่งเศส (4.1 ล้านเหรียญ), เยอรมันนี (3.6 ล้านเหรียญ), ออสเตรเลีย (3.1 ล้านเหรียญ) และสเปน (2 ล้านเหรียญ) ยิ่งไปกว่านั้น หนังกำลังไล่ตามรายได้ของ Inception เหลืออีกแค่ 13% และ 6% หากเป็นหนัง Gravity กับการเปิดตัวในญี่ปุ่นที่กำลังมาถึง Interstellar น่าจะทำเงินได้อย่างน้อย 400 ล้านเหรียญสำหรับตลาดนอกอเมริกา
Big Hero 6 ค่อยๆ เปิดตัวนอกอเมริกาช้าๆ หนังขึ้นอันดับ 1 ที่เม็กซิโกด้วยรายได้ 4.8 ล้านเหรียญ และเป็นหนังดิสนีย หรือพิกซาร์ ที่เปิดตัวมากสุดที่มาเลย์เซียกับสิงคโปร์ โดยรวมๆ แล้วหนังทำรายได้สัปดาห์นี้ 11.9 ล้านเหรียญ รายได้รวมเป็น 36.7 ล้านเหรียญ โดยมีคลาดหลักๆ อย่าง อิตาลี, สเปน, ญี่ปุ่น, บราซิล และออสเตรเลีย รอเปิดตัวในช่วงคริสต์มาส
ก่อนฉายในอเมริกา 2 สัปดาห์ หนัง Penguins of Madagascar เปิดตัวด้วยรายได้ 11.3 ล้านเหรียญในจีน สำหรับหนัง Madagascar 3: Europe's Most Wanted นั้นทำเงินนอกอเมริกาได้ถึง 530 ล้านเหรียญ แม้หนังเรื่องนี้อาจจะทำไม่ได้ขนาดนั้น แต่หนัง Madagascar ส่วนใหญ่มักจะทำรายได้ดีนอกตลาดอเมริกา
คลิกไลค์ให้กำลังใจได้ที่
www.facebook.com/Sadaos
หนังทำเงินอเมริกาสัปดาห์นี้ หนังทึ่มภาคต่อ Dumb and Dumber To คว้าชัยรายได้อันดับ 1
(แปล/ เรียบเรียงจาก www.boxofficemojo.com)
เกือบ 20 ปีหลังจากที่คนดูได้รู้จักกับแฮร์รี และลอยด์ เป็นหนแรก และปีนี้สองคนทึ่มระดับตำนานก็กลับมาครองแชมป์หนังทำเงินประจำสัปดาห์อีกครั้ง เมื่อหนังภาคต่อ ที่กว่าจะได้ดูก็นานโคตร Dumb and Dumber To เปิดตัวด้วยรายได้ 36.1 ล้านเหรียญ ซึ่งมากพอจะที่จะแซงหน้า Big Hero 6 ที่ยังยืนระยะได้ดีสำเร็จ
สำหรับหนังใน 12 อันดับแรกประจำสัปดาห์นี้ ทำเงินรวมกัน 129.6 ล้านเหรียญมากกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 9%
รายได้เปิดตัวของ Dumb and Dumber To 36.1 ล้านเหรียญ ทำให้กลายเป็นหนังคนแสดงของจิม แคร์รีย์ ที่เปิดตัวได้มากที่สุด นับตั้งแต่ Bruce Almighty เมื่อปี 2003 และเป็นหนังเปิดตัวดีที่สุดของพี่น้องฟาร์เรลลี และหากเทียบกับหนังตลกด้วยกัน หนังทำได้น้อยกว่ารายได้ 5 วันแรกของ Anchorman 2: The Legend Continues (39.5 ล้านเหรียญ) และ We're the Millers (37.9 ล้านเหรียญ) นิดหน่อย และมากกว่าหนังโรด ทริปขายฮา Jackass Presents: Bad Grandpa (32.1 ล้านเหรียญ) กับ Identity Thief (32.1 ล้านเหรียญ)
สำหรับหนังต้นฉบับ Dumb and Dumber นั้น ประสบความสำเร็จมหาศาลในอันดับหนังทำเงินเมื่อปี 1994 และสร้างฐานแฟนๆ จากการลงแผ่น และวิดีโอได้อีกเพียบ และกับหนังภาคต่อที่ได้สองนักแสดงจากภาคแรกมารับบทเดิม ทางยูนิเวอร์แซล ที่ทำหน้าที่จัดจำหน่าย เน้นการโปรโมทไปที่สองคู่ทึ่มจากภาคแรก ซึ่งจากรายได้ที่ปรากฎต้องบอกว่า เป็นการทำงานที่ประสบความสำเร็จ โดยคนดูหนังนั้นเป็นชาย 55% และ 57% อายุต่ำกว่า 25 ส่วนคะแนนซีนีมาสกอร์นั้นเป็น B- และกับการที่ได้คำวิจารณ์ไม่ดีนัก บวกกับมีคู่แข่งอย่าง The Hunger Games: Mockingjay Part 1 และ Horrible Bosses 2 ซึ่งรายหลังเป็นคู่ปะทะโดยตรง หนังน่าจะหลุดจากอันดับไปอย่างรวดเร็ว และน่าจะทำรายได้ใกล้ๆ ร้อยล้าน
การครองอันดับ 1 ของ Dumb and Dumber To ทำให้ยูนิเวอร์แซลมีหนังอันดับ 1 เป็นสัปดาห์ที่ 7 ในปีนี้ ต่อจาก Lone Survivor, Ride Along, Non-Stop, Neighbors, Lucy และ Ouija โดยมีฟ็อกซ์เป็นอีกเจ้าเดียวที่มีหนังเปิดตัวอันดับ 1 ในปีนี้ 7 เรื่องเหมือนกัน
Big Hero 6 รายได้ตก 38% ทำเงินมาอีก 34.7 ล้านเหรียญ ซึ่งตกมากกว่า 33% ของ Wreck-It Ralph และพอๆ กับ 37% ของ Megamind หนังทำเงินไปแล้ว 110.3 ล้านเหรียญ และในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าก็จะต้องเจอกับคู่ปรับตรงๆ อย่าง Penguins of Madagascar แต่หนังก็น่าจะทำเงินได้ถึง 200 ล้านเหรียญ
Interstellar ได้เงินมาเพิ่มอีก 28.3 ล้านเหรียญ ซึ่งลดลงจากสัปดาห์แรก 40% หนังยืนระยะได้ไม่ดีเท่า Inception ที่ทำไว้ 32% แต่ก็ถือเป็นการยืนระยะที่แข็งแรงสำหรับหนังทุนสูงแบบนี้ โรงไอแมกซ์ทำเงินในสัปดาห์นี้ 7.4 ล้านเหรียญ หรือ 25% ของรายได้สุดสัปดาห์ทั้งหมด ตอนนี้หนังทำเงินไปแล้ว 96.9 ล้านเหรียญ และน่าจะทำเงินได้อย่างน้อย 160 ล้านเหรียญ
ในอันดับที่ 4 Beyond the Lights เปิดตัว 6.2 ล้านเหรียญจาก 1,789 โรง ซึ่งต่ำกว่าที่หนังสองเรื่องแรกของผู้กำกับ จีนา ปรินซ์-บายเธอวูด Love & Basketball และ The Secret Life of Bees ทำเอาไว้ 8.1 และ 10.5 ล้านเหรียญตามลำดับ สำหรับคนดูหนังนั้นเป็นหญิงถึง 61% และ 55% อายุมากกว่า 25 ปี นอกจากนี้ 49% ยังเป็นคนดูอเมริกัน-แอฟริกัน กับคะแนน A จากซีนีมาสกอร์ และคำวิจารณ์ที่ดี หนังน่าจะยืนระยะได้ดี แต่ก็คงไปได้เต็มที่ประมาณ 20 ล้านเหรียญ
Gone Girl ยังไม่หลุดจากท็อปไฟว์ สัปดาห์นี้ทำเงินอีก 4.56 ล้านเหรียญ ตกจากสัปดาห์ก่อนแบบสิวๆ 27% ตอนนี้หนังทำสถิติรายได้ตกไม่ถึง 30% 3 สัปดาห์ติดต่อกันแล้ว และทำรายได้เยี่ยมมากๆ ถึง 152.6 ล้านเหรียญ และน่าจะปิดตัวที่ราวๆ 170 ล้านเหรียญขึ้นไป
หลังฉายในวงจำกัดมาสี่สัปดาห์ Birdman เปิดฉายในวงกว้าง 857 โรง และทำเงินไป 2.47 ล้านเหรียญ กลายเป็นสัปดาห์ที่หนังทำเงินมากที่สุด แต่ก็ยังพอๆ กับรายได้เปิดตัวในวงจำกัด 2 สัปดาห์สุดท้าย ซึ่งแสดงว่า หนังมีกำลังการทำเงินอยู่ในระดับ 2 ล้านเหรียญ มาถึงตอนนี้รายได้รวมของหนังคือ 11.6 ล้านเหรียญ
ส่วนหนังผู้กำกับ จอน สจวร์ท Rosewater เปิดตัว 1.15 ล้านเหรียญจาก 371 โรง ถือเป็นการออกตัวที่ดี ซึ่งน่าจะเป็นเพราะแรงหนุนจากแฟนๆ ของสจวร์ท ที่เป็นที่รู้จักกันดีจากรายการโชว์ภาคกลางคืน ขณะที่ Saving Christmas ของเคิร์ค คาเมรอน เปิดตัว 992,087 เหรียญจาก 410 โรง คิดเป็นรายได้โรงละ 2,420 เหรียญ เทียบกับหนังของเจ้าตัวเองอย่าง Fireproof ที่ทำรายได้เฉลี่ย 8,148 เหรียญต่อโรง หนังของคาเมรอนทำเงินลดลงไปครึ่งหนึ่งเลย
The Theory of Everything เพิ่มโรงเป็น 41 โรง และได้เงินมาอีก 735,947 เหรียญ รายได้เฉลี่ยต่อโรง 17,937 เหรียญนั้น ถือว่าน่าพอใจมากๆ และน่าจะทำให้หนังไปได้อีกยาวๆ โดยสุดสัปดาห์หน้า หนังจะเปิดโรงเพิ่มเป็นอย่างน้อย 135 โรง
Whiplash ได้แรงส่งเต็มๆ ในสัปดาห์นี้ เมื่อเพิ่มโรงจาก 44 เป็น 419 โรง แต่โชคไม่ดีที่หนังหาคนดูไม่เจอ และทำรายได้มาเบาๆ แค่ 719,740 เหรียญ เท่ากับ 1,718 เหรียญต่อโรง หนังทำเงินไปแล้ว 2.4 ล้านเหรียญ และต้องการพลังรางวัล ในสาขาสำคัญๆ อย่างแรก เพื่อมาทำให้หนังไปได้ถึง 10 ล้านเหรียญ
กับสัปดาห์ที่ 9 ของการฉาย The Maze Runner ทำเงินผ่าน 100 ล้านเหรียญสำเร็จ ขณะที่รายได้รวมทั่วโลกก็ไปถึง 330 ล้านเหรียญแล้ว เมื่อมองดูจากทุนสร้าง 34 ล้านเหรียญ หนังภาคต่อ The Maze Runner: Scorch Trials ที่จะออกฉายในเดือนกันยายนปีหน้า อนาคตสดใสมากๆ
กับการเปิดโรงแค่ 6 โรงในนิว ยอร์ค กับแอลเอ Foxcatcher ทำรายได้เปิดตัว 270,877 เหรียญ คิดเป็น 45,146 เหรียญต่อโรง ซึ่งมากกว่า The Theory of Everything ที่ทำไว้ 41,753 จากโรงเดียวกันเมื่อสัปดาห์ก่อน หนังจะขยายโรงอีกในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า แต่จะไม่เปิดฉายทั่วประเทศจนกว่าออสการ์จะประกาศรายชื่อผู้เข้าชิง
ในตลาดนอกอเมริกา Interstellar เดินหน้าอย่างสวยสดงดงาม จาก 63 ตลาด หนังทำเงินมาถึง 106 ล้านเหรียญ และรายได้รวมตอนนี้อยู่ที่ 224.1 ล้านเหรียญ โดยในจีน หนังทำเงินได้ถึง 42 ล้านเหรียญจาก 5 วันแรก ถือเป็นรายได้เปิดตัวมากสุดอันดับ 2 ของวอร์เนอร์รองจาก Pacific Rim ที่มีแรงส่งจากการเป็นหนัง 3 มิติ และแน่นอนว่าที่นี่ หนัวทำเงินเกินร้อยล้านแน่ๆ Interstellar ยังยืนระยะได้ดีมากๆ เมื่อรายได้ตกลงแค่ 22% โดยเฉลี่ยในทุกตลาด ในเกาหลีใต้หนังทำเงินเพิ่มจากเดิม 11% รับมาอีก 15.8 ล้านเหรียญ รายได้รวมเป็น 35.9 ล้านเหรียญ และอีกไม่ถึงสัปดาห์ จะกลายเป็นหนังนำเข้าที่ใช้คนแสดงทำเงินสูงสุดที่นี่ แซงหน้า Iron Man 3 แน่ๆ นอกจากนี้หนังยังทำเงินอันดับ 1 ที่อังกฤษ 6 ล้านเหรียญ, รัสเซีย (5.3 ล้านเหรียญ), ฝรั่งเศส (4.1 ล้านเหรียญ), เยอรมันนี (3.6 ล้านเหรียญ), ออสเตรเลีย (3.1 ล้านเหรียญ) และสเปน (2 ล้านเหรียญ) ยิ่งไปกว่านั้น หนังกำลังไล่ตามรายได้ของ Inception เหลืออีกแค่ 13% และ 6% หากเป็นหนัง Gravity กับการเปิดตัวในญี่ปุ่นที่กำลังมาถึง Interstellar น่าจะทำเงินได้อย่างน้อย 400 ล้านเหรียญสำหรับตลาดนอกอเมริกา
Big Hero 6 ค่อยๆ เปิดตัวนอกอเมริกาช้าๆ หนังขึ้นอันดับ 1 ที่เม็กซิโกด้วยรายได้ 4.8 ล้านเหรียญ และเป็นหนังดิสนีย หรือพิกซาร์ ที่เปิดตัวมากสุดที่มาเลย์เซียกับสิงคโปร์ โดยรวมๆ แล้วหนังทำรายได้สัปดาห์นี้ 11.9 ล้านเหรียญ รายได้รวมเป็น 36.7 ล้านเหรียญ โดยมีคลาดหลักๆ อย่าง อิตาลี, สเปน, ญี่ปุ่น, บราซิล และออสเตรเลีย รอเปิดตัวในช่วงคริสต์มาส
ก่อนฉายในอเมริกา 2 สัปดาห์ หนัง Penguins of Madagascar เปิดตัวด้วยรายได้ 11.3 ล้านเหรียญในจีน สำหรับหนัง Madagascar 3: Europe's Most Wanted นั้นทำเงินนอกอเมริกาได้ถึง 530 ล้านเหรียญ แม้หนังเรื่องนี้อาจจะทำไม่ได้ขนาดนั้น แต่หนัง Madagascar ส่วนใหญ่มักจะทำรายได้ดีนอกตลาดอเมริกา
คลิกไลค์ให้กำลังใจได้ที่ www.facebook.com/Sadaos