แท่งปากกา ไม่หนักเท่าแท่งเสาปูนนะ

สวัสดีค่ะ
อยากมาแชร์ประสบการณ์ ที่ทำให้ดิฉันไม่เลิกล้มเรื่องการศึกษา
เข้าเรื่องเลยนะคะ ตอนนั้นดิฉันกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2  ในสถานบันการศึกษาของรัฐ คนที่ผ่านการเป็นนักศึกษาคงรู้ว่า ในช่วงแรกของการเข้าเรียนจะสนุกมาก ตอนนั้นดิฉันรู้สึกเหมือนชีวิตเป็นอิสระเลยค่ะ ไม่ต้องมีใครโทรตาม ไม่ต้องมานั่งตอบคำถามใคร อยากไปไหนก็ไป อยากทำอะไรก็ทำเลยค่ะ สิ่งดิฉันทำคือตระเวนชิมอาหารค่ะ(เรื่องกินเรื่องใหญ่) สถานบันเทิงเคยเข้าครั้งเดียวก็เลิกเข้าค่ะ เพราะรู้สึกว่าอึดอัด ค่าเครื่องดื่มก็แพง(มีงก) เหล้าก็ดื่มบ้างค่ะ แค่โอกาสสำคัญ(เผอิญว่าโอกาสสำคัญมีเกือบทุกเดือน แหะๆ) ดิฉันก็ใช้ชีวิตเหมือนเด็กปีหนึ่งทั่วไปค่ะ เรียนๆเล่นๆ เข้าบ้าง ไม่เข้าบ้าง วันไหนขี้เกียจก็นอนอยู่ห้อง วันไหนเข้าเรียนก็หลับในห้องเรียน(แอร์มันเย็น) ผลการเรียนปี 1เฉลี่ยออกมาก็พอใจนะคะ(คาบเส้นตลอด T^T)  
                ปี 2 สุดโหดก็เข้ามา มันต่างจากปี 1 มากค่ะ แบบหน้ามือเป็นหลังteenเลย ความสนุกหายไปหมดเลยค่ะ เพื่อนที่เคยอยู่ด้วยกันตอนปี 1 ก็หายหมดค่ะ เวลามีน้อยลง ความกดดันมากขึ้น รายงาน การบ้าน เยอะมากๆเลยค่ะ จนบางครั้งลืมกินข้าว บางครั้งนั่งทำรายงานอยู่มองดูนาฬิกา เฮ้ยยยยยย จะตี 2 แล้วยังทำไม่เสร็จถึงครึ่งเลย ตอนนั้นเครียดจนเป็นโรคกระเพราะ แม่ก็บ่นค่ะว่า เราใช้เงินเปลือง คือโทรไปขอทุกอาทิตย์ แม่หาไม่ทัน
               วันหนึ่งดิฉันเลิกเรียนลงมาจากอาคารตอน ประมาณ 5 โมง เกือบๆ 6 โมงเย็น  เปิดดูเงินในกระเป๋าเงิน แบงค์ 20 1 ใบ กับเหรียญ 5 อีก 1เหรียญหิวข้าวก็หิวค่ะ แต่ค่าข้าวคงไม่พอ มันเหนื่อยมากค่ะ ไม่รู้จะหันหน้าไปทางไหน รู้สึกไม่มีที่พึ่ง ในใจตอนนั้น คิดรู้สึกโทษแม่ค่ะที่ส่งเรามาเรียน.......ไม่อยากเรียนแล้วเหนื่อย!!!!!! จะกลับบ้าน(บ้านอยู่ต่างจังหวัด) แต่ไม่กล้าโทรบอกแม่ค่ะ กลัวแม่คิดมาก
               ด้วยความที่ไม่รู้จะทำยังไงดิฉัน ได้แต่เดินไปเรื่อยๆ จนมาถึงอาคารเรียนใหม่ที่กำลังก่อสร้างเป็นตึก 12 ชั้น ข้างอาคารเป็นสนามฟุตซอล  ตอนนั้นคนงานเลิกงานแล้วค่ะ ใกล้มืดแล้วด้วย ดิฉันนั่งลงตรงขอบสนามที่มีหญ้าขึ้นน้อยนิด นั่งคิดเรื่องเดิม จะเอายังไงดีกับชีวิต จะเลิกเรียนดีไหม ถ้าเลิกเรียนจะไปทำอะไรต่อ สับสนไปหมด ไม่รู้จะทำยังไงดิฉันจึงขว้างกระเป๋าสพายข้างออกไปอยากแรง หนังสือและอุปกรณ์การเรียนกระจายเต็มพื้น สุดท้ายน้ำตาไหลค่ะ แต่ไม่มีเสียงค่ะ อายคน
                ดิฉันนั่งร้องอยู่ประมาณ 10 นาทีได้ มีผู้ชายรูปร่างกำยำ อายุน่าจะ 30 ปลาย หน้าไหม้แดด ผมยาวรุงรัง นุ่งผ้าขาวม้าไม่ใส่เสื้อเดินเข้ามา แต่ตอนนั้นไม่กลัวนะคะ กำลัง งง
Him : หนูๆ เป็นอะไร
Me: เงียบ
Him : กำลังท้อกับการเรียนอยู่ใช่ไหม
me: เงยหน้ามองและ....เงียบ(มองไม่ชัดน้ำตาเต็มเบ้า)
Him : แค่ถือแท่งปากกามันไม่หนักเท่าถือแท่งเสาอาคารหรอก
          แค่แบกหนังสือเรียนมันไม่หนักเท่าแบกกระสอบปูนหรอก  
          เรียนเถอะ ถ้าหนูยังมีโอกาส
แล้วผู้ชายคนนั้นก็เดินจากไปค่ะ  เขาเป็นคนงานก่อสร้างอาคารนั้นค่ะ แต่ดิฉันก็ยังนั่งอยู่เหมือนเดิมค่ะ นั่งคิดตั้งแต่จุดเริ่มต้น.....ถามตัวเองว่ามาที่นี้ทำไม.....ไม่ขอตอบว่าดิฉันคิดอะไรได้
                  แต่สิ่งที่ดิฉันทำคือลุกขึ้นไปเก็บหนังสือเรียนและอุปกรณ์การเรียนแล้วเดินกลับหอค่ะ




                 ตอนนี้จบเรียนทำงานแล้วค่ะ แต่ดิฉันยังจำคำพูดชายคนนั้น และความรู้สึกดิฉันได้ และทุกวันนี้ เมื่อดิฉันเจอกับความท้อก็บอกตัวเองว่าวันนั้นก็ยังผ่านมาได้ วันนี้ก็ผ่านไปได้
                หากตื่นมาแล้วเห็นแสงอาทิตย์ สิ่งที่เกิดขึ้นมันคือ.....อดีต
   ขอบคุณค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่