สวัสดีค่ะ
ตอนนี้เรามาอยู่ที่อังกฤษได้เกือบๆ 6 เดือนแล้วค่ะ
จากการสำรวจตลาดนั่นนี่ในระหว่างที่อยู่ที่นี่ ก็ทำให้เราได้ข้อมูลต่างๆ เพิ่มขึ้นมาก
ก็เลยอยากจะมาบอกต่อค่ะ
เนื่องจากช่วงนี้มีหลายๆ คนกำลังจะมาเรียนต่อที่นี่ในช่วง January intake เลยอยากนำข้อมูลการจัดกระเป๋าของเรา และข้อมูลต่างๆ ที่เรามีมาแบ่งปันค่ะ ^_^
ช่วงที่เรามา คือช่วงเดือน June ซึ่งสภาพอากาศยังไม่หนาวมากค่ะ
แต่สภาพอากาศที่อังกฤษมักจะครึ้มๆ มีนลงปรอยๆ ตลอด
ตอนเช้าบางครั้งก็มืดครึ้มเหมือนๆ กำลังจะค่ำเลยค่ะ
ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงเข้าหน้าหนาว ครึ้มๆ ทั้งวันเลยค่ะ สว่างชา และมือเร็วด้วย อากาศนี้หวาวยะเยือกสุดๆ
อ้ะ วกกลับมาเรื่องการจัดกระเป๋านะคะ
ของเราเดินทางคนเดียว และเรายังหาที่พักไม่ได้คะ
คือ เราได้ Visa วันพฤหัสบดีที่ 11 ตอนบ่าย แล้วเราก็เดินทางไปที่ THAI H/O เพื่อซื้อบัตรโดยสารในวันนั้นเลย ซึ่งเราเลือกที่จะเดินทางในตอนเช้าวันที่ 13 ค่ะ
เพราะฉนั้นเรามีเวลาหาที่พัก และจัดกระเป๋าแค่ 1 วันเท่านั้น
เราเลยจะเอากระเป๋าไปแค่ใบเดียวพอ เพราะชะตากรรมเรื่องที่พักของเรา เรายังไม่รู้เลยน่ะค่ะ
แต่แค่ใบเดียวนี่เราเก็บครบทุกสิ่งมากๆ อิอิอิ
นี่คือ กระเป๋าที่เราขนไปค่ะ มีแค่นี้จริงๆ แต่แค่นี้ก็เหนื่อยขนแล้วค่ะ ลากด๊องๆ แด๊งๆ ไปโรงแรมเงี้ย เหนื่อยมากกกกก
สำหรับเรา เราเคยเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ สิ่งที่เรารู้คือ เสื้อผ้าที่ตัดเย็บในไทย ไม่เหมาะจะนำมาใส่ที่เมืองหนาวค่ะ เพราะผ้าหลายๆ ชนิดนั้นซัก แล้วอบ มันจะหดค่ะ
อีกอย่างคือ เสื้อกันหนาวที่ขายในไทยตัวละหลักร้ยปลายๆ หรือหลักพันนิดๆ ใส่แล้วอุ่นจริงค่ะ
แต่ปัญหา คือ มันเป็นผ้าแบบธรรมดา เมื่อเจอละอองฝน มันจะชื้นค่ะ ไอ้ตัวสำลีอะไรต่างๆ ที่เค้าบุในเสื้อกันหนาวมันจะชื้น แล้วมันจะทำให้เสื้อหนัก แล้วมันจะเป็นบ่อเกิดของอาการปวดหลัง ปวดไหล่ค่ะ ซึ่งเรายังไม่เคยเจอปัญหานี้นะคะ เพราะส่วนมากที่บ้านพี่สาว และคุณแม่ค่อนข้างจะลงทุนกับพวกนี้มากๆ เพื่อสุขภาพ และการเที่ยวที่สนุกค่ะ หากราคาเต็มมันแพง ก็รอสอยช่วงลดราคาค่ะ
ซึ่งตอนเราเดินทางมานั้น เราไม่เอาเสื้อกันหนาวมาเลยค่ะ เรายอมว่าถ้ามาแล้วมันเย็นจนเราทนไม่ไหว เราจะยอมใส่เสื้อซ้อนกันหลายชั้น ซึ่งเรามีแค่เสื้อไหมพรมของ Uniqlo เสื้แจ๊คเก็ตยีนส์ และแจ๊คเก็ตคอนตอนเท่านั้นค่ะ
ถือว่ามาหาเอาที่นี่ ซื้อครั้งเดียวจบดีกว่า
พอมาถึงเราก็รีบตรงดิ่งไป Burberry Outlet เลยค่ะ ตามล่าหาอุปกรณ์กันหนาวราคาถูก
อาจจะดูพุงป่องๆ แต่ไม่ได้อ้วนนะคะ มันเป็นเพราะแบบของเดรสต่างหากนะคะ (เกี่ยวกับกระทู้มั้ยเนี่ย ฮาาาาาา)
และแล้วก็ได้น้องแจ๊คเกตผ้า ประกอบหนังแกะสีดำมาเชยชมค่ะ
เราซื้อตัวเดียวแล้วจบเลยจริงๆ ค่ะ ที่เราเลือกตัวนี้เพราะมันใส่แล้วอุ่น และเวลาฝนตกเนี่ย ผ้าของ Burberry ออกแบบการทอมาเป็นพิเศษ คือเวลาเจอฝนไม่หนักมากๆ น้ำมันจะไม่ซึมค่ะ และช่วงแขน กับบ่าที่เป็นหนังเนี่ยมันจะไม่เย็น ไม่ชื้นเลยเวลาเจอฝนค่ะ เวลาลมพักมา ลมมันก็ไม่แทรกเข้ามาด้วย นี่คือดีงาม นี่คือชอบสุดๆ
คือ ถูกใจมากๆ และที่สำคัญสุดๆ ราคาก็ไม่แพงด้วยค่ะ
สำหรับผู้ที่สนใจจะไป ก็เดินทางไปได้สะดวกค่ะ เพราะนี่เราไป Outlet ใน London ค่ะ อยู่แค่ Zone 2 เอง
แค่ขึ้นใต้ดินสาย Victoria Line มาลงที่ Highbury & Islington แล้วต่อด้วย London Overground มาลงที่ Hackney Central แล้วเดินตัด Tesco มาอีกนิด ก็เจอเลยค่ะ นอกจากจะมี Burberry ก็ยังมี Bally ด้วยนะคะ
เรื่องเล่าสะเปะสะปะ ข้อมูลการจัดกระเป๋า การเตรียมตัว การเดินทางไปเรียนต่อที่อังกฤษ และแหล่งซื้อของราคาถูก
สวัสดีค่ะ
ตอนนี้เรามาอยู่ที่อังกฤษได้เกือบๆ 6 เดือนแล้วค่ะ
จากการสำรวจตลาดนั่นนี่ในระหว่างที่อยู่ที่นี่ ก็ทำให้เราได้ข้อมูลต่างๆ เพิ่มขึ้นมาก
ก็เลยอยากจะมาบอกต่อค่ะ
เนื่องจากช่วงนี้มีหลายๆ คนกำลังจะมาเรียนต่อที่นี่ในช่วง January intake เลยอยากนำข้อมูลการจัดกระเป๋าของเรา และข้อมูลต่างๆ ที่เรามีมาแบ่งปันค่ะ ^_^
ช่วงที่เรามา คือช่วงเดือน June ซึ่งสภาพอากาศยังไม่หนาวมากค่ะ
แต่สภาพอากาศที่อังกฤษมักจะครึ้มๆ มีนลงปรอยๆ ตลอด
ตอนเช้าบางครั้งก็มืดครึ้มเหมือนๆ กำลังจะค่ำเลยค่ะ
ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงเข้าหน้าหนาว ครึ้มๆ ทั้งวันเลยค่ะ สว่างชา และมือเร็วด้วย อากาศนี้หวาวยะเยือกสุดๆ
อ้ะ วกกลับมาเรื่องการจัดกระเป๋านะคะ
ของเราเดินทางคนเดียว และเรายังหาที่พักไม่ได้คะ
คือ เราได้ Visa วันพฤหัสบดีที่ 11 ตอนบ่าย แล้วเราก็เดินทางไปที่ THAI H/O เพื่อซื้อบัตรโดยสารในวันนั้นเลย ซึ่งเราเลือกที่จะเดินทางในตอนเช้าวันที่ 13 ค่ะ
เพราะฉนั้นเรามีเวลาหาที่พัก และจัดกระเป๋าแค่ 1 วันเท่านั้น
เราเลยจะเอากระเป๋าไปแค่ใบเดียวพอ เพราะชะตากรรมเรื่องที่พักของเรา เรายังไม่รู้เลยน่ะค่ะ
แต่แค่ใบเดียวนี่เราเก็บครบทุกสิ่งมากๆ อิอิอิ
นี่คือ กระเป๋าที่เราขนไปค่ะ มีแค่นี้จริงๆ แต่แค่นี้ก็เหนื่อยขนแล้วค่ะ ลากด๊องๆ แด๊งๆ ไปโรงแรมเงี้ย เหนื่อยมากกกกก
สำหรับเรา เราเคยเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ สิ่งที่เรารู้คือ เสื้อผ้าที่ตัดเย็บในไทย ไม่เหมาะจะนำมาใส่ที่เมืองหนาวค่ะ เพราะผ้าหลายๆ ชนิดนั้นซัก แล้วอบ มันจะหดค่ะ
อีกอย่างคือ เสื้อกันหนาวที่ขายในไทยตัวละหลักร้ยปลายๆ หรือหลักพันนิดๆ ใส่แล้วอุ่นจริงค่ะ
แต่ปัญหา คือ มันเป็นผ้าแบบธรรมดา เมื่อเจอละอองฝน มันจะชื้นค่ะ ไอ้ตัวสำลีอะไรต่างๆ ที่เค้าบุในเสื้อกันหนาวมันจะชื้น แล้วมันจะทำให้เสื้อหนัก แล้วมันจะเป็นบ่อเกิดของอาการปวดหลัง ปวดไหล่ค่ะ ซึ่งเรายังไม่เคยเจอปัญหานี้นะคะ เพราะส่วนมากที่บ้านพี่สาว และคุณแม่ค่อนข้างจะลงทุนกับพวกนี้มากๆ เพื่อสุขภาพ และการเที่ยวที่สนุกค่ะ หากราคาเต็มมันแพง ก็รอสอยช่วงลดราคาค่ะ
ซึ่งตอนเราเดินทางมานั้น เราไม่เอาเสื้อกันหนาวมาเลยค่ะ เรายอมว่าถ้ามาแล้วมันเย็นจนเราทนไม่ไหว เราจะยอมใส่เสื้อซ้อนกันหลายชั้น ซึ่งเรามีแค่เสื้อไหมพรมของ Uniqlo เสื้แจ๊คเก็ตยีนส์ และแจ๊คเก็ตคอนตอนเท่านั้นค่ะ
ถือว่ามาหาเอาที่นี่ ซื้อครั้งเดียวจบดีกว่า
พอมาถึงเราก็รีบตรงดิ่งไป Burberry Outlet เลยค่ะ ตามล่าหาอุปกรณ์กันหนาวราคาถูก
อาจจะดูพุงป่องๆ แต่ไม่ได้อ้วนนะคะ มันเป็นเพราะแบบของเดรสต่างหากนะคะ (เกี่ยวกับกระทู้มั้ยเนี่ย ฮาาาาาา)
และแล้วก็ได้น้องแจ๊คเกตผ้า ประกอบหนังแกะสีดำมาเชยชมค่ะ
เราซื้อตัวเดียวแล้วจบเลยจริงๆ ค่ะ ที่เราเลือกตัวนี้เพราะมันใส่แล้วอุ่น และเวลาฝนตกเนี่ย ผ้าของ Burberry ออกแบบการทอมาเป็นพิเศษ คือเวลาเจอฝนไม่หนักมากๆ น้ำมันจะไม่ซึมค่ะ และช่วงแขน กับบ่าที่เป็นหนังเนี่ยมันจะไม่เย็น ไม่ชื้นเลยเวลาเจอฝนค่ะ เวลาลมพักมา ลมมันก็ไม่แทรกเข้ามาด้วย นี่คือดีงาม นี่คือชอบสุดๆ
คือ ถูกใจมากๆ และที่สำคัญสุดๆ ราคาก็ไม่แพงด้วยค่ะ
สำหรับผู้ที่สนใจจะไป ก็เดินทางไปได้สะดวกค่ะ เพราะนี่เราไป Outlet ใน London ค่ะ อยู่แค่ Zone 2 เอง
แค่ขึ้นใต้ดินสาย Victoria Line มาลงที่ Highbury & Islington แล้วต่อด้วย London Overground มาลงที่ Hackney Central แล้วเดินตัด Tesco มาอีกนิด ก็เจอเลยค่ะ นอกจากจะมี Burberry ก็ยังมี Bally ด้วยนะคะ