รบกวนสอบถามท่านผู้รู้ค่ะ
ดิฉันรับการติดต่อจากลูกค้าเมื่อประมาณ 7 เดือนก่อนว่าจะซื้อสินค้า โดยขอให้เราทำใบอนุญาตเกี่ยวกับสินค้า ซึ่งทางลูกค้า(ชาวโอมานและคนไทย)แจ้งว่าจะทำสัญญาระยะยาว 5 ปี โดยเริ่มแรกมีการรับประกันจำนวนสั่งขั้นต่ำ ไว้ที่เดือนละ 1,000,000 บาทโดยเป็นการขายขาดหน้าโรงงานและขอจำกัดให้เราขายสินค้าให้เขาเพียงแต่เจ้าเดียวใน 4 ประเทศซึ่งขออาศัยเครื่องหมายการค้าของเราด้วย โดยเขาเองจะเป็นคนไปกระจายสินค้าเอง 44 สาขา ซึ่งการติดต่อประสานงานจะเจอกันเดือนละ 1 ครั้งเนื่องจากคนที่มีอำนาจตัดสินใจเป็นชาวต่างชาติโดยลำดับเหตุการณ์ดังนี้ค่ะ
เดือนที่ 1-2 ในระหว่างนั้นทางเราก็ได้ดำเนินการทำเอกสารทุกอย่างเป็นที่เรียบร้อยดี(ดำเนินเอกสารใช้เวลา 2 เดือน) ซึ่งทางลูกค้าก็ได้นำสัญญาซื้อขายของเขามาเพื่อจะให้เราเซ็นต์ยินยอมแต่ในเนื้อหากลับเป็นว่าทางเราต้องออกค่าใช้จ่ายในการดำเนินการขนส่ง, การโฆษณาประชาสัมพันธ์ ทุกอย่างซ่ึงตามที่ตกลงกันในตอนแรกไม่ใช่อย่างนี้ จึงได้ขออนุญาตลูกค้าที่จะแก้ไขสัญญาให้สอดคล้องต่อนโยบายของทั้งสองฝ่าย ซึ่งทางเราก็ได้ระบุสิ่งที่ตกลงกันไว้ในขั้นต้นแล้วจึงระบุว่า ถ้าหากลูกค้าสั่งสินค้าต่ำกว่าในสัญญาทางเราจะมีการปรับ 15% เมื่อสัญญาฉบับนี้เสร็จเรียบร้อยก็ได้ส่งร่างไปให้ตรวจสอบว่าต้องการแก้ไขอีกหรือไม่ ซึ่งไม่มีการแจ้งกลับมาใดๆ เพียงแต่นัดวันเวลาที่จะเซ็นต์สัญญา
เดือนที่ 3 จนถึงเวลานัด เอาสัญญามาดูแล้วก็บอกว่า ทำไมปรับเพียงแต่ผู้ซื้อฝ่ายเดียว ถ้าจะปรับก็ต้องปรับทั้งสองฝ่ายทางเราก็เลยเสนอไปว่าถ้าหากลูกค้ายังไม่ต้องการจะเสียค่าปรับเราจะให้คุณทดลองสัญญาฉบับ 3 เดือนเพื่อทดลองตลาดโดยเราจะไม่มีคิดค่าปรับ ลูกค้าตอบตกลง
เดือนที่ 4 ทำร่างสัญญาฉบับ 3 เดือนลูกค้าเห็นพอใจ ทำการเซ็นต์สัญญาเรียบร้อย แต่เขาขอเวลา 1 เดือนสำหรับการลงทะเบียนการซื้อขายที่บ้านของเขาโดยขอเอกสารรับรองสินค้าไปด้วย ผ่านไปได้ 1 สัปดาห์ทางคนกลางได้ประสานมาว่าทางลูกค้าต่างชาติต้องการสั่งสินค้าจำนวน 500,000 ชิ้น ซึ่งเป็นสินค้าจำนวนมากจึงตัดสินใจจ้างงานคนงานมาเพิ่มเพื่อรอการผลิต ระหว่างนี้มีคนงานมาสมัครงาน 5 คนจึงรับเข้าทำงาน แต่ก่อนถึงเวลานัดสั่งของ 1 อาทิตย์บอกว่าอยากได้เป็นสัญญาระยะยาวเพราะสัญญาระยะสั้นทางประเทศเขาไม่ยอมรับ ทางเราก็แจ้งไปว่าถ้าหากต้องการระยะยาวก็ต้องใช้สัญญาฉบับตัวเดิมแต่ถ้าหากว่าต้องการปรับผู้ขายผู้ซื้อจะต้องระบุชนิดและจำนวนสินค้าโดยอยู่ในวงเงิน 1,000,000 บาท ซึ่งถ้าลูกค้าไม่แจ้งมาเราจะขอสงวนสิทธิ์ในการใช้เอกสารฉบับนั้น ซึ่งตามเคยค่ะไม่มีการตอบกลับใดๆ
เดือนที่ 5 จนถึงเวลานัดอ่านดูสัญญาก็บอกว่าไม่ยอมให้เราปรับถ้าจะปรับก็ปรับทั้งสองฝ่ายเรา ยอมรับเลยว่างงมาก คุณไม่ได้อ่านอีเมล์ที่ส่งไปหรอ เราก็เลยย้ำคำเดิมว่าให้ระบุมาว่าจะให้รับประกันสินค้าตัวไหนบ้าง ซึ่งจากการพูดคุยกันมีการระบุว่าจะให้รับประกันสินค้าชนิดใด จำนวนเท่าไหร่ซึ่งทางลูกค้าแจ้งว่าต้องการสั่งสินค้าภายในเดือนหน้าให้เรารีบทำสัญญาได้ไหมพรุ่งนี้เขาจะกลับแล้วให้เราส่งสัญญาตามไปเราก็ดำเนินการแล้วส่งตามไป
เดือนที่ 6 ถึงเวลานัดหมาย บอกว่าลืมเอาสัญญามา แล้วขอเปลี่ยนสัญญาเป็น 6 เดือนแรกขอเดือนละ 5 แสน หลังจากนั้นอิงสัญญาเดิม
ทางเราก็เลยแจ้งไปว่าทางเราได้ให้โอกาสในการแก้สัญญามาแล้วหลายครั้งทำไมคุณไม่ตกลงภายในให้เรียบร้อยก่อนค่อยแจ้งให้เราดำเนินการด้านเอกสารทางลูกค้าก็อ้างขอโทษๆๆๆๆอย่างเดียวบอกเพียงแค่ว่าขอลองตลาดก่อน ทางเราก็ครั้งสุดท้ายนะโดยทางลูกค้าระบุว่าวันที่ 25 พฤศจิกายนจะเข้ามาสั่งสินค้าพร้อมวางเงินมัดจำ
เดือนที่ 7 ก่อนวันนัดพบ 10 วันอีเมล์มาแจ้งว่าขอเปลี่ยนสัญญาอีก เปลี่ยนเป็นไม่มีเงื่อนไขเรื่องการสั่งซื้อขั้นต่ำ ไม่มีการปรับซึ่งกัน ไม่มีการจำกัดขอบเขตการขายเราจะขายให้ใครก็ได้ แต่ขอใช้เครื่องหมายการค้า(ซึ่งเราได้จดลิขสิทธิ์ไว้)และในเมื่อสัญญาไม่มีการผูกมัดกันไม่ต้องระบุอายุสัญญา
ทางเราก็เลยแจ้งกลับไปว่า ถ้าไม่ผูกมัดกันแบบนี้ก็ไม่ต้องทำสัญญาหรอกเขาก็อ้างว่าเขาต้องเอาสัญญาไปประทับตราขออนุญาตนำสินค้าเข้าที่บ้านเขาทางเราก็เลยแจ้งไปว่าจะดำเนินการแก้ไขให้แต่ไม่อนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าและสัญญาต้องระบุอายุสัญญา
คราวนี้โทรกลับมาต่อว่าเราว่า ทำไมเรื่องแค่นี้ถึงไม่ยอมให้ถ้าเราไม่ยอม ถ้าเราไม่ยอมก็จะไม่สั่งของ ป๊าดติโท๊ะ ยอมมากี่ครั้งแล้วยังหาว่าเราไม่ยอม น้อยๆหน่อยเหอะใครกันแน่ (แค่นึกในใจนะคะ ไม่ได้พูดออกไปหรอก) ซึ่งทางเราก็คิดว่าถ้าไม่สั่งสินค้าเราก็จะทำหนังสือยกเลิกสัญญาไว้รอเหมือนกัน
ซึ่งมีคำถามดังนี้ค่ะ 1. ในสัญญาไม่ได้ระบุว่าจะเลิกสัญญาได้จึงอยากถามว่าจะบอกเลิกสัญญาได้หรือไม่คะ 2. ถ้าบอกเลิกสัญญาได้มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง 3.หนังสือรับรองสินค้าที่เคยให้ไปกลัวเขาเอาไปปลอมแปลงจะแก้ไขอย่างไรได้บ้างคะ 4. กรณีนี้เขาจะเอาผิดกับเราได้หรือไม่ในการยกเลิกสัญญา
ในกรณีนี้จะยกเลิกสัญญาซื้อขายสินค้ากับลูกค้าต่างชาติได้หรือไม่คะ
ดิฉันรับการติดต่อจากลูกค้าเมื่อประมาณ 7 เดือนก่อนว่าจะซื้อสินค้า โดยขอให้เราทำใบอนุญาตเกี่ยวกับสินค้า ซึ่งทางลูกค้า(ชาวโอมานและคนไทย)แจ้งว่าจะทำสัญญาระยะยาว 5 ปี โดยเริ่มแรกมีการรับประกันจำนวนสั่งขั้นต่ำ ไว้ที่เดือนละ 1,000,000 บาทโดยเป็นการขายขาดหน้าโรงงานและขอจำกัดให้เราขายสินค้าให้เขาเพียงแต่เจ้าเดียวใน 4 ประเทศซึ่งขออาศัยเครื่องหมายการค้าของเราด้วย โดยเขาเองจะเป็นคนไปกระจายสินค้าเอง 44 สาขา ซึ่งการติดต่อประสานงานจะเจอกันเดือนละ 1 ครั้งเนื่องจากคนที่มีอำนาจตัดสินใจเป็นชาวต่างชาติโดยลำดับเหตุการณ์ดังนี้ค่ะ
เดือนที่ 1-2 ในระหว่างนั้นทางเราก็ได้ดำเนินการทำเอกสารทุกอย่างเป็นที่เรียบร้อยดี(ดำเนินเอกสารใช้เวลา 2 เดือน) ซึ่งทางลูกค้าก็ได้นำสัญญาซื้อขายของเขามาเพื่อจะให้เราเซ็นต์ยินยอมแต่ในเนื้อหากลับเป็นว่าทางเราต้องออกค่าใช้จ่ายในการดำเนินการขนส่ง, การโฆษณาประชาสัมพันธ์ ทุกอย่างซ่ึงตามที่ตกลงกันในตอนแรกไม่ใช่อย่างนี้ จึงได้ขออนุญาตลูกค้าที่จะแก้ไขสัญญาให้สอดคล้องต่อนโยบายของทั้งสองฝ่าย ซึ่งทางเราก็ได้ระบุสิ่งที่ตกลงกันไว้ในขั้นต้นแล้วจึงระบุว่า ถ้าหากลูกค้าสั่งสินค้าต่ำกว่าในสัญญาทางเราจะมีการปรับ 15% เมื่อสัญญาฉบับนี้เสร็จเรียบร้อยก็ได้ส่งร่างไปให้ตรวจสอบว่าต้องการแก้ไขอีกหรือไม่ ซึ่งไม่มีการแจ้งกลับมาใดๆ เพียงแต่นัดวันเวลาที่จะเซ็นต์สัญญา
เดือนที่ 3 จนถึงเวลานัด เอาสัญญามาดูแล้วก็บอกว่า ทำไมปรับเพียงแต่ผู้ซื้อฝ่ายเดียว ถ้าจะปรับก็ต้องปรับทั้งสองฝ่ายทางเราก็เลยเสนอไปว่าถ้าหากลูกค้ายังไม่ต้องการจะเสียค่าปรับเราจะให้คุณทดลองสัญญาฉบับ 3 เดือนเพื่อทดลองตลาดโดยเราจะไม่มีคิดค่าปรับ ลูกค้าตอบตกลง
เดือนที่ 4 ทำร่างสัญญาฉบับ 3 เดือนลูกค้าเห็นพอใจ ทำการเซ็นต์สัญญาเรียบร้อย แต่เขาขอเวลา 1 เดือนสำหรับการลงทะเบียนการซื้อขายที่บ้านของเขาโดยขอเอกสารรับรองสินค้าไปด้วย ผ่านไปได้ 1 สัปดาห์ทางคนกลางได้ประสานมาว่าทางลูกค้าต่างชาติต้องการสั่งสินค้าจำนวน 500,000 ชิ้น ซึ่งเป็นสินค้าจำนวนมากจึงตัดสินใจจ้างงานคนงานมาเพิ่มเพื่อรอการผลิต ระหว่างนี้มีคนงานมาสมัครงาน 5 คนจึงรับเข้าทำงาน แต่ก่อนถึงเวลานัดสั่งของ 1 อาทิตย์บอกว่าอยากได้เป็นสัญญาระยะยาวเพราะสัญญาระยะสั้นทางประเทศเขาไม่ยอมรับ ทางเราก็แจ้งไปว่าถ้าหากต้องการระยะยาวก็ต้องใช้สัญญาฉบับตัวเดิมแต่ถ้าหากว่าต้องการปรับผู้ขายผู้ซื้อจะต้องระบุชนิดและจำนวนสินค้าโดยอยู่ในวงเงิน 1,000,000 บาท ซึ่งถ้าลูกค้าไม่แจ้งมาเราจะขอสงวนสิทธิ์ในการใช้เอกสารฉบับนั้น ซึ่งตามเคยค่ะไม่มีการตอบกลับใดๆ
เดือนที่ 5 จนถึงเวลานัดอ่านดูสัญญาก็บอกว่าไม่ยอมให้เราปรับถ้าจะปรับก็ปรับทั้งสองฝ่ายเรา ยอมรับเลยว่างงมาก คุณไม่ได้อ่านอีเมล์ที่ส่งไปหรอ เราก็เลยย้ำคำเดิมว่าให้ระบุมาว่าจะให้รับประกันสินค้าตัวไหนบ้าง ซึ่งจากการพูดคุยกันมีการระบุว่าจะให้รับประกันสินค้าชนิดใด จำนวนเท่าไหร่ซึ่งทางลูกค้าแจ้งว่าต้องการสั่งสินค้าภายในเดือนหน้าให้เรารีบทำสัญญาได้ไหมพรุ่งนี้เขาจะกลับแล้วให้เราส่งสัญญาตามไปเราก็ดำเนินการแล้วส่งตามไป
เดือนที่ 6 ถึงเวลานัดหมาย บอกว่าลืมเอาสัญญามา แล้วขอเปลี่ยนสัญญาเป็น 6 เดือนแรกขอเดือนละ 5 แสน หลังจากนั้นอิงสัญญาเดิม
ทางเราก็เลยแจ้งไปว่าทางเราได้ให้โอกาสในการแก้สัญญามาแล้วหลายครั้งทำไมคุณไม่ตกลงภายในให้เรียบร้อยก่อนค่อยแจ้งให้เราดำเนินการด้านเอกสารทางลูกค้าก็อ้างขอโทษๆๆๆๆอย่างเดียวบอกเพียงแค่ว่าขอลองตลาดก่อน ทางเราก็ครั้งสุดท้ายนะโดยทางลูกค้าระบุว่าวันที่ 25 พฤศจิกายนจะเข้ามาสั่งสินค้าพร้อมวางเงินมัดจำ
เดือนที่ 7 ก่อนวันนัดพบ 10 วันอีเมล์มาแจ้งว่าขอเปลี่ยนสัญญาอีก เปลี่ยนเป็นไม่มีเงื่อนไขเรื่องการสั่งซื้อขั้นต่ำ ไม่มีการปรับซึ่งกัน ไม่มีการจำกัดขอบเขตการขายเราจะขายให้ใครก็ได้ แต่ขอใช้เครื่องหมายการค้า(ซึ่งเราได้จดลิขสิทธิ์ไว้)และในเมื่อสัญญาไม่มีการผูกมัดกันไม่ต้องระบุอายุสัญญา
ทางเราก็เลยแจ้งกลับไปว่า ถ้าไม่ผูกมัดกันแบบนี้ก็ไม่ต้องทำสัญญาหรอกเขาก็อ้างว่าเขาต้องเอาสัญญาไปประทับตราขออนุญาตนำสินค้าเข้าที่บ้านเขาทางเราก็เลยแจ้งไปว่าจะดำเนินการแก้ไขให้แต่ไม่อนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าและสัญญาต้องระบุอายุสัญญา
คราวนี้โทรกลับมาต่อว่าเราว่า ทำไมเรื่องแค่นี้ถึงไม่ยอมให้ถ้าเราไม่ยอม ถ้าเราไม่ยอมก็จะไม่สั่งของ ป๊าดติโท๊ะ ยอมมากี่ครั้งแล้วยังหาว่าเราไม่ยอม น้อยๆหน่อยเหอะใครกันแน่ (แค่นึกในใจนะคะ ไม่ได้พูดออกไปหรอก) ซึ่งทางเราก็คิดว่าถ้าไม่สั่งสินค้าเราก็จะทำหนังสือยกเลิกสัญญาไว้รอเหมือนกัน
ซึ่งมีคำถามดังนี้ค่ะ 1. ในสัญญาไม่ได้ระบุว่าจะเลิกสัญญาได้จึงอยากถามว่าจะบอกเลิกสัญญาได้หรือไม่คะ 2. ถ้าบอกเลิกสัญญาได้มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง 3.หนังสือรับรองสินค้าที่เคยให้ไปกลัวเขาเอาไปปลอมแปลงจะแก้ไขอย่างไรได้บ้างคะ 4. กรณีนี้เขาจะเอาผิดกับเราได้หรือไม่ในการยกเลิกสัญญา