คดีของ Hannah กับ David ทำให้ฉุกคิดถึงพฤติกรรมของนาย ฌอน เมื่อหลบหนีเพราะกลัวอิทธิพลของมาเฟีย ทำไมถึงมาแสดงตัว ???
จากการโพสในเฟสของ ฌอน เค้าเขียนว่า ......
Sean wrote on Facebook: "My mate Dave lost his life on koh Tao. We were meant to meet up when we found out we were both there at the same time but I fell asleep.
"He was killed that night. I feel f****** terrible.
"I loved you so f****** much brother. I know you tried to save her.
"You are the most honourable guy I’ve ever met. I will miss you terribly.
"I’m sorry I didn’t come out with you that night. Really my heart is breaking."
คือรู้ได้ไงว่า David พยายามปกป้อง Hannah ????
แล้วทำไมถึงไปนัดเจอกันตอนดึกๆ ???
เออแล้วบังเอิญว่า ผิดนัดทั้งๆที่ เพื่อนไม่ได้เจอกันนาน !!!!
แล้ว.... ทำไมไม่เผ่นหนีกลับบ้านไปเลย เมื่อมีคนตามล่า หรือต้องการเป็นพยานปากเอกเพื่อสืบเรื่องราวให้เพื่อน ?????
ทำไม มาเฟีย ถึงต้องการตัว ฌอน กับ David ???
แถมมีผู้เห็นเหตุการณ์ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า เห็นฝรั่งนั้นแหล่ะเป็นคนทำ !!! อ้าว !!!
ตรงนี้ต้องให้เครดิต
http://pantip.com/topic/32596945 เพราะรวบรวมข่าวดีมากๆค่ะ
เมื่อค้นไปค้นมา ฌอนเป็นเพื่อน David แต่มาค้นหาชีวิตที่เกาะเต่าโดยเป็นนักร้อง อยู่นานถึง 18 เดือนแล้ว เดวิด มาแวะพักที่ไทยก่อนไปทำงานเป็นจริงเป็นจัง ที่ออสเตรเลีย เมื่อรู้ว่า ฌอนเพื่อนรักอยู่เกาะเต่าด้วย จึงนัดเจอกันตอนตี่หนึ่ง !!!! แต่ฌอนเพลอหลับไป
ส่วน Hannah กำลังเรียนโทด้าน Speech and Language Therapy มาเที่ยวเกาะเต่ากับเพื่อน !!! จึงควง David ตอนที่ ฌอนนัดเจอ ???
http://www.mirror.co.uk/news/world-news/british-backpackers-thailand-murders-recap-4272933
ข้างบนเป็นลิงค์ของนักข่าวชาวอังกฤษที่รายงานความคืบหน้า 1 วันให้หลังจากเกิดเหตุ
ก่อนที่จะสรุปอะไร ลองมาอ่านเรื่องของ ปาร์ตี้ Full Moon กัน สำหรับหนุ่มใหญ่คนนี้ อ้างว่าเป็นคนกลุ่มแรกที่ตั้งงานปาร์ตี้นี้ และแถมกลับไปร่วมงานปาร์ตี้อีกรอบเมื่อ 14 ปีที่แล้ว
คนคนนี้ ( ขอไม่ระบุชื่อค่ะ ) ได้ดูข่าวการเสียชีวิตหนุ่มสาว Backpackers ชาวอังกฤษ ที่ไปจบชีวิตที่ประเทศไทย !!!!บังเอิญมาก!!! จึงได้มีโอกาสนั่งคุยกัน เค้าจึงเล่าความเป็นมาของการก่อตั้ง Full moon ปาร์ตี้ ( ตรงนี้หากใครมีข้อมูลช่วยแย้งด้วยค่ะ )
ในปี ค.ศ. 1978 คนคนนี้ไปเที่ยวไทยที่เกาะสมุย และพักในเกาะสมุยประมาณ 2 เดือน จึงทำความรู้จักกับเพื่อนๆที่มาจากหลากที่หลายทาง ในคืน Full moon คืนหนึ่งจึงได้จัดปาร์ตี้ เพื่อทำความรู้จักกัน
มี Andrew มาจากแคนาดา ( เค้าพยายามคิดถึงชื่อเพื่อนๆเค้าตอนเป็นหนุ่ม คือมันผ่านมานานมากค่ะ ) John เป็นชาวอังกฤษ เพื่อนชาวฝรั่งเศสคนนี้จำชื่อไม่ได้ และ คุณหวดหรือชวดคนไทย ( ตรงนี้เค้าพยายามออกเสียงแต่จับการออกเสียงไม่ได้ ) เป็นเจ้าของ Need Bungalow ( อาจจะเป็น Nee Bungalow ) Donald จากออสเตรเลีย และอีกสองสามคนแต่ว่าจำชื่อไม่ได้ทั้งหมด
หลังจากนั้น เค้ากลับไปเที่ยวไทยอีกรอบ ในปี 2000 แต่ครั้งนี้เค้าเป็นหนุ่มใหญ่วัยกลางคน เมื่อได้ยินชื่อเสียงของงานปาร์ตี้ Full moon เค้าจึงตัดสินใจไปร่วมงานปาร์ตี้อีกรอบ แต่ครั้งนี้เค้าอายุเยอะขึ้นแล้ว ที่เกาะพันงัน ( คือต้องขออภัยหากเขียนผิด ) พบว่ามีผู้คนมากหน้าหลายตา ต่างชาติต่างภาษา มาร่วมงานฉลองนี้ ส่วนตัวเค้ารู้สึกดีใจมากเพราะเห็นงานปาร์ตี้ที่เค้าเป็นผู้เริ่มต้นมันขยายใหญ่ขึ้นเป็นพันเท่า แต่เมื่อเค้าเห็นยาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้องและเป็นเหตุผลหลักในการจูงใจคนมาในงาน เค้ากลับรู้สึกท้อมากๆๆ ค่ะ
หลังจากงานปาร์ตี้เค้าก็อยู่ในเกาะพันงันต่อ ในช่วงเวลานั้น เค้าเจอชาวเยอรมันคนหนึ่ง ที่เป็นพ่อค้าขาย แฮซ ยื่นขายกันกลางตลาดสดเลยค่ะ ( คือในที่นี้หมายถึงขายอย่างโจ่งแจ้ง) ขนาดของแฮซเท่ากับกล่องไม้ขีดไฟ ขายอยู่ในราคา $2 ซึ่งถือว่าค่อนข้างถูก หากเปรียบเทียบราคาในต่างประเทศ เมื่อประมาณ 14 ปีที่แล้ว ราคาคงจะประมาณเป็นหลายเท่าตัว
เค้าคนนี้หยุดเสพนานแล้วจึงปฏิเสธไป แต่ก็ได้สนทนากับหนุ่มใหญ่ชาวเยอรมัน ซึ่งหนุ่มคนนี้ก็ไม่ปิดเรื่องราวของตนเองมากเท่าใด อาจจะเป็นเพราะพ่อค้าเอง เมายา ( ตรงนี้เดาเอาน่ะค่ะ) หนุ่มเยอรมันคนนี้เล่าว่า เค้าอาศัยอยู่ในเมืองไทย 18 เดือนแล้ว และได้นำเข้าแฮซจากอินเดียโดยขนส่งทางเท้า !!! คือคงนำเข้าทางด่าน (Boarder) เยอรมันคนนี้เป็น backpacker เดินทางทั่วโลกและมีอาชีพขายยา ( เสี่ยงมากหากโดนจับได้โทษร้ายแรงมากในบางประเทศ โดยเฉพาะ มาเลเชียกับอินโดนีเชีย ถึงประหารเชียวค่ะ เอาเงินมาแลกกับชีวิตแบบนี้คงไม่คุ้ม ดิฉันว่า )
ในต่างประเทศ 14 ปีที่แล้ว Thai Buddhist sticks (คือตรงนี้อาจจะสะกดผิด!!) โด่งดังมากเพราะมีรสชาติถึงรสถึงขิง --เค้าว่างั้น-- ราคาในต่างประเทศค่อนข้างแพงมาก แต่สินค้าตัวนี้ เป็นที่กล่าวขานกันในวงนักเสพ โด่งดังมานานนม !?!?
ชาวต่างชาติเองมีสถิติการติดยาไม่แพ้เมืองไทยค่ะ และก็เป็นปัญหาเหมือนบ้านเราค่ะ แตกต่างกันตรงที่ บางครอบครัวติดยากันทุกคน และบางคนติดตั้งแต่เด็ก !!??!!
กลับมาที่คดีเกาะเต่า หากเรามาอ่านคำให้สัมภาษณ์ของนาย ฌอน มันน่าคิดน่ะว่า ...
จู่ๆผู้มีอิทธิพลต้องการตัวสองคนนี้ -ทำ-ไม-???
คือคนในท้องที่ จะแตะฝรั่งมั่งค่าไปทำไม เมื่อความเป็นจริงแล้ว ฝรั่งคือช่องทางทำมาหากินของชาวบ้านในเกาะเต่า เค้าจะทำลายชื่อเสียงของเกาะไปทำไม????
ยิ่งพม่ายิ่งแล้วค่ะ สิ่งสุดท้ายที่จะอยากเจอคือตำรวจ เค้าจะทำการใดที่เกี่ยวข้องกับตำรวจคงคิดหลายรอบ... นอกจากนายสั่ง !!!!
ในขณะที่คุยกับคนคนนี้ เค้าชี้ว่า คนฝรั่งมีพฤติกรรมที่แปลก !!
เช่น ในออสเตรเลีย ในปี 1997
นาย Ivan Robert Marko Milat ถูกจับในประเทศออสเตรเลียโทษฐาน ฆ่า backpackers เค้าใช้วิธีการจอดรับชาว backpackers ตามรายทาง แล้วนำตัวไปกักขังแล้วในที่สุดใช้วิธีทรมานจนหมดลมหายใจ ตอนที่ถูกจับได้จบชีวิต backpackers ไปแล้ว 7 ราย ในระหว่างที่จำคุก เค้าได้ตัดนิ้วมือตัวเอง เพื่อต้องการความสนใจจากเจ้าหน้าที่ศาล เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม อ้างจำคุกนานเกินไป หรือ คดีถูกตัดสินอย่างไม่ยุติธรรม .... เมื่อไม่สำเร็จ เลยประท้วงอดกินข้าวจนน้ำหนักเหลือ 29 กิโลกรัม !!!
ทั้งสองพฤติกรรม เจ้าหน้าที่ศาลไม่ได้ให้ความสนใจเลยสักนิด
ในปี 2010 หลานสองคนของนาย Ivan Milat ได้ปลิดชีวิตนาย David ในป่าเพื่อชิงมือถือ ?????????
คือแปลกจริงๆ เมื่อรัฐบาลในประเทศออสเตรเลีย ยื่นมือเข้าช่วย ทั้งคนตกงาน ป่วย แก่ กำลังเรียน อะไรประมาณนี้ เมื่อรัฐบาลช่วยเหลือขนาดนี้ ทำไมต้องคร่าชีวิตคนเพื่อครอบครองมือถือด้วย มันแปลกเหมือนกัน
หากใครดูหนังเรื่อง prisoners มี Huge Jackman นำแสดง หรือ หนังเรื่อง Joe ที่มี Nicolas Cage เป็นผู้นำแสดง พล็อตเรื่องแปลกกันจริง ๆๆ ค่ะ --คือหนังก็หนังน่ะค่ะ ต้องมีการเสริมบทอะไรเพื่อ entertain แต่ว่าก็มีเคล้าความจริงบ้างค่ะ
กลับมาที่ คดีของ Hannah กับ David ทั้งสองตายอย่างทรมาน ... อดคิดไม่ได้ว่า บนเกาะเต่าไม่ได้มีแค่คนไทยอยู่ หากแต่ว่ามีนักท่องเที่ยวมากหน้าหลายตา ทุกคนต่างก็ดูเหมือนว่าจะเป็นปกติสุข แต่ลึกๆใครจะไปรู้ว่าในใจคิดอย่างไร ???
แปลกอีกนิดหนึ่ง คือ ออสเตรเลีย ( อาจจะเป็นกันในประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่ขอยกประเทศออสเตรเลียค่ะ ) ตอนนี้คนที่ติดยาเองพยายามดันให้กฎหมายยอมรับว่า การปลูกต้นกัญชาหลังบ้านเป็นอีกสมุนไพรชนิดหนึ่งที่ช่วยให้โรคซึมเศร้านั้นดีขึ้น พร้อมทั้งพยายามดันให้เป็นพืชเก่าแก่ดั้งเดิม ควรอนุรักษ์ !!!
และยังอ้างว่าการติดยาเป็นโรคร้ายแรงชนิดหนึ่งที่ทางรัฐควรใส่ใจ และมีแนวโน้มจะของบประมาณเพิ่มเพื่อจะศึกษาและค้นคว้า พฤติกรรมของผู้ติดยา (หลังๆนี้เติ่มเองค่ะ )
และเรื่องยาเสพติดจะใช้มาตราการเข้ม ห้ามลูกห้ามหลานของตัว 'ไม่ได้' เพราะเค้ายึดถือหลักการ การรักษาสิทธิมนุษยชนส่วนบุคคล !!!
....จริงๆแล้วรู้สึกเสียดายหากอนาคตของชาติที่ไปเสียเวลาให้กับยาพวกนี้ บางคนเท่านั้นที่สามารถออกมาจากแวดวงยาเสพติดได้ แต่ก็มีหลายคนที่ติดกันจนตาย มีอะไรอีกมายในโลกนี้ที่ทำให้เรามีความสุขได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งยาเสพติด --ในความคิดน่ะค่ะ--
จะเป็นคดีชู้สาวจริงไหม ?? แล้วพม่าบังเอิญมาชิงทรัพย์เข้าเลยพลั้นมือฆ่าทั้งสองคน แต่ทำไมถึงฆ่า ???
เมื่อได้เงินส่วนใหญ่ นักปล้นปกติจะวิ่งหนีไป ??
แต่การนัดเจอกันทำไมตอนตีหนึ่ง ???
Hannah สาวสวยเข้ามาเกี่ยวข้องได้ยังไง ทั้งที่ดูประวัติแล้วเป็นคนมีอนาคตที่ดีมาก เรียนถึงโท มาจบชีวิตที่เกาะเต่า เพราะอะไร ??
แล้วนายนมสด จากบทความที่แล้ว มีคนถามว่าทำไมถึงไม่มีหมายจับนายนมสด คงจะเป็นเพราะ DNA ของนมสดไม่ตรงกับที่ได้มา !!!!! แต่นมสดกลัวจนต้องหนีหรือติดต่อไม่ได้ !!! แปลกน่ะ .....
จะเป็นแค่คำถามที่ไม่มีคำตอบเหมือนคดีเพชรซาอุ ไหม ???
หรือ.....
จะรอให้สมยศเกษียณจริงๆก่อน แล้วค่อยไตร่สวนกันเป็นจริงเป็นจัง ???
มีลิงค์ให้ด้านล่าง เพื่อจะสืบหรือช่วยกันหาคำตอบให้ทางครอบครัวของ Hannah กับ David
http://www.mirror.co.uk/news/world-news/british-backpackers-thailand-murders-recap-4272933
http://www.news.com.au/world/thailand-murder-probe-british-backpacker-fled-from-thai-mafia/story-fndir2ev-1227067427582
อีกนั้นแหล่ะค่ะอดที่จะคิดต่อไม่ได้ว่า สำหรับวิสัยทรรศของพ่อค้านักธุระกิจ ที่ผลิตสินค้าและนำมาวางขายสินค้าอย่างถูกกฎหมายนั้น หลักธุระกิจคือต้องการมีต้นทุนต่ำและได้กำไรสูงและต้องการผลิตสินค้าใหม่ๆ ตามความต้องการของตลาด และต้องคำนึงถึงคุณภาพด้วย เพื่อการติดใจของลูกค้า = good reputation ซึ่งพ่อค้าที่ค้ายาเสพติดเองก็ต้องใช้หลักการตลาดเช่นเดียวกัน
ฌอนอาจเป็นตัวคลี้คลายคดี !!!!
จากการโพสในเฟสของ ฌอน เค้าเขียนว่า ......
Sean wrote on Facebook: "My mate Dave lost his life on koh Tao. We were meant to meet up when we found out we were both there at the same time but I fell asleep.
"He was killed that night. I feel f****** terrible.
"I loved you so f****** much brother. I know you tried to save her.
"You are the most honourable guy I’ve ever met. I will miss you terribly.
"I’m sorry I didn’t come out with you that night. Really my heart is breaking."
คือรู้ได้ไงว่า David พยายามปกป้อง Hannah ????
แล้วทำไมถึงไปนัดเจอกันตอนดึกๆ ???
เออแล้วบังเอิญว่า ผิดนัดทั้งๆที่ เพื่อนไม่ได้เจอกันนาน !!!!
แล้ว.... ทำไมไม่เผ่นหนีกลับบ้านไปเลย เมื่อมีคนตามล่า หรือต้องการเป็นพยานปากเอกเพื่อสืบเรื่องราวให้เพื่อน ?????
ทำไม มาเฟีย ถึงต้องการตัว ฌอน กับ David ???
แถมมีผู้เห็นเหตุการณ์ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า เห็นฝรั่งนั้นแหล่ะเป็นคนทำ !!! อ้าว !!!
ตรงนี้ต้องให้เครดิต http://pantip.com/topic/32596945 เพราะรวบรวมข่าวดีมากๆค่ะ
เมื่อค้นไปค้นมา ฌอนเป็นเพื่อน David แต่มาค้นหาชีวิตที่เกาะเต่าโดยเป็นนักร้อง อยู่นานถึง 18 เดือนแล้ว เดวิด มาแวะพักที่ไทยก่อนไปทำงานเป็นจริงเป็นจัง ที่ออสเตรเลีย เมื่อรู้ว่า ฌอนเพื่อนรักอยู่เกาะเต่าด้วย จึงนัดเจอกันตอนตี่หนึ่ง !!!! แต่ฌอนเพลอหลับไป
ส่วน Hannah กำลังเรียนโทด้าน Speech and Language Therapy มาเที่ยวเกาะเต่ากับเพื่อน !!! จึงควง David ตอนที่ ฌอนนัดเจอ ???
http://www.mirror.co.uk/news/world-news/british-backpackers-thailand-murders-recap-4272933
ข้างบนเป็นลิงค์ของนักข่าวชาวอังกฤษที่รายงานความคืบหน้า 1 วันให้หลังจากเกิดเหตุ
ก่อนที่จะสรุปอะไร ลองมาอ่านเรื่องของ ปาร์ตี้ Full Moon กัน สำหรับหนุ่มใหญ่คนนี้ อ้างว่าเป็นคนกลุ่มแรกที่ตั้งงานปาร์ตี้นี้ และแถมกลับไปร่วมงานปาร์ตี้อีกรอบเมื่อ 14 ปีที่แล้ว
คนคนนี้ ( ขอไม่ระบุชื่อค่ะ ) ได้ดูข่าวการเสียชีวิตหนุ่มสาว Backpackers ชาวอังกฤษ ที่ไปจบชีวิตที่ประเทศไทย !!!!บังเอิญมาก!!! จึงได้มีโอกาสนั่งคุยกัน เค้าจึงเล่าความเป็นมาของการก่อตั้ง Full moon ปาร์ตี้ ( ตรงนี้หากใครมีข้อมูลช่วยแย้งด้วยค่ะ )
ในปี ค.ศ. 1978 คนคนนี้ไปเที่ยวไทยที่เกาะสมุย และพักในเกาะสมุยประมาณ 2 เดือน จึงทำความรู้จักกับเพื่อนๆที่มาจากหลากที่หลายทาง ในคืน Full moon คืนหนึ่งจึงได้จัดปาร์ตี้ เพื่อทำความรู้จักกัน
มี Andrew มาจากแคนาดา ( เค้าพยายามคิดถึงชื่อเพื่อนๆเค้าตอนเป็นหนุ่ม คือมันผ่านมานานมากค่ะ ) John เป็นชาวอังกฤษ เพื่อนชาวฝรั่งเศสคนนี้จำชื่อไม่ได้ และ คุณหวดหรือชวดคนไทย ( ตรงนี้เค้าพยายามออกเสียงแต่จับการออกเสียงไม่ได้ ) เป็นเจ้าของ Need Bungalow ( อาจจะเป็น Nee Bungalow ) Donald จากออสเตรเลีย และอีกสองสามคนแต่ว่าจำชื่อไม่ได้ทั้งหมด
หลังจากนั้น เค้ากลับไปเที่ยวไทยอีกรอบ ในปี 2000 แต่ครั้งนี้เค้าเป็นหนุ่มใหญ่วัยกลางคน เมื่อได้ยินชื่อเสียงของงานปาร์ตี้ Full moon เค้าจึงตัดสินใจไปร่วมงานปาร์ตี้อีกรอบ แต่ครั้งนี้เค้าอายุเยอะขึ้นแล้ว ที่เกาะพันงัน ( คือต้องขออภัยหากเขียนผิด ) พบว่ามีผู้คนมากหน้าหลายตา ต่างชาติต่างภาษา มาร่วมงานฉลองนี้ ส่วนตัวเค้ารู้สึกดีใจมากเพราะเห็นงานปาร์ตี้ที่เค้าเป็นผู้เริ่มต้นมันขยายใหญ่ขึ้นเป็นพันเท่า แต่เมื่อเค้าเห็นยาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้องและเป็นเหตุผลหลักในการจูงใจคนมาในงาน เค้ากลับรู้สึกท้อมากๆๆ ค่ะ
หลังจากงานปาร์ตี้เค้าก็อยู่ในเกาะพันงันต่อ ในช่วงเวลานั้น เค้าเจอชาวเยอรมันคนหนึ่ง ที่เป็นพ่อค้าขาย แฮซ ยื่นขายกันกลางตลาดสดเลยค่ะ ( คือในที่นี้หมายถึงขายอย่างโจ่งแจ้ง) ขนาดของแฮซเท่ากับกล่องไม้ขีดไฟ ขายอยู่ในราคา $2 ซึ่งถือว่าค่อนข้างถูก หากเปรียบเทียบราคาในต่างประเทศ เมื่อประมาณ 14 ปีที่แล้ว ราคาคงจะประมาณเป็นหลายเท่าตัว
เค้าคนนี้หยุดเสพนานแล้วจึงปฏิเสธไป แต่ก็ได้สนทนากับหนุ่มใหญ่ชาวเยอรมัน ซึ่งหนุ่มคนนี้ก็ไม่ปิดเรื่องราวของตนเองมากเท่าใด อาจจะเป็นเพราะพ่อค้าเอง เมายา ( ตรงนี้เดาเอาน่ะค่ะ) หนุ่มเยอรมันคนนี้เล่าว่า เค้าอาศัยอยู่ในเมืองไทย 18 เดือนแล้ว และได้นำเข้าแฮซจากอินเดียโดยขนส่งทางเท้า !!! คือคงนำเข้าทางด่าน (Boarder) เยอรมันคนนี้เป็น backpacker เดินทางทั่วโลกและมีอาชีพขายยา ( เสี่ยงมากหากโดนจับได้โทษร้ายแรงมากในบางประเทศ โดยเฉพาะ มาเลเชียกับอินโดนีเชีย ถึงประหารเชียวค่ะ เอาเงินมาแลกกับชีวิตแบบนี้คงไม่คุ้ม ดิฉันว่า )
ในต่างประเทศ 14 ปีที่แล้ว Thai Buddhist sticks (คือตรงนี้อาจจะสะกดผิด!!) โด่งดังมากเพราะมีรสชาติถึงรสถึงขิง --เค้าว่างั้น-- ราคาในต่างประเทศค่อนข้างแพงมาก แต่สินค้าตัวนี้ เป็นที่กล่าวขานกันในวงนักเสพ โด่งดังมานานนม !?!?
ชาวต่างชาติเองมีสถิติการติดยาไม่แพ้เมืองไทยค่ะ และก็เป็นปัญหาเหมือนบ้านเราค่ะ แตกต่างกันตรงที่ บางครอบครัวติดยากันทุกคน และบางคนติดตั้งแต่เด็ก !!??!!
กลับมาที่คดีเกาะเต่า หากเรามาอ่านคำให้สัมภาษณ์ของนาย ฌอน มันน่าคิดน่ะว่า ...
จู่ๆผู้มีอิทธิพลต้องการตัวสองคนนี้ -ทำ-ไม-???
คือคนในท้องที่ จะแตะฝรั่งมั่งค่าไปทำไม เมื่อความเป็นจริงแล้ว ฝรั่งคือช่องทางทำมาหากินของชาวบ้านในเกาะเต่า เค้าจะทำลายชื่อเสียงของเกาะไปทำไม????
ยิ่งพม่ายิ่งแล้วค่ะ สิ่งสุดท้ายที่จะอยากเจอคือตำรวจ เค้าจะทำการใดที่เกี่ยวข้องกับตำรวจคงคิดหลายรอบ... นอกจากนายสั่ง !!!!
ในขณะที่คุยกับคนคนนี้ เค้าชี้ว่า คนฝรั่งมีพฤติกรรมที่แปลก !!
เช่น ในออสเตรเลีย ในปี 1997
นาย Ivan Robert Marko Milat ถูกจับในประเทศออสเตรเลียโทษฐาน ฆ่า backpackers เค้าใช้วิธีการจอดรับชาว backpackers ตามรายทาง แล้วนำตัวไปกักขังแล้วในที่สุดใช้วิธีทรมานจนหมดลมหายใจ ตอนที่ถูกจับได้จบชีวิต backpackers ไปแล้ว 7 ราย ในระหว่างที่จำคุก เค้าได้ตัดนิ้วมือตัวเอง เพื่อต้องการความสนใจจากเจ้าหน้าที่ศาล เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม อ้างจำคุกนานเกินไป หรือ คดีถูกตัดสินอย่างไม่ยุติธรรม .... เมื่อไม่สำเร็จ เลยประท้วงอดกินข้าวจนน้ำหนักเหลือ 29 กิโลกรัม !!!
ทั้งสองพฤติกรรม เจ้าหน้าที่ศาลไม่ได้ให้ความสนใจเลยสักนิด
ในปี 2010 หลานสองคนของนาย Ivan Milat ได้ปลิดชีวิตนาย David ในป่าเพื่อชิงมือถือ ?????????
คือแปลกจริงๆ เมื่อรัฐบาลในประเทศออสเตรเลีย ยื่นมือเข้าช่วย ทั้งคนตกงาน ป่วย แก่ กำลังเรียน อะไรประมาณนี้ เมื่อรัฐบาลช่วยเหลือขนาดนี้ ทำไมต้องคร่าชีวิตคนเพื่อครอบครองมือถือด้วย มันแปลกเหมือนกัน
หากใครดูหนังเรื่อง prisoners มี Huge Jackman นำแสดง หรือ หนังเรื่อง Joe ที่มี Nicolas Cage เป็นผู้นำแสดง พล็อตเรื่องแปลกกันจริง ๆๆ ค่ะ --คือหนังก็หนังน่ะค่ะ ต้องมีการเสริมบทอะไรเพื่อ entertain แต่ว่าก็มีเคล้าความจริงบ้างค่ะ
กลับมาที่ คดีของ Hannah กับ David ทั้งสองตายอย่างทรมาน ... อดคิดไม่ได้ว่า บนเกาะเต่าไม่ได้มีแค่คนไทยอยู่ หากแต่ว่ามีนักท่องเที่ยวมากหน้าหลายตา ทุกคนต่างก็ดูเหมือนว่าจะเป็นปกติสุข แต่ลึกๆใครจะไปรู้ว่าในใจคิดอย่างไร ???
แปลกอีกนิดหนึ่ง คือ ออสเตรเลีย ( อาจจะเป็นกันในประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่ขอยกประเทศออสเตรเลียค่ะ ) ตอนนี้คนที่ติดยาเองพยายามดันให้กฎหมายยอมรับว่า การปลูกต้นกัญชาหลังบ้านเป็นอีกสมุนไพรชนิดหนึ่งที่ช่วยให้โรคซึมเศร้านั้นดีขึ้น พร้อมทั้งพยายามดันให้เป็นพืชเก่าแก่ดั้งเดิม ควรอนุรักษ์ !!!
และยังอ้างว่าการติดยาเป็นโรคร้ายแรงชนิดหนึ่งที่ทางรัฐควรใส่ใจ และมีแนวโน้มจะของบประมาณเพิ่มเพื่อจะศึกษาและค้นคว้า พฤติกรรมของผู้ติดยา (หลังๆนี้เติ่มเองค่ะ )
และเรื่องยาเสพติดจะใช้มาตราการเข้ม ห้ามลูกห้ามหลานของตัว 'ไม่ได้' เพราะเค้ายึดถือหลักการ การรักษาสิทธิมนุษยชนส่วนบุคคล !!!
....จริงๆแล้วรู้สึกเสียดายหากอนาคตของชาติที่ไปเสียเวลาให้กับยาพวกนี้ บางคนเท่านั้นที่สามารถออกมาจากแวดวงยาเสพติดได้ แต่ก็มีหลายคนที่ติดกันจนตาย มีอะไรอีกมายในโลกนี้ที่ทำให้เรามีความสุขได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งยาเสพติด --ในความคิดน่ะค่ะ--
จะเป็นคดีชู้สาวจริงไหม ?? แล้วพม่าบังเอิญมาชิงทรัพย์เข้าเลยพลั้นมือฆ่าทั้งสองคน แต่ทำไมถึงฆ่า ???
เมื่อได้เงินส่วนใหญ่ นักปล้นปกติจะวิ่งหนีไป ??
แต่การนัดเจอกันทำไมตอนตีหนึ่ง ???
Hannah สาวสวยเข้ามาเกี่ยวข้องได้ยังไง ทั้งที่ดูประวัติแล้วเป็นคนมีอนาคตที่ดีมาก เรียนถึงโท มาจบชีวิตที่เกาะเต่า เพราะอะไร ??
แล้วนายนมสด จากบทความที่แล้ว มีคนถามว่าทำไมถึงไม่มีหมายจับนายนมสด คงจะเป็นเพราะ DNA ของนมสดไม่ตรงกับที่ได้มา !!!!! แต่นมสดกลัวจนต้องหนีหรือติดต่อไม่ได้ !!! แปลกน่ะ .....
จะเป็นแค่คำถามที่ไม่มีคำตอบเหมือนคดีเพชรซาอุ ไหม ???
หรือ.....
จะรอให้สมยศเกษียณจริงๆก่อน แล้วค่อยไตร่สวนกันเป็นจริงเป็นจัง ???
มีลิงค์ให้ด้านล่าง เพื่อจะสืบหรือช่วยกันหาคำตอบให้ทางครอบครัวของ Hannah กับ David
http://www.mirror.co.uk/news/world-news/british-backpackers-thailand-murders-recap-4272933
http://www.news.com.au/world/thailand-murder-probe-british-backpacker-fled-from-thai-mafia/story-fndir2ev-1227067427582
อีกนั้นแหล่ะค่ะอดที่จะคิดต่อไม่ได้ว่า สำหรับวิสัยทรรศของพ่อค้านักธุระกิจ ที่ผลิตสินค้าและนำมาวางขายสินค้าอย่างถูกกฎหมายนั้น หลักธุระกิจคือต้องการมีต้นทุนต่ำและได้กำไรสูงและต้องการผลิตสินค้าใหม่ๆ ตามความต้องการของตลาด และต้องคำนึงถึงคุณภาพด้วย เพื่อการติดใจของลูกค้า = good reputation ซึ่งพ่อค้าที่ค้ายาเสพติดเองก็ต้องใช้หลักการตลาดเช่นเดียวกัน