ทำไมเด็กสมัยนี้ถึงอยากไปเรียนนอก แม้รู้ทั้งรู้ว่าครอบครัวจะต้องเหนื่อยแค่ไหน ?

สวัสดีค่ะ นี่ก็เป็นกระทู้อรกของเรา และอยากถามเพื่อนๆในพันทิปว่าจะมีความคิดเหมือนเราไหม ?
คือ เรารู้จักเพื่อนคนนึงค่ะ เพิ่งเรียนจบปริญญาตรีมาด้วยกัน
ส่วนตัวเราเองจบมาก็ตั้งแต่เดือน มิถุนายน 57 นี้แล้วค่ะ ก็เริ่มทำงานจนถึงวันรับปริญญาก็รับำร้อมกับเพื่อนๆ
รับเสร็จก็กลับมาทำงานต่อที่เดิม แต่เพื่อนสนิทของดิฉันคนนึง ไม่ยอมทำงานเลย แต่มีความคิดอยากจะไปต่างประเทศ
ไปเลี้ยงเด็กให้ลูกฝรั่งค่ะ ไปกับโครงการสักแห่งหนึ่ง ขอไม่เอ่ยนามนะค่ะ

นางบอกสรรพคุณของโครงการนี้ว่า ไปแค่ไม่กี่หมื่น (แค่) แต่ได้กลับมาหลายแสนบาท
ความคิดเราอย่างแรกคือ
1. เรียนจบปริญญาตรี จะไปเลี้ยงเด็ก ? (จบคณะยากด้วยไม่ใช่ธรรมดานะค่ะ)
2. พ่อแม่ส่งแทบตาย กลับอยากไปทำงานเลี้ยงเด็ก ?
3. สิ่งที่เพื่อนคนนี้แชร์ทุกวัน คือสถานที่เที่ยวในอเมริกา ?
4. บอกไปแล้วได้ประสบการ์ณ สามารถนำมาสมัครงานเช่น AOT , SCG ฯลฯ
5. กลับมาภาษาแน่นมาก (ทั้งๆที่เลี้ยงแต่เด็กอยู่บ้านโฮส)
6. กลับมาไทยสอบ Toeic ได้เต็มแน่นอน เพราะได้ภาษามา (ขนาดน้องเราไปเรียนภาษา1ปี กลับมายังสอบไม่ได้เลย)
7. พ่อแม่ไม่ต้องส่งเงินให้ เราทำงานเลี้ยงตัวเองได้
8. ทางโครงการมีให้เที่ยว1เดือนหลังจากทำงานครบ1ปี (เที่ยวเอง)
9. ช่วงที่ว่างนี้ไม่ทำงาน กินเหล้าเที่ยวเสเพล พอบอกให้ทำงาน บอกไม่ทำ จะไปที่อเมริกาอย่างเดียว
10. ตอนนี้อายุ 22 ไปอเมริกาช่วง23 กลับมา 24 ประสบการ์ณการทำงานไม่เคยมีมาก่อน แต่จะไปทำงานตำแหน่งสูงๆ
ยื่นวุฒิป.ตรีและการเลี้ยงเด็กจากอเมริกา -*-
และอีกมากมาย

*เรื่องวีซ่า เรายอมรับนะว่าเราฟังจากเพื่อนคนนี้แล้วเราสะเทือนใจมาก
เพราะวีซ่าต้องใช้สถานะทางการเงินยื่นด้วย แต่ทางครอบครัวได้ไปยืมของคนอื่นมาเพื่อใส่เงินในบัญชีให้
แต่เพื่อนคนนี้ก็ยังจะไปให้ได้ โดยที่ไม่รู้เลยว่า พ่อทำงานหาเงินคนเดียว และยังมีน้องที่ต้องเรียนอีก
พ่อแม่พูดยังไงเพื่อนคนนี้ก็ไม่ฟัง คนเตือนเยอะแยะไม่ฟัง จะฟังและยืดถือตามความคิดตัวเองเท่านั้นค่ะ

แต่เพื่อนเราลืมมองไปหรือป่าว ? ว่าคนหาเงินให้นะเหนื่อย นางกำลังจะไปลัลล๊า แต่ต้องให้คนทางบ้านที่นี่ต้องเดือดร้อน ใช้จ่ายประหยัด
จากปกติก็ประหยัดอยู่แล้วนะหรอค่ะ ? อืมมม เรามองว่าเพื่อนเราเห็นแก่ตัวมากนะ (เราขอพูดจากใจจริงและพูดตรงเลย)
จากเหตุการ์ณนี้ทำให้เราไม่อยากคบเพื่อนคนนี้ นอกจากจะเห็นแก่ตัวแล้ว ยังไม่รักครอบครัวอีก
เรามองว่า มันใช้ไม่ได้  

เพื่อนเราเห็นแก่ตัวไหมค่ะ ? และคุณคิดอย่างเราไหม ?
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 6
     เพื่อนคุณไม่เห็นแก่ตัว  และตัวคุณเองคิดแทนเพื่อนมากไป เพราะฉะนั้นคุณเลิกคบเขาเถอะผมสงสารเพื่อนคุณนะ ที่มีเพื่อนแบบคุณอะ

      เพื่อนดิ้นร้นเพื่อให้ได้โอกาสที่ดีกว่ามันผิดด้วยเหรอ? เพื่อนไปหาเงินมายัดบัญชีเป็น statement ตอนขอวีซ่าเขาไปรบกวนเงินคุณหรือเปล่า?  statement วีซ่าผ่านก็สามารถถอนเงินคืนได้ละตรงนี้คุณรู้หรือเปล่า
  
      คือจะต้องเดินย้ำต๊อกๆหางานเมืองไทย เดินถือแฟ้มตากแดดหน้าดำไปสัมภาษณ์เพื่อให้ HR ปฎิเสธกลับมาว่า "เราต้องการคนมีประสบการณ์"  หรือให้ HR กดเงินเดือนเยอะๆเพราะเป็นเด็กจบใหม่  แบบนี้ใช่ไหมคือสิ่งที่ควรจะเป็นในความคิดคุณ
       ลองมองในแง่ดีบ้างสิ ว่าเพื่อนกำลังหาโอกาสให้ตัวเองอยู่ ใครจะไปรู้อีก 1-2 ข้างหน้าเขากลับมาอาจจะได้งานดีกว่าคุณ เงินเดือนสูงกว่าคุณก็ได้  หรืออาจจะไปพบรักกับใครสักคนมีชีวิตที่ดีก็ได้  
       แทนที่จะให้กำลังใจกลับไปซ้ำเติมเพื่อน ให้เพื่อนย่ำต๊อกอยู่กับที่ คนที่พยายามไขว่คว้าหาโอกาสนี้ละคือคนที่จะก้าวหน้า  ถึงแม้ไปแล้วเขาจะไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่หวังเราก็ควรให้กำลัง ซึ้งนี้คือคุณสมบัติของเพื่อนที่ดี แต่ดูท่าทางแล้วคุณไม่น่าจะเป็นแบบนั้น เพราะฉะนั้นเลิกคบเถอะ สงสารเพื่อนคุณอะ
ความคิดเห็นที่ 9
จากมุมมองพี่ที่เคยผ่านการไปโครงการออแพร์มานะคะ

พี่ก็จบปริญญาที่ไทยนี่แหละตอน 22 ก็ตามไปหาความฝันเหมือนกัน อ่านแล้วไม่ขอให้ความเห็นเรื่องครอบครัวเพื่อนน้องนะคะแต่ขอบอกว่าใช้เงินไม่เยอะจริงๆ 30 000 ตอนที่พี่ไป(ครบสัญญาโครงการกลับมาได้คืน 10000) เพราะค่าเครื่องโฮสท์ก็ออกให้พอไปถึงอาทิตย์แรกก็ได้เงินเลยเพราะตามกฏโฮสท์ต้องจ่ายเป็นรายอาทิตย์ ฉะนั้นไม่ต้องเตรียมเงินไปเยอะค่ะ แล้วไปที่โน่นได้มากกว่าสิ่งที่น้องคิด เพื่อนออแพร์หลายคนในโครงการเดียวกันก็เรียนต่อที่โน่น ที่สนิทสองคน คนนึงเรียนพยาบาลต่อ อีกคนเรียนออกแบบภายใน โครงการนี้สามารถต่อความฝันต่ออนาคตและอาชีพได้ (ส่วนตัวพี่ไม่ชอบเมืองนอกหมดสัญญาโครงการก็กลับมาค่ะ)

ภาษาดีจริงไหม ดีจริงค่ะ อย่าไปคิดว่าแค่เลี้ยงเด็กแล้วจะดีได้ไง น้องไม่รู้รายละเอียดโครงการอย่าเพิ่งไปตัดสิน เพราะจริงๆแล้วออแพร์เป็นวีซ่านร.แลกเปลี่ยน เลิกงานหรือเสาร์อาทิตย์ต้องไปเรียนตามกฏ พี่เรียนเยอะกว่าที่โครงการกำหนดด้วยค่ะ ถ้าคนภาษาไม่ดีเลยก็เริ่มเรียน ESL หรือ English as a second language เพื่อพัฒนาได้ ส่วนคนที่พอมีพื้นฐานดีก็เรียนอย่างอื่นที่ตัวเองสนใจไป กลับมาทักษะจะเพิ่มแต่มากหรือน้อยคงแล้วแต่คน ส่วนพี่สอบ Toeic ก็ไม่ได้เต็มหรอกแต่ก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไร ได้ 905 เมื่อสองปีที่แล้ว

เลี้ยงเด็ก ไม่ใช่แค่งานเลี้ยงเด็ก ได้ศึกษาวัฒนธรรมการใช้ชีวิตของฝรั่งด้วย ส่วนดีๆก็รับมา ส่วนที่ไม่ดีก็เก็บไว้เป็นความรู้ พี่ทำงาน 6.30-16.00 หลังจากนั้นก็พัก ไปเล่น ไปเรียน หรือไปข้างนอก ไม่ได้เลี้ยง 24 ชม. เหมือนบ้านเรา ทำกิจกรรมต่างๆไปเที่ยวกับโฮสท์ เหมือนเราเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน ไม่ได้ไปใช้แรงงานที่จำกัดอยู่แค่คำว่าเลี้ยงเด็ก เสาร์อาทิตย์หยุดเต็มค่ะ กลับมานานแล้วตอนนี้พี่ยังติดต่อกับโฮสท์และน้องที่เคยเลี้ยงอยู่ กลับไปอเมริกาก็ยังไปเยี่ยม พูดได้ว่ามีความผูกพันธ์และความทรงจำดีๆเยอะมากกับโฮสท์ ที่นั่นคือบ้านอีกหลังของพี่เลย

ที่บ้านโฮสท์พี่มีรถให้ใช้ พี่ต้องไปรับส่งน้องคนโตไปเรียนจ-ศ และพาน้องคนเล็กไปว่ายน้ำทำกิจกรรมต่างๆ เสาร์อาทิตย์เอาไปใช้ส่วนตัว ขับไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาได้ไม่ได้คลุกอยู่กับในบ้าน พี่ไม่ได้คบแต่เพื่อนคนไทยด้วยภาษาก็จะดีขึ้นเร็วมากเพราะได้หัดพูดตลอด เพื่อนร่วมชั้นที่เป็นฝรั่งก็ชวนไปปาร์ตี้หรือcampingกัน เมื่อได้ใช้ภาษาอังกฤษแทบจะ 24 ชม. แล้วทำไมคิดว่าภาษาจะไม่ดีขึ้น

ออแพร์สัญญา 1 ปี อยู่ต่อได้มากสุด 2 ปี ทำตลอดชีวิตไม่ได้ สิ่งที่เพื่อนน้องจบมาไม่ได้สูญเปล่าเพราะไปเลี้ยงเด็กหรอก ฉะนั้นจะบอกว่าจบปริญญามาเพื่อจะมาเลี้ยงเด็กมันฟังดูแคบไป เพราะเมื่อสัญญาหมดคุณต้องไปตามฝันต่อซึ่งจะต่อยอดโดยการเรียนต่อก็ได้ หรือเอาประสบการณ์ภาษาและการอยู่ต่างประเทศมาสมัครงานที่มันได้ใช้ภาษาคุณก็จะมีภาษีดีกว่าคนอื่นมากๆ พี่กลับมาถึงจะเริ่มช้าไม่มีประสบการณ์การทำงานเท่าคนที่เรียนจบแล้วเริ่มเลยแต่จะบอกว่ามันไม่ได้มีผลกระทบมากขนาดนั้นเพราะในเมื่อภาษาดีตำแหน่งที่สมัครก็กว้างและฐานเงินเดือนสูงกว่าอยู่แล้วค่ะ

โครงการนี้ให้พี่มากกว่าการไปเลี้ยงเด็ก มันคือการไปหาประสบการณ์ค่ะที่ถ้าน้องไม่ไปจะไม่รู้ว่าวัฒนธรรมจริงๆที่โน่นเค้าเป็นไง ขับรถในอเมริกาเป็นยังไง ที่เที่ยวมีที่ไหนบ้าง โรงเรียน มหาวิทยาลัยบรรยากาศถ้าได้ไปนั่งเรียนเป็นยังไง ทุกสิ่งอย่างมันหาซื้อไม่ได้ที่นี่ รวมถึงความคิด ทัศนคติ และนิสัยที่เปลี่ยนไป เพื่อนสนิทพี่บอกว่ากลับมาแล้วพี่เป็นผู้ใหญ่กว่าเดิมมากเพราะการอยู่ที่โน่นคนเดียวต้องรู้จักระวังตัวและแก้ปัญหาเองหมด ต้องพึ่งตัวเองก่อนพึ่งคนอื่นตลอด รู้จักใช้เงินเป็น เรียนรู้ที่จะทำกับข้าวเองเป็น รู้จักปรับตัวอยู่ร่วมกันคนอื่นที่วัฒนธรรมต่างกันโดยสิ้นเชิง รวมถึงเคารพและยอมรับผู้อื่น

ตอนนี้พี่กลับมาอยู่ไทย ตั้งแต่กลับมาได้งานดีมาตลอด (เปลี่ยนแค่1 ที่) และที่ปัจจุบันพี่มีงานที่มั่นคงและดีมากได้ใช้ภาษาเต็มที่ สามีพี่เป็นอเมริกันกลับมาแต่งงานและทำงานที่ไทยกับพี่ได้เงินเดือนเยอะ แต่บางเดือนพี่ก็กลับได้เยอะกว่าเค้าเพราะทักษะภาษาที่พี่มีเอามาต่อยอดในอาชีพที่ทำได้

ขอให้น้องเปลี่ยนมุมมองใหม่นะ ถ้ากังวลเรื่องฐานะการเงินครอบครัวเพื่อนควรแนะนำให้เพื่อนหางานพิเศษหรืองานประจำทำเก็บเงินไปเองเพราะใช้ไม่เยอะอย่างที่บอกจริงๆ (ปีนี้ค่าโครงการอาจจะเพิ่มขึ้นแต่คิดว่าไม่ต่างจากเดิมมาก) แถมไปได้ถึงอายุ 25 ฉะนั้นเพื่อนน้องมีเวลาค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่