ถ้าครอบครัวของคุณกับเพื่อนๆของน้องชาย ไปนั่งกินอาหาร ร้านหนึ่งในช่วงหัวค่ำ ระหว่างกินอาหารกันอยู่ ได้
ยินเด็กวัยรุ่นโต๊ะ ข้างๆ ซึ่งนั่งอยู่ใกล้ๆโต๊ะของครอบครัวเรา พูดโทรศัพท์ว่าพวกอยากได้เงินใช้รีบออกมา แต่
ครอบครัวเราไม่ได้ คิดอะไร กินเสร็จ ทุกคนก็เดินไปรอที่รถ เหลือแม่กับน้องชายจ่ายเงินอยู่หน้าร้าน สักพักหนึ่ง
ในวัยรุ่นกลุ่มนั้นก็เข้ามาชกน้องชายเราอย่างจังพร้อมกระชากสร้อย น้องเราสู้ดึงสร้อยอยู่กับมัน เกิดเหตุ
ตะลุมบอนกันขึ้น แม่เราโดนต่อยจนตาแตก คนที่เดินกลับไปที่รถแล้วก็วิ่งกลับเข้ามาเพราะได้ยินเสียง สักพักมี
เด็กวัยรุ่นอีกกลุ่มก็วิ่งเข้ามาในร้าน แล้วมาช่วยรุมน้องชายกับเพื่อนน้องชายเรา ผู้หญิงก็แตกกระเจิงวิ่งหนีไปแอบ
มีแม่ที่อยู่ช่วยกันน้องไม่ให้โดนรุม น้องชายเราวิ่งหนีหลุดไปได้ แต่แม่ยังอยู่ในกลุ่มชุลมุน ทุกคนแตกกระจายกัน
เพื่อนน้องชายโดนลากไปตีที่เกาะกลางถนนจนสลบ แม่วิ่งออกมามองไปทางเกาะกลางนึกว่าน้องชายเราโดนตี
เพราะตาเริ่มมองไม่ชัด จึงวิ่งข้ามถนนเรียกให้รถที่วิ่งผ่านไปมาช่วยก็ไม่มีคนช่วย แม่วิ่งไปพร้อมตะโกน จน
น้องชายเราที่วิ่งหนีไปได้ยิน คิดได้เลยวิ่งกลับมาช่วยแม่ น้องเราตะโกนบอกมีปืนนะ ( ปืนน้องเป็นปืนถูก
กฎหมาย) พวกมันบอกว่างั้นตีก่อนเลย น้องเลยยิงขึ้นฟ้าสองนัด เชื่อไหมว่าพวกมันไม่หยุดกรูเข้ามาพร้อมมีด
พร้อมไม้ น้องเลยยิงสวนกลับไป สรุปตาย 2 ศพ น้องเราขับรถกลับบ้านไม่ได้หนี ตำรวจมาเชิญตัวไปให้ปากคำ
ในวันนั้นเลย
- ก่อนตำรวจเขียนสำนวน ตำรวจบอกว่าจะวิ่งไหมช่วยเหลือได้ บ้านเราตอบว่าไม่ เพราะคิดว่าป้องกันตัว
เราอาจผิดที่เกินกว่าเหตุแต่ในขณะนั้นใครจะคิดทันมันก็ต้องเอาตัวรอดกันทุกคน
- ผลการตัดสิน ชั้นต้นตัดสินลง 15 ปี น้องเราประกันตัวสู้ และไม่หนี
- ผลการตัดสิน ชั้นอุทรณ์ตัดลง 30 ปี ให้เหตุผลที่ดีมาก(ประชด) ประจักษ์ พยาน ไม่รู้จักกับน้องชายเรา
ดังนั้นไม่มีเหตุให้ต้องปรักปรำ แต่รู้มั้ยค่ะ ประจักษ์พยานเป็นเพื่อนกับพ่อผู้ตายขับรถผ่านมาเห็นเหตุการณ์
บอกน้องเราจ่อยิงตายทีละคน ซึ่งผลพิสูจน์วิถีกระสุนบ่งบอกว่ายิงจากระยะไกล ส่วนแม่ซึ่งเป็นพยานฝั่งเรา
บอกว่า แม่เป็นมารดาผู้ให้กำเนิดย่อมให้การณ์เข้าข้างจำเลย เลยฟังไม่ขึ้น ส่วนเพื่อนน้องสลบเลยไม่เห็น
เหตุการณ์ตอนยิง ผู้หญิงหนีไปแอบไม่เห็นเหตุการณ์ เลยยึดนี้คดีจากประจักษ์พยานคนเดียว ซึ่งตลอด
ระยะเวลาที่สู้คดี น้องเรารับว่าเป็นคนยิงตั้งแต่แรก แต่เหตุป้องกันตัว แต่ท่านบอกว่าฟังไม่ขึ้นเชื่อฟังนั้นว่า
เกิดการวิวาทจากการหึงหวง บอกน้องเราหึงที่พวกนี้มองแฟนเลยชกตีกันจนเกิดเหตุ
หลังตัดสินผลชั้นอุทรณ์เราไปยืนไหว้รูปในหลวง ขอบารมีของท่านช่วยให้น้องเราได้ประกันตัว ยืนมอง
ท่านเป็นระยะเวลาที่เรารู้สึกว่ามันเนิ่นนานมาก คิดในใจถ้ามันเป็นเวรเป็นกรรมที่เคยทำไว้ ก็ขอให้น้อง
เราได้ประกันตัวออกมาดูแลแม่ก่อนตัดสินฎีกาเถอะ แล้วท่านคงเมตตาให้น้องเราได้ประกันตัวจริงๆ
ทุกวันนี้น้องชายนอนไม่ค่อยหลับเพราะคำตัดสินศาลฎีกาคงใกล้เข้ามาแล้ว ซึ่งเป็นไปได้ยากที่จะชนะ
แม่เราเฝ้าโทษตัวเองทุกวันว่าถ้าไม่ตะโกนเรียกชื่อน้อง น้องเราคงไม่ย้อนกลับมา ถ้าน้องชายเราเป็น
อะไรไป บ้านเราคงหมดสิ้นเพราะน้องเป็นเสาหลัก เราเงินเดือนหมื่นกว่าคงไม่มีปัญญาผ่อนบ้านดูแล
พ่อแม่ได้อย่างแน่นอน ปฎิหารณ์มันคงเกิดขึ้นได้ยาก ถ้าย้อนเวลาได้มันอยากได้อะไรจะทูนหัวให้หมดหรือ
ยอมให้มันตีให้ตายจะได้จบสิ้น ตอนนี้ คำว่าดุลยพินิจ มันหน้ากลัวสำหรับครอบครัวเราจริงๆ
ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับครอบครัวคุณ คุณจะทำอย่างไร
ยินเด็กวัยรุ่นโต๊ะ ข้างๆ ซึ่งนั่งอยู่ใกล้ๆโต๊ะของครอบครัวเรา พูดโทรศัพท์ว่าพวกอยากได้เงินใช้รีบออกมา แต่
ครอบครัวเราไม่ได้ คิดอะไร กินเสร็จ ทุกคนก็เดินไปรอที่รถ เหลือแม่กับน้องชายจ่ายเงินอยู่หน้าร้าน สักพักหนึ่ง
ในวัยรุ่นกลุ่มนั้นก็เข้ามาชกน้องชายเราอย่างจังพร้อมกระชากสร้อย น้องเราสู้ดึงสร้อยอยู่กับมัน เกิดเหตุ
ตะลุมบอนกันขึ้น แม่เราโดนต่อยจนตาแตก คนที่เดินกลับไปที่รถแล้วก็วิ่งกลับเข้ามาเพราะได้ยินเสียง สักพักมี
เด็กวัยรุ่นอีกกลุ่มก็วิ่งเข้ามาในร้าน แล้วมาช่วยรุมน้องชายกับเพื่อนน้องชายเรา ผู้หญิงก็แตกกระเจิงวิ่งหนีไปแอบ
มีแม่ที่อยู่ช่วยกันน้องไม่ให้โดนรุม น้องชายเราวิ่งหนีหลุดไปได้ แต่แม่ยังอยู่ในกลุ่มชุลมุน ทุกคนแตกกระจายกัน
เพื่อนน้องชายโดนลากไปตีที่เกาะกลางถนนจนสลบ แม่วิ่งออกมามองไปทางเกาะกลางนึกว่าน้องชายเราโดนตี
เพราะตาเริ่มมองไม่ชัด จึงวิ่งข้ามถนนเรียกให้รถที่วิ่งผ่านไปมาช่วยก็ไม่มีคนช่วย แม่วิ่งไปพร้อมตะโกน จน
น้องชายเราที่วิ่งหนีไปได้ยิน คิดได้เลยวิ่งกลับมาช่วยแม่ น้องเราตะโกนบอกมีปืนนะ ( ปืนน้องเป็นปืนถูก
กฎหมาย) พวกมันบอกว่างั้นตีก่อนเลย น้องเลยยิงขึ้นฟ้าสองนัด เชื่อไหมว่าพวกมันไม่หยุดกรูเข้ามาพร้อมมีด
พร้อมไม้ น้องเลยยิงสวนกลับไป สรุปตาย 2 ศพ น้องเราขับรถกลับบ้านไม่ได้หนี ตำรวจมาเชิญตัวไปให้ปากคำ
ในวันนั้นเลย
- ก่อนตำรวจเขียนสำนวน ตำรวจบอกว่าจะวิ่งไหมช่วยเหลือได้ บ้านเราตอบว่าไม่ เพราะคิดว่าป้องกันตัว
เราอาจผิดที่เกินกว่าเหตุแต่ในขณะนั้นใครจะคิดทันมันก็ต้องเอาตัวรอดกันทุกคน
- ผลการตัดสิน ชั้นต้นตัดสินลง 15 ปี น้องเราประกันตัวสู้ และไม่หนี
- ผลการตัดสิน ชั้นอุทรณ์ตัดลง 30 ปี ให้เหตุผลที่ดีมาก(ประชด) ประจักษ์ พยาน ไม่รู้จักกับน้องชายเรา
ดังนั้นไม่มีเหตุให้ต้องปรักปรำ แต่รู้มั้ยค่ะ ประจักษ์พยานเป็นเพื่อนกับพ่อผู้ตายขับรถผ่านมาเห็นเหตุการณ์
บอกน้องเราจ่อยิงตายทีละคน ซึ่งผลพิสูจน์วิถีกระสุนบ่งบอกว่ายิงจากระยะไกล ส่วนแม่ซึ่งเป็นพยานฝั่งเรา
บอกว่า แม่เป็นมารดาผู้ให้กำเนิดย่อมให้การณ์เข้าข้างจำเลย เลยฟังไม่ขึ้น ส่วนเพื่อนน้องสลบเลยไม่เห็น
เหตุการณ์ตอนยิง ผู้หญิงหนีไปแอบไม่เห็นเหตุการณ์ เลยยึดนี้คดีจากประจักษ์พยานคนเดียว ซึ่งตลอด
ระยะเวลาที่สู้คดี น้องเรารับว่าเป็นคนยิงตั้งแต่แรก แต่เหตุป้องกันตัว แต่ท่านบอกว่าฟังไม่ขึ้นเชื่อฟังนั้นว่า
เกิดการวิวาทจากการหึงหวง บอกน้องเราหึงที่พวกนี้มองแฟนเลยชกตีกันจนเกิดเหตุ
หลังตัดสินผลชั้นอุทรณ์เราไปยืนไหว้รูปในหลวง ขอบารมีของท่านช่วยให้น้องเราได้ประกันตัว ยืนมอง
ท่านเป็นระยะเวลาที่เรารู้สึกว่ามันเนิ่นนานมาก คิดในใจถ้ามันเป็นเวรเป็นกรรมที่เคยทำไว้ ก็ขอให้น้อง
เราได้ประกันตัวออกมาดูแลแม่ก่อนตัดสินฎีกาเถอะ แล้วท่านคงเมตตาให้น้องเราได้ประกันตัวจริงๆ
ทุกวันนี้น้องชายนอนไม่ค่อยหลับเพราะคำตัดสินศาลฎีกาคงใกล้เข้ามาแล้ว ซึ่งเป็นไปได้ยากที่จะชนะ
แม่เราเฝ้าโทษตัวเองทุกวันว่าถ้าไม่ตะโกนเรียกชื่อน้อง น้องเราคงไม่ย้อนกลับมา ถ้าน้องชายเราเป็น
อะไรไป บ้านเราคงหมดสิ้นเพราะน้องเป็นเสาหลัก เราเงินเดือนหมื่นกว่าคงไม่มีปัญญาผ่อนบ้านดูแล
พ่อแม่ได้อย่างแน่นอน ปฎิหารณ์มันคงเกิดขึ้นได้ยาก ถ้าย้อนเวลาได้มันอยากได้อะไรจะทูนหัวให้หมดหรือ
ยอมให้มันตีให้ตายจะได้จบสิ้น ตอนนี้ คำว่าดุลยพินิจ มันหน้ากลัวสำหรับครอบครัวเราจริงๆ