ดิฉันมีลูกสาว 1 คน ตอนนี้อายุ 10 ขวบเป็นลูกครึ่งอังกฤษ ดิฉันคิดเสมอว่าเราโชคดีที่มีลูกแสนจะเลี้ยงง่าย กินง่าย ไม่เหนื่อย ไม่บ่น ไปไหนไปกัน เพราะเราชอบเดินท่องเที่ยวเป็นแบบครอบครัวบ่อยๆ ตั้งแต่น้องอายุ 3 เดือน ดิฉันก็พามาเมืองไทยทุกๆ ปี และไปประเทศอื่นๆ ด้วย จนน้องเขาแพคกระเป๋าเดินทางเอง ลุงป้า น้าอาชมตลอดว่าเป็นเด็กนิสัยร่าเริง ไม่เรื่องมาก ไม่บ่น แม้จะเหนิ่อยแค่ไหน ร้อน แค่ไหน หรือหิวแค่ไหน จะไม่เคยแสดงอาการไม่พอใจเลย คือง่ายๆ รอแม่ได้หากพ่อแม่ยุ่ง ประมาณนั้น
เรื่องการเรียน ผลการเรียนที่อังกฤษออกมาก็อยู่ในอันดับทอป 5 ของห้อง คณิตคิดเลขได้เร็วกว่าคุณแม่มาก สมองถือว่าพัฒนาเกินอายุตนเอง เช่นตอนเขาอยู่ ป 4 จะสามารถเข้าใจหนังสือของ ป 6 และทำข้อสอบแบบผ่านเลยไม่ตก - อันนี้คุณครูที่อังกฤษเคยวัดระบบ คุณพ่อคุณแม่ ก็ภูมิใจในตัวน้อง
ทีนี้ปัญหาเกิดขึ้น 2.5-3.5 ปีที่แล้วจนถึงปัจจุบันโดยประมาณโดยที่คุณแม่ไม่เอะใจ เพราะคิดว่าก็แค่เขาเป็นเด็ก พอโตขึ้นคงหาย ปัญหาคือ
1. น้องเขาไม่ชอบสบตา คือ สนใจอย่างอื่นในขณะที่เรากำลังพูดด้วย เช่น ครู อาจารย์ โคชที่สอนน้องว่ายน้ำหรือเล่นเทนนิส เวลาสอน หรือพูดกับน้อง น้องจะมองไปที่อื่น เช่นมองนก ต้นไม้ คนรอบข้าง พอเราถามว่าเขาฟังอยู่มั้ย เขาบอกได้ยินและฟังอยู่ ซึ่งพออาจารย์ถามกลับเขาก็ตอบได้ว่าพูดอะไร ซึ่งเราก็คิดแค่ว่าเขาก็แค่เป็นเด็ก แต่ในทางมารยาทถือว่าไม่ดี เวลาผู้ใหญ่พูดควรสบตา ฝรั่งไทย ถือมาก
2. น้องขี้ลืมมาก ในบางเรื่อง โดยเฉพาะการอาบน้ำ แปลงฟัน ทำการบ้าน (เคยได้รับโทรศัพท์จาก รร ว่าน้องไม่ทำการบ้าน) จะบอกว่าขี้เกียจก็ว่าได้ คือตั้งแต่น้องเขาเริ่มแปลงฟันได้เองตั้งแต่อายุราวๆ 2 ขวบ จนถึงปัจจุบัน คุณแม่ยังต้องถามเขาว่าแปลงฟังหรือยัง เพราะบางทีคุยกับเขาก็จะมีกลิ่นปาก คำตอบคือยัง พูดและสอนน้องเขาด้วยเหตุผลว่าต้องแปลงฟันทุกช้าและก่อนอน การแปลงฟันดีอย่างไร สรุปคือน้องเขาก็เออออไปกับเราบอกไม่ลืมแล้ว วันต่อมาก็ลืมอีก ทุกวันนี้ก็ยังต้องถามกันว่าแปลงฟันหรือยัง ก็จะได้คำตอบว่ายัง จนเริ่มดุ จากดุ เป็นตี ก็ไม่ได้ผล คือทำแค่ 1 วัน หลังจากนั้นก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีก
* คุณแม่เริ่มคิดมากและเครียด จึงไปซื้อหนังสือมากอ่าน สารพัดวีธีที่จะเข้าใจลูก โดยฝรั่งให้ใช้คำว่า please remember to... มากกว่าคำว่า Don't forget to... เราก็ลองทำ แต่เมื่อเช้านี้ ก็ยังไม่แปลงฟันอยู่ดี หลังๆ เริ่มโกหก เช่นบอกว่าอาบน้ำแล้ว พอเราเดินไปในห้องน้ำพื้นแห้งสนิท เลยถามเขาอีกครั้งว่าอาบน้ำหรือยังเขาบอกอาบแล้ว เราถามต่อว่า แน่ใจนะ เขาเงียบและบอกว่าความจริงว่ายังไม่อาบ คือเริ่มโกหก
3. สอนยากมากกกกกกกกกกกกกก ในบางเรื่อง เช่น ภาษาไทย คุณแม่สอนเขาคำเดิมๆ ง่ายๆ เช่น "วันเกิด" แปลว่า birthday เป็นเวลา 1 ปี พูดเรื่อยๆ ไม่ได้พูดทุกวัน เขาก็ยังต้องคุณแม่ว่าวันเกิดภาษาอังกฤษแปลว่าอะไร ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือ การเล่นกีฬา น้องเล่นเทนนิส เปลี่ยนโค๊ชมา 4 คน เพราะแต่ละบ่นว่า เขาสอนเรื่องเดิมๆ พูดซ้ำๆ เป็นปีๆ น้องเขาก็ไม่ยอมเปลี่ยนวิธีการเล่นที่ถูก คือมีนิสัยตีลูกแบบไหนก็ตีแบบเดิม ไม่คิดจะเปลี่ยนหรือแก้ไข เล่นกีฬาไปวันๆ พอให้จบวันไปหลังเลิกเรียน คุณแม่ถามน้องเขาว่าชอบเล่นเทนนิสมั้ย เขาบอกว่าชอบมาก แต่พอลงสนามตีแบบเหม่อๆ บางทียังไม่รู้เลยว่าตัวเองเล่นแพ้ไปแล้ว แต้มตัวเองได้เท่าไรไม่รู้ ถึงเวลาตัวเองต้องเป็นฝ่ายเสริฟ น้องก็ไม่รู้ เพราะใจลอยไปไหนไม่ทราบถือไม่สนใจสิ่งที่ตนเองกำลังเล่นอยู่ พอเราบอกว่าให้เลิกเล่น และถามว่าชอบเล่นกีฬาอะไร เขาก็บอกเทนนิส คือคุณแม่ไม่เข้าใจ เพราะสมัยเด็กคุณแม่เคยเล่นปิงปอง แบบชอบมาก ไม่กิน ไม่เหนื่อย ไม่พัก นี่คือคนที่ชอบเล่นกีฬาจริงๆ ควรจะเป็นแบบนี้ แต่ลูกเราตรงกันข้าม
สรุปเลยคิดว่าลูกเราน่าจะมีปัญหาด้านสมาธิ แต่นิสัยบางอย่างกับตรงกันข้ามมาก เช่น
1. น้องรักการอ่านมาก อ่านหนังสือ Harry Potter ทุกภาคเป็นภาษาอังกฤษแบบต่อเนื่อง มีเสียงดังรบกวน น้องก็สามารถอ่านต่อได้ ไปโรงเรียนก็จะพกหนังสือเด็กลักษณะแบบ Harry Potter เป็นภาษาอังกฤษไปอ่านด้วยเกือบทุกครั้งและอ่านได้นานมาก เล่มหนา 3 นิ้ว คุณแม่ยังยอม ตาลายคะ คงอ่านไม่ไหว
2. ชอบต่อจิ๊กซอ และLego คือมีสะสมเยอะมาก ตั้งแต่แบบของเด็กจนเป็นแบบของผู้ใหญ่ แบบพันชิ้นน้องเขาก็นั่งต่อมาแล้ว
3. ดูสารคดี หนัง ได้เป็นวันๆ โดยลืมกินข้าวกลางวัน เพราะเพลิน ไม่เคยหลับเวลากลางวัน นอกจากป่วย กินยา จะนอนพัก นอกนั้นคือดูทีวีได้แบบไม่ง่วง ไม่พัก เคยแอบย่องไปดูเขา ตาเขานิ่งมีสมาธิมาก จ้องที่ทีวี เก็บรายละเอียดทุกอย่างของหนังได้ดี
4. เล่นเกมส์ Xebox เกมส์ ยากๆ ที่ผู้ใหญ่อย่างเราหาทางออกไม่ได้ หรือเล่นได้แค่นี้ เขาจะเล่นต่อให้เราแก้สมการ ให้ได้ คือต้องยอมรับว่าเล่นเกมส์ต่างๆ ดาวโหลดมาเถอะ เขาใช้เวลา 10 นาทีในการเวริ์คเอาท์ว่าเกมส์นี้เล่นแบบไหน ต้องทำอะไรบ้าง
คือสรุป ลูกดิฉันเป็นโรคสมาธิสั้นมั้ยคะ อุปนิสัยบางอย่างมันช่างตรงข้ามกับอาการของโรค ช่วยแนะนำด้วยค่ะ และขอบคุณล่วงหน้าทุกความเห็นนะคะ หากมีการพิมพ์ตก พิมพ์ หรือ สะกดผิด ต้องขอโทษด้วยค่ะ
ไม่แน่ใจว่าลูกตัวเองเป็นโรค โรคสมาธิสั้น (ADHD) หรือไม่ ช่วยวิเคราะห์หน่อยคะ
เรื่องการเรียน ผลการเรียนที่อังกฤษออกมาก็อยู่ในอันดับทอป 5 ของห้อง คณิตคิดเลขได้เร็วกว่าคุณแม่มาก สมองถือว่าพัฒนาเกินอายุตนเอง เช่นตอนเขาอยู่ ป 4 จะสามารถเข้าใจหนังสือของ ป 6 และทำข้อสอบแบบผ่านเลยไม่ตก - อันนี้คุณครูที่อังกฤษเคยวัดระบบ คุณพ่อคุณแม่ ก็ภูมิใจในตัวน้อง
ทีนี้ปัญหาเกิดขึ้น 2.5-3.5 ปีที่แล้วจนถึงปัจจุบันโดยประมาณโดยที่คุณแม่ไม่เอะใจ เพราะคิดว่าก็แค่เขาเป็นเด็ก พอโตขึ้นคงหาย ปัญหาคือ
1. น้องเขาไม่ชอบสบตา คือ สนใจอย่างอื่นในขณะที่เรากำลังพูดด้วย เช่น ครู อาจารย์ โคชที่สอนน้องว่ายน้ำหรือเล่นเทนนิส เวลาสอน หรือพูดกับน้อง น้องจะมองไปที่อื่น เช่นมองนก ต้นไม้ คนรอบข้าง พอเราถามว่าเขาฟังอยู่มั้ย เขาบอกได้ยินและฟังอยู่ ซึ่งพออาจารย์ถามกลับเขาก็ตอบได้ว่าพูดอะไร ซึ่งเราก็คิดแค่ว่าเขาก็แค่เป็นเด็ก แต่ในทางมารยาทถือว่าไม่ดี เวลาผู้ใหญ่พูดควรสบตา ฝรั่งไทย ถือมาก
2. น้องขี้ลืมมาก ในบางเรื่อง โดยเฉพาะการอาบน้ำ แปลงฟัน ทำการบ้าน (เคยได้รับโทรศัพท์จาก รร ว่าน้องไม่ทำการบ้าน) จะบอกว่าขี้เกียจก็ว่าได้ คือตั้งแต่น้องเขาเริ่มแปลงฟันได้เองตั้งแต่อายุราวๆ 2 ขวบ จนถึงปัจจุบัน คุณแม่ยังต้องถามเขาว่าแปลงฟังหรือยัง เพราะบางทีคุยกับเขาก็จะมีกลิ่นปาก คำตอบคือยัง พูดและสอนน้องเขาด้วยเหตุผลว่าต้องแปลงฟันทุกช้าและก่อนอน การแปลงฟันดีอย่างไร สรุปคือน้องเขาก็เออออไปกับเราบอกไม่ลืมแล้ว วันต่อมาก็ลืมอีก ทุกวันนี้ก็ยังต้องถามกันว่าแปลงฟันหรือยัง ก็จะได้คำตอบว่ายัง จนเริ่มดุ จากดุ เป็นตี ก็ไม่ได้ผล คือทำแค่ 1 วัน หลังจากนั้นก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีก
* คุณแม่เริ่มคิดมากและเครียด จึงไปซื้อหนังสือมากอ่าน สารพัดวีธีที่จะเข้าใจลูก โดยฝรั่งให้ใช้คำว่า please remember to... มากกว่าคำว่า Don't forget to... เราก็ลองทำ แต่เมื่อเช้านี้ ก็ยังไม่แปลงฟันอยู่ดี หลังๆ เริ่มโกหก เช่นบอกว่าอาบน้ำแล้ว พอเราเดินไปในห้องน้ำพื้นแห้งสนิท เลยถามเขาอีกครั้งว่าอาบน้ำหรือยังเขาบอกอาบแล้ว เราถามต่อว่า แน่ใจนะ เขาเงียบและบอกว่าความจริงว่ายังไม่อาบ คือเริ่มโกหก
3. สอนยากมากกกกกกกกกกกกกก ในบางเรื่อง เช่น ภาษาไทย คุณแม่สอนเขาคำเดิมๆ ง่ายๆ เช่น "วันเกิด" แปลว่า birthday เป็นเวลา 1 ปี พูดเรื่อยๆ ไม่ได้พูดทุกวัน เขาก็ยังต้องคุณแม่ว่าวันเกิดภาษาอังกฤษแปลว่าอะไร ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือ การเล่นกีฬา น้องเล่นเทนนิส เปลี่ยนโค๊ชมา 4 คน เพราะแต่ละบ่นว่า เขาสอนเรื่องเดิมๆ พูดซ้ำๆ เป็นปีๆ น้องเขาก็ไม่ยอมเปลี่ยนวิธีการเล่นที่ถูก คือมีนิสัยตีลูกแบบไหนก็ตีแบบเดิม ไม่คิดจะเปลี่ยนหรือแก้ไข เล่นกีฬาไปวันๆ พอให้จบวันไปหลังเลิกเรียน คุณแม่ถามน้องเขาว่าชอบเล่นเทนนิสมั้ย เขาบอกว่าชอบมาก แต่พอลงสนามตีแบบเหม่อๆ บางทียังไม่รู้เลยว่าตัวเองเล่นแพ้ไปแล้ว แต้มตัวเองได้เท่าไรไม่รู้ ถึงเวลาตัวเองต้องเป็นฝ่ายเสริฟ น้องก็ไม่รู้ เพราะใจลอยไปไหนไม่ทราบถือไม่สนใจสิ่งที่ตนเองกำลังเล่นอยู่ พอเราบอกว่าให้เลิกเล่น และถามว่าชอบเล่นกีฬาอะไร เขาก็บอกเทนนิส คือคุณแม่ไม่เข้าใจ เพราะสมัยเด็กคุณแม่เคยเล่นปิงปอง แบบชอบมาก ไม่กิน ไม่เหนื่อย ไม่พัก นี่คือคนที่ชอบเล่นกีฬาจริงๆ ควรจะเป็นแบบนี้ แต่ลูกเราตรงกันข้าม
สรุปเลยคิดว่าลูกเราน่าจะมีปัญหาด้านสมาธิ แต่นิสัยบางอย่างกับตรงกันข้ามมาก เช่น
1. น้องรักการอ่านมาก อ่านหนังสือ Harry Potter ทุกภาคเป็นภาษาอังกฤษแบบต่อเนื่อง มีเสียงดังรบกวน น้องก็สามารถอ่านต่อได้ ไปโรงเรียนก็จะพกหนังสือเด็กลักษณะแบบ Harry Potter เป็นภาษาอังกฤษไปอ่านด้วยเกือบทุกครั้งและอ่านได้นานมาก เล่มหนา 3 นิ้ว คุณแม่ยังยอม ตาลายคะ คงอ่านไม่ไหว
2. ชอบต่อจิ๊กซอ และLego คือมีสะสมเยอะมาก ตั้งแต่แบบของเด็กจนเป็นแบบของผู้ใหญ่ แบบพันชิ้นน้องเขาก็นั่งต่อมาแล้ว
3. ดูสารคดี หนัง ได้เป็นวันๆ โดยลืมกินข้าวกลางวัน เพราะเพลิน ไม่เคยหลับเวลากลางวัน นอกจากป่วย กินยา จะนอนพัก นอกนั้นคือดูทีวีได้แบบไม่ง่วง ไม่พัก เคยแอบย่องไปดูเขา ตาเขานิ่งมีสมาธิมาก จ้องที่ทีวี เก็บรายละเอียดทุกอย่างของหนังได้ดี
4. เล่นเกมส์ Xebox เกมส์ ยากๆ ที่ผู้ใหญ่อย่างเราหาทางออกไม่ได้ หรือเล่นได้แค่นี้ เขาจะเล่นต่อให้เราแก้สมการ ให้ได้ คือต้องยอมรับว่าเล่นเกมส์ต่างๆ ดาวโหลดมาเถอะ เขาใช้เวลา 10 นาทีในการเวริ์คเอาท์ว่าเกมส์นี้เล่นแบบไหน ต้องทำอะไรบ้าง
คือสรุป ลูกดิฉันเป็นโรคสมาธิสั้นมั้ยคะ อุปนิสัยบางอย่างมันช่างตรงข้ามกับอาการของโรค ช่วยแนะนำด้วยค่ะ และขอบคุณล่วงหน้าทุกความเห็นนะคะ หากมีการพิมพ์ตก พิมพ์ หรือ สะกดผิด ต้องขอโทษด้วยค่ะ