เรารักกันหรือฉันคิดมากไป?

ต้องขอบอกก่อนนะคะว่าเราเพิ่งสมัครสมาชิกแล้วเพิ่งตั้งกระทู้นี้กระทู้แรกค่ะ
สำนวนหรือการเว้นวรรคอาจจะแย่หน่อยนะคะ เราเขียนไม่เก่ง
ที่เรามาตั้งกระทุ้นี้เราอยากถามทุกๆคนค่ะว่าเขาคิดกับเรายังไง

ทุกเรื่องราวและทุกคำพูดเป็นเรื่องจริงนะคะ ไม่ได้เสริมหรือเติมแต่ง แต่เราขอไม่เล่าละเอียดเหมือนกับเหตุการณ์จริงๆนะคะเพราะมันเยอะมาก

อะ..เข้าเรื่องนะคะ
ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนนะคะว่าเราเป็นผู้หญิงที่ใจร้อน ขี้โวยวาย ขี้หงุดหงิด ไม่ชอบให้ใครมาเซ้าซี้โดยเฉพาะผู้ชายที่ตามจีบนะคะ
เราไม่ใช่คนสวยหรอกค่ะแต่ก็พอมีผู้ชายมาแวะเวียนบ้างแต่เราก็ปิดโอกาสไปทุกรายเพราะคิดว่าเราไม่ชอบตั้งแต่แรกไม่รู้จะคุยกันไปทำไม
นี่แหละค่ะ นิสัยวู่วามที่เราเป็น แต่สิ่งหนึ่งที่เรามั่นใจคือเราเป็นคนมีเหตุผลมากๆค่ะ
ไม่เข้าเรื่องง่ายๆ เข้าเรื่องเลยละกันค่ะ 5555555

เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อช่วงเดือนมิถุนาที่ผ่านมามีเพื่อนผช.ที่คณะทักไลน์เรามาค่ะ (มีเรื่องที่ทำให้เขาต้องทักมา เอาเป็นว่าไม่เล่าดีกว่าโนะ เปลืองพื้นที่เปล่าๆ)
เราก็คุยกับเขาค่ะหยอกล้อกันเป็นปกติ อ้อ เรากับเขาค่อนข้างจะสนิทกันอยู่แล้วนะคะ ที่สนิทกันเพราะตอนปีหนึ่งที่เราเข้ามหาลัยคือด้วยความที่เป็นเด็ก  จังหวัดค่ะ พี่ชายเรา (พี่ชายคนนี้เป็นลูกพี่ลูกน้องกับเราค่ะ เขาเรียนในกรุงเทพมาตั้งแต่ม.ปลายแล้ว) เขารู้จักกับเพื่อนผช.คนนี้เพราะเป็นรุ่นน้องที่รร.เก่า เขาก็ฝากเราไว้กับไอ้คนนี้แหละค่ะเพราะเขาเห็นว่าไว้ใจได้ เวลาเราเดือดร้อนอะไรเราก็ให้นายคนนี้ช่วยตลอด ซึ่งเขาไม่เคยล่วงเกินหรือทำอะไรเราในทางฉันชู้สาวเลยนะคะ (เรามีเพื่อนผญ.ที่สนิทด้วยนะเออ แต่ขอไม่พูดถึงค่ะเพราะเรื่องมันเกี่ยวกะเราและเขา555555)
เขาเป็นผู้ชายใจเย็น มีเหตุผล เอาใจเก่ง และที่สำคัญเจ้าชู้มากค่ะ ตามประสาลูกคุณหนูในกรุงเทพแหละค่ะ สาวๆนี่ติดตรึม
เพราะเหตุผลที่เขาเจ้าชู้นี่แหละค่ะทำให้ผู้หญิงอย่างเราไม่เคยคิดเกินเลยกับเขาเลย เราไม่ชอบผช.เจ้าชู้ค่ะ เกลียดเลยก็ว่าได้
แต่..
ในฐานะเพื่อนเราก็ไม่ได้อคติอะไรค่ะ เขาคุยกับเราทุกวันค่ะ เราอ่านไม่ตอบไปหลายรอบแต่เขาก็หาเรื่องที่จะคุยต่อจนได้
คุยกันไปหยอกล้อกันไปมาทั้งในไลน์และต่อหน้าก็ราวๆสองเดือนเห็นจะได้มั้งคะ
เวลาเจอหน้ากันเราก็มีหยอกเหย้าถึงตัวกันบ้างเพราะไม่คิดอะไร ยังไงก็คือเพื่อน เราคิดมาตลอดเลย
จนมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ทางคณะของมหาลัยที่เราเรียนได้จัดกิจกรรมขึ้นกันในคณะค่ะ เรากับเขาก็มีโอกาสเจอกันมากขึ้น คุยกันมากกว่าเดิมจากที่มากกว่าอยู่แล้ว
เวลาการทำงานไหนที่ติดขัดเขาก็จะบอกให้เราใจเย็นๆและอยู่ข้างเราเสมอค่ะ ไม่ว่าเราจะเผชิญกับเหตุการณ์อะไรเขาจะอยู่ข้างๆเราตลอด
เรื่องของกินนี่ไม่ต้องห่วงค่ะ เขาแทบจะประเคนให้เลย เขาก็ทำอย่างนี้กับเราตลอดมานะคะ แต่ตอนนั้นเราไม่คิดอะไรหรอกค่ะ ในหัวมีแต่งานกับงาน
จนวันนึงระหว่างการทำงานเพื่อนๆก็จับกลุ่มนั่งเม้าท์ค่ะ
"ๆ รู้ป้ะว่าไอ้ซันมันมีแฟนแล้วนะเว้ย" เราก็ผงะเล็กน้อยค่ะ ตอนนั้นความรู้สึกเหมือนโดนไม้ตีแสกหน้า แต่ยังค่ะ เรายังไม่รู้ตัว
"มันจะมีแฟนหรือห่าเหวอะไรก็ช่างมันดิ แต่พวกเมิงอ่ะมาทำงานได้แล้ว นั่งเม้าท์กันเมื่อไหร่จะเสร็จ" เราก็นิสัยขี้โวยวายน่ะค่ะเลยผลุดออกไป แต่เพื่อนๆก็เข้าใจแหละค่ะว่าเรานิสัยงี้ 5555555
"เออมายด์(นามสมมติ) เมิงกะไอ้ซันเป็นไรกันวะ กิ๊กกันอยู่เหรอ"
"กิ๊กบ้าบอคอแตกดิ เพื่อนกัน กรูบอกว่าทำงาน ไร้สาระเยอะล่ะนะพวกเมิง" เราสวนกลับไปทันควันค่ะละรีบเบี่ยงประเด็น แต่ยังค่ะ ยังไม่รู้ตัวอีกตามเคย แต่ก็ทำงานต่อ ตอนนั้นร่างกายเราทำงานก็จริงค่ะแต่จิตใจนี่เกิดคำถามเกี่ยวกับเรื่องซันเต็มไปหมดแล้วค่ะ มันไปจีบกันตอนไหนวะอะไรยังงทำไมตูไม่รู้เรื่อง
ด้วยนิสัยใจร้อนค่ะ หยิบโทรศัพท์ ส่งไลน์ไปหาเลยค่ะ "เมิงมีกิ๊ก?" .......

เราเป็นคนพูดหยาบค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ
ต่อเลยดีกว่านะคะ จะได้เข้านอนเลย 55555555

พอเราไลน์ไปถามเขาอย่างนั้นคำตอบที่เราได้คือว่างเปล่าค่ะ เขาเบี่ยงเบนประเด็น เราก็ไม่รู้ว่าเขาจะทำอย่างนี้ทำไมในเมื่อเราก็เป็นเพื่อนกันค่ะ
เราเลยส่งกลับไปว่า (เราขอเล่าเป็นบทสนทนานะคะ น่าจะง่ายกว่า)
"เมิงไม่คิดจะบอกกรูสักคำ?"
"กรูป่าว เมิงอยู่ไหนจะกลับห้องยัง เดี๋ยวกรูไปรับพาไปส่งที่ห้อง"
"ไม่ต้องมา"
"มายด์เมิงอย่าแบบนี้ดิ กลับเองอันตรายนะดึกแล้ว"
"กรูมีมือมีเท้ากรูกลับของกรูเองได้"
ค่ะ ตามที่เห็นเลย เราไม่ฟังอะไรแล้วค่ะ รู้แค่ว่ารู้สึกโกรธ แต่ตอนนั้นคิดแค่ว่าเราโกรธเพราะเขาปิดบังเราค่ะ เราปิดเครื่องโทรศัพท์เลยค่ะแล้วก็กลับห้อง พอถึงห้องก็หงุดหงิด งานที่อาจารย์สั่งก็ทำไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้สักอย่างเลยค่ะ คราวนี้เลยตัดสินใจอาบน้ำนอน
ตื่นเช้ามาเราเปิดเครื่องโทรศัพท์ค่ะ ทีนี้แจ้งเตือนเข้าจนเราตกใจเลยค่ะว่ามีตายรึปล่าว 5555555555555

เราเปิดดูไลน์เท่าน้นแหละค่ะ เจ้าเดิมเขาส่งมาเยอะมาก เมิงเป็นไร ถึงห้องยัง ทำอะไรอยู่ พรุ่งนี้ให้กรูไปรับมั้ย นู่นนี่นั่นบลาๆ
เราตอบกลับไปว่า "ไม่เป็นไร" ตอนนั้นคือไม่มีอารมณ์จะคุยดีๆ
หลังจากนั้นเราก็คุยกันเหมือนเดิมนะคะ แต่เราตอบสั้นมาก เขาถามคำเราตอบคำ เราไม่ให้เขามาเจอหน้าคุยกันแค่ทางไลน์ เขาถามบ่อยครั้งว่าเราเป็นอะไรแต่เราก็ปฏิเสธตลอด จนหลังๆมาเขาเริ่มไม่ถามแล้วค่ะ เริ่มคุยกันน้อยลง เขาก็ดูรักแฟนมากด้วย จากสเตตัสการถ่ายรูปคู่หรืออะไร
เราได้แต่นั่งดูไปหงุดหงิดไป ประชดประชันเขาบ่อยขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่เคยถามตัวเองเลยก็คือ เรารู้สึกยังไงกับเขาค่ะ

จนมาถึงวันที่กิจกรรมของคณะได้สิ้นสุดลงไปได้ด้วยดี เราๆชาวคณะก็ไปเลี้ยงฉลองเป็นเรื่องปกติค่ะ
วันนั้นเป็นการเจอหน้าซันครั้งแรกหลังจากที่เราหลบหน้าเขามาตลอด แต่พอเจอกันเราก็ยังปกตินะคะ หยอกล้อเหมือนเดิม
เขาก็พาเราไปหาอะไรทานแล้วก็พาเราปส่งที่ห้องเหมือนเดิมค่ะ
การเลี้ยงฉลองของเรายังไม่ได้ไปในทันทีหรอกนะคะเพราะว่าเรามีทริปที่จะไปต่างจังหวัดค่ะ พวกเรารอให้สอบไฟนอลเสร็จแล้วค่อยไปกันค่ะ ถือโอกาสทั้งเที่ยวและก็ฉลอง
ระหว่างนั้นเรากับซันก็ยังคุยไลน์กันปกติค่ะ
แต่ที่ไม่ปกติก็คือลักษณะการคุยของซันจะเฉาๆลง สถานะทางไลน์ก็ไม่มีอะไรอัพเดตเลย เราก็ไม่ได้สงสัยอะไรนะคะ
ตอนนั้นก็ยอมรับว่าไม่ได้คิดถึงเรื่องซันมีแฟนแล้ว คิดอย่างเดียวคือเราคุยกันในฐานะเพื่อน
จนก่อนวันที่จะไปปายสองสามวัน เราก็เห็นเขาเฉาๆดูไม่ค่อยจะตื่นเต้นกับการไปเที่ยวฉลองเลย (ปกติเขาเป็นผู้ชายดื่มอยู่แล้วค่ะ สูบบุหรี่ด้วย ชอบเที่ยวอีกต่างหาก)
เราก็เลยไลน์ถามว่า "เมิงเป็นไร?" เราไม่ได้คำตอบค่ะแต่เขาเบี่ยงเบนประเด็นไปคุยเรื่องอื่นอย่างที่เคยทำ
ไอ้เราก็ไม่ยอมแพ้ค่ะก็เพื่อนนี่โนะ "ไม่บอกก็ไม่เป็นไร ไปเที่ยวฉลองกะพวกกรูนะ นะซันน้าาาา"
เขาก็อ่านแล้วก็เงียบไปสักพักค่ะ แล้วก็ตอบเรามาว่า "ดูก่อน"
เราไม่ยอมแพ้อีกครั้งค่ะ เราก็อ้อนต่อเลยด้วยตอนนั้นอยากให้เพื่อนร่าเริงเหมือนเดิม ย้ำนะคะว่าตอนนั้นคิดแค่เพื่อน 55555555
จนในที่สุดเขาก็ไปค่ะ ....

วันที่เราเดินทางไปปาย ระหว่างการเดินทางนั้นเราก็สนุกกับเพื่อนๆก็ไม่ได้คุยหรือใกล้ชิดกับซันมากนัก
ส่วนการคุยไลน์เรายังคุยกันค่ะแม้จะอยู่ต่อหน้า แต่เรากับเขาก็จะตอบช้ามากๆเพราะไม่ได้จับโทรศัพท์มากนัก
จนถึงปายค่ะ เราพักกันเป็นแบบรีสอร์ทแฝดค่ะ สองหลังติดกันมีพื้นที่บริเวณร่วมกันคงนึกออกนะคะ หลังนึงผู้ชายอีกหลังผู้หญิงค่ะ
พอตกดึกมาเราก็มาปิ้งย่างกัน เหล้าเบียร์ไม่ต้องพูดถึงค่ะ เพียบเลย...
เราเป็นคนที่ดื่มเหล้า เบียร์ สปายหรืออะไรก็แล้วแต่เราไม่เมาค่ะ คอแข็งใช้ได้ค่ะ
ในการนั่งเรามีเพื่อนสนิทผญ.นั่งขนาบข้างสองคนค่ะ บรรยากาศมืดๆปิดไฟหมดนะคะ แล้วก็นั่งกับพื้นมีเสียงกีต้าร์จากเพื่อนผช.แล้วก็เพื่อนผญ.ที่ช่วยกันดีดเกลาและร้องเพลงออกมาทำให้บรรยากาศสนุกขึ้น
ส่วนซันเขานั่งถัดไปจากเพื่อนผญ.ที่นั่งข้างเราอีกทีค่ะ
วันนั้นยอมรับเลยค่ะว่าเราเพลียมากจริง เราทั้งง่วงทั้งเหนื่อยทั้งเมื่อยตัว แต่ก็อยากฉลองกับเพื่อนๆ
เหล้าดื่มไปประมาณแก้วที่สี่ตาเราก็ปรือๆแล้วค่ะ แต่เรายังนั่งไหว แต่ตอนนั้นทั้งหัวและเปลือกตามันเหมือนก้อนหินเลยค่ะ
เราก็ร้องเพลงตามเพื่อนๆไปบ้างสลับกับโม้กับเพื่อนข้างๆบ้าง รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง จนเพื่อนผญ.ที่นั่งใกล้ซันเขาลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำค่ะ
คราวนี้หล่ะค่ะ ซันเขาก็ขยับมานั่งข้างเรา แล้วก็ยื่นหน้ามาถามอะไรเราสักอย่างแต่ด้วยความที่เพื่อนๆร้องเพลงกันเสียงดัง เราเลยไม่ได้ยินเขา
ซันยื่นหน้ามาที่คอเราเลยค่ะเรียกได้ว่าห่างกันไม่ถึงคืบ แต่เราก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเบลอๆอยู่
เขามาถามเราว่าหนาวไหม คือตอนนั้นหนาวมากค่ะเราเลยยื่นหน้าไปตอบบ้าง แต่มันไม่ใช่การตอบแบบธรรมดาน่ะสิคะ
กลายเป็นว่าพอเราหันหน้าจะไปตอบเขา จมูกเราดันชนกับแก้มเขาพอดีค่ะ เราเลยขอโทษไปแล้วก็บอกว่าหนาว
เขาก็ถามต่อว่าทนไหวมั้ย ไปเดินเล่นมั้ย คราวนี้เราไม่ตอบค่ะเรานั่งฟังเพื่อนร้องเพลงนิ่งๆ แต่ตาใกล้จะปิดสนิทแล้วค่ะ
จู่ๆเราก็รู้สึกถึงมือที่คืบคลานเข้ามาใต้แขนเราผ่านขาเราไป นึกในใจว่าใช่แน่ๆ
และจริงๆค่ะ คำตอบคือใช่
ซันจับมือเราค่ะ จับในลักษณะที่ประสานกันไว้ เราได้แต่อึ้งๆค่ะไม่กล้าพูดอะไร เพราะถ้าเอะอะโวยวายเพื่อนๆต้องรู้แน่
เราเลยตัดสินใจจะลุกขึ้นไปที่อื่นแต่ซันเขาก็บีบมือเราไว้แน่นมาก ไม่ยอมปล่อยเลย เราเลยไปไม่ได้
ขอเล่าบทสนทนาอีกนะคะ

"เมิงเมาแล้ว จะไปไหน" แหม่ ถามมาได้กรูจะไปห่างๆจากเมิงไงงงง 555555 ในใจคิดงี้แต่ความจริงไม่ตอบค่ะ
"หนาวไหม ไหวรึปล่าว จะไปไหนเดี๋ยวกรูพาไป" ไม่ไปกับเมิงงงงงงงงงง ว้ากกกกกก 55555555 ตอนนั้นเสียงเขาขรึมมากค่ะ ดูเครียดๆ บุหรี่ที่อัดเข้าไปก็ไม่ใช่น้อยๆ เรานั่งสังเกตมานานแล้ว
"เมิงเครียดอะไร" เราตัดสินใจถามเขาค่ะ เราหันหน้าไปหาเขาตรงๆเลย แต่ฤทธิ์เหล้าสิคะมันทำให้เรามองตรงไม่ได้ 55555555 เลยกลายเป็นว่าเราเอาหัวพิงกับไหล่เขาไว้
"ป่าว" .....อีกแล้ว
"ทำไมมีอะไรไม่เคยเล่าไม่เคยบอกกรูเลย กรูไม่น่าไว้ใจเหรอ กรูดูแย่จนเมิงไม่กล้าพูดอะไรๆกับกูเลยเหรอ" ทีนี้เราโวยวายค่ะ ด้วยนิสัยปกติยิ่งพอบวกตอนเมาอีกเราเสียงดังมากค่ะ เพื่อนๆก็ตกใจจนหันมาสนใจพวกเรา ทีนี้ซันลุกขึ้นแล้วกระชากเราค่ะ แต่ไม่ถือว่าแรงมาก คงจะกระชากให้เราลุกขึ้นตาม
ทีนี้เขาก็พาเราไปนั่งที่ลานกว้างๆมีม้านั่งแต่ปลอดคน เขาก็ไปยืนสูบบุหรี่โดยไม่พูดอะไรสักคำ ตอนนั้นจำได้ว่าเรานี่ไม่ไหวแล้ว เราเลยนอนลงไปกับม้านั่งเลยค่ะหลับไปเลย ตื่นมาอีกทีเราก็หนุนอยู่บนขาเขาแล้วค่ะ เราเลยลุกขึ้นนั่ง
"ดีขึ้นยัง" เขาถามมาเราก็พยักหน้า พอเห็นอย่างนั้นเขาก็ลุกขึ้นไปสูบบุหรี่อีกค่ะ เราจำไม่ได้ว่าเราหลับไปนานแค่ไหน ระหว่างนั้นเขาสูบบุหรี่ไปกี่มวน แต่เท่าที่เราเห็นเขาสูบแทบจะยี่สิบนาทีครั้งเห็นจะได้ วันนั้นเขาดูดมากจริงๆค่ะ เราก็เริ่มไม่พอใจแล้วจะสูบอะไรกันนักกันหนา แล้วลากกรูมาทำไมไม่พูดอะไรสักคำ เราเริ่มโกรธจ้าาาาาาา
"ถ้ามันอร่อยมากเมิงก็ต้มกินแทนดูดเลยดิ" คำตอบคือเงียบค่ะ แล้วก็สูบต่อไป เรานี่ก็อึ้ง ทำไมเขาเปลี่ยนไป ทำไมดูห่างเหินจัง เราเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ เราโกรธมากเลยค่ะทีนี้ ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปค่ะ มีเซๆนิดๆแต่ก็ยังพอไหว เดินไม่สนใจอะไรแล้วค่ะ แต่ก็ได้ยินเสียงเขาเดินตามมา ก็นะ ไอ้ผู้ชายมันก็ก้วเร็วกว่าผญ.อยู่แล้ว เขาคว้าแขนเราแล้วก็โอบเดินไปส่งถึงห้องถึงที่นอนค่ะ เราไม่มีอะไรที่เกินเลยนอกจากจับมือกันนะคะ

พักแปปค้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  มหาวิทยาลัย ชีวิตวัยรุ่น ความรักวัยรุ่น Hurt Room
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่