เอเจนซีส์ - กลุ่มติดอาวุธ IS ต้องการออกสกุลเงินใช้ภายในดินแดนที่ควบคุมอยู่ โดยสื่ออังกฤษ เดลิเมล รายงานว่า กลุ่มติดอาวุธมุสลิมสุหนี่ต้องการนำสกุลเงินเหรียญดีนาร์ทองคำและเงินที่เก่าแก่มาปัดฝุ่นใช้อีกครั้ง
เดลิเมล สื่ออังกฤษ รายงานเมื่อวานนี้(10)ว่า ความเคลื่อนไหวล่าสุดของกลุ่ม IS ที่มีแผนการต้องการมีสกุลเงินของตนเองเพื่อใช้ภายในดินแดนที่ทางกลุ่มเข้ายึดครอง โดยมีแผนที่จะนำสกุลเงินเหรีญญดีนาร์ทองคำและเงินที่เก่าแก่ของอิสลามนำกลับมาใช้อีกครั้ง เป็นหนึ่งในความพยายามล่าสุดที่จะสถาปนารัฐอิสลามที่มีคอลิฟะห์เป็นผู้นำในตะวันออกกลางให้ได้
ทั้งนี้สื่อังกฤษรายงานเพิ่มเติมว่า ทาง IS ต้องการนำสกุลเงินดีนาร์ดั้งเดิม ที่เป็สกุลเงินที่ใช้ในอารยธรรมอิสลามเมื่อเริ่มแรก ซึ่งผู้นำทางศาสนาของอิรักได้ประกาศข่าวนี้กลางมัสยิดในเมืองโมซูล และในจังหวัดนิเนเวห์ อิรัก
สกุลเงินดีนาร์ดั้งเดิมนั้นเป็นเหรียญทองคำบริสุทธิและเหรียญเงินบริสุทธิ ซึ่งในปัจจุบันนี้สกุลเงินดีนาร์ถูกใช้อย่างแพร่หลายในหลายประเทศแต่โลหะที่ทำเป็นเหรียญนั้นไม่ใช่โลหะที่มีมูลค่าเหมือนเช่นในอดีต
แต่มีความเข้าใจว่ากลุ่ม IS ต้องการที่จะนำสกุลเงินดีนาร์ทองและเงิน กลับมาใช้อีกครั้ง ซึ่งสกุลเงินดีนาร์ถูกใช้ครั้งแรกในสมัยการปกครองของคอลิฟะห์ฮฺอุสมาน (Caliphate of Uthman ) ในช่วงปี ค.ส 634
แต่แรกเริ่มเหรียญทองดีนาร์นั้นมีน้ำหนักโลหะทองคำราว 4.3 กรัม และเหรีญญเงินที่มีชื่อเรียกว่า “ ดีร์ฮาม ” มีน้ำหนักโลหะเงิน 3 กรัม ซึ่งเหรียญทั้งสองนี้เป็นรูปทรงกลม ด้านหนึ่งสลักข้อความเกี่ยวกับศาสนาอิสลาม และอีกด้านหนึ่งแสดงข้อมูลวันที่ผลิต และชื่อของผู้ปกครองที่ครอบครองดินแดนของสกุลเงิน
เดลิเมล รายงานต่อว่า ในขณะที่กลุ่มติดอาวุธยังไม่ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการถึงการประกาศใช้สกุลเงินใหม่นี้ แต่โลกโซเชียลมีเดียได้เเผยแพร่ว่า ผู้นำศาสนาในอิรักได้ประกาศแผนการใช้สกุลเงินดินาร์กับผู้เข้าร่วมพิธีทางศาสนาในสยิดในเมืองโมซูล และในจังหวัดนิเนเวห์ อิรักเมื่อไม่นานมานี้
โดยเชื่อกันว่า กลุ่ม IS มีแผนที่จะใช้สกุลเงินใหม่นี้ในดินแดนที่อยู่ในการควบคุมของทางกลุ่มซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในยุทธศาสตร์การรบกับโลกตะวันตก
นอกจากนี้ สื่อังกฤษยังรายงานเพิ่มเติมว่า คาดว่าหากทางกลุ่มต้องการเริ่มใช้สกุลเงินใหม่นี้จริง จะสามารถนำมาใช้ได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยจะเปลี่ยนจากดีนาร์ธรรมดา และลิรา(Lira) มาเป็นดีนาร์ทองและดีร์ฮามเงิน
ในเดือนที่ผ่านมา IS ได้สร้างความตกตะลึงไปทั่วเมื่อมีการเปิดเผยว่า มีรายได้ถึงวันละ 1 ล้านดอลลาร์จากการขายน้ำมันในตลาดมืดเพียงอย่างเดียว โดยนำน้ำมันที่อยู่ในดินแดนครอบครองทั้งในอิรัก และซีเรีย ขายให้กับกลุ่มลักลอบค้าน้ำมันเถื่อน
เดวิด โคเฮน(David Cohen) ผู้อยู่ในแวดวงการเงินได้ให้ความเห็นถึงสถานภาพทางการเงินของ IS ว่า นอกจากมีรายได้จากการขายน้ำมันในตลาดมืดแล้ว กลุ่มติดอาวุธยังได้รับบริจาคจำนวนหลายหลานดอลลาร์ต่อเดือนจากเศรษฐีที่สนับสนุนในอุดมการณ์ของกลุ่ม รวมไปถึง รายได้จากทางอื่นที่มาจากการขู่กรรโชกด้วยอาวุธ หรือการลักพาตัว เช่น การยึดธนาคารหลังจากบุกยึดเมือง และล่าสุดตั้งด่านเก็บค่าธรรมเนียมข้ามแดนระหว่างตุรกี และซีเรีย
โคเฮนยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2014 กลุ่ม IS มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านดอลลาร์จากเงินค่าไถ่ที่ได้รับหลังการปล่อยตัวชาวต่างชาติที่ได้จับตัวไว้
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9570000130036
เปิดยุทธการสู้ตะวันตก “IS เตรียมออกสกุลเงินใช้เอง”
เอเจนซีส์ - กลุ่มติดอาวุธ IS ต้องการออกสกุลเงินใช้ภายในดินแดนที่ควบคุมอยู่ โดยสื่ออังกฤษ เดลิเมล รายงานว่า กลุ่มติดอาวุธมุสลิมสุหนี่ต้องการนำสกุลเงินเหรียญดีนาร์ทองคำและเงินที่เก่าแก่มาปัดฝุ่นใช้อีกครั้ง
เดลิเมล สื่ออังกฤษ รายงานเมื่อวานนี้(10)ว่า ความเคลื่อนไหวล่าสุดของกลุ่ม IS ที่มีแผนการต้องการมีสกุลเงินของตนเองเพื่อใช้ภายในดินแดนที่ทางกลุ่มเข้ายึดครอง โดยมีแผนที่จะนำสกุลเงินเหรีญญดีนาร์ทองคำและเงินที่เก่าแก่ของอิสลามนำกลับมาใช้อีกครั้ง เป็นหนึ่งในความพยายามล่าสุดที่จะสถาปนารัฐอิสลามที่มีคอลิฟะห์เป็นผู้นำในตะวันออกกลางให้ได้
ทั้งนี้สื่อังกฤษรายงานเพิ่มเติมว่า ทาง IS ต้องการนำสกุลเงินดีนาร์ดั้งเดิม ที่เป็สกุลเงินที่ใช้ในอารยธรรมอิสลามเมื่อเริ่มแรก ซึ่งผู้นำทางศาสนาของอิรักได้ประกาศข่าวนี้กลางมัสยิดในเมืองโมซูล และในจังหวัดนิเนเวห์ อิรัก
สกุลเงินดีนาร์ดั้งเดิมนั้นเป็นเหรียญทองคำบริสุทธิและเหรียญเงินบริสุทธิ ซึ่งในปัจจุบันนี้สกุลเงินดีนาร์ถูกใช้อย่างแพร่หลายในหลายประเทศแต่โลหะที่ทำเป็นเหรียญนั้นไม่ใช่โลหะที่มีมูลค่าเหมือนเช่นในอดีต
แต่มีความเข้าใจว่ากลุ่ม IS ต้องการที่จะนำสกุลเงินดีนาร์ทองและเงิน กลับมาใช้อีกครั้ง ซึ่งสกุลเงินดีนาร์ถูกใช้ครั้งแรกในสมัยการปกครองของคอลิฟะห์ฮฺอุสมาน (Caliphate of Uthman ) ในช่วงปี ค.ส 634
แต่แรกเริ่มเหรียญทองดีนาร์นั้นมีน้ำหนักโลหะทองคำราว 4.3 กรัม และเหรีญญเงินที่มีชื่อเรียกว่า “ ดีร์ฮาม ” มีน้ำหนักโลหะเงิน 3 กรัม ซึ่งเหรียญทั้งสองนี้เป็นรูปทรงกลม ด้านหนึ่งสลักข้อความเกี่ยวกับศาสนาอิสลาม และอีกด้านหนึ่งแสดงข้อมูลวันที่ผลิต และชื่อของผู้ปกครองที่ครอบครองดินแดนของสกุลเงิน
เดลิเมล รายงานต่อว่า ในขณะที่กลุ่มติดอาวุธยังไม่ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการถึงการประกาศใช้สกุลเงินใหม่นี้ แต่โลกโซเชียลมีเดียได้เเผยแพร่ว่า ผู้นำศาสนาในอิรักได้ประกาศแผนการใช้สกุลเงินดินาร์กับผู้เข้าร่วมพิธีทางศาสนาในสยิดในเมืองโมซูล และในจังหวัดนิเนเวห์ อิรักเมื่อไม่นานมานี้
โดยเชื่อกันว่า กลุ่ม IS มีแผนที่จะใช้สกุลเงินใหม่นี้ในดินแดนที่อยู่ในการควบคุมของทางกลุ่มซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในยุทธศาสตร์การรบกับโลกตะวันตก
นอกจากนี้ สื่อังกฤษยังรายงานเพิ่มเติมว่า คาดว่าหากทางกลุ่มต้องการเริ่มใช้สกุลเงินใหม่นี้จริง จะสามารถนำมาใช้ได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยจะเปลี่ยนจากดีนาร์ธรรมดา และลิรา(Lira) มาเป็นดีนาร์ทองและดีร์ฮามเงิน
ในเดือนที่ผ่านมา IS ได้สร้างความตกตะลึงไปทั่วเมื่อมีการเปิดเผยว่า มีรายได้ถึงวันละ 1 ล้านดอลลาร์จากการขายน้ำมันในตลาดมืดเพียงอย่างเดียว โดยนำน้ำมันที่อยู่ในดินแดนครอบครองทั้งในอิรัก และซีเรีย ขายให้กับกลุ่มลักลอบค้าน้ำมันเถื่อน
เดวิด โคเฮน(David Cohen) ผู้อยู่ในแวดวงการเงินได้ให้ความเห็นถึงสถานภาพทางการเงินของ IS ว่า นอกจากมีรายได้จากการขายน้ำมันในตลาดมืดแล้ว กลุ่มติดอาวุธยังได้รับบริจาคจำนวนหลายหลานดอลลาร์ต่อเดือนจากเศรษฐีที่สนับสนุนในอุดมการณ์ของกลุ่ม รวมไปถึง รายได้จากทางอื่นที่มาจากการขู่กรรโชกด้วยอาวุธ หรือการลักพาตัว เช่น การยึดธนาคารหลังจากบุกยึดเมือง และล่าสุดตั้งด่านเก็บค่าธรรมเนียมข้ามแดนระหว่างตุรกี และซีเรีย
โคเฮนยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2014 กลุ่ม IS มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านดอลลาร์จากเงินค่าไถ่ที่ได้รับหลังการปล่อยตัวชาวต่างชาติที่ได้จับตัวไว้
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9570000130036