ก่อนอื่น...ต้องออกตัวเลย กระทู้นี้ เป็นการตั้งกระทู้แรก ถ้าผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ

เรื่องของเรื่อง...ก็แค่อยากมาระบาย...ขอความคิดเห็น...กับปัญหาชีวิตที่เกิดขึ้น
พอดีได้ดูข่าวเต๋อ+พีค แล้วมันช่างเข้ากับชีวิตตัวเองเหลือเกิน แค่เหมือนที่คบกันมานาน แต่ไม่ได้อินเท่าเต๋อรักพีคเลย เพราะคู่ของเรา มันคงเลยจุด ของคำว่า”รัก” ไปแล้ว ที่เป็นอยู่คือความผูกพัน และความห่วงใย ที่ตัดกันไม่ขาดเสียที
เราชื่อเอม แฟนเราชื่อว่าพี่ที เอมกับพี่ทีอายุห่างกัน 6 ปีค่ะ ตอนนี้เอม 30 พี่ที 36 แล้วค่ะ
เอมกับพี่ทีรู้จักกัน เพราะได้มาทำงานบริษัทฯเดียวกัน นับจากวันนั้น จนถึงวันนี้ ก็ระยะเวลาก็เกือบ 9 ปีกว่าและค่ะ
ตอนแรกที่รู้จักพี่ที ก็รู้ทันทีนะ ว่าพี่เค้าชอบเรา พี่เค้าจีบเรา โดยการส่ง SMS มาหาบ้าง, E-Mail บ้าง เรียกว่าส่ง เช้า, กลางวัน ,เย็นเลย (สมัยเกือบ 10 ปีที่แล้ว ไม่มี LINE เน๊อะ)
อาสาขับรถไปรับไปส่งมหาลัย (ตอนนั้นเรียนอยู่ ปี3), ไปรับไปส่งบ้าน (ออกตัวเลย บ้านเราจน อยู่ในสลัม – ส่วนบ้านพี่เค้ามีพร้อมทุกอย่าง ค่อนข้างรวยเลย มีพี่น้องหลายคน, อยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ มีพ่อแม่ ปู่ยาตายาย พี่ป้าน้าอาครบ อันนี้เราเพิ่งเราเพิ่งมารู้ทีหลังนะคะ ว่าเค้ามีฐานะ เพราะเค้าเพิ่งพาเราไปเจอที่บ้านเค้า หลังจากที่คบกันได้ 3-4 ปีค่ะ)
และประจวบเหมาะกับเราเพิ่งเลิกกับแฟนเก่า (ที่นิสัยเจ้าชู้มากกกกกกกกก...แต่รักเรามาก) ช่วงนั้นแฟนเก่าจะง้อ...จะอะไรเราสารพัดก็ไม่ได้สนใจ สนใจแต่พี่ที ซึ่งเค้าดูดจริงจัง มีอนาคต มีหน้าที่การงานที่ดี เป็นที่รักของเพื่อน ๆ และคนรอบข้าง เข้ากับคนง่าย และเรามั่นใจมากว่าเค้า”ไม่เจ้าชู้” และจะไม่ทำให้เราเสียใจ ทุกอย่างมันเลยกลายเป็นข้อเปรียบเทียบกับแฟนเก่า ซึ่งตอนนั้นเรียนจบ ขี้เบื่อ หางานทำไม่เป็นหลักเป็นแหล่ง ล่องลอย ขี้เบื่องาน แต่มีดีที่เหลืออยู่อย่างเดียวคือเค้ารักเรามาก แต่ตอนนั้นเราก็มองไม่เห็นคุณค่าความรักของเค้าหรอก เลยจบกับแฟนเก่าไม่สวยเท่าไหร่เลยค่ะ ทั้งที่ไม่อยากให้เป็น...
ในระยะเวลา 3 เดือนแรก เป็นระยะเวลาที่พิเศษสุด ๆ ก็ไม่รู้สิว่ามันพิเศษยังไง แต่แค่รู้สึกมีความสุขมากกว่าที่เป็นก็เท่านั้นเอง พี่เค้าไปรับ-ไปส่ง ไปเที่ยวไหนก็พาเราไปนั่งกินกับเพื่อน ๆ เค้าด้วย ก็สนุกเฮฮา...แต่เค้าไม่เคยแนะนำนะคะ ว่าเรามาในฐานะแฟนกัน...จนเหมือนปล่อยให้ใคร ๆ ค่อยรับรู้ไปเอง ว่าเป็นแฟนกัน
แต่หลังจาก 3 เดือนนั้นมา เรื่องราวทุกอย่างมันก็เปลี่ยน....เร็วมากไปม่ะ (หรือที่เค้าเรียกกันว่าสันดานเอ้ย!!!ลายออก)
ต้องบอกก่อน นิสัยพี่ที เค้าเป็นผู้ชายที่ไม่โรแมนติก, ไม่เซอร์ไพร์ซ, ไม่เอาใจ, ไม่ชอบเที่ยว (2คน), ติดเพื่อน, ติดงาน, ติดบุหรี่,ติดสังคม,ติดเหล้า, ไม่ตามใจเรา,ชอบเอาชนะ (ด้วยเหตุผลสารพัดที่จะขุดขึ้นมาแย้งได้)
จำได้ แค่ 2 ครั้งเองมั้ง ที่ได้ดอกไม้จากเค้า คืองานรับปริญญา, กับวาเลนไทน์ปีแรก
จำได้ว่า 3 เดือนที่คบกัน พี่ทีเคยพูดว่า ไม่เกิน 3 ปี เราคงได้แต่งงานกันเป็นแน่ (แต่นี่เข้าปีที่ 10 แล้ว) ก็ยังใช้สถานะ "แฟน" เหมือนเดิม
แต่"แฟน"ในที่นี้ ก็คือ"เมีย" ที่ยังไม่ได้แต่งงานค่ะ เอมย้ายออกมาอยู่กับพี่ที หลังจากเรียนมหาลัยจบ. โดยบอกพ่อกับแม่ว่า ออกมาอยู่กับเพื่อน และใกล้ที่ทำงาน ทั้งที่ความเป็นจริง

ไกลมากกกกกก...พ่อ แม่เอม ก็เป็นห่วงนะคะ เพราะเราเป็นลูกคนเดียว และเค้าก็หัวโบราณมากด้วย แต่เราก็ทำให้เค้าไว้ใจ จนเค้าปล่อยเราออกมาให้เราได้เผชิญชีวิต ปัญหามันเริ่มเกิด เริ่มแรกเอมต้องบอกเลยค่ะ ว่าเอมผิดเอง อย่างที่บอกนิสัยพี่ทีไป พี่ทีเค้าเริ่มติดงาน, ติดเพื่อน, และติดวงเหล้า,ติดบุหรี่มาก (เพราะงานเค้าเครียดอ่ะค่ะ เค้าอ้างว่างั้น) เค้าก็ออกไปสังสรรค์กับเพื่อนทุกเย็น...เน้น...ทุกเย็น เค้าก็เอาเอมไปด้วยนะคะ ไปนั่งฟังเค้าพูดคุยเรื่องงานกัน ไปทีแรกมันก็ OK อยุ่อ่ะค่ะ แต่พอทุกวัน ๆ ซึ่งเราก็ไม่รู้จะคุยอะไร เพราะมันเป็นศัพท์ทางด้านงานเค้า ก็ได้แต่นั่งอยู่ข้าง ๆ กินกับข้าว นั่งดมควันบุหรี่ และนั่งฟังเค้าสนทนากันไปเรื่อย ๆ เลิกกินบางทีตี 2 – 3 ตี 5 ต้องตื่นมาทำงานแล้วค่ะ (อย่างที่บอกตอนคบกันแรก ๆ ที่อยู่เราไกลจากบริษัทฯมากค่ะ แต่ไม่ขอบอกที่ไหนแล้วกัน ) เป็นอย่างนี้ซ้ำ ๆ อยู่เป็นปีค่ะ แต่เราก็บอกตัวเองว่าเราเลือกแล้ว เราทนได้ ไม่เป็นไร เค้ายังรับที่เราเป็นเราได้เลย (รับเราได้ในที่นี้คือเราพาให้เค้าไปเห็นสภาพบ้านพ่อแม่ที่เราอยู่...ตอนนั้นก็ดูเหมือนเค้าอึ้ง ๆ ยังไม่ได้เข้าไปพบพ่อแม่ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร...และก็คบกันต่อมาแบบปกติ) แต่ใจจริง ๆ มันก็เกิดอาการเริ่มเบื่อขึ้นมาในใจ ตอนนั้นที่เอมอยู่กับพี่ที เอมลืมการติดต่อกับเพื่อนไปเลยค่ะ ไม่ได้ติดต่อกันเลย จึงหันไปโทรคุยกับแฟนเก่า ด้วยแฟนเก่าเป็นคนที่ติดเราต่างกับพี่ทีไง ก็ด้วยอยากระบาย เพราะอึดอัด และเหงา จนพี่ทีเค้าจับได้ค่ะ วันนั้นทั้งวัน เค้าไม่พูดกับเราเลย ความรู้สึกเราตอนนั้น มันกระอักกระอ่วน เหมือนเราทำผิดร้ายแรง เรากลัวเสียเค้าไปมาก เพราะตอนนั้นถามว่ารักพี่ทีมั้ย ตอบได้เลยค่ะ ว่ารักมาก เค้าถามว่าทำไมทำกับเค้าแบบนี้ เราก็บอกว่าเราเบื่อที่พี่ทีติดเพื่อน ติดวงเหล้า เค้าก็เลยย้อนเรากลับมาว่า เบื่อและต้องสวมเขาให้เค้าด้วยหรอ เราอึ้งค่ะ ไปไม่ถูก ตอนนั้นยอมรับว่ารักเค้ามากค่ะ ไม่อยากเสียเค้าไป เราก็ได้แต่นั่งนิ่งไม่รู้จะพูดอะไร ก็เพราะเราผิดจริงๆ ก็เลยขอโทษเค้า แล้วก็บอกว่า “แล้วแต่พี่แล้วกันว่าจะให้อภัยเอมมั้ย เอมยอมรับว่าเอมแค่กลับไปคุย ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น” ตอนนั้นเอมก็ไม่รู้ว่าพี่ทีคิดไรอยู่ พี่ทีก็พูดออกมาว่า” อย่าให้มีคราวหน้าอีก พี่ไม่ชอบ”
เดี๋ยวมาต่อ...รอแพร๊บบบบ...งานเข้า...
ไปต่อ...หรือ...พอเถอะ????
เรื่องของเรื่อง...ก็แค่อยากมาระบาย...ขอความคิดเห็น...กับปัญหาชีวิตที่เกิดขึ้น
พอดีได้ดูข่าวเต๋อ+พีค แล้วมันช่างเข้ากับชีวิตตัวเองเหลือเกิน แค่เหมือนที่คบกันมานาน แต่ไม่ได้อินเท่าเต๋อรักพีคเลย เพราะคู่ของเรา มันคงเลยจุด ของคำว่า”รัก” ไปแล้ว ที่เป็นอยู่คือความผูกพัน และความห่วงใย ที่ตัดกันไม่ขาดเสียที
เราชื่อเอม แฟนเราชื่อว่าพี่ที เอมกับพี่ทีอายุห่างกัน 6 ปีค่ะ ตอนนี้เอม 30 พี่ที 36 แล้วค่ะ
เอมกับพี่ทีรู้จักกัน เพราะได้มาทำงานบริษัทฯเดียวกัน นับจากวันนั้น จนถึงวันนี้ ก็ระยะเวลาก็เกือบ 9 ปีกว่าและค่ะ
ตอนแรกที่รู้จักพี่ที ก็รู้ทันทีนะ ว่าพี่เค้าชอบเรา พี่เค้าจีบเรา โดยการส่ง SMS มาหาบ้าง, E-Mail บ้าง เรียกว่าส่ง เช้า, กลางวัน ,เย็นเลย (สมัยเกือบ 10 ปีที่แล้ว ไม่มี LINE เน๊อะ)
อาสาขับรถไปรับไปส่งมหาลัย (ตอนนั้นเรียนอยู่ ปี3), ไปรับไปส่งบ้าน (ออกตัวเลย บ้านเราจน อยู่ในสลัม – ส่วนบ้านพี่เค้ามีพร้อมทุกอย่าง ค่อนข้างรวยเลย มีพี่น้องหลายคน, อยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ มีพ่อแม่ ปู่ยาตายาย พี่ป้าน้าอาครบ อันนี้เราเพิ่งเราเพิ่งมารู้ทีหลังนะคะ ว่าเค้ามีฐานะ เพราะเค้าเพิ่งพาเราไปเจอที่บ้านเค้า หลังจากที่คบกันได้ 3-4 ปีค่ะ)
และประจวบเหมาะกับเราเพิ่งเลิกกับแฟนเก่า (ที่นิสัยเจ้าชู้มากกกกกกกกก...แต่รักเรามาก) ช่วงนั้นแฟนเก่าจะง้อ...จะอะไรเราสารพัดก็ไม่ได้สนใจ สนใจแต่พี่ที ซึ่งเค้าดูดจริงจัง มีอนาคต มีหน้าที่การงานที่ดี เป็นที่รักของเพื่อน ๆ และคนรอบข้าง เข้ากับคนง่าย และเรามั่นใจมากว่าเค้า”ไม่เจ้าชู้” และจะไม่ทำให้เราเสียใจ ทุกอย่างมันเลยกลายเป็นข้อเปรียบเทียบกับแฟนเก่า ซึ่งตอนนั้นเรียนจบ ขี้เบื่อ หางานทำไม่เป็นหลักเป็นแหล่ง ล่องลอย ขี้เบื่องาน แต่มีดีที่เหลืออยู่อย่างเดียวคือเค้ารักเรามาก แต่ตอนนั้นเราก็มองไม่เห็นคุณค่าความรักของเค้าหรอก เลยจบกับแฟนเก่าไม่สวยเท่าไหร่เลยค่ะ ทั้งที่ไม่อยากให้เป็น...
ในระยะเวลา 3 เดือนแรก เป็นระยะเวลาที่พิเศษสุด ๆ ก็ไม่รู้สิว่ามันพิเศษยังไง แต่แค่รู้สึกมีความสุขมากกว่าที่เป็นก็เท่านั้นเอง พี่เค้าไปรับ-ไปส่ง ไปเที่ยวไหนก็พาเราไปนั่งกินกับเพื่อน ๆ เค้าด้วย ก็สนุกเฮฮา...แต่เค้าไม่เคยแนะนำนะคะ ว่าเรามาในฐานะแฟนกัน...จนเหมือนปล่อยให้ใคร ๆ ค่อยรับรู้ไปเอง ว่าเป็นแฟนกัน
แต่หลังจาก 3 เดือนนั้นมา เรื่องราวทุกอย่างมันก็เปลี่ยน....เร็วมากไปม่ะ (หรือที่เค้าเรียกกันว่าสันดานเอ้ย!!!ลายออก)
ต้องบอกก่อน นิสัยพี่ที เค้าเป็นผู้ชายที่ไม่โรแมนติก, ไม่เซอร์ไพร์ซ, ไม่เอาใจ, ไม่ชอบเที่ยว (2คน), ติดเพื่อน, ติดงาน, ติดบุหรี่,ติดสังคม,ติดเหล้า, ไม่ตามใจเรา,ชอบเอาชนะ (ด้วยเหตุผลสารพัดที่จะขุดขึ้นมาแย้งได้)
จำได้ แค่ 2 ครั้งเองมั้ง ที่ได้ดอกไม้จากเค้า คืองานรับปริญญา, กับวาเลนไทน์ปีแรก
จำได้ว่า 3 เดือนที่คบกัน พี่ทีเคยพูดว่า ไม่เกิน 3 ปี เราคงได้แต่งงานกันเป็นแน่ (แต่นี่เข้าปีที่ 10 แล้ว) ก็ยังใช้สถานะ "แฟน" เหมือนเดิม
แต่"แฟน"ในที่นี้ ก็คือ"เมีย" ที่ยังไม่ได้แต่งงานค่ะ เอมย้ายออกมาอยู่กับพี่ที หลังจากเรียนมหาลัยจบ. โดยบอกพ่อกับแม่ว่า ออกมาอยู่กับเพื่อน และใกล้ที่ทำงาน ทั้งที่ความเป็นจริง
เดี๋ยวมาต่อ...รอแพร๊บบบบ...งานเข้า...