คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 5
เคยไปดูงานเกษตรแฟรื ที่ ม.เกษตร
มีผลงานวิจัยเรื่องการใช้หลอดไฟ LED ช่วยในการเจริญเติบโตของพืช
ซึ่งเค้ากำลังทำการวิจัย ว่าการให้แสงจากหลอดไปได้ผลจริง
แต่ก็ต้องให้ภายในเวลาที่เหมาะสมกับธรรมชาติของพืช
เช่น วันหนึ่งพืชจะสามารถสังเคราะห์แสงได้ไม่เกินกี่ชั่วโมง เป็นต้น
โดยมีการควบคุมและตั้งเวลาที่ให้แสงที่เหมาะสมกับชนิดของพืชนั้นๆ
ไม่ใช่เปิดไฟไว้ 24 ชั่วโมง แล้วให้พืชสังเคราะห์แสงตลอดเวลา จะได้โตเร็วๆ
ซึ่งตามธรรมชาติแล้วพืชก็ต้องมีการพักผ่อน(หยุดการสังเคราะห์แสง)บ้าง
ก็คงเหมือนกับคนเรา ถ้าทำงาน 24 ชั่วโมง ก็คงอยู่ได้ไม่นานแน่ๆ
แล้วการใช้แสงจากหลอดไฟ LED จะมีประโยชน์อย่าไร
ก็ได้คำตอบว่า การให้แสงช่วยได้มากในกรณีที่พื้นที่ปลูกพืชนั้น
อาจได้รับแสงจากธรรมชาติไม่เพียงพอ หรือไม่ต่อเนื่อง
เช่น มีฝนตกนาน ๆ ไม่เห็นแดดเลย หลายวัน
หรือบางประเทศมีไม่คอยจะมีแดดมากนัก
หรือเราต้องการปลูกพืชภายในอาคารที่ไม่มีแสงแดดเลย
ซึ่งจุดนี้แหละที่เราจะควบคุมการให้แสงด้วยหลอด LED ได้
หากพืชได้แสงที่สม่ำเสมอ ไม่มีวันหยุด (แต่มีเวลาพักผ่อนด้วยนะ)
ก็เรียกว่าการสังเคราะห์เต็มประสิทธิภาพ ผลผลิตที่ได้ก็จะดีตามมานั่นเอง
มีผลงานวิจัยเรื่องการใช้หลอดไฟ LED ช่วยในการเจริญเติบโตของพืช
ซึ่งเค้ากำลังทำการวิจัย ว่าการให้แสงจากหลอดไปได้ผลจริง
แต่ก็ต้องให้ภายในเวลาที่เหมาะสมกับธรรมชาติของพืช
เช่น วันหนึ่งพืชจะสามารถสังเคราะห์แสงได้ไม่เกินกี่ชั่วโมง เป็นต้น
โดยมีการควบคุมและตั้งเวลาที่ให้แสงที่เหมาะสมกับชนิดของพืชนั้นๆ
ไม่ใช่เปิดไฟไว้ 24 ชั่วโมง แล้วให้พืชสังเคราะห์แสงตลอดเวลา จะได้โตเร็วๆ
ซึ่งตามธรรมชาติแล้วพืชก็ต้องมีการพักผ่อน(หยุดการสังเคราะห์แสง)บ้าง
ก็คงเหมือนกับคนเรา ถ้าทำงาน 24 ชั่วโมง ก็คงอยู่ได้ไม่นานแน่ๆ
แล้วการใช้แสงจากหลอดไฟ LED จะมีประโยชน์อย่าไร
ก็ได้คำตอบว่า การให้แสงช่วยได้มากในกรณีที่พื้นที่ปลูกพืชนั้น
อาจได้รับแสงจากธรรมชาติไม่เพียงพอ หรือไม่ต่อเนื่อง
เช่น มีฝนตกนาน ๆ ไม่เห็นแดดเลย หลายวัน
หรือบางประเทศมีไม่คอยจะมีแดดมากนัก
หรือเราต้องการปลูกพืชภายในอาคารที่ไม่มีแสงแดดเลย
ซึ่งจุดนี้แหละที่เราจะควบคุมการให้แสงด้วยหลอด LED ได้
หากพืชได้แสงที่สม่ำเสมอ ไม่มีวันหยุด (แต่มีเวลาพักผ่อนด้วยนะ)
ก็เรียกว่าการสังเคราะห์เต็มประสิทธิภาพ ผลผลิตที่ได้ก็จะดีตามมานั่นเอง
สมาชิกหมายเลข 5255546 ถูกใจ, Heritage ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1886947 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1204761 ถูกใจ, สายไหมนุ่มนิ่ม ถูกใจ, manorch ถูกใจ, คลอโรพลาสต์ ถูกใจ, Pongkm ถูกใจ, นั่งหลบมุมห้อง ถูกใจ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 14
ไม่ได้ว่านะครับ แต่อ่านคำตอบของหลายคน เหมือนทุกคนลืมพื้นฐานชีววิทยา สมัยมอปลายหรือเปล่า
ง่าย ๆ ในพืช มีรงควัตถุ ซึ่งก็คือคลอโรฟิลล์
คลอโรฟิลล์ มีทั้งคลอโรฟิลล์ เอ และ บี
คลอโรฟิลล์ เอ ดูดกลืนแสงได้ดีที่สุดคือ 420-460 nm คือในช่วงแสงสีน้ำเงิน
คอลโรฟิลล์ บี ดูดกลืนแสงได้ดีที่สุดคือ 630-660 nm คือในช่วงแสงสีแดง
ดังนั้นการที่คุณบอกว่า หลอด LED ที่มีการใส่ Spectrum LED แดง-น้ำเงิน เลียนแบบแสงอาทิตย์
จึงเป็นสมมุติฐานที่สมเหตุสมผลครับผม
เพราะปกติ ก็มีการใช้หลอดไฟ ฟลูออเรสเซนต์ ในการเร่งการเจริญของพืชหรือสาหร่าย มานานแล้วครับ
เพียงแต่ หลอดไฟทั่วไปนั่น อยุ่ในช่วงกว้างที่เรียกว่า visible light (390-700 nm) ไม่ใช่ช่วงสเป็คตรัมที่ดูดกลืนได้ดีที่สุด
แต่อย่างไรก็ตาม คลอโรฟิลล์ก็สามารถดูดกลืนแสงที่ความถี่กว้าง ๆ เหล่านี้ได้ครับ
ในการทดลองเช่นเลี้ยงสาหร่ายใน หรือพืช จึงต้องมีการเพิ่มระยะเวลาในการเปิดหลอดฟลูออเรสเซนต์ให้นานขึ้นครับ
ง่าย ๆ ในพืช มีรงควัตถุ ซึ่งก็คือคลอโรฟิลล์
คลอโรฟิลล์ มีทั้งคลอโรฟิลล์ เอ และ บี
คลอโรฟิลล์ เอ ดูดกลืนแสงได้ดีที่สุดคือ 420-460 nm คือในช่วงแสงสีน้ำเงิน
คอลโรฟิลล์ บี ดูดกลืนแสงได้ดีที่สุดคือ 630-660 nm คือในช่วงแสงสีแดง
ดังนั้นการที่คุณบอกว่า หลอด LED ที่มีการใส่ Spectrum LED แดง-น้ำเงิน เลียนแบบแสงอาทิตย์
จึงเป็นสมมุติฐานที่สมเหตุสมผลครับผม
เพราะปกติ ก็มีการใช้หลอดไฟ ฟลูออเรสเซนต์ ในการเร่งการเจริญของพืชหรือสาหร่าย มานานแล้วครับ
เพียงแต่ หลอดไฟทั่วไปนั่น อยุ่ในช่วงกว้างที่เรียกว่า visible light (390-700 nm) ไม่ใช่ช่วงสเป็คตรัมที่ดูดกลืนได้ดีที่สุด
แต่อย่างไรก็ตาม คลอโรฟิลล์ก็สามารถดูดกลืนแสงที่ความถี่กว้าง ๆ เหล่านี้ได้ครับ
ในการทดลองเช่นเลี้ยงสาหร่ายใน หรือพืช จึงต้องมีการเพิ่มระยะเวลาในการเปิดหลอดฟลูออเรสเซนต์ให้นานขึ้นครับ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
การเร่งโตของพืชด้วยหลอดไฟทำได้จริงหรือไม่ และถ้าทำได้จริงมันมีกลไกการทำงานอย่างไร
พอไปหาๆ ดูก็มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องการใส่ Spectrum LED แดงน้ำเงินเลียนแบบแสงอาทิตย์
ซึ่งน่าจะทำได้จริงแต่ก็สงสัยว่า เบื้องหลังกลไก ของมันเป็นอย่างไร
แล้วมีตัวอย่างการทดลอง ที่เป้นรูปธรรมแบบ เก็บตัวเลข เทียบอัตราการเจริญเติบโตให้ดูไหม
หรือคำค้นที่เหมาะสม สำหรับหาเรื่องนี้ เป็นภาษาอังกฤษ