ใช้เวลา45วัน นับจากวันที่12 ‘บวรศักดิ์’เผย ตัวตุ๊กตารธน.
“พรเพชร” เซ็นคำสั่งเรียกประชุม สนช.นัดพิเศษ 12 พ.ย. ดีเดย์นับหนึ่ง เดินเครื่องถอดถอน “ยิ่งลักษณ์”
ฐานละเลยคดีจำนำข้าว “หมอเจตน์” แจงฐานความผิดครบถ้วน เร่งตีกรอบตั้งคณะ กมธ.ซักถาม-พิจารณา
คำขอเพิ่มพยานผู้ถูกถอดถอน อีก 2 สัปดาห์เริ่มขั้นตอนแถลงเปิดคดี-สอบพยาน-ปิดคดี คาด 30-45 วัน
รู้ผลชี้ขาด ป.ป.ช.เซ็ง กก.ร่วม อสส.ไร้ข้อสรุปสำนวนคดีอาญาทุจริตจำนำข้าว ยื่นคำขาดหารือนัดหน้าต้อง
มีคำตอบ ด้าน “ไพบูลย์” ห่วงปมถอดถอนนักการเมือง-ร่าง รธน.ปลุกคลื่นใต้น้ำป่วน จำเป็นงัดมาตรการ
เข้มปราม 11 พ.ย. กมธ.ยกร่างฯหารือกรอบยกร่าง รธน. ตั้งอนุ กมธ. 8 คณะเก็บข้อมูล “บวรศักดิ์” แย้ม
รธน.แบ่ง 4 ภาค วางกลไกให้แก้ยากหมวดกษัตริย์และประชาชนกับหมวดศาลและนิติธรรม โวยเลิกปรามาส
เหล้าเก่าในขวดใหม่
สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กำหนดวันเริ่มต้นกระบวนการพิจารณาถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อ
ดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีละเลยไม่ยับยั้งความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวแล้ว โดยนายพรเพชร
วิชิตชลชัย ประธาน สนช.มีคำสั่งเรียก
<
<
<
“วรงค์” งง อสส.ไม่เห็นปมทุจริต
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีคณะทำงานร่วมระหว่าง
อสส.และ ป.ป.ช.ไม่สามารถหาข้อสรุปการสั่งฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯได้ว่า ทั้งงง
และสงสัยเหมือนที่สังคมไทยสงสัยว่า เหตุใดเรื่องนี้จึงยากเย็นที่จะสรุป ทั้งที่มีข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์
ชัดเจนแล้วว่าความเสียหายมหาศาลเกิดขึ้นอย่างน้อย 7 แสนล้านบาท ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกฯระบุ หรือที่ทีดีอาร์ไอระบุว่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาท หากไม่สามารถขายข้าวในโกดังรัฐ
ได้หมดใน 10 ปี หรือ อสส.มองไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นที่มีการทุจริตซับซ้อน น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ เป็น
ประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ผู้ควบคุมกำกับดูแลบริหารนโยบาย และแต่งตั้งบุคคล
ไปดูแล จะไม่เกี่ยวข้องได้อย่างไร ส่วนที่ อสส.จะให้สอบพยานเพิ่ม ครั้งสุดท้ายจำได้ว่ายื่นเพิ่มพยาน
ถึง 50 ปาก หากจะสอบให้ครบทุกคนไม่รู้ว่าคดีนี้จะจบปีไหน ป.ป.ช.ระบุว่าให้สอบเพิ่มบางคนได้ แต่
ไม่ใช่ทั้งหมด หวังว่าการประชุมร่วมนัดหน้าคงจะหาข้อสรุปให้สังคมได้ หาก อสส.ยังยืนยันว่าไม่ฟ้องก็
บอกให้ชัด ต้องชี้แจงให้เคลียร์ เราอยู่ในยุคการปฏิรูป เพื่อ ป.ป.ช.จะได้ยื่นฟ้องเอง<
<
<
<
12 พ.ย.นับหนึ่งกระบวนการสอย
นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิก สนช.ในฐานะวิป สนช. กล่าวถึงกรณีที่ประชุม สนช.บรรจุวาระ
การถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เข้าสู่ที่ประชุม สนช.ในวันที่ 12 พ.ย.ว่า
การประชุม สนช.ในวันที่ 12 พ.ย. ถือเป็นการเริ่มต้นนับหนึ่งการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่
ต้องมาพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับเรื่องไว้พิจารณาเหมือนกรณีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์
อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภาอีกแล้ว เพราะนายพรเพชร
วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ได้ใช้วินิจฉัยรับเรื่องการถอดถอนดังกล่าวไว้แล้ว เนื่องจากกรณีของ
น.ส.ยิ่งลักษณ์มีความชัดเจนเรื่องฐานความผิดครบถ้วน ไม่ต้องให้ที่ประชุม สนช.ช่วยพิจารณาอีก
ในวันที่ 12 พ.ย. จะมีการวางกรอบการทำงาน โดยตั้งคณะกรรมาธิการชุดหนึ่งขึ้นมา เรียกว่า
คณะกรรมาธิการซักถามมีประมาณ 5-7 คน ทำหน้าที่เป็นองค์คณะในการซักถามคำถามและข้อ
สงสัยต่างๆต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ คณะกรรมการ ป.ป.ช. รวมถึงพยานบุคคล
ต่างๆในที่ประชุม แทนสมาชิก สนช.ทุกคน เพราะตามระเบียบข้อบังคับการประชุม สมาชิก สนช.
ไม่มีอำนาจในการซักถาม หากใครมีข้อสงสัย อยากจะซักถามอะไรต้องถามผ่านคณะกรรมาธิการ
ชุดดังกล่าว
ขีดเส้น 30–45 วันรู้ผลเชือด
นพ.เจตน์กล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุม สนช. จะพิจารณาข้อเรียกร้องต่างๆของ น.ส.ยิ่งลักษณ์
หากมีการร้องขอมา เช่น การขอให้สอบพยานบุคคลหรือเอกสารเพิ่มเติมที่ ป.ป.ช.ไม่ได้ดำเนินการ
ให้ หากมีการร้องขอมา ที่ประชุม สนช.จะพิจารณาว่าจะอนุมัติให้หรือไม่ ส่วนใหญ่แล้วจะอนุมัติให้
ตามที่ร้องขอ เพื่อให้ความเป็นธรรม ทั้งนี้หลังจากมีการประชุมนัดแรกในวันที่ 12 พ.ย.แล้ว จากนั้น
อีก 2 สัปดาห์จะเริ่มต้นกระบวนการใน 3 ขั้นตอนคือ 1.การแถลงเปิดคดีของฝ่าย ป.ป.ช.และ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งจะมาด้วยตัวเองหรือส่งตัวแทนมาก็ได้ 2.ที่ประชุมสนช.จะเรียกพยานและบุคคล
ที่เกี่ยวข้องมาให้การต่อที่ประชุม สนช. 3.การแถลงปิดสำนวนคดีของ ป.ป.ช.และ น.ส.ยิ่งลักษณ์
ทั้งสามขั้นตอนดังกล่าว จะใช้เวลาประมาณ 30-45 วัน หลังจากนั้นอีก 3 วัน ที่ประชุม สนช.จะลง
มติเรื่องการถอดถอน ซึ่งต้องใช้คะแนนเสียง 3 ใน 5 คน ของจำนวนสมาชิก สนช. ทั้งหมด ซึ่งใน
วันที่ 11 พ.ย. จะมีการประชุมวิป สนช. เพื่อวางกรอบเบื้องต้นในการประชุมวันที่ 12 พ.ย.
เร่งสปีดไม่รอผลสรุป ป.ป.ช.–อสส.
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ประชุม สนช.จะต้องรอผลการประชุมคณะทำงานร่วมระหว่าง ป.ป.ช.กับอัยการสูงสุด
ในสำนวนคดีอาญาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์กรณีจำนำข้าวมาประกอบการพิจารณาของที่ประชุม สนช. หรือ
ไม่ นพ.เจตน์ตอบว่า ไม่จำเป็นต้องรอ เพราะเรื่องที่คณะทำงาน ป.ป.ช.กับอัยการสูงสุดพิจารณาอยู่
เป็นสำนวนคดีอาญา ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่ประชุม สนช.จะพิจารณา ซึ่งเป็นสำนวนการถอดถอน เป็นคนละ
เรื่องกัน จึงไม่จำเป็นต้องรอข้อสรุปของคณะทำงานร่วม ป.ป.ช.และอัยการสูงสุด และการไม่รอข้อสรุป
ของคณะทำงานร่วมไม่ถือเป็นการเร่งรีบรวบรัด เพราะเป็นคดีคนละส่วนกัน สนช.ทำงานตามขั้นตอนอยู่แล้ว
ป.ป.ช.เซ็ง กก.ร่วมไร้ข้อสรุปคดีข้าว
วันเดียวกัน นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานฝ่าย ป.ป.ช.ในการ
หารือร่วมกับคณะทำงานฝ่ายอัยการสูงสุด เพื่อหาข้อไม่สมบูรณ์ในสำนวนคดีอาญาโครงการรับจำนำข้าว
ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการประชุมร่วมระหว่างคณะทำงาน ป.ป.ช.
และอัยการสูงสุด ที่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปเรื่องการส่งฟ้องคดีได้ว่า สาเหตุที่คณะทำงานยังไม่ได้ข้อ
สรุป เนื่องจากคณะทำงานฝ่ายอัยการสูงสุดขอให้ ป.ป.ช.ไปสอบปากคำพยานเพิ่มเติมหลายราย และหา
เอกสารเพิ่มเติมบางส่วน โดยให้ทำทุกเรื่องตามที่อัยการเสนอ แต่ ป.ป.ช.ยืนยันว่า สามารถทำให้ได้
เพียงบางส่วนเท่านั้น ไม่สามารถทำตามข้อเสนอทั้งหมดของอัยการสูงสุดได้ เนื่องจากเห็นว่าข้อมูลของ
ป.ป.ช.มีความครบถ้วนสมบูรณ์ 100% แล้ว เมื่อคณะทำงาน ป.ป.ช.ยืนยันไปเช่นนี้ คณะทำงานฝ่าย
อัยการจึงขอนำเรื่องกลับไปหารือผู้ใหญ่ก่อนว่า จะยอมฟ้องให้ตามหลักฐานที่ ป.ป.ช.มีอยู่หรือไม่ จากนั้น
จะนัดประชุมคณะทำงานร่วมทั้งสองฝ่ายอีกครั้ง แต่ยังไม่ได้กำหนดวันเวลา แต่จะดำเนินการโดยเร็วที่สุด
ส่วนตัวอยากให้ได้ข้อสรุปในการประชุมนัดหน้า
ยื่นคำขาด อสส.นัดหน้าขอคำตอบ
นายสรรเสริญกล่าวว่า หากการประชุมนัดถัดไป คณะทำงานฝ่ายอัยการสูงสุดยังยืนยันให้ ป.ป.ช.ต้องสอบ
พยานหลักฐานเพิ่มเติมทุกอย่างตามที่ฝ่ายอัยการสูงสุดต้องการนั้น ป.ป.ช.ก็คงไม่ยินยอม และคงจะต้อง
สอบถามฝ่ายอัยการสูงสุดว่า จะยอมฟ้องคดีให้ตามหลักฐานที่ ป.ป.ช.มีอยู่หรือไม่ หากยังไม่สามารถ
ตกลงกันได้อีก ป.ป.ช.จะเป็นผู้ฟ้องเอง เชื่อว่าการประชุมครั้งหน้าน่าจะมีข้อสรุปที่ชัดเจนออกมา แต่จะเป็น
การประชุมนัดสุดท้ายจริงๆหรือไม่ ก็ยังไม่แน่ใจ ส่วนตัวเชื่อว่าอัยการสูงสุดไม่มีเจตนาจะยื้อคดี เพราะในใจ
ฝ่ายอัยการสูงสุดก็อยากจะฟ้องคดีให้ เพียงแต่ต้องการคดีหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด เนื่องจากอยู่ใน
ฐานะเป็นผู้ฟ้องคดีให้ แต่ ป.ป.ช.ก็เห็นว่าสำนวนมีความสมบูรณ์แล้ว พยานที่ตัดทิ้งไปแล้ว จะให้ไปสอบอีก
หรือพยานคนใดที่ ป.ป.ช.สอบไปแล้ว จะให้ไปสอบเพิ่มอีก ก็เหมือนกับไปรื้อคดีใหม่ คงไม่ได้
http://www.thairath.co.th/content/462213
สนช.เริ่มวางแนวทาง ถอดถอนปู ข่าวไทยรัฐออนไลน์ ..... เร่งสปีดเชือด .... sao..เหลือ..noi
“พรเพชร” เซ็นคำสั่งเรียกประชุม สนช.นัดพิเศษ 12 พ.ย. ดีเดย์นับหนึ่ง เดินเครื่องถอดถอน “ยิ่งลักษณ์”
ฐานละเลยคดีจำนำข้าว “หมอเจตน์” แจงฐานความผิดครบถ้วน เร่งตีกรอบตั้งคณะ กมธ.ซักถาม-พิจารณา
คำขอเพิ่มพยานผู้ถูกถอดถอน อีก 2 สัปดาห์เริ่มขั้นตอนแถลงเปิดคดี-สอบพยาน-ปิดคดี คาด 30-45 วัน
รู้ผลชี้ขาด ป.ป.ช.เซ็ง กก.ร่วม อสส.ไร้ข้อสรุปสำนวนคดีอาญาทุจริตจำนำข้าว ยื่นคำขาดหารือนัดหน้าต้อง
มีคำตอบ ด้าน “ไพบูลย์” ห่วงปมถอดถอนนักการเมือง-ร่าง รธน.ปลุกคลื่นใต้น้ำป่วน จำเป็นงัดมาตรการ
เข้มปราม 11 พ.ย. กมธ.ยกร่างฯหารือกรอบยกร่าง รธน. ตั้งอนุ กมธ. 8 คณะเก็บข้อมูล “บวรศักดิ์” แย้ม
รธน.แบ่ง 4 ภาค วางกลไกให้แก้ยากหมวดกษัตริย์และประชาชนกับหมวดศาลและนิติธรรม โวยเลิกปรามาส
เหล้าเก่าในขวดใหม่
สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กำหนดวันเริ่มต้นกระบวนการพิจารณาถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อ
ดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีละเลยไม่ยับยั้งความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวแล้ว โดยนายพรเพชร
วิชิตชลชัย ประธาน สนช.มีคำสั่งเรียก
<
<
<
“วรงค์” งง อสส.ไม่เห็นปมทุจริต
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีคณะทำงานร่วมระหว่าง
อสส.และ ป.ป.ช.ไม่สามารถหาข้อสรุปการสั่งฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯได้ว่า ทั้งงง
และสงสัยเหมือนที่สังคมไทยสงสัยว่า เหตุใดเรื่องนี้จึงยากเย็นที่จะสรุป ทั้งที่มีข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์
ชัดเจนแล้วว่าความเสียหายมหาศาลเกิดขึ้นอย่างน้อย 7 แสนล้านบาท ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกฯระบุ หรือที่ทีดีอาร์ไอระบุว่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาท หากไม่สามารถขายข้าวในโกดังรัฐ
ได้หมดใน 10 ปี หรือ อสส.มองไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นที่มีการทุจริตซับซ้อน น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ เป็น
ประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ผู้ควบคุมกำกับดูแลบริหารนโยบาย และแต่งตั้งบุคคล
ไปดูแล จะไม่เกี่ยวข้องได้อย่างไร ส่วนที่ อสส.จะให้สอบพยานเพิ่ม ครั้งสุดท้ายจำได้ว่ายื่นเพิ่มพยาน
ถึง 50 ปาก หากจะสอบให้ครบทุกคนไม่รู้ว่าคดีนี้จะจบปีไหน ป.ป.ช.ระบุว่าให้สอบเพิ่มบางคนได้ แต่
ไม่ใช่ทั้งหมด หวังว่าการประชุมร่วมนัดหน้าคงจะหาข้อสรุปให้สังคมได้ หาก อสส.ยังยืนยันว่าไม่ฟ้องก็
บอกให้ชัด ต้องชี้แจงให้เคลียร์ เราอยู่ในยุคการปฏิรูป เพื่อ ป.ป.ช.จะได้ยื่นฟ้องเอง<
<
<
<
12 พ.ย.นับหนึ่งกระบวนการสอย
นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิก สนช.ในฐานะวิป สนช. กล่าวถึงกรณีที่ประชุม สนช.บรรจุวาระ
การถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เข้าสู่ที่ประชุม สนช.ในวันที่ 12 พ.ย.ว่า
การประชุม สนช.ในวันที่ 12 พ.ย. ถือเป็นการเริ่มต้นนับหนึ่งการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่
ต้องมาพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับเรื่องไว้พิจารณาเหมือนกรณีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์
อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภาอีกแล้ว เพราะนายพรเพชร
วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ได้ใช้วินิจฉัยรับเรื่องการถอดถอนดังกล่าวไว้แล้ว เนื่องจากกรณีของ
น.ส.ยิ่งลักษณ์มีความชัดเจนเรื่องฐานความผิดครบถ้วน ไม่ต้องให้ที่ประชุม สนช.ช่วยพิจารณาอีก
ในวันที่ 12 พ.ย. จะมีการวางกรอบการทำงาน โดยตั้งคณะกรรมาธิการชุดหนึ่งขึ้นมา เรียกว่า
คณะกรรมาธิการซักถามมีประมาณ 5-7 คน ทำหน้าที่เป็นองค์คณะในการซักถามคำถามและข้อ
สงสัยต่างๆต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ คณะกรรมการ ป.ป.ช. รวมถึงพยานบุคคล
ต่างๆในที่ประชุม แทนสมาชิก สนช.ทุกคน เพราะตามระเบียบข้อบังคับการประชุม สมาชิก สนช.
ไม่มีอำนาจในการซักถาม หากใครมีข้อสงสัย อยากจะซักถามอะไรต้องถามผ่านคณะกรรมาธิการ
ชุดดังกล่าว
ขีดเส้น 30–45 วันรู้ผลเชือด
นพ.เจตน์กล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุม สนช. จะพิจารณาข้อเรียกร้องต่างๆของ น.ส.ยิ่งลักษณ์
หากมีการร้องขอมา เช่น การขอให้สอบพยานบุคคลหรือเอกสารเพิ่มเติมที่ ป.ป.ช.ไม่ได้ดำเนินการ
ให้ หากมีการร้องขอมา ที่ประชุม สนช.จะพิจารณาว่าจะอนุมัติให้หรือไม่ ส่วนใหญ่แล้วจะอนุมัติให้
ตามที่ร้องขอ เพื่อให้ความเป็นธรรม ทั้งนี้หลังจากมีการประชุมนัดแรกในวันที่ 12 พ.ย.แล้ว จากนั้น
อีก 2 สัปดาห์จะเริ่มต้นกระบวนการใน 3 ขั้นตอนคือ 1.การแถลงเปิดคดีของฝ่าย ป.ป.ช.และ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งจะมาด้วยตัวเองหรือส่งตัวแทนมาก็ได้ 2.ที่ประชุมสนช.จะเรียกพยานและบุคคล
ที่เกี่ยวข้องมาให้การต่อที่ประชุม สนช. 3.การแถลงปิดสำนวนคดีของ ป.ป.ช.และ น.ส.ยิ่งลักษณ์
ทั้งสามขั้นตอนดังกล่าว จะใช้เวลาประมาณ 30-45 วัน หลังจากนั้นอีก 3 วัน ที่ประชุม สนช.จะลง
มติเรื่องการถอดถอน ซึ่งต้องใช้คะแนนเสียง 3 ใน 5 คน ของจำนวนสมาชิก สนช. ทั้งหมด ซึ่งใน
วันที่ 11 พ.ย. จะมีการประชุมวิป สนช. เพื่อวางกรอบเบื้องต้นในการประชุมวันที่ 12 พ.ย.
เร่งสปีดไม่รอผลสรุป ป.ป.ช.–อสส.
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ประชุม สนช.จะต้องรอผลการประชุมคณะทำงานร่วมระหว่าง ป.ป.ช.กับอัยการสูงสุด
ในสำนวนคดีอาญาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์กรณีจำนำข้าวมาประกอบการพิจารณาของที่ประชุม สนช. หรือ
ไม่ นพ.เจตน์ตอบว่า ไม่จำเป็นต้องรอ เพราะเรื่องที่คณะทำงาน ป.ป.ช.กับอัยการสูงสุดพิจารณาอยู่
เป็นสำนวนคดีอาญา ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่ประชุม สนช.จะพิจารณา ซึ่งเป็นสำนวนการถอดถอน เป็นคนละ
เรื่องกัน จึงไม่จำเป็นต้องรอข้อสรุปของคณะทำงานร่วม ป.ป.ช.และอัยการสูงสุด และการไม่รอข้อสรุป
ของคณะทำงานร่วมไม่ถือเป็นการเร่งรีบรวบรัด เพราะเป็นคดีคนละส่วนกัน สนช.ทำงานตามขั้นตอนอยู่แล้ว
ป.ป.ช.เซ็ง กก.ร่วมไร้ข้อสรุปคดีข้าว
วันเดียวกัน นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานฝ่าย ป.ป.ช.ในการ
หารือร่วมกับคณะทำงานฝ่ายอัยการสูงสุด เพื่อหาข้อไม่สมบูรณ์ในสำนวนคดีอาญาโครงการรับจำนำข้าว
ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการประชุมร่วมระหว่างคณะทำงาน ป.ป.ช.
และอัยการสูงสุด ที่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปเรื่องการส่งฟ้องคดีได้ว่า สาเหตุที่คณะทำงานยังไม่ได้ข้อ
สรุป เนื่องจากคณะทำงานฝ่ายอัยการสูงสุดขอให้ ป.ป.ช.ไปสอบปากคำพยานเพิ่มเติมหลายราย และหา
เอกสารเพิ่มเติมบางส่วน โดยให้ทำทุกเรื่องตามที่อัยการเสนอ แต่ ป.ป.ช.ยืนยันว่า สามารถทำให้ได้
เพียงบางส่วนเท่านั้น ไม่สามารถทำตามข้อเสนอทั้งหมดของอัยการสูงสุดได้ เนื่องจากเห็นว่าข้อมูลของ
ป.ป.ช.มีความครบถ้วนสมบูรณ์ 100% แล้ว เมื่อคณะทำงาน ป.ป.ช.ยืนยันไปเช่นนี้ คณะทำงานฝ่าย
อัยการจึงขอนำเรื่องกลับไปหารือผู้ใหญ่ก่อนว่า จะยอมฟ้องให้ตามหลักฐานที่ ป.ป.ช.มีอยู่หรือไม่ จากนั้น
จะนัดประชุมคณะทำงานร่วมทั้งสองฝ่ายอีกครั้ง แต่ยังไม่ได้กำหนดวันเวลา แต่จะดำเนินการโดยเร็วที่สุด
ส่วนตัวอยากให้ได้ข้อสรุปในการประชุมนัดหน้า
ยื่นคำขาด อสส.นัดหน้าขอคำตอบ
นายสรรเสริญกล่าวว่า หากการประชุมนัดถัดไป คณะทำงานฝ่ายอัยการสูงสุดยังยืนยันให้ ป.ป.ช.ต้องสอบ
พยานหลักฐานเพิ่มเติมทุกอย่างตามที่ฝ่ายอัยการสูงสุดต้องการนั้น ป.ป.ช.ก็คงไม่ยินยอม และคงจะต้อง
สอบถามฝ่ายอัยการสูงสุดว่า จะยอมฟ้องคดีให้ตามหลักฐานที่ ป.ป.ช.มีอยู่หรือไม่ หากยังไม่สามารถ
ตกลงกันได้อีก ป.ป.ช.จะเป็นผู้ฟ้องเอง เชื่อว่าการประชุมครั้งหน้าน่าจะมีข้อสรุปที่ชัดเจนออกมา แต่จะเป็น
การประชุมนัดสุดท้ายจริงๆหรือไม่ ก็ยังไม่แน่ใจ ส่วนตัวเชื่อว่าอัยการสูงสุดไม่มีเจตนาจะยื้อคดี เพราะในใจ
ฝ่ายอัยการสูงสุดก็อยากจะฟ้องคดีให้ เพียงแต่ต้องการคดีหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด เนื่องจากอยู่ใน
ฐานะเป็นผู้ฟ้องคดีให้ แต่ ป.ป.ช.ก็เห็นว่าสำนวนมีความสมบูรณ์แล้ว พยานที่ตัดทิ้งไปแล้ว จะให้ไปสอบอีก
หรือพยานคนใดที่ ป.ป.ช.สอบไปแล้ว จะให้ไปสอบเพิ่มอีก ก็เหมือนกับไปรื้อคดีใหม่ คงไม่ได้
http://www.thairath.co.th/content/462213