สวัสดีครับกับคนที่เข้ามาอ่านกระทู้นี้ ผมมีเรื่องเล่าจะเล่าให้ฟัง เกี่ยวกับการเก็บเงินของผม นิสัยของผมเป็นคนที่ บ้าเห่อ กับ ของใหม่ๆชอบอะไรที่ แพงๆ เป็นคนที่ติด brandname และมักชอบว่างแผน กับการใช้เงิน และ อื่นๆ เข้าเรื่องเลยดีกว่าครับ
ผม อายุ 15 ปี เรียนอยู่ ม 4 (ครั้งแรกกับการเก็บเงินที่มากที่สุดในชีวิตของผม)
วันหนึ่ง ในเดือน กรกฎาคม ผมอยู่ที่โรงเรียน ในช่วงพักเที่ยงกำลัง รอเรียนคาบต่อไป ระหว่างรออาจารย์มาสอน ผมนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ ที่โต๊ะเรียน และคุยเล่นกับเพื่อนๆ จนเมื่อ มีเพื่อนคนหนึ่ง ซื้อไม้ Selfie มา พวกผมก็ถ่ายรูปเล่นกันสนุกสนาน จนผมเอาโทรศัพท์ของมาติดที่ไม้ selfie และถ่ายบ้าง เล่นไปได้ซักพัก ก็เริ่ม ฮาร์ดคอร์ขึ้นเรื่อยๆ เอาไปถ่ายไว้ที่มุมสูงๆ จนมัน. . . . ตก . . . ผมก็เฉยๆ เพราะ มันตกบ่อยมาก5555 (ผมเป็นคนไม่ค่อยรักษาของเท่าไหร่ อย่าว่ากันนะ หัวเราะ) ผมหยิบขึ้นมา เพื่อที่จะปัดฝุ่นที่หน้าจอ แว๊บแรกที่หน้าจอเห็นเป็นหยากไย่ พอ โฟกัส ตาเท่านั้นแหละ จอแตก!!! ในใจก็คิด "ชิบผายแหละกุ เพื่อซื้อได้ไม่ถึง 6 เดือนจอแตกสะและ โทรศัพท์เครื่องนี้ก็ไม่ใช่ถูกๆ ทำไงดีว่ะเนี่ย โดนพ่อ ด่าแน่ๆ"ร้องไห้บอกไว้ก่อนที่บ้าน ทำธุรกิจส่วนตัว ฐานะก็ ok นะ ) g-เข้าเรื่องต่อ ตอนนั้น คาบนั้น 1 ชั่วโมง ผมไม่เป็นอันเรียนเลย คิดโน้นคิดนี้ เรื่องจอโทรศัพท์ จนหมดคาบ ก็เลยไปถามเพื่อนๆ หลายคน ว่า ถ้าซ่อมจอโทรศัพท์ ประมาณเท่าไหร่ หลายๆ คนบอก ราคาก็ไม่เท่ากัน บ้าง ก็ 4000 บ้างก็ 5-6 พัน ในใจก็คิดว่า จะเอาเงินที่ไหน ไปซ่อม จน ตอนเย็น ผมกลับมาบ้าน และนั่ง คิดว่า จะทำยังไงไม่ให้พ่อกับแม่และพี่รู้เลย ไปหยิบเคส ที่เป็นแบบพับมา (ลืมบอกไปว่า จอที่แตก มันแตกแค่มุมล่างขวา เล็กน้อย 80% ของจอยังพอสัมพัสได้ โทรเข้าโทรออกได้ ด้วยวิธการ หมุนจอ เครื่องผมเป็น samsung ใช้งานได้เกือบปกติแค่ต้องหมุนจอแค่นั้น ) จนผ่านมา 2 วัน ตกกับวัน ศุกร์ ที่ 4 ผมกำลังเดินไปเรียนวิชาต่อไป ระหว่างเดินก็ไป รอเพื่อนที่หน้าห้องน้ำแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น ด้วยความที่จอมันใหญ่ มันเลยตก อีกรอบ !!! แน่นอนว่า ครั้งนี้ หน้าจอ ใช่งานได้แค่ 50% เพราะมันแตกมาครึ่งจอ จากเดิมที่แตกแค่มุมล่างขวา ครั้งนี้มันทำให้ คิดหนักอีกแล้ว เพราะ จากเดิม มันดูไม่ค่อยออกว่าจอแตก แต่นี้ มันสามารถมองเห็นได้ ง่าย เมื่อถึงบ้าน ก็เริ่ม กังวล ว่า ใครจะรู้ เลยยิ่งไม่อยากบอกพ่อกับแม่และพี่ แต่ เครื่องผมก็ยัง โทรออก และ รับสาย ถ่ายรูปแต่ต้องกดที่ ปุ่มลดเสียง (ตอนรับสาย จากเดิม ตัวรับสายจะอยู่ จอล่าง ผมเลยใช้ เคส แบบ cover แทน ) พอผ่านมา วันเสาร์ 5 ผมและพี่และแฟนพี่ ไปกินอาหารนอกบ้าน เมื่อกินได้สักพักผมเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา แล้ว วางไว้บนโต๊ะแล้วกินต่อ จู่ๆ แฟนพี่ก็ถามว่า ไปทำไรมาจอถึงแตก ผมนี่ ตกใจเลยครับ เลยบอกพี่ว่า อย่าบอกพ่อกับแม่นะ พวกพี่เขาก็ปิดเป็นความลับ จน เช้าวันจันทร์ ผมนั่งรอรถ อยู่ที่ หน้าบ้าน หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น ระหว่าง กำลังเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า กางเกง นร. มือลื่น โทรศัพท์ ตกลงพื้น และหน้าจอ ก็ คว่ำ ตอนนั้นผมกลืนน้ำลายครับ ไม่อยากที่จะ หยิบขึ้นมา เพราะมัน เป็นครั้งที่ สาม แล้ว ที่ ตกแล้วจอแตก ตกอีกก็แตกอีก เลย ไม่อยากหยิบ ขึ้นมาดู แต่ยังไงก็ต้องหยิบขึ้นมา ดู พร้อมรับสะตากรรม สิ่งแรกที่เห็นคือ คือ คือ คือ มันลามไปทั้ง จอ แถมออกมาตรง กล้องหน้า ด้วย หลังจากนั้น รถ นร ก็มารับ ไป รร ผมนี้ ช็อค กับเรื่องตอนเช้าทั้งวันเลยครับ พอกลับมาจาก รร. พอถึงบ้าน
@@ต้นกำเนิน เก็บเงินจนเป็นนิสัย@@
เข้าเรื่อง จริงๆ และ 555555 ที่อ่านไปข้างบนมันเป็น ที่มาของเรื่องราวครับ
ผมกลับมา ผมรีบเดิน ปากกา และ กระดาษ a4 มาคำนวน วัน ถามว่าคำนวน ทำไม ผมคำนวน วัน ตั้งแต่ อังคารที่ 8 ก.ค ไปถึง 20 ธ.ค ถ้าถามว่าทำไมถึงต้อง คำนวนวัน เพราะ ผม นั่งคำนวนวันเก็บ เงิน ได้วัน ประมาณ 154 วัน ทีนี้ ผมก็มา คิด เงินที่ผมนำไป รร ต่อ วัน ได้ วันละ 100 บาท กลับมา ขอแม่อีก 50 รวมแล้วต่อวันได้ 150 นำ 154x150 = 23100 บาท ถามว่า ทำไมเก็บตั้ง 23100 กะซื้อ ไอโฟน6 เลย แล้วเดว ค่อยโกหก ว่าไปขายโทรศัพท์มา แล้ว เก็บอีกนิสหน่อย เลยได้ 23100 ผมรู้ว่า iphone6 ราคา ไม่ใช่ 23000 เลยคิดที่จะบอกตอนเก็บคบแล้ว ขอให้ออกให้อีกที่เหลือ(ขอบอกไว่เลยว่าไม่เคยเก็บเงิน เกิด 1500 ได้ พอ เราใช้เงินเร็วมาก 555555)พอคำนวนเสร็จ วันแรก คือวันอังคารที่ เริ่มเก็บ สิ่งแรกที่ตองทำ ก่อนไป โรงเรียนคือ กินข้าวเช้าที่บ้าน ให้เยอะๆ ให้อิ่ม ๆ แล้วหยิบน้ำ 1 ขวดไป โรงเรียน (บอกเลยว่า วันแรกที่ อด ข้าวเที่ยว ทรมาณสุด ไม่ใช้ว่า หิวหรือ ปวดท้องหิวข้าวนะ แต่มันเป็น สิ่งที่ยั่วยวน กลิ่น อาหาร กลิ่น ไก่ทอด บลาๆๆๆ นึกให้อยากกิน ในใจ เหมือนในละครที่มีตัวเรา 2 ตัว ผุดขึ้นมา คนหนึ่งบอกว่า อย่ากินน่ะไหนบอกว่าจะ เก็บตังอย่างจริงจังไง รีบเดินออกจากโรงอาหารเดวนี้เลยนะ อีกคนก็บอกว่า เอาหน่ากินๆไปเหอะ เดวพรุ่งนี้ค่อยเริ่มใหม่ก็ได้ สุดท้ายยยยย . . . ก็กิน!!! ไม่ใช่อย่างเดวนะ ข้าวผัด 20 บาท ผลไม้ 20 บาท โค้ก 1 แก้ว 15 บาท ของหวาด อีก 10 บาทรวมแล้วตอนเที่ยงกินไป 65 บาท โอ้อ แม่เจ้า อยากจะร้องไห้ พอวันถัดมา เริ่มจริงขึ้น ถึงกับ ไม่เอาเงินไป รร สักบาท ก่อนไป รร ก็กินข้าวเช้าเหมือนเดิมๆ เยอะๆ ให้อิ่มไปเลย แล้วเอาเงินไป ใส่ไว้ ใต้หมอน พอ อยู่ที่ รร ก็ไม่ไป เหยีบโรงอาหาร อยู่แต่หองเรียน นอนหลับ พอถึงเวลาเรียนก็เรียน ไม่คิดเรื่องอาหาร พอตกเย็นกลับถึงบ้าน ก็รีบไปกิน ข้าวเย็นที่แม่ทำไว้ให้ กินเส็จแล้ว ขอตังแม่ 50 บาท ได้มา ครบ 150 บาท วันแรก รู้สึก ภูมิใจมากๆ เผ(บอกไว้ก่อนเลยว่า ไม่ได้เก็บทุกวัน เพราะบางวัน ลืมเอา เงินเก็บไว้บ้าน เลย ต้องกิน จน เมื่อ 26 ตุลาคม เราเก็บได้ 3000 กว่าบาท พอ วันที่ 27 ตุลาคมช่วงปิดเทอม เราไปรับใบเกรด และประชุมผู้ปกครอง โชคเข้าข้างมาก เพราะเรา ได้ ที่ 1 ในห้อง มันเป็นผลของการ ไม่ไปกินข้าวเที่ยงเพราะ เราอยู่บนห้องเรียน และนั่งอ่านหนังสือ เลยได้คะแนนสอบ ออกมาดี และได้ เกรดสูงสุดในห้องเรียน ตอนที่ได้ใบรับเกรด พ่อก็นั่งอยู่ข้างๆ และพ่อเคย บอกไว้ หลายวันก่อนว่า "ถ้า สอบ ได้ที่ 1 กุจะซื้อ iphone6+ ให้ และแล้ว ผลก็ออกมาว่าได้ที่ 1 พ่อเลยต้องซื้อ iphone6+ ให้ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ (ก่อนหน้านี้ เขาบอกว่าจะซื้อให้ วันที่ 1 ธันวา) เลยต้องรอไป ระหว่างรอ ก็เก็บ เงินได้ 5000 กว่าบาท เลย เอาเงินไป ซ่อมจอโทรศัพท์ที่แตก แต่ ร้านที่รับซ่อม ผลัดวัน มาหลายวันมาก เป็นอาทิต (ก่อนหน้านี้ เขาบอกว่าจะเสร็จ เราเลยไปกด ตังมา 4000 บาท เหลือ 1000 กว่าบาท) ด้วยการที่เขาผลัดวันซ่อม มา หลายวัน และด้วยความขี้เกลียด เราเลย พกตังติดตัวเอาไว้ 4000 บาท รอจนกว่าเขาจะซ่อมเสร็จ จน มีวันหนึ่ง เรา มาถึงโรงเรียนในตอนเช้า และ เอากระเป๋า ขึ้นไปวางไว้บนห้อง และ หยิบกระเป๋าตัง ลงไป ห้อง ธนาคารโรงเรียน และไป ฝากเงิน 100 บาท (เราได้เงินมา 100 บาท และเรามีอีก 100 ยาท รวมเป็น 200 บาท ฝากทุกววัน วัน ละ ร้อย อีกร้อยไว้เพื่อฉุกเฉิน) พอฝากเสร็จ เราก็เอากระเป๋าตัง กับขึ้นไปใส่ไว้ใน กระเป๋านักเรียน แล้วลงไปเข้าแถว พอขึ้นมา ก็ไปเช็ค ความเรียบร้อย พบว่า เงิน 4000 ในกระเป๋าตัง หาย ??? ตอนนั้น ปวดหัว และ เครียดมาก เลย วิ่งไปถามประชาสัมพัน ว่า มีใคร มาแจ้งว่า เจอเงินหรือป่าว คนที่ยุประชาสัมพัน บอกว่า ไม่มีและให้เรา เขียน ลงใส่สมุด เพื่อที่ เจอ แล้วจะได้แจ้งมา พอ เสร็จ ก็โทร ผ่าน ไป 2 ก็ไม่เจอ และใกล้ที่จะ ต้อง จ่ายค่าซ่อมโทรศัพท์แล้วด้วย (วันที่ตังหาย เราตังหายตอนเช้า ด้วยความผิดพลาดของเรา เราไปแจ้ง กับรองผู้อำนวนการ ขอให้เขาช่วย เขา ถาม ว่าหายที่ไหน เราก็เล่าให้เขาฟัง และเขาบอกว่า อาจจะไม่ได้ เพราะ เรามาบอกเขาช้าไป ถ้าเรามาบอกเขา ตอนเช้า ณ เวลานั้น เขาสามารถ ตามตัว คนที่ขโมยเงินไปได้ แถวห้องเรียนก็ไม่มีกล้องวงจร ด้วย เลยเป็น บทเรียนไปว่า ทีหลังอย่าเอาเงินใส่กระเป๋า นร และ อย่าให้ใครรู้ว่าในนั้นมีของมี ค่า 2 วันต่อมา เราได้ยืม ตัง พี่ 3000 บาท และ บอกเขาว่าจะเอามาคืน ไม่เกิน เดือน พฤศจิกา ใน ธนาคาร เรามีอยู่ 1400 ใน ธนาคาร รร เรามีอยู่ 700 แต่ในธนาคารโรงเรียนเรายังถอนไม่ได้เพราะ ต้องเก็บให้ครบ 20 ครั้ง เพราะเป็น คะแนน ครบแล้วถึงถอนได้เรา เลย เก็บวัน ละ 100 บาท รวมแล้ว 20 วันได้ 2000 บาท ที่บ้านมีอยู่ 7-8 ร้อย เลย หายเครียดิดหน่อย จน อาทิตที่ ผ่านมา เราเก็บ เพิ่มได้ อีก 1000 บาทเลยคิดว่า คงไม่ยากแล้วแหละ กับการ เก็บตัง เพราะ ตอนนี้ เราเฉยๆแล้วกับ อาหารเที่ยง และสามารถ เดินเข้าออกโรงอาหารได้ ปกติ และ ไม่กลัวเป็น โรคกระเพาะด้วย เพราะ ตอนเช้า เรากิน อิ่มสุดๆ จากที่บ้าน แล้วผกน้ำไปหนึ่งขวด กลับ มาก็กินเข้าเย็น อีก ให้อิ่ม กินน้ำเยอะๆ จนตอนนี้ เรา เก็บเงินได้เยอะมาก และ มั่นใจว่า เรื่องดีๆที่มากกว่าหนึ่งอย่าง กำลังจะมาหา ในเดือนธันวาคม
เก็บเงินจนเป็น นิสัย? เรื่อง วุ่นวาย กับชีวิต ม.ปลาย ...
ผม อายุ 15 ปี เรียนอยู่ ม 4 (ครั้งแรกกับการเก็บเงินที่มากที่สุดในชีวิตของผม)
วันหนึ่ง ในเดือน กรกฎาคม ผมอยู่ที่โรงเรียน ในช่วงพักเที่ยงกำลัง รอเรียนคาบต่อไป ระหว่างรออาจารย์มาสอน ผมนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ ที่โต๊ะเรียน และคุยเล่นกับเพื่อนๆ จนเมื่อ มีเพื่อนคนหนึ่ง ซื้อไม้ Selfie มา พวกผมก็ถ่ายรูปเล่นกันสนุกสนาน จนผมเอาโทรศัพท์ของมาติดที่ไม้ selfie และถ่ายบ้าง เล่นไปได้ซักพัก ก็เริ่ม ฮาร์ดคอร์ขึ้นเรื่อยๆ เอาไปถ่ายไว้ที่มุมสูงๆ จนมัน. . . . ตก . . . ผมก็เฉยๆ เพราะ มันตกบ่อยมาก5555 (ผมเป็นคนไม่ค่อยรักษาของเท่าไหร่ อย่าว่ากันนะ หัวเราะ) ผมหยิบขึ้นมา เพื่อที่จะปัดฝุ่นที่หน้าจอ แว๊บแรกที่หน้าจอเห็นเป็นหยากไย่ พอ โฟกัส ตาเท่านั้นแหละ จอแตก!!! ในใจก็คิด "ชิบผายแหละกุ เพื่อซื้อได้ไม่ถึง 6 เดือนจอแตกสะและ โทรศัพท์เครื่องนี้ก็ไม่ใช่ถูกๆ ทำไงดีว่ะเนี่ย โดนพ่อ ด่าแน่ๆ"ร้องไห้บอกไว้ก่อนที่บ้าน ทำธุรกิจส่วนตัว ฐานะก็ ok นะ ) g-เข้าเรื่องต่อ ตอนนั้น คาบนั้น 1 ชั่วโมง ผมไม่เป็นอันเรียนเลย คิดโน้นคิดนี้ เรื่องจอโทรศัพท์ จนหมดคาบ ก็เลยไปถามเพื่อนๆ หลายคน ว่า ถ้าซ่อมจอโทรศัพท์ ประมาณเท่าไหร่ หลายๆ คนบอก ราคาก็ไม่เท่ากัน บ้าง ก็ 4000 บ้างก็ 5-6 พัน ในใจก็คิดว่า จะเอาเงินที่ไหน ไปซ่อม จน ตอนเย็น ผมกลับมาบ้าน และนั่ง คิดว่า จะทำยังไงไม่ให้พ่อกับแม่และพี่รู้เลย ไปหยิบเคส ที่เป็นแบบพับมา (ลืมบอกไปว่า จอที่แตก มันแตกแค่มุมล่างขวา เล็กน้อย 80% ของจอยังพอสัมพัสได้ โทรเข้าโทรออกได้ ด้วยวิธการ หมุนจอ เครื่องผมเป็น samsung ใช้งานได้เกือบปกติแค่ต้องหมุนจอแค่นั้น ) จนผ่านมา 2 วัน ตกกับวัน ศุกร์ ที่ 4 ผมกำลังเดินไปเรียนวิชาต่อไป ระหว่างเดินก็ไป รอเพื่อนที่หน้าห้องน้ำแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น ด้วยความที่จอมันใหญ่ มันเลยตก อีกรอบ !!! แน่นอนว่า ครั้งนี้ หน้าจอ ใช่งานได้แค่ 50% เพราะมันแตกมาครึ่งจอ จากเดิมที่แตกแค่มุมล่างขวา ครั้งนี้มันทำให้ คิดหนักอีกแล้ว เพราะ จากเดิม มันดูไม่ค่อยออกว่าจอแตก แต่นี้ มันสามารถมองเห็นได้ ง่าย เมื่อถึงบ้าน ก็เริ่ม กังวล ว่า ใครจะรู้ เลยยิ่งไม่อยากบอกพ่อกับแม่และพี่ แต่ เครื่องผมก็ยัง โทรออก และ รับสาย ถ่ายรูปแต่ต้องกดที่ ปุ่มลดเสียง (ตอนรับสาย จากเดิม ตัวรับสายจะอยู่ จอล่าง ผมเลยใช้ เคส แบบ cover แทน ) พอผ่านมา วันเสาร์ 5 ผมและพี่และแฟนพี่ ไปกินอาหารนอกบ้าน เมื่อกินได้สักพักผมเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา แล้ว วางไว้บนโต๊ะแล้วกินต่อ จู่ๆ แฟนพี่ก็ถามว่า ไปทำไรมาจอถึงแตก ผมนี่ ตกใจเลยครับ เลยบอกพี่ว่า อย่าบอกพ่อกับแม่นะ พวกพี่เขาก็ปิดเป็นความลับ จน เช้าวันจันทร์ ผมนั่งรอรถ อยู่ที่ หน้าบ้าน หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น ระหว่าง กำลังเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า กางเกง นร. มือลื่น โทรศัพท์ ตกลงพื้น และหน้าจอ ก็ คว่ำ ตอนนั้นผมกลืนน้ำลายครับ ไม่อยากที่จะ หยิบขึ้นมา เพราะมัน เป็นครั้งที่ สาม แล้ว ที่ ตกแล้วจอแตก ตกอีกก็แตกอีก เลย ไม่อยากหยิบ ขึ้นมาดู แต่ยังไงก็ต้องหยิบขึ้นมา ดู พร้อมรับสะตากรรม สิ่งแรกที่เห็นคือ คือ คือ คือ มันลามไปทั้ง จอ แถมออกมาตรง กล้องหน้า ด้วย หลังจากนั้น รถ นร ก็มารับ ไป รร ผมนี้ ช็อค กับเรื่องตอนเช้าทั้งวันเลยครับ พอกลับมาจาก รร. พอถึงบ้าน
@@ต้นกำเนิน เก็บเงินจนเป็นนิสัย@@
เข้าเรื่อง จริงๆ และ 555555 ที่อ่านไปข้างบนมันเป็น ที่มาของเรื่องราวครับ
ผมกลับมา ผมรีบเดิน ปากกา และ กระดาษ a4 มาคำนวน วัน ถามว่าคำนวน ทำไม ผมคำนวน วัน ตั้งแต่ อังคารที่ 8 ก.ค ไปถึง 20 ธ.ค ถ้าถามว่าทำไมถึงต้อง คำนวนวัน เพราะ ผม นั่งคำนวนวันเก็บ เงิน ได้วัน ประมาณ 154 วัน ทีนี้ ผมก็มา คิด เงินที่ผมนำไป รร ต่อ วัน ได้ วันละ 100 บาท กลับมา ขอแม่อีก 50 รวมแล้วต่อวันได้ 150 นำ 154x150 = 23100 บาท ถามว่า ทำไมเก็บตั้ง 23100 กะซื้อ ไอโฟน6 เลย แล้วเดว ค่อยโกหก ว่าไปขายโทรศัพท์มา แล้ว เก็บอีกนิสหน่อย เลยได้ 23100 ผมรู้ว่า iphone6 ราคา ไม่ใช่ 23000 เลยคิดที่จะบอกตอนเก็บคบแล้ว ขอให้ออกให้อีกที่เหลือ(ขอบอกไว่เลยว่าไม่เคยเก็บเงิน เกิด 1500 ได้ พอ เราใช้เงินเร็วมาก 555555)พอคำนวนเสร็จ วันแรก คือวันอังคารที่ เริ่มเก็บ สิ่งแรกที่ตองทำ ก่อนไป โรงเรียนคือ กินข้าวเช้าที่บ้าน ให้เยอะๆ ให้อิ่ม ๆ แล้วหยิบน้ำ 1 ขวดไป โรงเรียน (บอกเลยว่า วันแรกที่ อด ข้าวเที่ยว ทรมาณสุด ไม่ใช้ว่า หิวหรือ ปวดท้องหิวข้าวนะ แต่มันเป็น สิ่งที่ยั่วยวน กลิ่น อาหาร กลิ่น ไก่ทอด บลาๆๆๆ นึกให้อยากกิน ในใจ เหมือนในละครที่มีตัวเรา 2 ตัว ผุดขึ้นมา คนหนึ่งบอกว่า อย่ากินน่ะไหนบอกว่าจะ เก็บตังอย่างจริงจังไง รีบเดินออกจากโรงอาหารเดวนี้เลยนะ อีกคนก็บอกว่า เอาหน่ากินๆไปเหอะ เดวพรุ่งนี้ค่อยเริ่มใหม่ก็ได้ สุดท้ายยยยย . . . ก็กิน!!! ไม่ใช่อย่างเดวนะ ข้าวผัด 20 บาท ผลไม้ 20 บาท โค้ก 1 แก้ว 15 บาท ของหวาด อีก 10 บาทรวมแล้วตอนเที่ยงกินไป 65 บาท โอ้อ แม่เจ้า อยากจะร้องไห้ พอวันถัดมา เริ่มจริงขึ้น ถึงกับ ไม่เอาเงินไป รร สักบาท ก่อนไป รร ก็กินข้าวเช้าเหมือนเดิมๆ เยอะๆ ให้อิ่มไปเลย แล้วเอาเงินไป ใส่ไว้ ใต้หมอน พอ อยู่ที่ รร ก็ไม่ไป เหยีบโรงอาหาร อยู่แต่หองเรียน นอนหลับ พอถึงเวลาเรียนก็เรียน ไม่คิดเรื่องอาหาร พอตกเย็นกลับถึงบ้าน ก็รีบไปกิน ข้าวเย็นที่แม่ทำไว้ให้ กินเส็จแล้ว ขอตังแม่ 50 บาท ได้มา ครบ 150 บาท วันแรก รู้สึก ภูมิใจมากๆ เผ(บอกไว้ก่อนเลยว่า ไม่ได้เก็บทุกวัน เพราะบางวัน ลืมเอา เงินเก็บไว้บ้าน เลย ต้องกิน จน เมื่อ 26 ตุลาคม เราเก็บได้ 3000 กว่าบาท พอ วันที่ 27 ตุลาคมช่วงปิดเทอม เราไปรับใบเกรด และประชุมผู้ปกครอง โชคเข้าข้างมาก เพราะเรา ได้ ที่ 1 ในห้อง มันเป็นผลของการ ไม่ไปกินข้าวเที่ยงเพราะ เราอยู่บนห้องเรียน และนั่งอ่านหนังสือ เลยได้คะแนนสอบ ออกมาดี และได้ เกรดสูงสุดในห้องเรียน ตอนที่ได้ใบรับเกรด พ่อก็นั่งอยู่ข้างๆ และพ่อเคย บอกไว้ หลายวันก่อนว่า "ถ้า สอบ ได้ที่ 1 กุจะซื้อ iphone6+ ให้ และแล้ว ผลก็ออกมาว่าได้ที่ 1 พ่อเลยต้องซื้อ iphone6+ ให้ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ (ก่อนหน้านี้ เขาบอกว่าจะซื้อให้ วันที่ 1 ธันวา) เลยต้องรอไป ระหว่างรอ ก็เก็บ เงินได้ 5000 กว่าบาท เลย เอาเงินไป ซ่อมจอโทรศัพท์ที่แตก แต่ ร้านที่รับซ่อม ผลัดวัน มาหลายวันมาก เป็นอาทิต (ก่อนหน้านี้ เขาบอกว่าจะเสร็จ เราเลยไปกด ตังมา 4000 บาท เหลือ 1000 กว่าบาท) ด้วยการที่เขาผลัดวันซ่อม มา หลายวัน และด้วยความขี้เกลียด เราเลย พกตังติดตัวเอาไว้ 4000 บาท รอจนกว่าเขาจะซ่อมเสร็จ จน มีวันหนึ่ง เรา มาถึงโรงเรียนในตอนเช้า และ เอากระเป๋า ขึ้นไปวางไว้บนห้อง และ หยิบกระเป๋าตัง ลงไป ห้อง ธนาคารโรงเรียน และไป ฝากเงิน 100 บาท (เราได้เงินมา 100 บาท และเรามีอีก 100 ยาท รวมเป็น 200 บาท ฝากทุกววัน วัน ละ ร้อย อีกร้อยไว้เพื่อฉุกเฉิน) พอฝากเสร็จ เราก็เอากระเป๋าตัง กับขึ้นไปใส่ไว้ใน กระเป๋านักเรียน แล้วลงไปเข้าแถว พอขึ้นมา ก็ไปเช็ค ความเรียบร้อย พบว่า เงิน 4000 ในกระเป๋าตัง หาย ??? ตอนนั้น ปวดหัว และ เครียดมาก เลย วิ่งไปถามประชาสัมพัน ว่า มีใคร มาแจ้งว่า เจอเงินหรือป่าว คนที่ยุประชาสัมพัน บอกว่า ไม่มีและให้เรา เขียน ลงใส่สมุด เพื่อที่ เจอ แล้วจะได้แจ้งมา พอ เสร็จ ก็โทร ผ่าน ไป 2 ก็ไม่เจอ และใกล้ที่จะ ต้อง จ่ายค่าซ่อมโทรศัพท์แล้วด้วย (วันที่ตังหาย เราตังหายตอนเช้า ด้วยความผิดพลาดของเรา เราไปแจ้ง กับรองผู้อำนวนการ ขอให้เขาช่วย เขา ถาม ว่าหายที่ไหน เราก็เล่าให้เขาฟัง และเขาบอกว่า อาจจะไม่ได้ เพราะ เรามาบอกเขาช้าไป ถ้าเรามาบอกเขา ตอนเช้า ณ เวลานั้น เขาสามารถ ตามตัว คนที่ขโมยเงินไปได้ แถวห้องเรียนก็ไม่มีกล้องวงจร ด้วย เลยเป็น บทเรียนไปว่า ทีหลังอย่าเอาเงินใส่กระเป๋า นร และ อย่าให้ใครรู้ว่าในนั้นมีของมี ค่า 2 วันต่อมา เราได้ยืม ตัง พี่ 3000 บาท และ บอกเขาว่าจะเอามาคืน ไม่เกิน เดือน พฤศจิกา ใน ธนาคาร เรามีอยู่ 1400 ใน ธนาคาร รร เรามีอยู่ 700 แต่ในธนาคารโรงเรียนเรายังถอนไม่ได้เพราะ ต้องเก็บให้ครบ 20 ครั้ง เพราะเป็น คะแนน ครบแล้วถึงถอนได้เรา เลย เก็บวัน ละ 100 บาท รวมแล้ว 20 วันได้ 2000 บาท ที่บ้านมีอยู่ 7-8 ร้อย เลย หายเครียดิดหน่อย จน อาทิตที่ ผ่านมา เราเก็บ เพิ่มได้ อีก 1000 บาทเลยคิดว่า คงไม่ยากแล้วแหละ กับการ เก็บตัง เพราะ ตอนนี้ เราเฉยๆแล้วกับ อาหารเที่ยง และสามารถ เดินเข้าออกโรงอาหารได้ ปกติ และ ไม่กลัวเป็น โรคกระเพาะด้วย เพราะ ตอนเช้า เรากิน อิ่มสุดๆ จากที่บ้าน แล้วผกน้ำไปหนึ่งขวด กลับ มาก็กินเข้าเย็น อีก ให้อิ่ม กินน้ำเยอะๆ จนตอนนี้ เรา เก็บเงินได้เยอะมาก และ มั่นใจว่า เรื่องดีๆที่มากกว่าหนึ่งอย่าง กำลังจะมาหา ในเดือนธันวาคม