ปลื้มอะ กับ “คิดถึงวิทยา” คว้ารางวัล “The East Winds Audience Award” เทศกาลหนังที่เมืองโคเวนทรี่ ประเทศอังกฤษ



“คิดถึงวิทยา” ภาพยนตร์รัก โรแมนติก คอมเมอดี้ ของผู้กำกับ “ต้น-นิธิวัฒน์ ธราธร” ค่ายจีทีเอช ประสบความสำเร็จอีกครั้งคว้ารางวัล “The East Wind Audience Award” ซึ่งเป็นรางวัลที่ได้จากการโหวตของผู้ชมภาพยนตร์ว่าเป็นภาพยนตร์ที่ดีที่สุดของเทศกาลภาพยนตร์ East Winds Film Festival 2014 ที่เมืองโคเวนทรี่ ประเทศอังกฤษ โดยมี 2 ผู้กำกับ ต้น-นิธิวัฒน์ ธราธร และ จิม-โสภณ ศักดาพิศิษฏ์ ผู้กำกับลัดดาแลนด์ และ ฝากไว้..ในกายเธอ เดินทางไปร่วมงาน  ซึ่งภาพยนตร์ทั้ง 2 เรื่องของจิมได้ฉายในเทศกาลนี้ด้วย


ต้น-นิธิวัฒน์ ผู้กำกับเผยว่า “ดีใจมากๆ ครับที่หนังคิดถึงวิทยา ประสบความสำเร็จได้รับรางวัลที่ได้จากการโหวตของผู้ชมว่าเป็นภาพยนตร์ที่ดีที่สุดของเทศกาล East Winds Film Festival 2014 ที่เมืองโคเวนทรี่ ประเทศอังกฤษ หนังเรื่องนี้มาไกลกว่าที่ผมคิดไว้มาก ดาว 3 ดวง ได้นำพาผมไปไหนต่อไหนมากมายหลายประเทศ ขอบคุณพี่เก้ง จิระ, วรรณฤดี และนักแสดง บี้-สุกฤษฏิ์ , พลอย-เฌอมาลย์ น้องๆ แก๊งปลา ทีมงานทุกคน และขอบคุณที่สุดคือ ครูสามารถ ครูผู้เสียสละ ผู้เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดหนังเรื่องนี้ ขอบคุณผู้ชมทุกคนมากๆ ครับ ที่ชื่นชอบคิดถึงวิทยา”

บี้-สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว นักแสดงนำ เผยว่า “ผมตื่นเต้นและดีใจมากๆ ครับ การที่เล่นหนังเรื่องแรก แล้วหนังประสบความสำเร็จทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ ตอนที่ฉายในเมืองไทยเราก็ลุ้นกันทุกวัน จนรายได้ผ่าน 100 ล้าน จากนั้นไม่นานหนังก็ได้ไปฉายเกือบทุกประเทศ และยังได้เป็นตัวแทนหนังไปออสการ์ นอกจากนี้ยังถูกซื้อสิทธิ์ไปรีเมคเป็นหนังจีน จนกระทั่งล่าสุด คิดถึงวิทยายังไปคว้ารางวัล “The East Wind Audience Award” ซึ่งเป็นรางวัลที่ได้จากการโหวตของผู้ชมภาพยนตร์ว่าเป็นภาพยนตร์ที่ดีที่สุดของเทศกาลภาพยนตร์ East Winds Film Festival 2014 ที่เมืองโคเวนทรี่ ประเทศอังกฤษ ผมและนักแสดงทุกคน พลอย-เฌอมาลย์, เวียร์-ศกลวัฒน์ น้องๆ แกงค์ปลา รวมถึงพี่ต้น –นิธิวัฒน์ ผู้กำกับ และทีมงานทุกคน ภูมิใจมากๆ ครับ ที่หนังเรื่องนี้ได้รับความสนใจ และการตอบรับที่ดีจากต่างประเทศ อย่างน้อยหนังเรื่องนี้ได้เผยแพร่เรื่องราวของวัฒนธรรมไทย ครูไทยที่ทุ่มเทและมีความตั้งใจที่ดี สอดแทรกไปด้วยเรื่องราวความรัก โรแมนติกแบบไทยๆ รวมถึงวิวทิวทัศน์อันสวยงามของประเทศไทย ภาพของโรงเรียนกลางน้ำ ได้เผยแพร่ให้ต่างชาติได้รับรู้ คิดถึงวิทยา เป็นหนังที่ผมรู้สึกว่า หนังจบแต่อารมณ์ไม่จบ เพราะมันทำให้เราอิ่มเอมและภูมิใจทุกครั้งที่มีคนชื่นชอบและพูดถึง ขอบคุณพี่ต้น ผู้กำกับ และจีทีเอช ที่มอบบทครูดีๆ ให้ผมได้เล่นนะครับ”

พี่ต้น ครูสามารถ  แก๊ง ป.ปลา ที่คิดถึง


เครดิต
http://gth.co.th/news/%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2-%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1/

  ดาวสามดวง พาคิดถึงวิทยาไปไกลจริงๆ สุดๆคะ  ภูมิใจที่หนังไทยฟอร์มเล็กได้รับรางวัลจากการโหวตมาจากคนต่างชาติต่างภาษาจริงๆ  วันที่หนังเดินทางอยู่ในประเทศไทย ก็ยังคิดว่า ถึงร้อยล้านจริงๆเหรอ ใช่จริงๆใช่ไหม  ถึงเพราะแฟนคลับหรือเปล่า หรือแรงโปรโมทจาก GTH แต่ตามมาด้วยข่าวดีต่างๆของการเดินทางไป ในเอเซีย หลายประเทศ และ ข่าวที่น่าเหลือเชื่อคือไปร่วมประกวด ออสการ์ วันนี้ได้รับข่าวดีอีกว่าได้รับรางวัลจาก อังกฤษ ก็ทำให้นึกถึงหนังเรื่องนี้อีกครั้ง การดูหลายรอบของเรา มีความสุขแบบเรา  คนต่างชาติก็เข้าใจและ สุขไปกับหนังไทยจริงๆ ด้วย ไม่ใช่แค่คนไทยอย่างเราที่ได้รับชมและชื่นชมเท่านั้น

ที่อยากชื่นชมยกย่องที่สุดคือครูไทย ที่เป็นต้นเรื่อง และ ทำให้ต่างชาติรับรู้ว่า ครูไทย หัวใจยิ่งใหญ่จริงๆ



หากนับเรื่องราวความน่าประทับใจเป็นตัวเลข ภาพยนตร์ “คิดถึงวิทยา” ก็เดินทางมาได้ไกลจนแตะตัวเลข 100 ล้าน ซึ่งนั่นเองเป็นค่าวัดทั้งความนิยมและคุณภาพของภาพยนตร์เรื่องนี้ อีกทั้งยิ่งตอกย้ำความเป็นค่ายหนังน้ำดีให้กับค่ายจีทีเอช ที่ตั้งใจนำเสนอเรื่องราวของครูหนุ่มคนเล็กๆ ชายขอบออกมาได้อย่างน่าประทับใจใครหลายๆ คน

เพื่อแทนการขอบคุณแฟนๆ กับยอดที่พุ่งทะลุ 100 ล้าน เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2557 ที่ผ่านมาทางค่ายหนังจีทีเอชได้จัดงาน คิดถึง 100 ล้าน สานฝัน “โรงเรียนเรือนแพ” โดยในวันนั้นได้มีคุณครูที่เป็นเสมือนแรงบันดาลใจในการสร้างภาพยนตร์ “คิดถึงวิทยา” มารับมอบเงินสนับสนุนเพื่อใช้ในการศึกษาในโรงเรียนบ้านก้อจัดสรรสาขาเรือนแพ ซึ่งต้องบอกเลยว่าหากไม่ได้เรื่องราวของครูหนุ่มคนนี้เป็นจุดเริ่มในวันนั้น คงไม่มีคิดถึงวิทยาวันนี้...

แรงบันดาลใจจากครูแห่งห้องเรียนเหงากลางขุนเขาเงียบ

ครั้งหนึ่งค่ายหนังจีทีเอชเคยนำเอาแรงบันดาลใจจากหนังสือที่บอกเล่าเรื่องราวห้วงหนึ่งของชีวิต “อาจินต์ ปัญจพรรค์” ที่เจ้าตัวเขียนไว้มาสร้างเป็นภาพยนตร์ที่ชื่อว่า “มหา’ลัย เหมืองแร่” ผลงานกำกับของ “เก้งจิระ มะลิกุล” ซึ่งเมื่อเข้าฉายก็กลายเป็นภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จในเรื่องของรางวัลมากกว่าเรื่องของยอดรายได้ จนมาถึง “คิดถึงวิทยา” เก้งก็แก้มือด้วยการหยิบยกเอาเรื่องราวชีวิตจริงของครูหนุ่มที่ชื่อว่า “ครูมาดสามารถ สุทะ” แห่งโรงเรียนบ้านก้อจัดสรร อ.ลี้ จ.ลำพูน ที่เขาเองได้อ่านเจอในสารคดีเรื่องหนึ่งมาปรับแก้และเพิ่มเรื่องราวของความรักเข้าไป ให้เป็นบทภาพยนตร์ที่ชวนเสียเงินเข้าชม อีกทั้งยังงดงามด้วยเรื่องราวอันน่าประทับใจ

ชีวิตจริงของครูแพ

ในภาพยนตร์เรื่องคิดถึงวิทยาที่ได้ “บี้สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว” เข้ามารับบทเป็นครูหนุ่มในภาพยนตร์นั้น หนุ่มบี้เองแสดงได้เป็นธรรมชาติมากๆ ทั้งความมุ่งมั่นในการเป็นครู และชีวิตที่ต้องอยู่กับความคิดถึงและความเหงา ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับชีวิตครูมาดเจ้าของเรื่องเลย ที่มอบชีวิตทั้งหมดให้กับความฝันถึงการเป็นครูผู้ให้ อะไรกันที่นำพาครูคนหนึ่งมาอยู่ไกลแสนไกลในที่ซึ่งไม่มีครูคนไหนอยากมาอยู่

“คือชีวิตผมเหมือนรออะไรอยู่ ผมไม่อยากเป็นครูแค่สอนเด็กตกเย็นก็นั่งก๊งเหล้า ผมอยากเป็นครูที่สามารถนับถือตัวเองได้จริงๆ เลยไปสอบเป็นครูที่โรงเรียนบ้านก้อจัดสรร แล้วพอวันแรกที่ไปถึงเห็นโรงเรียนมันร้างเลยนะ ผมก็นอนก่ายหน้าผากอยู่หนึ่งคืนเต็มๆ คิดเปรียบเทียบกับตัวเอง ที่ต้องบวชเรียนในวัดเพราะว่าไม่มีโรงเรียนใกล้ๆ ให้เรียน ยังจำได้เลยว่าเคยพูดกับตัวเอง ทำไมถึงไม่มีคนให้โอกาสเราบ้าง แล้วผมก็มองเด็กที่นี่เหมือนเราเมื่อก่อน คือต้องร่อนเร่เพื่อไปหาที่เรียน อย่างที่นี่มีห้องเรียนแต่ไม่มีครู เขามีโอกาสแต่กลับไม่มีคนสอนหนังสือ ถ้าผมตัดสินใจหนีไป เด็กๆ ต้องรอครูถึงเมื่อไร เพราะไม่มีคนมาสอนที่นี่เป็นปีแล้ว”

แค่คืนแรกที่มาอยู่เขาเองก็ต้องพบกับความแปลกใหม่มากมาย ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีความบันเทิงทุกชนิด กระทั่งคู่รักให้คลอเคลีย มีเพียงแต่ความเหงาเข้ามากุมกอด ซึ่งครูมาดได้แต่บอกถึงความรู้สึกห้วงนั้นว่ามันอ้างว้างจับใจ เกินกว่าจะบรรยายความรู้สึก ว่านี่หรือคือชีวิตของครูจริงๆ ที่เขาต้องการ แทนที่จะหนีกลับพอตื่นเช้ามาครูมาดลงมือเริ่มงานวันแรกด้วยการทำความสะอาดแพคนเดียวสามวันสามคืน ตั้งแต่ที่นอน ห้องเรียน ห้องครัว ครูมาดคิดแค่ว่าเมื่อเด็กมาเด็กต้องได้เรียนหนังสือทันที

จากวันนั้นถึงวันนี้ 10 ปีทีเดียวที่เขาพยายามอย่างหนัก เพื่อให้เด็กๆ ที่อาศัยอยู่กลางทะเลสาบแม่น้ำปิง เหนือเขื่อนภูมิพล ยังคงมีที่ได้เรียนหนังสือ จากแพแห่งนี้เด็กหลายคนได้เติบโตไปเป็นประมงที่หาอยู่หากินอย่างไม่เอาเปรียบธรรมชาติ หลายคนได้ทุนไปเรียนต่อในสายอาชีพ ซึ่งยังรอยยิ้มและความภูมิใจมาถึงครูหนุ่ม

เครดิต

http://m.posttoday.com/article.php?id=290072&channel_id=3000



เฟส https://www.facebook.com/EastWindsFilmFestival



เวปเพจ http://www.eastwindsfilmfest.com/#!nithiwat-tharatorn/ckm3
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่