ฮานอยในรอยเท้าที่ไม่คุ้นเคย

เริ่มต้นกับการเดินทางไปฮานอย ประเทศเวียดนามครั้งแรก ตอนนั้นเราเรียนอยู่ ปี 3 เราเดินทางไปกับน้องๆที่เรียนสาขาภาษาเวียดนามด้วยกัน ประมาณ 5 คน  เพื่อจะเดินทางไปเรียนเพิ่มเติมที่ มหาวิทยาลัยฮานอย(Truong dai hoc Ha Noi) เดินทางบายบัสน่ะค่ะ ไม่บินค้าาา เริ่มจากการขึ้นรถตอนเช้าที่ จ.ขอนแก่น เข้าสู่ลาวประมาณบ่ายๆก็ถึงล่ะ (ถึงตลาดเช้า สปป.ลาว) รอรถไปฮานอยอีกทีก็ 19.00 น. (ระหว่างรอก็ไปจิบเบียที่สะหวันใหม่จ้าา กับเพื่อนคนลาวจะบอกว่าบาร์กลางวันแสกๆเลยก็ได้) พอขึ้นรถได้ที่ก็นอน ข้ามคืนไปก็ยังไม่ถึง สว่างบนรถก็ยังไม่ถึง ตกค่ำมาอีกก็เกือบถึง สรุปถึง 3 ทุ่งครึ่ง คุณพระเอ้ย หลงบ้านหลงเมืองไปเลย พอถึงสถานีขนส่งฮานอย สิ่งแรกที่ถูกเตือนเสมอคืออย่าเชื่อใจคน คนเวียดนามเป็นอย่างนนั้นบ้างอย่างนี้บ้าง เอ่อออ เราก็บ้า เล่นไม่คุยกับใคร 555 แต่ก็ดีมีคนมารับถึงที่ เป็นอาจารย์ที่อยู่มหาลัยรอรับอ่ะค่ะ  พรุ่งนี้เช้า เราก็เตรียมตัวแต่เช้าเพื่อสอบคัดเลือกห้องเรียน ที่นั้นเขาเรียนแค่ครึ่งวันน้ะ จะเลือกครึ่งเช้าครึ่งบ่ายก็ตามใจเราสะดวก เราอ่ะเลือกช่วงเช้า เพราะคิดว่าตอนบ่ายจะได้ไปเที่ยวได้ยาวแบบไม่ต้องกังวล แต่....จะบอกว่าเรียนเช้านี่ไม่ใช่ 08.00 เลยยยน่ะ เริ่มเรียน 07.00 จ้าาา ไอ่ตอนอยู่ไทย 7 โมงยังนอนขึ้นอืดอยู่เลยเน้อ เลิกอีกทีก็ 12.00 น. แต่มันก็ไม่ยากไปสำหรับการปรับตัว เราเรียนภาษาเวียดนามกับเพื่อนคนเกาหลีทั้งห้องเลย คุยกันก็ต้องใช้ภาษาเวียดนาม แล้วนึกดูน่ะค่ะคนเกาหลีพูดภาษาเวียดนามจะฟังยากขนาดไหน บางทีเราก็ไม่เข้าใจหรอกเราก็ได้แค่ยิ้มแล้วก็พยักหน้า สุดท้ายก็เผ่นน 555 ช่วงอาทิตย์แรกก้ยังไปไหนมาไหนได้ไม่เก่งเพราะไม่รู้จักเส้นทาง ก็ต้องสอบถามเพื่อนชาเวียดนามบ้าง พอรู้ว่าไปยังไง ก็เริ่มโดดเรียน หาความรู้นอกห้องเรียนมากขึ้น เวลาไปเที่ยวส่วนใหญ่จะไปรถเมล์ค่ะ ขึ้นไปปุ้บบบ ไม่ต้องสืบเรื่องกลิ่นกายค้าา แต่ก็ชอบน่ะ กลิ่นตุๆดี  คนเวียดนามจะคิดว่าเราเป็นสาวลาว เอ้ะ สาวลาวสวยน่ะ ฮ่าๆๆ ในความคิดเราเอง!!! เราเป็นคนชอบเดินทางมาก อันนี้เป็นจิตใจเลย เราขึ้นรถเมล์แบบไม่กลัวหลงทาง เพราะเราสื่อสารได้เลยไม่กลัวด้วยแหละ มีอยู่ 1 ที่ ที่เราชอบขึ้นรถเมล์ไปทุกวัน คือนั่งรถเมล์ไปกินไอศครีม จ่างเตี่ยน(Kem Trang Tien) และเดินกินติมไปเรื่อยๆที่ริมโฮ่ฮว่านเกี๋ยม (Ho Hoan Kiem) บางครั้งก็จะไปเดินชมวิวที่โฮ่เตย(Ho Tay) เราใช้ชีวิตอยู่ที่ฮานอย 3 เดือน แบบนั้เป็นประจำ โดยที่ไม่ม่คำว่า เบื่อ อยากกลับเลย คนเวียดนามในความคิดที่เคยคิดไว้ว่าชอบจี้กระเป๋า เราไม่เคยเจอเลยน่ะ เราไปไหนเราก็เจอแต่คน วน.ที่น่ารัก ยิ้มแย้ม ถามไถ่ด้วยความสนใจที่อยากเที่ยวทะเลในประเทศไทยเป็นส่วนใหญ่ ซื้อของก็แถมบ้าง ให้ลองบ้าง ตอนนั้นคติของเราก็เปลี่ยนไปทันตา แม้กระทั่งวันสุดท้ายที่จะกลับบ้าน เรายังไม่อยากกลับเลย เรารู้สึกว่าเรายังไม่พอ เรายังอยากอยู่เรียนรู้ที่ฮานอยอีกมากมาย เหมือนไม่มีที่สิ้นสุดเลย นิถ้าเราไม่ติดว่าต้องกลับมาเรียนต่อน่ะ เราหางานทำต่อล่ะ .....//และก็มีโอกาสได้กลับไปครั้งที่ 2

แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  บันทึกนักเดินทาง ฮานอย
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่