สวัสดีครับ
สร่างหวัดสร่างงานหนักเรียบร้อยแล้วก็กลับมาวางนิยายให้เพื่อนๆ อ่านเช่นเคยครับ ขอบคุณสำหรับการรอคอยรูปเล่มของ "ร่างนางรำ" อีกครั้งครับ
ส่วนเรื่องเล่ห์สรวงนี้ ประเด็นชิงรักหักสวาทก็มาเนิบๆ นาบๆ ตามลีลาของอีตาคนเขียน ฉากย้อนสมัยคราวนี้เลือกช่วงพ.ศ.2456 (ร.ศ.๑๓๑) ช่วงต้นของรัชสมัยล้นเกล้ารัชกาลที่ ๖ ส่วนหนึ่งเพราะอยากให้เป็นชุดร่วมกับ "เรือนมายา" (ร.ศ.๑๑๓) และ "ร่างนางรำ" (ร.ศ.๑๗๘) ตัวละครบางตัวจะมาปรากฎในเรื่องเล่ห์สรวงนี้ด้วย ร่วมทั้งยุคในเล่ห์สรวงนี้ มีเรื่องน่าสนใจหลายอย่างครับ เช่นที่เกริ่นไว้ในบทนำ เรื่องพระสยามเทวาธิราช ซึ่งท่านก็ไม่ได้ตั้งขึ้นมาลอยๆ มีที่มาที่ไปตั้งแต่การรอดพ้นจากอุบัติเหตุกระทั่งเกี่ยวเนื่องกับการประกาศราชอาณาเขต เพื่อความชัดเจนเกี่ยวกับการป้องกันตัวเองในการล่าอาณานิคม หรือเรื่องทาวหิรัญฮู ที่ชื่อออกแนว แขกๆ จีนๆ ทว่าที่จริง ฮู นั้นเป็นภาษาอังกฤษแท้ๆ Who! คือคำเรียกทักแรกที่ล้นเกล้าร.๖ ทรงขานเรียกเงาร่างใหญ่ทะมึนที่มายืนอยู่ปลายพระแท่นบรรทม ในพลับพลาที่ประทับขณะแปรพระราชฐาน สมัยดำรงพระยศเป็นสยามมกุฎราชกุมาร ฯลฯ
กับเรื่องการเมืองภายในประเทศ เรื่องความคิดแนวการปกครองเก่า-ใหม่ที่เขม็งเกลียวกันอย่างเข้มข้น ซึ่งคนเขียนคงต้องหยอดๆ เอาไว้ตามรายทาง แบบไม่ให้น่าเบื่อจนเกินไป
ฟังพื้นเรื่องแล้วเหมือนเครียดๆ แต่เรื่องนี้ ผีไทยแฟนตาซีขนาดแท้ๆ เชียวนะครับ เรื่องนรก-สวรรค์อาจขัดหูขัดตาความรับรู้ดั้งเดิมพอสมควร เพราะคนเขียนใช้พื้นตำนานทางเทวดาพุทธมากกว่าเทวดาพราหมณ์ การวางบริบทของเทวดาสายพุทธจึงอาจไม่คุ้นหู แต่จะพยายามเกลี่ยให้กลมกลืนที่สุดครับ
ขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านที่แวะเวียนเข้ามาอ่าน ขอบคุณมิตรรักคนเดิมที่ยังเหนียวแน่นกับสำนวนทำนองของคนเขียน ขอบคุณทุกโหวต ทุกกำลังใจ lovereason ทึ่ง, ณวลี ถูกใจ, ป้าทุยบ้านทุ่ง ถูกใจ, มาโซคิส ถูกใจ, turtle_cheesecake หลงรักและทึ่ง, kdunagin ถูกใจ สมาชิกหมายเลข 1625278 ถูกใจ, เจ้าหญิงงัวเงีย ถูกใจ, Inverness ถูกใจ,
ขอบคุณสำหรับมิตรภาพดีๆ บนถนนนักเขียนสายนี้ครับ
SONG982
เล่ห์สรวง บทที่ 1
สวัสดีครับ
สร่างหวัดสร่างงานหนักเรียบร้อยแล้วก็กลับมาวางนิยายให้เพื่อนๆ อ่านเช่นเคยครับ ขอบคุณสำหรับการรอคอยรูปเล่มของ "ร่างนางรำ" อีกครั้งครับ
ส่วนเรื่องเล่ห์สรวงนี้ ประเด็นชิงรักหักสวาทก็มาเนิบๆ นาบๆ ตามลีลาของอีตาคนเขียน ฉากย้อนสมัยคราวนี้เลือกช่วงพ.ศ.2456 (ร.ศ.๑๓๑) ช่วงต้นของรัชสมัยล้นเกล้ารัชกาลที่ ๖ ส่วนหนึ่งเพราะอยากให้เป็นชุดร่วมกับ "เรือนมายา" (ร.ศ.๑๑๓) และ "ร่างนางรำ" (ร.ศ.๑๗๘) ตัวละครบางตัวจะมาปรากฎในเรื่องเล่ห์สรวงนี้ด้วย ร่วมทั้งยุคในเล่ห์สรวงนี้ มีเรื่องน่าสนใจหลายอย่างครับ เช่นที่เกริ่นไว้ในบทนำ เรื่องพระสยามเทวาธิราช ซึ่งท่านก็ไม่ได้ตั้งขึ้นมาลอยๆ มีที่มาที่ไปตั้งแต่การรอดพ้นจากอุบัติเหตุกระทั่งเกี่ยวเนื่องกับการประกาศราชอาณาเขต เพื่อความชัดเจนเกี่ยวกับการป้องกันตัวเองในการล่าอาณานิคม หรือเรื่องทาวหิรัญฮู ที่ชื่อออกแนว แขกๆ จีนๆ ทว่าที่จริง ฮู นั้นเป็นภาษาอังกฤษแท้ๆ Who! คือคำเรียกทักแรกที่ล้นเกล้าร.๖ ทรงขานเรียกเงาร่างใหญ่ทะมึนที่มายืนอยู่ปลายพระแท่นบรรทม ในพลับพลาที่ประทับขณะแปรพระราชฐาน สมัยดำรงพระยศเป็นสยามมกุฎราชกุมาร ฯลฯ
กับเรื่องการเมืองภายในประเทศ เรื่องความคิดแนวการปกครองเก่า-ใหม่ที่เขม็งเกลียวกันอย่างเข้มข้น ซึ่งคนเขียนคงต้องหยอดๆ เอาไว้ตามรายทาง แบบไม่ให้น่าเบื่อจนเกินไป
ฟังพื้นเรื่องแล้วเหมือนเครียดๆ แต่เรื่องนี้ ผีไทยแฟนตาซีขนาดแท้ๆ เชียวนะครับ เรื่องนรก-สวรรค์อาจขัดหูขัดตาความรับรู้ดั้งเดิมพอสมควร เพราะคนเขียนใช้พื้นตำนานทางเทวดาพุทธมากกว่าเทวดาพราหมณ์ การวางบริบทของเทวดาสายพุทธจึงอาจไม่คุ้นหู แต่จะพยายามเกลี่ยให้กลมกลืนที่สุดครับ
ขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านที่แวะเวียนเข้ามาอ่าน ขอบคุณมิตรรักคนเดิมที่ยังเหนียวแน่นกับสำนวนทำนองของคนเขียน ขอบคุณทุกโหวต ทุกกำลังใจ lovereason ทึ่ง, ณวลี ถูกใจ, ป้าทุยบ้านทุ่ง ถูกใจ, มาโซคิส ถูกใจ, turtle_cheesecake หลงรักและทึ่ง, kdunagin ถูกใจ สมาชิกหมายเลข 1625278 ถูกใจ, เจ้าหญิงงัวเงีย ถูกใจ, Inverness ถูกใจ,
ขอบคุณสำหรับมิตรภาพดีๆ บนถนนนักเขียนสายนี้ครับ