สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 8
เคยคิดตอนสมัยเรียนประถม - มัธยมค่ะ
แต่พอโตขึ้นพ่อแม่ก็เฉลยว่า คุณค่าของคนไม่ได้อยู่ที่พรหมจรรย์ การที่เราซิงไม่ได้หมายความว่าเราดีกว่าหรืออยู่เหนือกว่าคนอื่น เพียงแต่มันคือกุศโลบายที่ผู้ใหญ่ใช้เพื่อไม่ให้เด็กวัยเรียนที่ยังรับผิดชอบตัวเองไม่ได้ไปมีเซ็กส์
พอเข้ามหาวิทยาลัย (เราทำงานไปด้วย) พ่อแม่ก็เริ่มสอนอีกแบบนึง สอนว่าเนื่องจากทำงานและรับผิดชอบตัวเองได้แล้ว ถ้าหากมีแฟนและคบกันแบบจริงจังก็ควรลองมีอะไรกับเค้าก่อน เพราะโลกความเป็นจริงคือ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเข้ากันได้ในเรื่องเซ็กส์ ต่างคนต่างรสนิยม แต่ถ้าแต่งงานไปก็ต้องมามีเซ็กส์ด้วยกัน ดังนั้นก็ควรหาคนที่รสนิยมไปในทางเดียวกัน เหมือนกับถ้าบอกว่าต้องเลือกคนที่จะกินข้าวจานเดียวกันไปตลอดชีวิต ก่อนจะตัดสินใจเลือกก็คงต้องลองไปกินข้าวด้วยกันก่อนว่าอีกฝ่ายชอบอะไรมีรสนิยมแบบไหน นี่ยังไม่นับข้อเสี่ยงที่อาจเจอคนรสนิยมประหลาดๆหรืออันตราย ซึ่งของแบบนี้ถ้าไม่ลองก่อนก็ไม่สามารถจะรู้ได้แน่ชัด
ประมาณแบบที่ความเห็นที่ 6 บอกค่ะ พ่อแม่บอกว่าถ้าครั้งแรกคือคืนวันแต่งงาน ก็อาจจะเสี่ยงไปเจอกับสามีที่รสนิยมคนละทางกับเรา ไม่สามารถให้ความสุขทางเพศกับเราได้ หรือมีรสนิยมอันตรายเช่นซาดิสต์วิตถาร แต่งไปกับคนแบบนี้ก็จะมีปัญหากันเปล่าๆค่ะ เพราะอย่าลืมว่าการแต่งงานไม่ได้จบลงที่คืนวันแต่ง แต่การแต่งงานหมายถึงต้องใช้ชีวิตร่วมเตียงกับคนอีกคนนึงไปอีกนาน ซึ่งถ้าเราไม่รู้จักเค้าอย่างละเอียดพอก็อาจจะลำบากค่ะ
สรุปว่าตอนเด็กๆเคยคิดแบบ จขกท ค่ะ แต่พอโตขึ้นก็เปลี่ยนความคิดค่ะ
แต่พอโตขึ้นพ่อแม่ก็เฉลยว่า คุณค่าของคนไม่ได้อยู่ที่พรหมจรรย์ การที่เราซิงไม่ได้หมายความว่าเราดีกว่าหรืออยู่เหนือกว่าคนอื่น เพียงแต่มันคือกุศโลบายที่ผู้ใหญ่ใช้เพื่อไม่ให้เด็กวัยเรียนที่ยังรับผิดชอบตัวเองไม่ได้ไปมีเซ็กส์
พอเข้ามหาวิทยาลัย (เราทำงานไปด้วย) พ่อแม่ก็เริ่มสอนอีกแบบนึง สอนว่าเนื่องจากทำงานและรับผิดชอบตัวเองได้แล้ว ถ้าหากมีแฟนและคบกันแบบจริงจังก็ควรลองมีอะไรกับเค้าก่อน เพราะโลกความเป็นจริงคือ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเข้ากันได้ในเรื่องเซ็กส์ ต่างคนต่างรสนิยม แต่ถ้าแต่งงานไปก็ต้องมามีเซ็กส์ด้วยกัน ดังนั้นก็ควรหาคนที่รสนิยมไปในทางเดียวกัน เหมือนกับถ้าบอกว่าต้องเลือกคนที่จะกินข้าวจานเดียวกันไปตลอดชีวิต ก่อนจะตัดสินใจเลือกก็คงต้องลองไปกินข้าวด้วยกันก่อนว่าอีกฝ่ายชอบอะไรมีรสนิยมแบบไหน นี่ยังไม่นับข้อเสี่ยงที่อาจเจอคนรสนิยมประหลาดๆหรืออันตราย ซึ่งของแบบนี้ถ้าไม่ลองก่อนก็ไม่สามารถจะรู้ได้แน่ชัด
ประมาณแบบที่ความเห็นที่ 6 บอกค่ะ พ่อแม่บอกว่าถ้าครั้งแรกคือคืนวันแต่งงาน ก็อาจจะเสี่ยงไปเจอกับสามีที่รสนิยมคนละทางกับเรา ไม่สามารถให้ความสุขทางเพศกับเราได้ หรือมีรสนิยมอันตรายเช่นซาดิสต์วิตถาร แต่งไปกับคนแบบนี้ก็จะมีปัญหากันเปล่าๆค่ะ เพราะอย่าลืมว่าการแต่งงานไม่ได้จบลงที่คืนวันแต่ง แต่การแต่งงานหมายถึงต้องใช้ชีวิตร่วมเตียงกับคนอีกคนนึงไปอีกนาน ซึ่งถ้าเราไม่รู้จักเค้าอย่างละเอียดพอก็อาจจะลำบากค่ะ
สรุปว่าตอนเด็กๆเคยคิดแบบ จขกท ค่ะ แต่พอโตขึ้นก็เปลี่ยนความคิดค่ะ
สมาชิกหมายเลข 1536120 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1194472 ถูกใจ, เหนียงน้อย เดอะมูฟวี่ ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1802688 ถูกใจ, Nightmare is not come true ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1594230 ถูกใจ, ปันกันโอโทไบท์ ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1198879 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1771671 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 886183 ถูกใจรวมถึงอีก 5 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
ตามหาสาวซิง (18+) กับแนวความคิด "เก็บซิงจนวันแต่งงาน"
เราเรียนมหาลัยปีสามค่ะ มีแฟนที่คบกันมานานพอสมควร แต่ไม่เคยมีอะไรกัน แฟนก็เคยพูดขอแบบทีเล่นทีจริง แต่เราใจแข็งไม่ยอมท่าเดียว 555
ส่วนตัวเราอยากเก็บไว้ให้ผู้ชายที่เรารักในวันแต่งงานค่ะ เราว่ามันเป็นความภูมิใจอย่างหนึ่งนะ
อยากรู้ว่าทุกวันนี้ยังมีใครคิดเหมือนเรามั้ยอ่ะ