ต้องบอกก่อนว่าฉันก๊อปเค้ามาจากในเฟสบุ๊คค่ะ ไม่รู้เหมือนกันว่าพี่เค้าเป็นใคร พอดีเห็นเพื่อนฉันไปกดไลค์แล้วมันเลยมาขึ้นที่หน้าฟีดของฉัน ฉันว่าฮามากเลยเอามาแชร์ต่อค่ะ
ฉันเอ่ยชื่อเฟสเค้าได้ใช่มั้ยคะ พอดีเห็นเค้าเปิดโพสเป็นสาธารณะด้วยเลยไม่น่าจะหวงอะไรเท่าไหร่
เฟสเค้าชื่อ แบงค์ เซ่อซ่าา
และนี่ก็คือข้อความที่เค้าโพสค่ะ
ไม่ต้องเป็นกุลสตรีศรีสยาม...
แค่ไม่เป็นสตรีศรี

ก็พอ..!!!
สาวๆบางคน เรียกว่าเป็นส่วนน้อยเลยก็ว่าได้ เพราะปกติไม่ค่อยจะเจอ แต่ก็พอมีอยู่บ้าง
คนที่ผมจะเล่านี้คือคนที่เคยเจอกับตัวเอง เป็นเหตุการณ์บนรถตู้ จำไม่ลืมเลยถึงแม้จะไม่อยากจำก็ตาม เธอเป็นคนหน้าตาสวย ผิวขาวใส แต่งตัวดูดี รูปร่างหน้าตาเกือบจะเพอเฟคเลยล่ะ
ผมนั่งอยู่ฝั่งขวาของรถตู้เกือบหลังสุด ผมนั่งริมหน้าต่างครับ เห็นเธอขึ้นรถตู้มา อู้หูเธอสวยมากครับ ผมนึกในใจ โอ้โหพระเจ้า ช่วยให้เธอมานั่งข้างๆผมทีสิ ก็แหงล่ะ ทั้งรถเหลือที่นั่งที่เดียวนี่หว่าคือข้างๆผม
พอเธอมานั่งข้างผมเท่านั้นแหละ ใจสั่นเลยครับ อยู่ใกล้คนสวยเป็นไม่ได้ สายตาผมเหลือบหันมองเธอเล็กน้อยก่อนที่จะทำเป็นเบือนหน้าหนีเมื่อเธอมองกลับมา
เวลาผ่านไปไม่ถึง 10 วิ สัจธรรมเริ่มบังเกิดครับ ผมได้กลิ่นเหม็นๆ เหมือนเหม็นเปรี้ยวของกลิ่นตัวใครสักคน โอ้วเชรดดด มันเป็นกลิ่นตัวของสาวสวยที่มานั่งข้างๆผมครับ ผมเริ่มไม่แน่ใจว่าก่อนหน้านี้เธอไปตกถังขี้มารึเปล่า หรือว่าเป็นคนขี้เกียจอาบน้ำ คือตื่นเช้ามาแต่งตัวออกจากบ้านเลย
ตอนแรกก็คิดในแง่ดีว่าเธอคงจะรีบตื่นไปสอบเลยอาบน้ำไม่ทัน แต่เอ๊ะ! เธอไม่ได้ใส่ชุดนักศึกษานี่หว่า เวลาผ่านไปประมาณ 2 นาทีเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น โทรศัพท์ของเธอนั่นแหละ เพื่อนเธอคงโทรมาเพราะได้ยินเหมือนเป็นเสียงผู้หญิง เพื่อนเธอคงจะโทรมาบอกว่าอย่าลืมอาบน้ำนะ เดี๋ยวคนข้างๆจะเหม็นเอา แต่ไม่ทันแล้วล่ะ เพราะตอนนี้กลิ่นเธอลอยมาเต็มๆแล้วครับ
เธอเป็นคนที่คุยโทรศัพท์เสียงดังมาก ราวกับว่าโทรศัพท์อยู่ห่างจากปากเธอไปถึงปากีสถานงั้นแหละ แล้วคิดดู คนทั้งรถตู้เงียบกริ๊บ!! เสียงดังยังพอรับได้ แต่ที่สุดจะทนคือกลิ่นปากครับ เธอคุยโทรศัพท์ไม่ได้เอาออกมาแต่เสียง แต่เธอเอากลิ่นออกมาด้วย ผมนี่หันหน้าหนีติดกระจกเลยครับ ถ้าเปิดหน้าต่างได้ผมคงโผล่หัวออกไปนอกรถเพื่อไปสูดอากาศอันบริสุทธิ์ข้างนอกละ
ผมทนไม่ไหวละ เลยตัดสินใจหันไปบอกเธอว่า "เธอๆ เบาๆหน่อย" เธอหันหน้ามาทางผมพร้อมกับพูดว่า "ห๊าาาาา" นาทีนี้ใครจะเข้าใจ เธอห๊าาาทีนึงกลิ่นนี่ตีเข้าหน้าเต็มๆเลยครับ ขมคอกันเลยทีเดียว เหมือนเธอจะไม่ค่อยเข้าใจที่ผมพูด ผมเลยบอกเธออีกครั้ง "คุยเบาๆหน่อยครับ" ครั้งนี้เธอเข้าใจครับ เธอบอกผมว่า "อ่อออออ" อื้มหืมมมเยดเข้ เสียงอ่อลากยาวตาแห้งเลยกู
ครั้งนี้เธอคุยเสียงเบาลงครับ แต่กลิ่นปากเธอยังคงฟุ้งกระจายไม่รู้ว่าคนอื่นๆจะได้กลิ่นบ้างรึเปล่า ผมแกล้งพูดเบาๆ "นี่ปากหรือถังหมักขี้วะเนี่ย" เธอหันมาหาผมอีกทีครับ "ห๊าาาาา" ผมนี่อ้วกแทบปริ้นเลยนาทีนี้ ผมยกสมุดเล่มนึงขึ้นมาปิดปากเธอ ผมบอก "พอแล้วๆ ไม่มีไร" อื้มหืมม ปากหรือโกดังเก็บศพเน่าวะนั่น ผมนี่ไข้แทบขึ้นเลย ผู้หญิงอะไร

มาก
เรื่องยังไม่จบแค่นี้ ใครเบื่อแล้วพักก่อน
ใครยังไม่เบื่อ อ่านต่อเลย
...........................................................
.................
.......
..
สักพักเธอก็วางสายครับ ผมนี่ถึงกับหายใจออกลากยาวๆเลย รู้สึกโล่งปอดขึ้นไปอีกหน่อยที่ไม่ต้องทนหายใจรับกลิ่นปากเธอเข้าไป แต่ถึงยังไงกลิ่นตัวเธอก็ยังคงเหม็นเปรี้ยวตลบอบอวนชวนอ้วกพุ่งอยู่ดี เธอหันมายิ้มให้ผมเล็กน้อย ผมก็ยิ้มแหยงๆให้เธอกลับก่อนที่เธอจะหลับไป
ผมคิดในใจ นี่ผมต้องทนไปอีกนานเท่าไหร่ จะลงรถแล้วเปลี่ยนคันก็ขี้เกียจเพราะตอนนั้นก็รีบๆอยู่ด้วย ก็เลยทนเหม็นเปรี้ยวต่อไป
สัจธรรมก็ได้เกิดอีกครั้ง เมื่อเธอหลับในท่านั่งอ้าปากหวอราวกับว่าจะพ่นไฟออกมาให้ได้ แต่ที่ออกมามันไม่ใช่ไฟอะดิ อี

!! กลิ่นครับกลิ่น เธอหายใจออกมาทางปาก คราวนี้หนักกว่าตอนเธอคุยโทรศัพท์อีก เพราะมันออกมาตลอด หายใจเข้าลึกลื๊กกกแล้วหายใจออก ฮ่าาาาา เยดเข้ มันต้องมีตัวอะไรตายอยู่ในปากเธอแน่ๆ
ไม่พอแค่นั้น เหมือนเธอเป็นคนหลับลึกมาก ถ้าผมแอบจับนมเธอตอนนั้นเธอก็คงไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำ แต่ผมกลัวกลิ่นซากศพเน่าจะติดมือเลยไม่ดีกว่า เธอหลับถึงขนาดนั่งผงกหัวขึ้นๆลงเหมือนนักร้องวงร็อคที่ผงกหัวด้วยอารมณ์เมามันส์ เธอผงกหัวอยู่พักนึงก็กลับมาพิงเบาะเหมือนเดิมแต่ยังคงหลับอยู่
สักพักหัวเธอเริ่มโยกไปทางซ้าย โยกจนแทบจะตกลงไปอยู่กะพื้นมันยังไม่ตื่นเลยครับ โอ้ถ้าจะหลับขนาดนั้นไม่ลงไปนอนกะพื้นเลยล่ะอีห่านลากไส้ จากนั้นมันเปลี่ยนมาโยกทางขวา แน่นอนครับ ซบไหล่กูเลย จังหวะที่ผมหันไปทางเธอพร้อมทั้งเธอหายใจออกมาลากยาวๆ ฮ่าาาาาาาาา อื้มหืมมม แห้งทั้งหน้าเลยกู
ผมเลยสะกิดให้เธอตื่น "เธอๆ" เธอไม่ตื่นครับ ผมเลยมะเหงกเหม่งเธอไปที คราวนี้เธอสลึมสลือตื่นขึ้นมาผมเลยเรียกอีกที "เธอๆ" เธอเงยหน้าขึ้นมาทั้งๆที่ยังซบไหล่ผมอยู่ "ห๊าาาา" อื้มหืม รอบนี้ระยะประชิด กลืนน้ำลายไม่ลงเลยกู เธองงเล็กน้อยแล้วเธอก็บอกผมว่า "โทษค่ะ นอนน้อยไปหน่อย" คือผมไม่ได้โกรธที่เธอนอนน้อยครับ แต่กลิ่นปากอะอี

ยย!!
...........................................................
....................
ถึงตรงนี้อ่านเบื่อกันยัง พักหายใจหายคอกันหน่อย รู้สึกขมคอเหลือเกิน ใครยังไม่เบื่อมาอ่านตอนจบต่อเลย
...........................................................
....................
........
..
จากตอนแรกที่ผมวอนพระเจ้า ขอให้เธอมานั่งข้างผมที ตอนนี้ท่านพระเจ้าครับ ช่วยพาเธอออกไปที ผมไม่ไหวแล้วครับ
เธอดูเหมือนเป็นคนเฟลนลี่มากครับ เธอหันมาถามผม "เป็นไรหน้าซีดๆ เหงื่อแตก ร้อนหรอ เป็นไรป่าวเธอ" ผมเลยบอกอ้อมๆ "รู้สึกเหมือนไข้จะขึ้น" เธอหยิบหมากฝรั่งขึ้นมาหนึ่งชิ้นถามผมว่า "กินมั้ย" ผมนึกใจใน นี่แหละ ควร- ไม่ใช่กู

แต่ผมพูดออกไปว่า "เอาเลยครับ ไม่เป็นไร" แล้วเธอก็เก็บหมากฝรั่งใส่กระเป๋าไม่ยอม- อ่าวอีห่า ซะงั้น
เหมือนพระเจ้าจะสงสารผม สักพักเธอแหกปากบอกคนขับรถ "จอดตรงสะพานลอยข้างหน้าด้วยค่ะ" ผมว่าคนที่นั่งอยู่ข้างหน้าเธอต้องได้กลิ่นนี้แน่แต่ไม่พูดออกมาเฉยๆ
เธอหันกลับมาคุยกับผมอีกครั้ง "ฟ้าไปก่อนนะคะ" อื้มหืมม ฟ้าหรอ ที่กูนั่งข้างมาตลอดนี่กูนึกว่านรก ผมเอ่ยคำที่สุภาพออกไป "โชคดีนะครับฟ้า" เธอทิ้งกลิ่นสุดท้ายเข้าเต็มเบ้าหน้าผม "จ้าาาาา" ผมนี่แทบทรุดไหลลงไปกองกะพื้นเลย นาทีนี้นอกจากพระเจ้าคงไม่มีใครเข้าใจกูอีกแล้ว
ไม่รู้ว่าคนขับรถตู้มองไม่เห็นข้างทางหรือว่าไง พี่เค้าจอดข้างๆหลุม คือหลุมอยู่ตรงประตูรถเปิดพอดี เธอเปิดประตูพร้อมก้าวขาลงแบบไม่ทันได้มอง
พลั่ดดดดด!! หกคะเมนลงไปครึ่งแข้ง
นาทีนี้ไม่รู้จะขำหรือจะสงสารดี 555
...........................................................
..................
.......
..
ไม่รู้ว่าคนอื่นจะขำมั้ยแต่ฉันอ่านจบตรงนี้ฮาน้ำตาเล็ดเลยค่ะ 555
ผ่านไปสักพักเจ้าของโพสนี้ก็มาคอมเม้นต่ออีกว่า
ต่ออีกนิด..
หลังจากที่รถออก ผมนั่งน้ำตาไหลพรากเลย เด็กชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่หลังสุดเขยิบมานั้งข้างผมแล้วพูดว่า "พี่ครับ ผมว่าผมรู้สึก ไม่รู้ว่าพี่จะรู้สึกเหมือนผมมั้ย"
ผมหันไปบอกเด็กคนนั้นทั้งน้ำตา "รู้สึกไม่เท่ากูหรอก" ㅠ__ㅠ
555 ไม่รู้ว่าพี่เค้าเป็นใคร แต่ขอบคุณที่ทำให้ฉันยิ้มได้แบบนี้ค่ะ
เครดิตจากเฟสบุ๊ค แบงค์ เซ่อซ่าา
www.facebook.com/bankzerzaa
ไม่ต้องเป็นกุลสตรีศรีสยาม... แค่ไม่เป็นสตรีศรี:)ก็พอ..!!!
ฉันเอ่ยชื่อเฟสเค้าได้ใช่มั้ยคะ พอดีเห็นเค้าเปิดโพสเป็นสาธารณะด้วยเลยไม่น่าจะหวงอะไรเท่าไหร่
เฟสเค้าชื่อ แบงค์ เซ่อซ่าา
และนี่ก็คือข้อความที่เค้าโพสค่ะ
ไม่ต้องเป็นกุลสตรีศรีสยาม...
แค่ไม่เป็นสตรีศรี
สาวๆบางคน เรียกว่าเป็นส่วนน้อยเลยก็ว่าได้ เพราะปกติไม่ค่อยจะเจอ แต่ก็พอมีอยู่บ้าง
คนที่ผมจะเล่านี้คือคนที่เคยเจอกับตัวเอง เป็นเหตุการณ์บนรถตู้ จำไม่ลืมเลยถึงแม้จะไม่อยากจำก็ตาม เธอเป็นคนหน้าตาสวย ผิวขาวใส แต่งตัวดูดี รูปร่างหน้าตาเกือบจะเพอเฟคเลยล่ะ
ผมนั่งอยู่ฝั่งขวาของรถตู้เกือบหลังสุด ผมนั่งริมหน้าต่างครับ เห็นเธอขึ้นรถตู้มา อู้หูเธอสวยมากครับ ผมนึกในใจ โอ้โหพระเจ้า ช่วยให้เธอมานั่งข้างๆผมทีสิ ก็แหงล่ะ ทั้งรถเหลือที่นั่งที่เดียวนี่หว่าคือข้างๆผม
พอเธอมานั่งข้างผมเท่านั้นแหละ ใจสั่นเลยครับ อยู่ใกล้คนสวยเป็นไม่ได้ สายตาผมเหลือบหันมองเธอเล็กน้อยก่อนที่จะทำเป็นเบือนหน้าหนีเมื่อเธอมองกลับมา
เวลาผ่านไปไม่ถึง 10 วิ สัจธรรมเริ่มบังเกิดครับ ผมได้กลิ่นเหม็นๆ เหมือนเหม็นเปรี้ยวของกลิ่นตัวใครสักคน โอ้วเชรดดด มันเป็นกลิ่นตัวของสาวสวยที่มานั่งข้างๆผมครับ ผมเริ่มไม่แน่ใจว่าก่อนหน้านี้เธอไปตกถังขี้มารึเปล่า หรือว่าเป็นคนขี้เกียจอาบน้ำ คือตื่นเช้ามาแต่งตัวออกจากบ้านเลย
ตอนแรกก็คิดในแง่ดีว่าเธอคงจะรีบตื่นไปสอบเลยอาบน้ำไม่ทัน แต่เอ๊ะ! เธอไม่ได้ใส่ชุดนักศึกษานี่หว่า เวลาผ่านไปประมาณ 2 นาทีเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น โทรศัพท์ของเธอนั่นแหละ เพื่อนเธอคงโทรมาเพราะได้ยินเหมือนเป็นเสียงผู้หญิง เพื่อนเธอคงจะโทรมาบอกว่าอย่าลืมอาบน้ำนะ เดี๋ยวคนข้างๆจะเหม็นเอา แต่ไม่ทันแล้วล่ะ เพราะตอนนี้กลิ่นเธอลอยมาเต็มๆแล้วครับ
เธอเป็นคนที่คุยโทรศัพท์เสียงดังมาก ราวกับว่าโทรศัพท์อยู่ห่างจากปากเธอไปถึงปากีสถานงั้นแหละ แล้วคิดดู คนทั้งรถตู้เงียบกริ๊บ!! เสียงดังยังพอรับได้ แต่ที่สุดจะทนคือกลิ่นปากครับ เธอคุยโทรศัพท์ไม่ได้เอาออกมาแต่เสียง แต่เธอเอากลิ่นออกมาด้วย ผมนี่หันหน้าหนีติดกระจกเลยครับ ถ้าเปิดหน้าต่างได้ผมคงโผล่หัวออกไปนอกรถเพื่อไปสูดอากาศอันบริสุทธิ์ข้างนอกละ
ผมทนไม่ไหวละ เลยตัดสินใจหันไปบอกเธอว่า "เธอๆ เบาๆหน่อย" เธอหันหน้ามาทางผมพร้อมกับพูดว่า "ห๊าาาาา" นาทีนี้ใครจะเข้าใจ เธอห๊าาาทีนึงกลิ่นนี่ตีเข้าหน้าเต็มๆเลยครับ ขมคอกันเลยทีเดียว เหมือนเธอจะไม่ค่อยเข้าใจที่ผมพูด ผมเลยบอกเธออีกครั้ง "คุยเบาๆหน่อยครับ" ครั้งนี้เธอเข้าใจครับ เธอบอกผมว่า "อ่อออออ" อื้มหืมมมเยดเข้ เสียงอ่อลากยาวตาแห้งเลยกู
ครั้งนี้เธอคุยเสียงเบาลงครับ แต่กลิ่นปากเธอยังคงฟุ้งกระจายไม่รู้ว่าคนอื่นๆจะได้กลิ่นบ้างรึเปล่า ผมแกล้งพูดเบาๆ "นี่ปากหรือถังหมักขี้วะเนี่ย" เธอหันมาหาผมอีกทีครับ "ห๊าาาาา" ผมนี่อ้วกแทบปริ้นเลยนาทีนี้ ผมยกสมุดเล่มนึงขึ้นมาปิดปากเธอ ผมบอก "พอแล้วๆ ไม่มีไร" อื้มหืมม ปากหรือโกดังเก็บศพเน่าวะนั่น ผมนี่ไข้แทบขึ้นเลย ผู้หญิงอะไร
เรื่องยังไม่จบแค่นี้ ใครเบื่อแล้วพักก่อน
ใครยังไม่เบื่อ อ่านต่อเลย
...........................................................
.................
.......
..
สักพักเธอก็วางสายครับ ผมนี่ถึงกับหายใจออกลากยาวๆเลย รู้สึกโล่งปอดขึ้นไปอีกหน่อยที่ไม่ต้องทนหายใจรับกลิ่นปากเธอเข้าไป แต่ถึงยังไงกลิ่นตัวเธอก็ยังคงเหม็นเปรี้ยวตลบอบอวนชวนอ้วกพุ่งอยู่ดี เธอหันมายิ้มให้ผมเล็กน้อย ผมก็ยิ้มแหยงๆให้เธอกลับก่อนที่เธอจะหลับไป
ผมคิดในใจ นี่ผมต้องทนไปอีกนานเท่าไหร่ จะลงรถแล้วเปลี่ยนคันก็ขี้เกียจเพราะตอนนั้นก็รีบๆอยู่ด้วย ก็เลยทนเหม็นเปรี้ยวต่อไป
สัจธรรมก็ได้เกิดอีกครั้ง เมื่อเธอหลับในท่านั่งอ้าปากหวอราวกับว่าจะพ่นไฟออกมาให้ได้ แต่ที่ออกมามันไม่ใช่ไฟอะดิ อี
ไม่พอแค่นั้น เหมือนเธอเป็นคนหลับลึกมาก ถ้าผมแอบจับนมเธอตอนนั้นเธอก็คงไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำ แต่ผมกลัวกลิ่นซากศพเน่าจะติดมือเลยไม่ดีกว่า เธอหลับถึงขนาดนั่งผงกหัวขึ้นๆลงเหมือนนักร้องวงร็อคที่ผงกหัวด้วยอารมณ์เมามันส์ เธอผงกหัวอยู่พักนึงก็กลับมาพิงเบาะเหมือนเดิมแต่ยังคงหลับอยู่
สักพักหัวเธอเริ่มโยกไปทางซ้าย โยกจนแทบจะตกลงไปอยู่กะพื้นมันยังไม่ตื่นเลยครับ โอ้ถ้าจะหลับขนาดนั้นไม่ลงไปนอนกะพื้นเลยล่ะอีห่านลากไส้ จากนั้นมันเปลี่ยนมาโยกทางขวา แน่นอนครับ ซบไหล่กูเลย จังหวะที่ผมหันไปทางเธอพร้อมทั้งเธอหายใจออกมาลากยาวๆ ฮ่าาาาาาาาา อื้มหืมมม แห้งทั้งหน้าเลยกู
ผมเลยสะกิดให้เธอตื่น "เธอๆ" เธอไม่ตื่นครับ ผมเลยมะเหงกเหม่งเธอไปที คราวนี้เธอสลึมสลือตื่นขึ้นมาผมเลยเรียกอีกที "เธอๆ" เธอเงยหน้าขึ้นมาทั้งๆที่ยังซบไหล่ผมอยู่ "ห๊าาาา" อื้มหืม รอบนี้ระยะประชิด กลืนน้ำลายไม่ลงเลยกู เธองงเล็กน้อยแล้วเธอก็บอกผมว่า "โทษค่ะ นอนน้อยไปหน่อย" คือผมไม่ได้โกรธที่เธอนอนน้อยครับ แต่กลิ่นปากอะอี
...........................................................
....................
ถึงตรงนี้อ่านเบื่อกันยัง พักหายใจหายคอกันหน่อย รู้สึกขมคอเหลือเกิน ใครยังไม่เบื่อมาอ่านตอนจบต่อเลย
...........................................................
....................
........
..
จากตอนแรกที่ผมวอนพระเจ้า ขอให้เธอมานั่งข้างผมที ตอนนี้ท่านพระเจ้าครับ ช่วยพาเธอออกไปที ผมไม่ไหวแล้วครับ
เธอดูเหมือนเป็นคนเฟลนลี่มากครับ เธอหันมาถามผม "เป็นไรหน้าซีดๆ เหงื่อแตก ร้อนหรอ เป็นไรป่าวเธอ" ผมเลยบอกอ้อมๆ "รู้สึกเหมือนไข้จะขึ้น" เธอหยิบหมากฝรั่งขึ้นมาหนึ่งชิ้นถามผมว่า "กินมั้ย" ผมนึกใจใน นี่แหละ ควร- ไม่ใช่กู
เหมือนพระเจ้าจะสงสารผม สักพักเธอแหกปากบอกคนขับรถ "จอดตรงสะพานลอยข้างหน้าด้วยค่ะ" ผมว่าคนที่นั่งอยู่ข้างหน้าเธอต้องได้กลิ่นนี้แน่แต่ไม่พูดออกมาเฉยๆ
เธอหันกลับมาคุยกับผมอีกครั้ง "ฟ้าไปก่อนนะคะ" อื้มหืมม ฟ้าหรอ ที่กูนั่งข้างมาตลอดนี่กูนึกว่านรก ผมเอ่ยคำที่สุภาพออกไป "โชคดีนะครับฟ้า" เธอทิ้งกลิ่นสุดท้ายเข้าเต็มเบ้าหน้าผม "จ้าาาาา" ผมนี่แทบทรุดไหลลงไปกองกะพื้นเลย นาทีนี้นอกจากพระเจ้าคงไม่มีใครเข้าใจกูอีกแล้ว
ไม่รู้ว่าคนขับรถตู้มองไม่เห็นข้างทางหรือว่าไง พี่เค้าจอดข้างๆหลุม คือหลุมอยู่ตรงประตูรถเปิดพอดี เธอเปิดประตูพร้อมก้าวขาลงแบบไม่ทันได้มอง
พลั่ดดดดด!! หกคะเมนลงไปครึ่งแข้ง
นาทีนี้ไม่รู้จะขำหรือจะสงสารดี 555
...........................................................
..................
.......
..
ไม่รู้ว่าคนอื่นจะขำมั้ยแต่ฉันอ่านจบตรงนี้ฮาน้ำตาเล็ดเลยค่ะ 555
ผ่านไปสักพักเจ้าของโพสนี้ก็มาคอมเม้นต่ออีกว่า
ต่ออีกนิด..
หลังจากที่รถออก ผมนั่งน้ำตาไหลพรากเลย เด็กชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่หลังสุดเขยิบมานั้งข้างผมแล้วพูดว่า "พี่ครับ ผมว่าผมรู้สึก ไม่รู้ว่าพี่จะรู้สึกเหมือนผมมั้ย"
ผมหันไปบอกเด็กคนนั้นทั้งน้ำตา "รู้สึกไม่เท่ากูหรอก" ㅠ__ㅠ
555 ไม่รู้ว่าพี่เค้าเป็นใคร แต่ขอบคุณที่ทำให้ฉันยิ้มได้แบบนี้ค่ะ
เครดิตจากเฟสบุ๊ค แบงค์ เซ่อซ่าา
www.facebook.com/bankzerzaa