เมื่อ..เกิดเหตุการณ์ตกเครื่อง ณ ต่างประเทศ โดยอังกฤษ LV.0

สวัสดีค่ะ ชาวพันทิปทุกท่าน

ก่อนจะมาเล่าความบ้าๆ ออกเเนว โง่ๆของเราให้ฟัง ก่อนอื่น จะเเนะนำตัวเองคราวๆก่อนนะค่ะ

1. หลักสำคัญคือ เราพูดอังกฤษได้นิดเดียว ประมาณแค่ 5-6 คำเท่านั้น
2. เราไปประเทศมาเลเซียครั้งที่ 2 ค่ะ
3. เรามีเพื่อนไป 1 คน

คราวๆเท่านี้นะค่ะ เอ้าละ มาเริ่มกันเลยดีกว่า

เหตุการณ์วันนั้นเป็นวันที่เเสนสบาย มีโอกาศได้พักร้อน 3 ในมาเที่ยวต่าวประเทศ
โดยคำชวนของเพื่อนคนนึ่งที่มีเเฟนเป็นคนมาเลเซีย

เราตัดสินใจไปเที่ยวมะละกา เมืองที่เขาอาศัยอยู่ ตอนเเรก เเฟนของเขาต้องการให้พวกเราไปพักที่บ้าน
แต่เราคิดว่ามันไม่เหมาะอะ แถมเราไม่รู้จักด้วย พูดง่ายๆคือกลัวค่ะ

เราพักกันที่ รร.ที่ไม่เเพงเเห่งหนึ่ง เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน
ใฃ้เวลาเที่ยวคุ้มค่า แต่ก็ไม่มีอะไรมาก เเละในที่สุด

เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิด รถบัสที่เรานั่งจาก lcct มา มะละกานั้น ใช้เวลาประมาณ 2 กว่าๆ
ไฟท์บินของเราคือ 3 ทุ่ม 45 พูดง่ายๆเราต้องนั่งรถตอน 4 โมง แต่ปรากาฎว่า

ณ ที่ขายตั๋ว มีกระดาษขนาดเท่า A4 เเป๊ะเอาไว้ว่า "4.00 am full"
เอิ่มมมมมมมมมมม

พากันหน้าซีด เเล้วจะทำยังไงละทีนี้
เเล้วคุนเเฟนเพื่อนไม่เดือนร้อนอารัยเลย = =

เราเลยตัดสินใจที่จะไปต่อรถที่ TBS เรานั่งรถอีกสายมาที่ TBS เกือบ 2 ชม.
เเละเเล้ว......... รถที่ไปต่อ TBS มีรอบ 19.30 น. ใฃ้เวลา 1.30 น. ในการเดินทาง

เราสองคนนั่งรถรอรถอยู่ในห้องแอร์เย็นช่ำ แต่เราสองคนนี้เหงื่อท่วมตัว หัวใจจะระเบิด
คงมีคนสงสัยว่าทำไมไม่ขึ้นเเท็กซี่ เอิ่มมมม 200 RM เรามีไม่ถึงอ่าค่ะ ตอนนั้นเหลือคนละ 90 มั่ง

เเละเเล้วรถบัสก็มาเทียบชานชะลา เรานั่งรถชมวิวไปจนถึงสนามบินเวลา 21.00 พอดิบพอดี
เค้าเตอร์ปิดเช็คอินไปเรียบร้อยเเล้ว เเล้วจะทำยังไงละทีนี เงินมีไม่พอกลับ

ค่าตั๋วที่ซื้อ ณ ตอนนั้นราคา 260 RM เพื่อนเลยโทบอกเเฟนว่าตกเครื่อง พวกเราเลยตัดสินใจกลับมะละกา

หลังๆจะมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นเยอะ ทุกคนที่อ่านคงจะมีความรู้สึกว่าถ้าตัวเองเจอแบบนี้จะทำยังไง

เพื่อนโทบอกแฟนว่าขึ้นรถเที่ยว ตี1 จะถึงนั้นประมาณ ตี 2 เกือบๆ ตี 3 ให้ออกมารอรับที่สถานีด้วย
เเละเมื่อเราไปถึง มองซ้าย มองขวา เอิ่มมมมมมมมมม = =
ไม่เห็นวีเเววของเค้าเลย

เราโทหาจนโทสับสายแทบไหม้ แบทก็จะหมด เรารอเค้าอยู่จน 7 โมงเช้า
ทำยังไง เราตัดสินใจนั่งเเท็กซี่ไปที่ รร.เดิมที่พักเจอ
จนท.คนเดิม ดีว่าเค้าจำเราได้ เราเล่าให้เค้าฟังว่าเกิดอะไรขึ้น เค้าบอกว่า
เพื่อนของเเฟนเพื่อนทิ้งเบอร์สำรองไว้ให้
เราเลยขอเขามาเเละขึ้นมานอนพอเที่ยงเราก็ทำการโทหาอย่างด่วนจี่

รู้ไหมว่าเพื่อนของเเฟนเพื่อนบอกว่าไง
เค้าบอกว่า เเฟนของเพื่อนมาทำงานปกติ ไม่เห็นพูดอะไร เท่านั้นเเหละ
แทบจะคลั่ง ยิ้ม ไม่เป็นห่วงกรุส์ ก็เปนห่วงเเฟนของคุนยิ้มหน่อย เชื่อไหมค่ะ
ว่าตอนที่เพื่อนของเเฟนเพื่อนมารับ เค้าดูเปนห่วงพวกเรามาก เเถมบอกว่าทำไมไม่บอกเค้าละ

ลืมบอกไปว่า เเฟนเพื่อนบอกไม่ให้บอกใคร (ถ้ากรุไม่บอกกรุตายเเน่)

เราก็ไม่รู้จะว่ายังไงนะค่ะ พอเห็นหน้าเท่านั้นเเหละ ยิ้ม อารมเดือดมาก
มีการยังมาพูดได้ว่า "sorry na" ขอโทษแค่นี้ยิ้ม ปล่อยให้พวกกรุยืนรอยันเช้า ยิ้มขอโทษคำเดียวจบหรอ?

วันนั้นเราตัดสินใจโทบอกที่บ้านว่าเราตกเครื่อง โดนแม่ด่าใหญ่โต เเละน้าจะบุ๊คตั๋วให้กลับ ตอนนี้เรารอดตัวเเล้ว
เหลือเพื่อนเราถามว่าจะเอายังไง จะให้น้าบุ๊คให้ทีเดว

เพื่อนเราก็ลังเลจริ๊งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จะอยากอยู่กะยิ้มอารัยนักหนา คิดไหม มันปล่อยให้เรารอยิ้มทั้งคืน
คิดเเล้วโมโห เเฟนมันบอกว่าจะพาไปซื้อตั๋วเอง เออ ไอเราก็โอเค

น้าเราบุ๊คตั๋วให้อีกวันถัดมา รอบบ่าย 3 และเเล้ว ก็เกิดเรื่องอีกคือ

เพื่อนเราไม่กลับด้วย ทั้งๆที่ กรุพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ตอนนั้นโกรธมากกกกกกกก เลือดขึ้นหน้า เราว่าไปหลายคำเลย สรุปเเล้ว วันนั้นเราออกมาขึ้นรถรอบ 11 โมง

โดยที่นั่งรถมาคนเดียว เรานั่งคิดมาตลอดทาง ทำไมถึงกล้าทิ้งเรา ทั้งๆที่ก็รู้ว่าเราพูดอังกฤษไม่ได้
เเละเเล้วรถก็มาถึงที่ lcct เวลา 13.20 น. เรามีเวลาพอสมควรในการเช็คอิน ผ่าน ตม
เเละเเล้ว สิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้นก็เกิดขึ้นอีก

อิเเอร์เอเชียยิ้ม ถามห่าไรไม่รู้ ก็อุดส่าเขียนบอกไปเเล้วว่าพูดอังกฤษไม่ได้ เอาโทสับยืนให้ดูเอกสาร อะไรทุกอย่าง
สรุปเเล้วผ่านไปเกือบ 1 ชม เรามีเวลาวิ่งเข้า ตม แค่ 45 นาที เเละปรากฎ
แถวยิ้มยาวสัส กรุจะบอกว่าขอแซงคิวก่อน ก็พูดไมเปน

เวลาผ่านไป อากาศก็ร้อน คนก็เยอะ ใจนี้เต้น ตึกๆๆๆๆๆ  เหลืออีก 10 นาทีมั่ง คนเหลือ 9 คนเราจำได้ขึ้นใจ
พอผ่านมาเรื่อยๆ เหลืออีก 5 นาที อีกคนเดียวๆๆๆ เเละเเล้ว อิเจ้จีนข้างหน้ายิ้ม มีปัญหาห่าไรเนี้ยยยยยยยยยย

ตม ถามนานมากกกกกกกกกกกก มองนาฬิกา 2 นาที........... เอิ่มมมมมมมมม

สรุปอิเจ้โดนเรียกไปห้องเย็น เเล้วๆๆๆๆๆๆๆ ใช้เวลาความเร็วเเสง วิ่งลงมาทีเกทททททททททททท

จำได้ขึ้นใจ "CLOSED"

อ่อ ลืมบอกไปนะค่ะ เราตกเครื่อง 2 รอบ เราร้องให้อยู่ตรงนั้นเลย ไม่รู้จะทำไงเเล้ว โทไลน์หาน้า
น้าเราด่าไม่มีชิ้นดี วางสายใส่อีก สักพักมีพนักงานแอร์เอเชีย เดินมาบอกว่า..........จนจบ เราตอบไปเเต่ 4 คำค่ะ
โน อัน เดอ สเเตน เยสสสสสสเข้ กรุโง่อังกฤษ เข้าใจไหมมมมมมมมมมมม

อิเพื่อน ก็ทิ้งกรุ ถ้ามาด้วยตอน กรุก็คงไม่ตกเครื่องหรอก กรุไปติดอิตรงเช็คอินอยู่เกือบ ชม ห่าเอ้ย

พนง.คนนั้นเค้าก็ไม่รู้ว่าจะสื่อสารกับเรายังไงมั่ง เรานั่งคิดอยู่เกือบ ชม. สักพักเราเจอคนไทย
ใส่สูทพอมีอายุเเล้ว ใจจิงเราเเค่อยากขอความช่วยเหลือเค้าเเค่ ให้เค้าพาเรากับออกไปหน่อยได้ไหมเท่านั้น

เเต่อีตาแก่ใส่ฟันปลอมยิ้ม ทำท่าไม่อยากคุยเเล้วก็บอกว่าเดวรอเลขาผมมาคุยนะ ผมไม่ว่าง (เออ เข้าใจอยู่ว่าเค้าคงคิดกลัวเป็นพวกมิจฉาชีพ)
แต่ก็ทำน่าเกียจไปนะ

สรุปเรารอเลขาเขามาคุย คนนี้ใจดีมาก เขาก็ไปถามเค้าเตอร์ให้ว่าเราจะทำยังไง ปรากฏเราต้องใช้เงิน 100RM ไปเทรินตั๋วใบไหม่ แต่ปัญหาคือ
ตังไม่มีเเล้วค่ะ

เราโทหาเพื่อนให้ยืมเงินกะเเฟนให้เรา ยิ้มพูดเป็นคำเดียว ยืมได้เเล้วจะเอาไปให้ยังไงละ?

ขอบพระคุณมากนะค่ะ
เรานั่งคิดอยู่ที่สนามบินจนเกือบ 3 ทุ่ม ไม่รู้จะทำยังไง ไม่รู้จะคุยกับใคร เเล้วจะกลับยังไง
เเบทก็จะหมด ที่ชาทเพื่อนก็เอาไป ชีวิต ณ ตอนนั้นคิดว่า คงตายยุนี้เเหละ

เเละเเล้วแม่ก็โทมาถามอยู่ไหน ให้นอนรอที่สนามบินไปเลย เดียวจะบุ๊คตั๋วรอบ 6 โมงเช้าไห้
ตอนนั้นรู้สึกจะร้องให้อยู่ตรงนั้นเเล้ว ดีใจมาก ยังไงครอบครัวก็ไม่มีทางทิ้งเราอยู่เเล้ว

ผ่านไปเกือบเที่ยงคืน เเบทเราเหลือ 10% ทำไงละทีนี้ งานเริ่มงอกอีกเเละ
จนผ่านไปเรื่อยๆๆๆๆๆ จนเหลือ 2 % แม่โทเข้ามาอีกครั้งบอกบุ๊คตั๋วให้เเล้ว แม่ส่งเลขเข้าใน e mail เเล้ว

วางสายปั๊บ อีก 1% เปิดได้เเล้ว จดเลขเสร็จปั๊บ 0% เเบทหมดทันที
ยังจะมีโชคช่วยอีกนิด ไม่งั้นกรุตายของเเท้

เรานั่งรอเวลาไปเรื่อยๆๆๆๆ จนเกือบๆตี 2 มีผู้คนเดินไปเดินมา บางคนก็นอนหลับ บางคนก็นั่งคุยกัน
แต่ ณ เวลานั้นเราอยากกลับบ้านใจจะขาดเเล้ว
เรานั่งอ่านหนังสือนิยายที่พกมาด้วย ไปพรางๆ ง่วงก็ง่วง หิวก็หิว มีตังอยู่ประมาน 50 RM แต่สั่งไม่เป็น

ด้วยความเป็นคนไทย ไม่ทิ้งชาติกำเนิด
เรานั่งอ่านหนังสือเเล้วมันหลุดมือก็เลยอุธานคำไม่ค่อยดีออกไป "เหี้..ย หล่น" เฮ้อ.. คิดในใจ ไม่มีคนไทย ไม่มีคนได้ยินหรอก

:อ่าว....... น้องคนไทยหรอครับ" = = มายังไงเนี้ยยยยยยยยยยยยย
จิงๆคนๆนี้เค้านั่งหลับอยู่นานเเล้วอะ แต่ไม่ได้คุยไม่ได้อารัย เลยไม่รู้ว่าคนไทย
"อ่อ ค่ะๆๆๆ" สรุปเเล้ว ถ้าไม่อุธานออกไป ก็คงไม่รู้ว่าเป็นคนไทยนะ

เราคุยกันอยู่ทั้งคืน แลกเปลี่ยนอารัยกันหลายๆอย่าง เเต่ด้วยความเสียมารยาท เราขอร้องให้เราพาเราไปซื้อข้าวกินหน่อย
เพราะไม่ไหวเเล้ว หิวมาก เคา้ก็ใจดีนะค่ะ ประสบการณ์ โดดเดียวในต่างแดน

สรุปเช้านั้นก็เจอคนไทยอีกหลายวัน นั่งรอที่หน้าเกจ เเละเเล้วก็มีปัญหาอีกรอบ เกจที่เเสดงไว้มันเปลี่ยนจากเดิมที่อยู่ในตั๋ว
เเล้วพอไปถาม จนท.บอกอย่างเดียว ไม่รู้ต้องดูที่หน้าจอ ในใบเขียน T1 เเต่หน้าขอเขียน E5 มันอยู่คนละโซนกันเลย

จนเหลือเวลาอีก 35 นาที เกจมันก็ไม่เปลี่ยน เเละเเล้วก็มีฮีโร่ผู้ผดุงความยุติธรรมปรากฏออกมาด่าสาดเลยค่ะ
เท่านั้นเเหละ จนม รีบออกมาชีเเจงใหญ่
เราก็เขาไปรอในเกจตามปกติ ง่วงมากเลย 3 ชม ให้หลังถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ

ปล.ทั้งหมดที่เล่ามานั้นจะเป็นบทเรียนกับชีวิตเเละอาจจะกับคนอื่นๆว่า ความสำคัญของภาษาก็ต้องมีเหลือกันนะค่ะ
เเต่ทางทีดี ควรไปก่อนเวลาเยอะๆน่าจะดีกว่า เเละน้องๆพี่ๆคนไหนที่คิดจะไปเเล้วตัวเองอ่อนอังกฤษละก็ ควรเผื่อเวลาไว้เลยเยอะๆ

ชอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านนะค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่