เรื่องนี้เกิดขึ้นในโรงเรียนแห่งหนึ่งในย่านบางบัวทอง เมื่อประมาณ 15 ปี ที่แล้ว สมัยนั้นย่านบางบัวทองยังไม่ได้พัฒนา จะมีแต่ต้นไม้เป็นส่วนใหญ่ ร.ร.แห่งนี้สมัยนั้นมีตึกแค่2ตึกเท่านั้น คือตึกอนุบาลและตึกประถม และแล้ววันที่รอคอยก็มาถึงนั้นก็คือการเข้าค่ายนั้นเอง เมื่อมาถึงก็เอาข้าวของไปเก็บที่ห้องนอน ที่นอนก็จะนอนในห้องเรียนบนตึกประถม ตึกนั้นจะมีทั้งหมด4ชั้น กลุ่มของเราได้นอนชั้นที่2 ห้องเรียนห้องที่3 แล้วก็เป็นที่รู้ๆกัน ว่าในตอนกลางคืนจะมีงาน รอบกองไฟ จะได้แสดงละครกันนั้นเอง เมื่อเสร็จสิ้นกิจกรรมการเข้าฐาน คุณครูก็ปล่อยให้ไปอาบน้ำและทานข้าว หลังจากนั้นก็ปล่อยให้เราขึ้นห้องเพื่อพักและซ้อมการแสดง
ประมาณทุ่มนิดๆ พวกเราทุกกลุ่มก็ทยอยเข้าห้องพักเพื่อแต่งหน้า แต่งตัวและซ้อมละคร ที่จะเล่นในคืนนี้ ลักษณะของตึกเรียนที่พักจะเป็นทางเดินยาวๆ มีบันไดขึ้นลงทางซ้ายและขวา ซึ่งช่วงนั้นค่อนข้างเงียบมากๆ เพราะแต่ละกลุ่มเข้าห้องพักกันหมดแล้ว ตามประสาเด็กก็จะไม่อยากให้กลุ่มอื่นๆรู้ว่ากลุ่มตัวเองแสดงอะไร ไอ้เราก็ดันแต่งหน้าเสร็จเป็นคนแรกๆเพราะแต่งง่ายมาก เล่นเป็นคนบ้าขี้เมา แต่ด้วยความเบื่อที่ต้องรอเพื่อนคนอื่นๆแต่ง ก็เลยเดินไปเปิดประตูเพื่อจะไปแอบดูเพื่อนห้องข้างๆ ในขณะที่เปิดประตูก็มีลมแรงๆพัดมาตีที่หน้า รู้สึกได้ว่าทำไมมันวังเวง เงียบสะงัดแบบนี้ ไม่มีใครสักคนที่หน้าระเบียงทางเดินนั้น แต่ตามประสาเด็กก็ไม่ได้คิดไร เดินไปห้องเพื่อนตามปกติ หลังจากแซวเพื่อนเรียบร้อยก็เดินกลับมาที่ห้อง ระหว่างเดินนั้นเอง ก็รู้สึกเสียวสันหลังยังไงบอกไม่ถูก เพราะตรงทางเดินนั้นมีเราเดินอยู่คนเดียว พอเดินมาถึงห้องก็รีบเปิดประตู และรีบกระชากประตูปิดอย่างแรงด้วยความกลัว แต่... ประตูปิดไม่ได้เหมือนมีคนดึงเอาไว้ ตอนนั้นตกใจมากแต่ทำใจดีสู้เสือ นึกว่าเพื่อนแกล้งเลยยื่นหน้าออกไปดู ปรากฏว่าไม่มีใคร ข้างนอกเงียบเหมือนเดิม หลังจากนั้นก็พยายามปิดประตูครั้งแต่ก็เหมือนมีใครมาดึงประตู้ไว้เหมือนเดิม ตัวเรานี้กระโดดเข้าไปหาเพื่อนเลย แล้วตะโกนบอกเพื่อนว่ามีใครไม่รู้ดึงประตูไว้ไม่ให้ปิด แต่เพื่อนๆไม่ได้สนใจอะไรมัวแต่ซ้อมละคร ด้วยความกล้าๆกลัวๆของเรา ก็ตัดสินใจเดินกลับไปที่ประตูอีกครั้ง ในขณะนั้นประตูก็ยังไม่ได้ถูกปิด ยังเปิดไว้เหมือนเดิม เมื่อเราเดินไปถึงประตูก็ตัดสินใจอีกที กระชากประตูปิด แต่ก็เหมือนมีใครบ้างคนมาดึงไว้เหมือนเดิม เราตัดสินใจยื่นหน้าออกไปมองอีกรอบ เพ่งมองทางซ้าย เพ่งมองทางขวาผ่านความมืด จนสุดท้ายหันกลับมาแล้วก้มหน้าลงมองพื้น ทันใดนั้นเองก็เห็น..........รองเท้าข้างหนึ่งถอดขวางประตูเอาไว้!
ใคร…....ดึงประตู?
ประมาณทุ่มนิดๆ พวกเราทุกกลุ่มก็ทยอยเข้าห้องพักเพื่อแต่งหน้า แต่งตัวและซ้อมละคร ที่จะเล่นในคืนนี้ ลักษณะของตึกเรียนที่พักจะเป็นทางเดินยาวๆ มีบันไดขึ้นลงทางซ้ายและขวา ซึ่งช่วงนั้นค่อนข้างเงียบมากๆ เพราะแต่ละกลุ่มเข้าห้องพักกันหมดแล้ว ตามประสาเด็กก็จะไม่อยากให้กลุ่มอื่นๆรู้ว่ากลุ่มตัวเองแสดงอะไร ไอ้เราก็ดันแต่งหน้าเสร็จเป็นคนแรกๆเพราะแต่งง่ายมาก เล่นเป็นคนบ้าขี้เมา แต่ด้วยความเบื่อที่ต้องรอเพื่อนคนอื่นๆแต่ง ก็เลยเดินไปเปิดประตูเพื่อจะไปแอบดูเพื่อนห้องข้างๆ ในขณะที่เปิดประตูก็มีลมแรงๆพัดมาตีที่หน้า รู้สึกได้ว่าทำไมมันวังเวง เงียบสะงัดแบบนี้ ไม่มีใครสักคนที่หน้าระเบียงทางเดินนั้น แต่ตามประสาเด็กก็ไม่ได้คิดไร เดินไปห้องเพื่อนตามปกติ หลังจากแซวเพื่อนเรียบร้อยก็เดินกลับมาที่ห้อง ระหว่างเดินนั้นเอง ก็รู้สึกเสียวสันหลังยังไงบอกไม่ถูก เพราะตรงทางเดินนั้นมีเราเดินอยู่คนเดียว พอเดินมาถึงห้องก็รีบเปิดประตู และรีบกระชากประตูปิดอย่างแรงด้วยความกลัว แต่... ประตูปิดไม่ได้เหมือนมีคนดึงเอาไว้ ตอนนั้นตกใจมากแต่ทำใจดีสู้เสือ นึกว่าเพื่อนแกล้งเลยยื่นหน้าออกไปดู ปรากฏว่าไม่มีใคร ข้างนอกเงียบเหมือนเดิม หลังจากนั้นก็พยายามปิดประตูครั้งแต่ก็เหมือนมีใครมาดึงประตู้ไว้เหมือนเดิม ตัวเรานี้กระโดดเข้าไปหาเพื่อนเลย แล้วตะโกนบอกเพื่อนว่ามีใครไม่รู้ดึงประตูไว้ไม่ให้ปิด แต่เพื่อนๆไม่ได้สนใจอะไรมัวแต่ซ้อมละคร ด้วยความกล้าๆกลัวๆของเรา ก็ตัดสินใจเดินกลับไปที่ประตูอีกครั้ง ในขณะนั้นประตูก็ยังไม่ได้ถูกปิด ยังเปิดไว้เหมือนเดิม เมื่อเราเดินไปถึงประตูก็ตัดสินใจอีกที กระชากประตูปิด แต่ก็เหมือนมีใครบ้างคนมาดึงไว้เหมือนเดิม เราตัดสินใจยื่นหน้าออกไปมองอีกรอบ เพ่งมองทางซ้าย เพ่งมองทางขวาผ่านความมืด จนสุดท้ายหันกลับมาแล้วก้มหน้าลงมองพื้น ทันใดนั้นเองก็เห็น..........รองเท้าข้างหนึ่งถอดขวางประตูเอาไว้!