“ หลายครั้งที่ฉันบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร ”

กระทู้สนทนา
Goodman: ยุ่ง วุ่นวาย เบื่อ น่าเบื่อ เมื่อไรจะเลิกวุ่นวายกับเราสักที
Lady : ถ้าอยู่ด้วยกันไม่ได้ก็ไม่ต้องอยู่ เลิกกันไปเลย
Goodman: เอ่อ จะไปไหนก็ไป ไปเลย
Lady : อย่ามาพูดแบบนี้นะ อย่าคิดว่าเป็นของตาย อย่าคิดว่าไม่มีที่ไป จะพูดยังไงก็ได้
สาเหตุเหรอ!!! น้องที่ออฟฟิศส่งของขวัญสติกเกอร์ให้ เราเลยส่งต่อให้เขา เลิกงานกลับบ้าน ป้อนข้าวลูกทำนู้น นี่นั้นเสร็จ เห็นเขาเล่นโทรศัพท์อยู่เลยนึกขึ้นได้
Lady : พี่เอาโทรศัพท์มาซิจะโหลดสติกเกอร์ให้
Goodman: สติกเกอร์อะไร ไม่ต้องโหลด ไม่รู้จะส่งให้ใคร
Lady : เอามาๆๆ เดี๋ยวโหลดให้
สรุปเราก็ได้โทรศัพท์มาดู มาโหลดสติกเกอร์ (เราเข้าไลน์แฟนใน PC ที่ทำงานไว้ตลอด) ใครแอดมาเราเพิ่มหมดอ่ะ (เราอาจจะยุ่งไปจริงๆๆก็ได้555 “ไม่เป็นไร ” เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ลืม  นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราทะเลาะกัน)

         แต่เปล่าเลยกลับกัน มันทำให้ฉันเริ่มคิดย้อนกลับมามองตัวเอง ณ.ขณะนี้ฉันเป็นยังไง สารรูปฉันอยู่ในสภาพไหน ลูกหลับแล้ว เขายังอยู่ข้างล่าง ฉันนอนไม่หลับ เริ่มนึกถึงวันที่ฉันเจอเขาครั้งแรก ฉันทำงานใน hypermarket แห่งนึง พนักงานขาย แผนกฉันอยู่ชั้น 2 ฉันเริ่มทำงานที่นี่สิงหา 47 ฉันบ้างาน ไม่ค่อยมีเพื่อน วันๆๆก็อยู่แค่ในแผนกตัวเองกับ back stock , canteen เวลาพักถ้าไม่เอาไหมพรมมาถัก ก็อ่านหนังสือ แต่งกลอน เลิกงานก็เข้าฟิตเนส ว่ายน้ำ เต้นแอโรบิค เข้าร้านเสริมสวยอาทิตย์ล่ะครั้ง ทำเล็บบ้าง อบไอน้ำบ้าง นวดหน้าบ้าง  เรื่อยเปื่อยตามประสา ปลายๆๆ 49 วันนั้นฉันเข้ากะเช้า แผนกฉันอยู่ติดทางเดินลงบันไดเลื่อนลงด้านล่าง หลังจากที่ทำงานลุกๆๆนั่งๆๆมาหลายชั่วโมง ฉันอยากพักแต่งานยังไม่เสร็จ ฉันเลยลุกขึ้นยืนมองออกไปด้านนอกแผนก มี PC หน้าใหม่เดินผ่าน ฉันสะดุดตาสังเกตเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า “เขาตัวสูง ติดกระดุมเสื้อถึงต้นคอ เซ็ทผม เนี๊ยบน่าดู” ตั้งแต่วันนั้นฉันแอบมองเขาทุกวัน มีบ้างบางครั้งที่เขาหันมามอง แล้วเราสบตากัน เป็นฉันบ้าง เป็นเขาบ้างที่หลบตา แต่เราไม่เคยทักทาย ไม่เคยพูดคุยกัน จนเพื่อนในแผนกรู้ก็มีแซวๆๆกันไป มาถึงงานเลี้ยงปีใหม่ Store จัดขึ้น เรามีโอกาสได้คุยกันครั้งแรก แลกเบอร์ หลังจากวันนั้นเขาโทรมาหาฉันบ้าง ฉันโทรหาเขาบ้าง แต่ที่แปลกส่วนมากที่คุยกันจะเป็นฉันซะมากกว่าที่คุย เขาจะเงียบฟังซะส่วนใหญ่ ประโยคที่เขาชอบพูดซ้ำๆๆ “พูดซิพี่ฟังอยู่ ก็ใครมันจะพูดอยู่ฝ่ายเดียวได้เป็นชั่วโมงๆๆล่ะ แต่ก็โทรมาทุกวัน เติมเงินโทรศัพท์ให้บ้าง เขาเป็นคนพูดน้อย ไม่ค่อยพูด จำได้ว่า ฉันบอกเขาไว้ “ หนูชอบแต่งตัวนะ คบกับหนูๆขอ 2 เรื่อง 1.เรื่องยาเสพติด 2. เรื่องผู้หญิง ส่วนตัวเชื่อว่าถ้าไม่มี 2 สิ่งนี้ ปัญหาอื่นก็จะไม่ตามมาซึ่งมันไม่จริง ต่อฉันลงเรียน ปวส.ใกล้กับที่ทำงาน เริ่มมีเพื่อนเริ่มมีสังคม และเริ่มเที่ยว เราเริ่มมีนัดเจอกัน ตามที่เที่ยว ตามห้าง เขาไม่ชอบคนเยอะ ตั้งแต่รู้จักกันมาจนถึงปัจจุบัน เราดูหนังด้วยกัน 2 ครั้ง เขาไม่กินข้าวนอกบ้าน เวลาไปห้างเราจะกินข้าวในฟาสต์ฟู้ด เวลาซื้อของถ้าได้ยินต่อราคาเขาจะชิงจ่ายเงินทันที ไม่มีเดินจับมือ ไม่มีถือของ ถือกระเป๋าให้ เหตุผล ไม่เอาอายเขา แต่เราก็คบกันมาได้ เดทแรกเขาพาเราไปกินข้าวที่บ้านๆเขาอยู่ใกล้ร้านอาหารถัดจากหมู่บ้านเขาประมาณ2-3ซอยเขามีเมนูอาหารอยากกินไรโทรไปสั่งเดียวเขามาส่งให้ถึงที่ (ทุกวันนี้ก็ยังเป็นแบบนั้น) ผ่านไปด้วยดีกับเดทแรก แม่เขาใจดีเป็นกันเอง เขาไม่เคยมีแฟน ไม่เคยคบใคร เราเป็นผู้หญิงคนแรก (แม่กับลูกพี่ลูกน้องเขาบอก ตัวเขาเองก็เคยบอก) ก็คบกันมาเรื่อยๆ เข้าๆๆออกๆๆ ค้างบ้านเขาบ้าง ผู้ใหญ่บ้านเราเริ่มบ่นล่ะ จะเอาไงกัน เข้าๆออกๆอายชาวบ้านเขานะ เขาก็ตอบครับ เดี๋ยวผมให้แม่มาขอ ก็ตามนั้นผู้ใหญ่คุยกัน สรุปหมั้นไว้ก่อนเรียนจบค่อยแต่ง
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่