***ก่อนอื่นต้องบอกว่า...เรื่องราว...ข้อคิดเห็น...เนื้อหาต่างๆที่จะได้อ่านต่อไปนี้...เป็นการต่อว่า "พนักงานสถาบันการเงินที่ไร้จรรยาบรรณ" เท่านั้น...คนที่ทำมาหากินด้วยความสุจริตใจในสายอาชีพดังกล่าว...คนที่ทำดีอยู่แล้ว...ไม่เกี่ยวนะครับ...ไม่ต้องตกใจ...***
เมื่อวาน...ผมได้ไปเปิดวงเงินบัตรกดเงินสดของสถาบันการเงินประเภท Non-Bank ค่ายหนึ่ง...
ตอนทำเรื่องไปตลอดจนการอนุมัติก็ปกติดีไม่มีอะไร...จนกระทั่งตอนจะรับบัตร...
ก็มีพนักงานคนหนึ่งเข้ามาพร้อมเอกสารต่างๆ...และบอกว่า...
คุณ "ต้องทำ" ประกันเงินกู้ด้วยนะคะ...คุ้มครองทั้งหนี้และอุบัติเหตุ...
พร้อมทั้งโชว์กองเอกสารของคนที่ทำไว้ก่อนหน้า...
ซึ่งก็จริงตามนั้นครับ...เงื่อนไขกรมธรรม์ครอบคลุมตามที่พนักงานบอก...
แต่ด้วยความสงสัยหลังจากนั้น...ก็มาหาข้อมูลเพิ่มเติมทั้งในพันทิป...
และโทรถามทั้งคอลเซนเตอร์สถาบันการเงินและบริษัทประกันฯ...ก็ได้ทราบว่า...
"ทางสถาบันไม่มีนโยบายบังคับให้ทำ"
ดังนั้นผมจึงหลง "กลลวง" ของทางพนักงานเข้าอย่างจัง...
วันนี้ผมก็เลยกลับไปที่สถาบันการเงินดังกล่าวอีกครั้ง...เพื่อนำไปทำเรื่องเวรคืนเบี้ยประกัน...
ก็ได้เจอกับพนักงานคนนั้น...และผมก็เริ่มซักด้วยข้อมูลที่ผมเตรียมมา...
นางก็บอกว่า "คืออย่างงี้ค่ะ...เราบอกแค่ว่ามันมีการคุ้มครองแบบนี้ๆๆ...แต่ไม่เคยพูดนะคะว่าบังคับทำ"
แหม...ที่งี้ล่ะพลิกลิ้นเชียวนะ...ดีออก...
จากนั้นนางก็จัดแจงคืนเอกสารทั้งหมดให้เราไปทำเรื่องเวรคืนเบี้ยประกัน...
จากเหตุการณ์ดังกล่าว...ผมก็ไม่รู้หรอกนะ...ว่าแผนการทั้งหมดใครเป็นต้นคิด...
สถาบันอบรมพนักงานมาให้พูดแบบนี้...หรือเป็นเพราะตัวพนักงานคนนั้นวางแผนเอง...
ผมว่าคนที่จะตอบตรงนี้ได้คือคนที่ทำงานอยู่สถาบันการเงินแหละ...
ซึ่งตรงนี้ผมรู้สึกเซ็งมาก...เสียเวลา...เสียความรู้สึก...คนพวกนี้..."ทำมาหากินด้วยความสุจริตใจ" ไม่ได้รึไงกัน...
ถึงต้องมาหลอกลวง "ลูกค้า" เพื่อหวังยอด...
นี่ยังไม่ได้พูดถึงกรณีหลอกขายบัตรเดบิตพ่วงประกันเลยนะ...ชอบอ้างกันว่าบัตรธรรมดาไม่มี...มันหมด...ดีออก...รู้นะว่ามี...แต่อยากจะยัดเยียดให้ซื้อจนได้...
ผมก็เข้าใจนะ...ว่าการเป็นพนักงานสถาบันการเงิน...มันต้องทำยอดขายผลิตภัณฑ์...ทำไม่ได้ก็โดนกดดันอีก...
แต่ก็ไม่ควรจะมาหลอกคนให้ซื้อประกันแบบนี้ป่าววะ...
ผมยังนับถือ "คนขายดอกไม้ในร้านเหล้า" มากกว่าไอ่พนักงานพวกนี้อีก...
ถึงแม้งานเดินขายดอกไม้ฯ...กว่าจะได้เงินมาต้องเดินงกๆตามร้านเหล้าก็ตาม...ไม่ได้เป็นงานที่สบาย...
ไม่เป็นที่เชิดหน้าชูตาในสังคม...เงินที่ได้แต่ละวันก็อาจจะน้อยกว่า...
"แต่เขาก็ไม่เคยไปหลอกขายใคร"
ดังนั้น...พวกคุณทั้งหลายที่เป็นพนักงานสถาบันการเงิน...ที่มีพฤติกรรมหลอกลวงแบบนี้...
คุณมีความรู้...คุณมีความสามารถ...คุณมีโอกาสที่ดีกว่าคนเดินขายดอกไม้ตามร้านเหล้า...
ถ้าหากคุณไม่สามารถประคับประคองยอดด้วยวิธีสุจริตได้...
ผมแนะนำให้คุณลาออกไปหางานใหม่...งานที่สุจริตไม่ต้องมาทำอะไรแบบนี้...
"ไม่อายคนขายดอกไม้ตามร้านเหล้าบ้างหรอคับ?"
เพราะถ้าหากคุณยังฝืนทำต่อไป...มันก็ไม่ต่างอะไรกับ "โจร" ที่ขโมยของแล้วอ้างว่าเอาเงินไปเลี้ยงลูกนั่นแหละ...
ผิดก็คือผิด...ความไม่มี...ไม่สามารถใช้เป็นข้ออ้างให้การทำชั่วนั้นลดลงหรือหายไปได้หรอกนะ...
แต่ถ้าหากพวกเขายังเต็มใจจะหากินกันแบบนี้ต่อไปจริงๆ...
ผมก็ขออวยพรให้ครอบครัวของเขาโดนต้มโดนหลอกจนสิ้นเนื้อประดาตัวบ้างก็แล้วกันล่ะครับ...
ก็ฝาก(บ่น)ไว้แต่เพียงเท่านี้...
คุณเคยถูกล่อลวงให้ "ซื้อผลิตภัณฑ์ประกันฯ" จากพนักงานสถาบันการเงินมั้ย?
เมื่อวาน...ผมได้ไปเปิดวงเงินบัตรกดเงินสดของสถาบันการเงินประเภท Non-Bank ค่ายหนึ่ง...
ตอนทำเรื่องไปตลอดจนการอนุมัติก็ปกติดีไม่มีอะไร...จนกระทั่งตอนจะรับบัตร...
ก็มีพนักงานคนหนึ่งเข้ามาพร้อมเอกสารต่างๆ...และบอกว่า...
คุณ "ต้องทำ" ประกันเงินกู้ด้วยนะคะ...คุ้มครองทั้งหนี้และอุบัติเหตุ...
พร้อมทั้งโชว์กองเอกสารของคนที่ทำไว้ก่อนหน้า...
ซึ่งก็จริงตามนั้นครับ...เงื่อนไขกรมธรรม์ครอบคลุมตามที่พนักงานบอก...
แต่ด้วยความสงสัยหลังจากนั้น...ก็มาหาข้อมูลเพิ่มเติมทั้งในพันทิป...
และโทรถามทั้งคอลเซนเตอร์สถาบันการเงินและบริษัทประกันฯ...ก็ได้ทราบว่า...
"ทางสถาบันไม่มีนโยบายบังคับให้ทำ"
ดังนั้นผมจึงหลง "กลลวง" ของทางพนักงานเข้าอย่างจัง...
วันนี้ผมก็เลยกลับไปที่สถาบันการเงินดังกล่าวอีกครั้ง...เพื่อนำไปทำเรื่องเวรคืนเบี้ยประกัน...
ก็ได้เจอกับพนักงานคนนั้น...และผมก็เริ่มซักด้วยข้อมูลที่ผมเตรียมมา...
นางก็บอกว่า "คืออย่างงี้ค่ะ...เราบอกแค่ว่ามันมีการคุ้มครองแบบนี้ๆๆ...แต่ไม่เคยพูดนะคะว่าบังคับทำ"
แหม...ที่งี้ล่ะพลิกลิ้นเชียวนะ...ดีออก...
จากนั้นนางก็จัดแจงคืนเอกสารทั้งหมดให้เราไปทำเรื่องเวรคืนเบี้ยประกัน...
จากเหตุการณ์ดังกล่าว...ผมก็ไม่รู้หรอกนะ...ว่าแผนการทั้งหมดใครเป็นต้นคิด...
สถาบันอบรมพนักงานมาให้พูดแบบนี้...หรือเป็นเพราะตัวพนักงานคนนั้นวางแผนเอง...
ผมว่าคนที่จะตอบตรงนี้ได้คือคนที่ทำงานอยู่สถาบันการเงินแหละ...
ซึ่งตรงนี้ผมรู้สึกเซ็งมาก...เสียเวลา...เสียความรู้สึก...คนพวกนี้..."ทำมาหากินด้วยความสุจริตใจ" ไม่ได้รึไงกัน...
ถึงต้องมาหลอกลวง "ลูกค้า" เพื่อหวังยอด...
นี่ยังไม่ได้พูดถึงกรณีหลอกขายบัตรเดบิตพ่วงประกันเลยนะ...ชอบอ้างกันว่าบัตรธรรมดาไม่มี...มันหมด...ดีออก...รู้นะว่ามี...แต่อยากจะยัดเยียดให้ซื้อจนได้...
ผมก็เข้าใจนะ...ว่าการเป็นพนักงานสถาบันการเงิน...มันต้องทำยอดขายผลิตภัณฑ์...ทำไม่ได้ก็โดนกดดันอีก...
แต่ก็ไม่ควรจะมาหลอกคนให้ซื้อประกันแบบนี้ป่าววะ...
ผมยังนับถือ "คนขายดอกไม้ในร้านเหล้า" มากกว่าไอ่พนักงานพวกนี้อีก...
ถึงแม้งานเดินขายดอกไม้ฯ...กว่าจะได้เงินมาต้องเดินงกๆตามร้านเหล้าก็ตาม...ไม่ได้เป็นงานที่สบาย...
ไม่เป็นที่เชิดหน้าชูตาในสังคม...เงินที่ได้แต่ละวันก็อาจจะน้อยกว่า...
"แต่เขาก็ไม่เคยไปหลอกขายใคร"
ดังนั้น...พวกคุณทั้งหลายที่เป็นพนักงานสถาบันการเงิน...ที่มีพฤติกรรมหลอกลวงแบบนี้...
คุณมีความรู้...คุณมีความสามารถ...คุณมีโอกาสที่ดีกว่าคนเดินขายดอกไม้ตามร้านเหล้า...
ถ้าหากคุณไม่สามารถประคับประคองยอดด้วยวิธีสุจริตได้...
ผมแนะนำให้คุณลาออกไปหางานใหม่...งานที่สุจริตไม่ต้องมาทำอะไรแบบนี้...
"ไม่อายคนขายดอกไม้ตามร้านเหล้าบ้างหรอคับ?"
เพราะถ้าหากคุณยังฝืนทำต่อไป...มันก็ไม่ต่างอะไรกับ "โจร" ที่ขโมยของแล้วอ้างว่าเอาเงินไปเลี้ยงลูกนั่นแหละ...
ผิดก็คือผิด...ความไม่มี...ไม่สามารถใช้เป็นข้ออ้างให้การทำชั่วนั้นลดลงหรือหายไปได้หรอกนะ...
แต่ถ้าหากพวกเขายังเต็มใจจะหากินกันแบบนี้ต่อไปจริงๆ...
ผมก็ขออวยพรให้ครอบครัวของเขาโดนต้มโดนหลอกจนสิ้นเนื้อประดาตัวบ้างก็แล้วกันล่ะครับ...
ก็ฝาก(บ่น)ไว้แต่เพียงเท่านี้...