เกริ่นนำก่อนเลยนะครับ นี่เป็นเรื่องราวความรักของ 2ศาสนา พุทธและอิสลาม เป็นเรื่องที่ผิดศีลธรรม ผมยอมรับผิดทุกๆอย่างและยอมรับทุกความคิดเห็นครับ
เริ่มเรื่องนะครับ ผมกับแฟนเราคบกันได้ร่วมเกือบจะ 1ปี แต่มีเหตุให้เราต้องจากกันไกล สาเหตุมันเพราะ ผมทำผิดศีลธรรม แฟนของผมมีคู่อยู่แล้ว ผมกับแฟนเริ่มต้นจากเพื่อนร่วมงาน และได้รับรู้ถึงอาการที่ไม่ลงรอยในครอบครัว เริ่มให้คำปรึกษาจนเกิดเป็นความรัก เริ่มคบหา เปลี่ยนจากเพื่อนร่วมงานเป็นคู่รัก จนวันนึงที่ทุกอย่างเฉลย จนเหตุมันบานปลายมาจนทุกวันนี้ บวกกับว่าครอบครัวของแฟนอยากให้แฟนกลับไปอยู่บ้านตั้งนานแล้วเป็นทุนเดิม จึงทำให้เราต้องแยกจากกัน เรื่องอดีตของแฟนก็กำลังทำการหย่าร้าง ยังไม่เรียบร้อยดีนักตามหลักศาสนา เราทั้งคู่จึงต้องเริ่มกันใหม่จากศูนย์คือเริ่มคบกันใหม่เลยเนื่องจากศาสนาเป็นผู้กำหนด แต่เรื่องที่เป็นประเด็นคือ ช่วงที่ทุกอย่างเฉลยนั้น ครอบครัวและอดีตของเขาเกลียดผมมาก ถึงขั้นตามฆ่า ซึ่งมันก็ควรในสิ่งที่ผมก่อ แต่อดีตของเขากลับไปบอกกล่าวกับครอบครัวของฝ่ายหญิงว่า ที่แฟนผมปกป้องผมและแสดงออกว่ารักผมมาก เพราะผมเล่นของ ทำเสน่ห์ใส่ ผมเข้าใจว่าการกระทำของแฟนผมนั้นอาจจะทำให้อดีตคิดแบบนั้น ปกป้องผมทุกๆอย่าง และเฝ้าบอกว่ารักผมมากแค่ไหน และสุดท้ายทั้งคู่ต้องหย่ากัน (อันที่จริงแฟนผมอยากหย่านานแล้วก่อนที่จะเจอผม แต่ครอบครัวฝ่ายหญิงขอไว้) ครอบครัวฝ่ายหญิง คิดว่าผมทำทุกอย่างพัง ที่แฟนผมรักผมมากเพราะผมเล่นของใส่ คิดว่าผมจะมาปอกลอก ทั้งๆที่ฐานะการเงินของครอบครัวแฟนก็เป็นครอบครัวธรรมดา แฟนก็ไม่มีอะไรเลย และยังห้ามให้ติดต่อกัน ทั้งโทรมาต่อว่า ขู่ทำร้ายต่างๆนาๆ ผมถึงขั้นสำนึกผิด จนไปบวชมา 1พรรษา เพื่อทบทวนความผิดที่ผมก่อ และอุทิศส่วนบุญแก่คู่กรรมคู่เวร จนถึงวันลาสิกขาบท เราก็ตามหากันจนเจออีกครั้ง และรักกันมากกว่าเดิม แต่รักของเราครั้งนี้ต้องเริ่มกันใหม่ เพื่อให้การกระทำของเราไม่บาปไปกว่านี้ แต่สิ่งที่ทำให้รักเราต้องสะดุด คือคำขาดของครอบครัว ที่ว่า "หลังหย่ากันเสร็จ ไม่ว่าจะมีใครมีคนใหม่ พ่อแม่ไม่ว่า แต่ขออย่างเดียว ว่าไม่ใช่ผม" แฟนผมซึ่งเคารพคำพูดของพ่อแม่ เนื่องจากทำให้พ่อแม่เสียใจมาแล้วครั้งนึง แต่ห้ามความรู้สึกของหัวใจไม่ได้ ก็พยายามจะสู้ไปกับผม แต่ยิ่งสู้ยิ่งท้อ จนแฟนเกือบจะยอมแพ้
คำถามคือ ผมจะทำยังไงให้ครอบครัวเขายอมรับ และเลิกอคติกับผม
ผมพร้อมที่จะเปลี่ยนศาสนา ซึ่งในตอนนี้ขอคำปรึกษาจากเพื่อนซึ่งเป็นมุสลิมอยู่แล้วแนะนำในการเปลี่ยนศาสนา
ผมกับแฟน วางแผนอนาคตกันไว้ แต่มีเรื่องนี้เรื่องเดียวที่เป็นปัญหา ทำให้เราร้องไห้ร่วมกันทุกครั้งเมื่อพูดถึงมัน แฟนกังวลว่าทุกอย่างที่เราคิดมันอาจจะไม่เป็นดั่งฝัน แฟนทรมานทุกครั้งที่อยากจะพูดเรื่องของผมต่อหน้าครอบครัว เนื่องจากคำตอบคือ "ไม่!!!" และอาจจะโดนทำร้ายร่างกายได้ แต่ผมไม่เคยท้อแม้จะสงสารแฟนมากเพียงใด ใจยังสู้และจะสู้จนกว่าจะได้ ก็ให้กำลังใจกันและกัน ทำให้แฟนยืนยันที่จะสู้ร่วมกันอีกครั้ง
ผมอยากระบาย อยากจะหาคำปรึกษา เรื่องราวของผมเกิดจากรัก บาป และศาสนา จนทุกวันนี้ผมคิดเสมอว่า พระเจ้าคงลงโทษเรา แต่ทั้งแฟนและผมก็พยายาม ขอขมาและขอให้เราได้ครองรักกันในแบบที่เราต้องการ
เรื่องราวอาจจะโดนตัดตอนให้สั้น และคัดแต่สิ่งที่สำคัญมา ข้อเสียของเรื่องนี้คือ ตราบาปของผม ที่ทำผิดศีลธรรม แต่ความรักที่ผมมีคือรักที่บริสุทธิ์ใจ ผมอยากจะขอคำปรึกษา และขอบคุณที่ทำให้ผมได้ระบายมันออกมา
ป.ล. ตอนนี้เราห่างกันนานร่วม 6 เดือน ผมอยู่ภาคกลาง เธอกลับบ้านเธอที่ภาคใต้ เราติดต่อกันทางโทรศัพท์ โดยเริ่มสานสัมพันธ์กันเหมือนเพื่อน แต่ใจเราทั้ง 2 รับรู้ว่า รักเราจริงแท้แน่นอน...
ปัญหาความรักที่ถูกกีดกัน
เริ่มเรื่องนะครับ ผมกับแฟนเราคบกันได้ร่วมเกือบจะ 1ปี แต่มีเหตุให้เราต้องจากกันไกล สาเหตุมันเพราะ ผมทำผิดศีลธรรม แฟนของผมมีคู่อยู่แล้ว ผมกับแฟนเริ่มต้นจากเพื่อนร่วมงาน และได้รับรู้ถึงอาการที่ไม่ลงรอยในครอบครัว เริ่มให้คำปรึกษาจนเกิดเป็นความรัก เริ่มคบหา เปลี่ยนจากเพื่อนร่วมงานเป็นคู่รัก จนวันนึงที่ทุกอย่างเฉลย จนเหตุมันบานปลายมาจนทุกวันนี้ บวกกับว่าครอบครัวของแฟนอยากให้แฟนกลับไปอยู่บ้านตั้งนานแล้วเป็นทุนเดิม จึงทำให้เราต้องแยกจากกัน เรื่องอดีตของแฟนก็กำลังทำการหย่าร้าง ยังไม่เรียบร้อยดีนักตามหลักศาสนา เราทั้งคู่จึงต้องเริ่มกันใหม่จากศูนย์คือเริ่มคบกันใหม่เลยเนื่องจากศาสนาเป็นผู้กำหนด แต่เรื่องที่เป็นประเด็นคือ ช่วงที่ทุกอย่างเฉลยนั้น ครอบครัวและอดีตของเขาเกลียดผมมาก ถึงขั้นตามฆ่า ซึ่งมันก็ควรในสิ่งที่ผมก่อ แต่อดีตของเขากลับไปบอกกล่าวกับครอบครัวของฝ่ายหญิงว่า ที่แฟนผมปกป้องผมและแสดงออกว่ารักผมมาก เพราะผมเล่นของ ทำเสน่ห์ใส่ ผมเข้าใจว่าการกระทำของแฟนผมนั้นอาจจะทำให้อดีตคิดแบบนั้น ปกป้องผมทุกๆอย่าง และเฝ้าบอกว่ารักผมมากแค่ไหน และสุดท้ายทั้งคู่ต้องหย่ากัน (อันที่จริงแฟนผมอยากหย่านานแล้วก่อนที่จะเจอผม แต่ครอบครัวฝ่ายหญิงขอไว้) ครอบครัวฝ่ายหญิง คิดว่าผมทำทุกอย่างพัง ที่แฟนผมรักผมมากเพราะผมเล่นของใส่ คิดว่าผมจะมาปอกลอก ทั้งๆที่ฐานะการเงินของครอบครัวแฟนก็เป็นครอบครัวธรรมดา แฟนก็ไม่มีอะไรเลย และยังห้ามให้ติดต่อกัน ทั้งโทรมาต่อว่า ขู่ทำร้ายต่างๆนาๆ ผมถึงขั้นสำนึกผิด จนไปบวชมา 1พรรษา เพื่อทบทวนความผิดที่ผมก่อ และอุทิศส่วนบุญแก่คู่กรรมคู่เวร จนถึงวันลาสิกขาบท เราก็ตามหากันจนเจออีกครั้ง และรักกันมากกว่าเดิม แต่รักของเราครั้งนี้ต้องเริ่มกันใหม่ เพื่อให้การกระทำของเราไม่บาปไปกว่านี้ แต่สิ่งที่ทำให้รักเราต้องสะดุด คือคำขาดของครอบครัว ที่ว่า "หลังหย่ากันเสร็จ ไม่ว่าจะมีใครมีคนใหม่ พ่อแม่ไม่ว่า แต่ขออย่างเดียว ว่าไม่ใช่ผม" แฟนผมซึ่งเคารพคำพูดของพ่อแม่ เนื่องจากทำให้พ่อแม่เสียใจมาแล้วครั้งนึง แต่ห้ามความรู้สึกของหัวใจไม่ได้ ก็พยายามจะสู้ไปกับผม แต่ยิ่งสู้ยิ่งท้อ จนแฟนเกือบจะยอมแพ้
คำถามคือ ผมจะทำยังไงให้ครอบครัวเขายอมรับ และเลิกอคติกับผม
ผมพร้อมที่จะเปลี่ยนศาสนา ซึ่งในตอนนี้ขอคำปรึกษาจากเพื่อนซึ่งเป็นมุสลิมอยู่แล้วแนะนำในการเปลี่ยนศาสนา
ผมกับแฟน วางแผนอนาคตกันไว้ แต่มีเรื่องนี้เรื่องเดียวที่เป็นปัญหา ทำให้เราร้องไห้ร่วมกันทุกครั้งเมื่อพูดถึงมัน แฟนกังวลว่าทุกอย่างที่เราคิดมันอาจจะไม่เป็นดั่งฝัน แฟนทรมานทุกครั้งที่อยากจะพูดเรื่องของผมต่อหน้าครอบครัว เนื่องจากคำตอบคือ "ไม่!!!" และอาจจะโดนทำร้ายร่างกายได้ แต่ผมไม่เคยท้อแม้จะสงสารแฟนมากเพียงใด ใจยังสู้และจะสู้จนกว่าจะได้ ก็ให้กำลังใจกันและกัน ทำให้แฟนยืนยันที่จะสู้ร่วมกันอีกครั้ง
ผมอยากระบาย อยากจะหาคำปรึกษา เรื่องราวของผมเกิดจากรัก บาป และศาสนา จนทุกวันนี้ผมคิดเสมอว่า พระเจ้าคงลงโทษเรา แต่ทั้งแฟนและผมก็พยายาม ขอขมาและขอให้เราได้ครองรักกันในแบบที่เราต้องการ
เรื่องราวอาจจะโดนตัดตอนให้สั้น และคัดแต่สิ่งที่สำคัญมา ข้อเสียของเรื่องนี้คือ ตราบาปของผม ที่ทำผิดศีลธรรม แต่ความรักที่ผมมีคือรักที่บริสุทธิ์ใจ ผมอยากจะขอคำปรึกษา และขอบคุณที่ทำให้ผมได้ระบายมันออกมา
ป.ล. ตอนนี้เราห่างกันนานร่วม 6 เดือน ผมอยู่ภาคกลาง เธอกลับบ้านเธอที่ภาคใต้ เราติดต่อกันทางโทรศัพท์ โดยเริ่มสานสัมพันธ์กันเหมือนเพื่อน แต่ใจเราทั้ง 2 รับรู้ว่า รักเราจริงแท้แน่นอน...