"ไม่มีใครช่วยเรา แต่เขาช่วย"
"เขาส่งเครื่องบิน ส่งความช่วยเหลือมาช่วยเรา "
"เราไม่มีเพื่อนแท้ที่ไหนนอกจากอเมริกัน"
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขอบคุณอเมริกา!!! คุณแม่ชาวเคิร์ด ซาบซึ้งใจอเมริกา!!! ที่มาช่วยปกป้องเมือง โคบานี!!! ตั้งชื่อลูก โอบามา!!!
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 ตุลาคม 2557
เอเอฟพี – ซุลทาน มุสลิม คุณแม่ชาวเคิร์ดในซีเรียไม่มีความลังเลใจเลยที่จะตั้งชื่อลูกชายคนที่ 7 ของเธอว่า “โอบามา” เมื่อเขาสามารถออกมาลืมตาดูโลกได้อย่างปลอดภัยในตุรกี หลังจากการหลบหนีอันตรากตรำนานนับเดือนจากบ้านของเธอในเมืองโคบานี
หลังจากการหลบหนีสุดชีวิตจากเมืองชายแดนแห่งนี้ของซีเรียที่เสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรงนองเลือด คุณแม่ท้องแก่รายนี้กับสามีของเธอ และลูกๆ อีก 6 คนได้ข้ามชายแดนเข้าสู่ตุรกีทันเวลาพอดีกับช่วงที่เด็กชาย “โอบามา” จะออกมาลืมตาดูโลก
กลุ่มนักรบญิฮากรัฐอิสลาม (ไอเอส) ซึ่งขึ้นชื่อเลื่องลือเรื่องการกระทำอันโหดเหี้ยมป่าเถื่อนอย่างแพร่หลาย ได้เข้ายึดการควบคุมตำแหน่งทางยุทธศาสตร์แห่งนี้ ขณะที่การโจมตีทิ้งระเบิดที่นำโดยสหรัฐฯ ซึ่งเปิดฉากเมื่อ 2-3 อาทิตย์ที่แล้ว พยายามหยุดยั้งการรุกคืบของพวกเขา
“ฉันตั้งใจให้ชื่อนี้แก่ลูกชายของฉัน และจะไม่มีทางเปลี่ยนชื่อนี้” คุณแม่ขี้อายวัย 35 ปี ให้สัมภาษณ์ในค่ายผู้ลี้ภัยในเขตเซอร์รุค ซึ่งเข้ามาในตุรกีไม่ลึกนัก
“เขาส่งเครื่องบิน ส่งความช่วยเหลือมาช่วยเรา ด้วยความช่วยเหลือจากเขา บางทีเราอาจจะปัดเป่าความชั่วร้ายนี้ไปได้ และกลับไปยังบ้านของเรา” เธอกล่าว ขณะอุ้มลูกชายอายุ 3 วัน
ครอบครัวนี้เริ่มทำการอพยพหนีภัยเมื่อเกือบหนึ่งเดือนที่แล้ว ตามหลังชาวเคิร์ดราว 200,000 คน ที่ได้เข้ามายังตุรกีแล้วก่อนหน้า เพื่อหลบหนีการบุกโจมตีเมืองโคบานีของกลุ่มไอเอส
“เราติดอยู่พรมแดนนานหลายวัน โดยไม่มีน้ำหรืออาหาร” คุณแม่วัยสาวรายนี้กล่าว และเล่าต่อว่า “ไม่มีเสื้อผ้าตกมาถึงพวกเรา เราไม่มีผ้าห่มสักผืน ตอนนั้นฉันกำลังตั้งครรภ์ และไม่มีโอกาสที่จะอาบน้ำเลย”
แม้ว่านี่จะไม่ใช่เด็กคนแรกของโลกที่ถูกตั้งชื่อตามประธานาธิบดี บารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ แต่การตัดสินใจเลือกเช่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความโล่งใจของคนท้องถิ่นที่เคยคิดว่าความช่วยเหลือจะไม่มีวันมาถึง
- ไม่มีเพื่อน มีแต่อเมริกัน -
“เราตั้งชื่อเขาว่า มูฮัมเหม็ด โอบามา มุสลิม” มาห์มุด เบโค ผู้เป็นพ่อกล่าว โดยเขาระบุว่าเป็นความรู้สึกขอบคุณเชิงสัญลักษณ์สำหรับการช่วยเหลือเมืองโคบานีของสหรัฐฯ
ขณะนี้ครอบครัวนี้ถูกจัดให้พักพิงอยู่ที่ค่ายผู้ลี้ภัย “โรโจวา คามีร์ เคนตี” ชื่อที่เป็นการผสมกันระหว่างคำว่า “เมืองเต้นท์” ในภาษาตุรกีกับชื่อของพื้นที่ทางตอนเหนือในซีเรีย
ทั้งชาวเคิร์ดในตุรกีและซีเรียต่างขึ้นไปบนยอดเขาต่างๆ ใกล้กับเขตเซอร์รุค เพื่อเฝ้าดูการโจมตีทางอากาศ และป่าวร้องว่า “โอบามา โอบามา” ในแต่ละครั้งที่มีการโจมตี
“ทั้งโลกควรช่วยชาวเคิร์ดในเมืองโคบานี เหมือนอย่างอเมริกัน เราไม่มีเพื่อนแท้ที่ไหนนอกจากอเมริกัน” เซลามี อัลเตย์ ชาวเคิร์ดในตุรกี กล่าว ขณะนั่งอยู่บนหินก้อนหนึ่งเพื่อเฝ้าดูการสู้รบ
ขณะที่ ซุลตาน มุสลิม กล่าวว่า ถึงแม้ว่าเธอจะให้กำเนิดโดยง่าย หลังจากรถพยาบาลนำตัวไปจากเมืองเต้นท์แห่งนี้สู่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเขตเซอร์รุค และถึงแม้ว่าจะอยู่ในสภาพที่ทุกข์ยากและความไม่แน่นอน แต่เธอก็มีความฝันสำหรับลูกน้อยของเธอ
“วันนั้นจะมาถึงเมื่อเขาโตขึ้นและกลายเป็นเช่นเดียวกับเขา (ประธานาธิบดี โอบามา) และช่วยผู้คนจากความโหดร้าย”
“ไม่มีใครช่วยเรา แต่เขาช่วย” เธอกล่าว
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9570000122897
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สังเวยกว่า800 ศพ!!! ศึกชิงเมืองโคบานี!!!
26 ตุลาคม 2557
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบรุตประเทศเลบานอน เมื่อวันที่26ต.ค.ว่ากลุ่มสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งซีเรียเปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตไปแล้วมากกว่า800ศพจากการสู้รบพื่อแย่งชิงเมืองโคบานีของชาวเคิร์ดในประเทศซีเรียโดยเริ่มนับตั้งแต่วันที่16ก.ย.ที่ผ่านมาตั้งแต่กลุ่มหัวรุนแรงไอเอสเปิดฉากโจมตีฐานที่มั่นของชาวเคิร์ด
กลุ่มสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนระบุอีกว่าในจำนวนผู้เสียชีวิตนี้แยกเป็นนักรบหัวรุนแรงของไอเอส481ศพและอีก313คนเป็นชาวเคิร์ดซึ่งเสียชีวิตเพราะการสู้รบเพื่อปกป้องเมืองโคบานีของพวกเขา
แต่ตัวเลขผู้เสียชีวิตนี้ไม่รวมการสูญเสียของนักรบกลุ่มไอเอสจากการโจมตีทางอากาศของกองทัพสหรัฐซึ่งทางกระทรวงกลาโหมสหรัฐระบุว่ามีจำนวนหลายร้อยศพแต่ถ้านับเฉพาะพลเรือนนั้นมี21ศพแล้ว
การโจมตีของกลุ่มหัวรุนแรงไอเอสทำให้ประชากรเกือบจะทั้งหมดของเมืองโคบานี อพยพหลบหนีซึ่งที่ข้ามเขตแดนเข้าไปในฝั่งของประเทศตุรกีที่มีพรมแดนติดกันนั้นก็มากถึง 200,000คนแล้ว
ด้านกองกำลังชาวเคิร์ดก็ยังคงปักหลักต่อต้านกลุ่มหัวรุนแรงไอเอสโดยการสนับสนุนจากการโจมตีทางอากาศของกองทัพสหรัฐและยังได้การสนับสนุนด้วยการจัดส่งอาวุธมาให้ทางอากาศเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา
http://www.dailynews.co.th/Content/foreign/276644/สังเวยกว่า800+ศพศึกชิงเมืองโคบานี
ขอบคุณอเมริกา!!! คุณแม่ชาวเคิร์ด ซาบซึ้งใจอเมริกา!!! ที่มาช่วยปกป้องเมือง โคบานี!!! ตั้งชื่อลูก โอบามา!!!
"เขาส่งเครื่องบิน ส่งความช่วยเหลือมาช่วยเรา "
"เราไม่มีเพื่อนแท้ที่ไหนนอกจากอเมริกัน"
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขอบคุณอเมริกา!!! คุณแม่ชาวเคิร์ด ซาบซึ้งใจอเมริกา!!! ที่มาช่วยปกป้องเมือง โคบานี!!! ตั้งชื่อลูก โอบามา!!!
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 ตุลาคม 2557
เอเอฟพี – ซุลทาน มุสลิม คุณแม่ชาวเคิร์ดในซีเรียไม่มีความลังเลใจเลยที่จะตั้งชื่อลูกชายคนที่ 7 ของเธอว่า “โอบามา” เมื่อเขาสามารถออกมาลืมตาดูโลกได้อย่างปลอดภัยในตุรกี หลังจากการหลบหนีอันตรากตรำนานนับเดือนจากบ้านของเธอในเมืองโคบานี
หลังจากการหลบหนีสุดชีวิตจากเมืองชายแดนแห่งนี้ของซีเรียที่เสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรงนองเลือด คุณแม่ท้องแก่รายนี้กับสามีของเธอ และลูกๆ อีก 6 คนได้ข้ามชายแดนเข้าสู่ตุรกีทันเวลาพอดีกับช่วงที่เด็กชาย “โอบามา” จะออกมาลืมตาดูโลก
กลุ่มนักรบญิฮากรัฐอิสลาม (ไอเอส) ซึ่งขึ้นชื่อเลื่องลือเรื่องการกระทำอันโหดเหี้ยมป่าเถื่อนอย่างแพร่หลาย ได้เข้ายึดการควบคุมตำแหน่งทางยุทธศาสตร์แห่งนี้ ขณะที่การโจมตีทิ้งระเบิดที่นำโดยสหรัฐฯ ซึ่งเปิดฉากเมื่อ 2-3 อาทิตย์ที่แล้ว พยายามหยุดยั้งการรุกคืบของพวกเขา
“ฉันตั้งใจให้ชื่อนี้แก่ลูกชายของฉัน และจะไม่มีทางเปลี่ยนชื่อนี้” คุณแม่ขี้อายวัย 35 ปี ให้สัมภาษณ์ในค่ายผู้ลี้ภัยในเขตเซอร์รุค ซึ่งเข้ามาในตุรกีไม่ลึกนัก
“เขาส่งเครื่องบิน ส่งความช่วยเหลือมาช่วยเรา ด้วยความช่วยเหลือจากเขา บางทีเราอาจจะปัดเป่าความชั่วร้ายนี้ไปได้ และกลับไปยังบ้านของเรา” เธอกล่าว ขณะอุ้มลูกชายอายุ 3 วัน
ครอบครัวนี้เริ่มทำการอพยพหนีภัยเมื่อเกือบหนึ่งเดือนที่แล้ว ตามหลังชาวเคิร์ดราว 200,000 คน ที่ได้เข้ามายังตุรกีแล้วก่อนหน้า เพื่อหลบหนีการบุกโจมตีเมืองโคบานีของกลุ่มไอเอส
“เราติดอยู่พรมแดนนานหลายวัน โดยไม่มีน้ำหรืออาหาร” คุณแม่วัยสาวรายนี้กล่าว และเล่าต่อว่า “ไม่มีเสื้อผ้าตกมาถึงพวกเรา เราไม่มีผ้าห่มสักผืน ตอนนั้นฉันกำลังตั้งครรภ์ และไม่มีโอกาสที่จะอาบน้ำเลย”
แม้ว่านี่จะไม่ใช่เด็กคนแรกของโลกที่ถูกตั้งชื่อตามประธานาธิบดี บารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ แต่การตัดสินใจเลือกเช่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความโล่งใจของคนท้องถิ่นที่เคยคิดว่าความช่วยเหลือจะไม่มีวันมาถึง
- ไม่มีเพื่อน มีแต่อเมริกัน -
“เราตั้งชื่อเขาว่า มูฮัมเหม็ด โอบามา มุสลิม” มาห์มุด เบโค ผู้เป็นพ่อกล่าว โดยเขาระบุว่าเป็นความรู้สึกขอบคุณเชิงสัญลักษณ์สำหรับการช่วยเหลือเมืองโคบานีของสหรัฐฯ
ขณะนี้ครอบครัวนี้ถูกจัดให้พักพิงอยู่ที่ค่ายผู้ลี้ภัย “โรโจวา คามีร์ เคนตี” ชื่อที่เป็นการผสมกันระหว่างคำว่า “เมืองเต้นท์” ในภาษาตุรกีกับชื่อของพื้นที่ทางตอนเหนือในซีเรีย
ทั้งชาวเคิร์ดในตุรกีและซีเรียต่างขึ้นไปบนยอดเขาต่างๆ ใกล้กับเขตเซอร์รุค เพื่อเฝ้าดูการโจมตีทางอากาศ และป่าวร้องว่า “โอบามา โอบามา” ในแต่ละครั้งที่มีการโจมตี
“ทั้งโลกควรช่วยชาวเคิร์ดในเมืองโคบานี เหมือนอย่างอเมริกัน เราไม่มีเพื่อนแท้ที่ไหนนอกจากอเมริกัน” เซลามี อัลเตย์ ชาวเคิร์ดในตุรกี กล่าว ขณะนั่งอยู่บนหินก้อนหนึ่งเพื่อเฝ้าดูการสู้รบ
ขณะที่ ซุลตาน มุสลิม กล่าวว่า ถึงแม้ว่าเธอจะให้กำเนิดโดยง่าย หลังจากรถพยาบาลนำตัวไปจากเมืองเต้นท์แห่งนี้สู่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเขตเซอร์รุค และถึงแม้ว่าจะอยู่ในสภาพที่ทุกข์ยากและความไม่แน่นอน แต่เธอก็มีความฝันสำหรับลูกน้อยของเธอ
“วันนั้นจะมาถึงเมื่อเขาโตขึ้นและกลายเป็นเช่นเดียวกับเขา (ประธานาธิบดี โอบามา) และช่วยผู้คนจากความโหดร้าย”
“ไม่มีใครช่วยเรา แต่เขาช่วย” เธอกล่าว
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9570000122897
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สังเวยกว่า800 ศพ!!! ศึกชิงเมืองโคบานี!!!
26 ตุลาคม 2557
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบรุตประเทศเลบานอน เมื่อวันที่26ต.ค.ว่ากลุ่มสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งซีเรียเปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตไปแล้วมากกว่า800ศพจากการสู้รบพื่อแย่งชิงเมืองโคบานีของชาวเคิร์ดในประเทศซีเรียโดยเริ่มนับตั้งแต่วันที่16ก.ย.ที่ผ่านมาตั้งแต่กลุ่มหัวรุนแรงไอเอสเปิดฉากโจมตีฐานที่มั่นของชาวเคิร์ด
กลุ่มสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนระบุอีกว่าในจำนวนผู้เสียชีวิตนี้แยกเป็นนักรบหัวรุนแรงของไอเอส481ศพและอีก313คนเป็นชาวเคิร์ดซึ่งเสียชีวิตเพราะการสู้รบเพื่อปกป้องเมืองโคบานีของพวกเขา
แต่ตัวเลขผู้เสียชีวิตนี้ไม่รวมการสูญเสียของนักรบกลุ่มไอเอสจากการโจมตีทางอากาศของกองทัพสหรัฐซึ่งทางกระทรวงกลาโหมสหรัฐระบุว่ามีจำนวนหลายร้อยศพแต่ถ้านับเฉพาะพลเรือนนั้นมี21ศพแล้ว
การโจมตีของกลุ่มหัวรุนแรงไอเอสทำให้ประชากรเกือบจะทั้งหมดของเมืองโคบานี อพยพหลบหนีซึ่งที่ข้ามเขตแดนเข้าไปในฝั่งของประเทศตุรกีที่มีพรมแดนติดกันนั้นก็มากถึง 200,000คนแล้ว
ด้านกองกำลังชาวเคิร์ดก็ยังคงปักหลักต่อต้านกลุ่มหัวรุนแรงไอเอสโดยการสนับสนุนจากการโจมตีทางอากาศของกองทัพสหรัฐและยังได้การสนับสนุนด้วยการจัดส่งอาวุธมาให้ทางอากาศเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา
http://www.dailynews.co.th/Content/foreign/276644/สังเวยกว่า800+ศพศึกชิงเมืองโคบานี