เรื่องราวของผมเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นาน ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสังคมและความเร่งรัดของการใช้ชีวิตของคนในสังคมปัจจุบัน ผมชื่อมีนครับ อายุ 30 ปี ผมอยู่ที่กรุงเทพ มาได้ประมาณ 13 ปีกว่า ผมเรียนและจบมหาวิทยาลัยในกรุงเทพ จึงไม่คิดที่จะกลับต่างจังหวัดเพราะคิดว่าเราอยู่ที่นี้ได้ด้วยตนเอง แต่การหางานในกรุงเทพมันไม่ได้ง่ายอย่างที่เราคิดว่าไว้เหมือนในละครที่เราดูในทีวี ชีวิตในป่าปูนไม่ใช้ชีวิตที่ง่ายเลย ผมบอกตรงๆ บางครั้งผมเองก็ท้อ กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นมา ผมไม่ขอเล่าเรื่องราวช่วงเวลาก่อนนั้นที่มันเลวร้ายที่สุดของผม ความรักของผมมันหมดไปเมื่อแฟนของผม คนที่ผมขอคบในวันปีใหม่ ทั้งๆ ที่ผมเองก็นอนกับผู้ชายอีกคนในคืนวันปีใหม่ อ้อ ผมเป็นเกย์ครับ ผมชอบผู้ชายมานานแล้วครับ ตั้งแต่สมัยเป็นมัธยม ผมเคยตบตีเพื่อแย่งครูฝึกสอนในสมัยที่เป็ฯนักวอลเลย์บอล ของโรงเรียน มันน่าตลกนะครับ การที่ผู้ชายคนหนึ่งตบกับชะนี หน้าห้องฝ่ายปกครองในเวลาที่ ครูทั้งโรงเรียนประชุมกันหมด ไม่มีใครอยู่เลยในห้องปกครอง ถ้าจะเล่า้ทาวความไปถึงเรื่องสมัยมัธยมเลยนั้นมันก็ห่างไกลไปนะครับ เอาเป็นว่า เข้าเรื่องราวของตัวละครเรื่องนี้กันเลยดีกว่านะครับ
เมื่อไม่นานมานี้ผมเองทำงานอยู่ย้ายอโศก ครับ เอาเป็นว่าชีวิตผมสามารถเจอใครหลายๆ คนได้ทุกๆ วัน ตัวผมเองก็มีรถขับนะครับ แต่ด้วยความที่เป็นอโศก ผมว่ารถไฟฟ้าดีสุด ทุกๆวันตอนเช้าผมเจอผู้ชาย หน้าตาดีและคู่รักเกย์หน้าตาดีและน่าอิจฉาหลายคู่ แต่ด้วยความที่เราไม่ใช้คนหน้าตาดีนะครับ เลยครองโสดมาเกือบตั้ง 2 ปี คุณลองคิดดู ว่าผมเองไม่เคยคิดจะจริงจังกับใครเลย ชีวิตของเกย์อย่างผม แค่คู่นอนก็เก่งแล้วครับ ชีวิตผมทั้งเรื่องเล่นยา เซ็กซ์ ผมฟรีมากครับ จะว่าง่ายก็ง่ายครับ เพราะผมบอกเลยว่าผมมีอะไรกับใครผมไม่เลือก อยากมีอะไรกับใคร อยากโดนมองหน้าก็ลากกันไปนอนเลย ไม่ว่าจะบนรถไฟฟ้า รถเมล์ หรือแม้แต่ ยืนอยู่ข้างๆ ที่ป้ายรถเมล์ เสปกผมหมดแหละ แค่เป็นหนุ่มออฟฟิต หรือพวกหน้าตี๋ ใส่แว่นมาร์ทออฟฟิต หรือแม่แต่นักศึกษา นิสิ ตี๋ๆ รวมไปถึงผู้บริหารแก่ๆ บางบริษัทที่ผมมองว่าผมพอใจจะนอนด้วย ผมดูแย่มากเลยใช้ไหมละครับ
(เสียงแจ้งเตือนสถานีดังขึ้น) ถึงที่ทำงานผมแล้วครับย่านอโศก บริษัทผมเป็นบริษัทต่าวชาติครับแต่บริหารด้วยผู้บริหารคนไทย ถ้าถามว่ามันดีไหมเหรอครับผมว่าก็ห่วยแตกกว่าบริษัทมหาชนที่ผมเคยอยุ่มาที่เป็นของคนไทยและคนไทยบริหารแบบไม่อยุ่ในกะลา ทุกเช้าผมจะต้องแวะซื้อกาแฟของโปรด เอสเปสโซ๋ปั่น ที่ร้านสตาร์บัค กับพนักงานขายรูปหล่อ หึหึ ถามว่าเคยได้กันแล้วหรือยัง คุณลองคิดเอาเล่นๆ ดูก็ได้ครับ ว่าชั้นดาดฟ้าลานจอดรถชั้น 10 ที่ไม่เคยมีรถขึ้นไปจอด เป็นลานมืดๆ ที่แสงสว่างสามารถส่องลอดได้ในมุมหลังลิฟท์ ในเวลาช่วงบ่ายแก่ๆ ของทุกๆ วัน หากมีคนขึ้นไปดูก็คงจะเห็นร่างชายสองคนกอดรัดฟันเหวี่ยงบันเลงเพลงรักกันอย่างเร่าร้อน และเสียงครางเบาๆ ดังออกมาตามกระแสลมที่พัดผ่าน ตรงหลังลิฟท์ เก่าๆ ตัวนึงที่ไม่ค่อยมีใครขึ้นมา บวกกับเสียงรถไฟฟ้าและเสียงรถยนต์ที่ดังกลบเสียงครางของชายสองคน
(เสียงลิฟดังขึ้น) จริงๆออฟฟิตผมอยู่ชั้น 27 ครับ ผมทำงานการตลาดซึ่งโซนของผมจะติดอยุ่กับ โซนของ HR ซึ่งในโซนของ HR ก็มีนายแบบคนหนึ่งที่เคยถ่ายในนิตยสารแฟชั่นชื่อดัง ถึงกับเปลือยโชว์หุ่นและความอลังการของทุกส่วนในเรือนร่างของความเป็นชาย ถามอีกว่า ผมเคยได้กันหรือยัง คิดว่าจะเหลือเหรอครับ ในมุมชั้น 26 ที่เป็นห้องประชุมในห้องพยาบาล ทุกๆเย็นก่อนเวลาเลิกงาน คุณคิดว่าเราสองคนทำอะไรกัน ในห้องพยาบาลที่แม่บ้านเองก็ชอบแอบหลับในห้องพักแม่บ้านข้างห้องพยาบาล ทุกๆ วัน การที่นักสู้ชายสองคนฟาดฟันกันอย่างเมามันบนเตียงในห้องพยาบาลติดกับกระจกที่มองวิวออกไปเป็นถนนแยกอโศก มันเป็นรสชาติที่ดีนะครับ ตื่นเต้นและบรรยากาศดีมาก ยิ่งวันฝนตกฟ้าร้อง โอว อย่าพูดเลย
ทุกวันผมจะไปฟิตเนสครับ ด้วยคำว่าคนโสดก็มักจะต้องดูแลตัวเองเพราะที่ผ่านมาในชีวิตผมเองถูกเหยียดเรื่องหุ่นมาก ตัวโต หูกาง หน้าปุ ตัวแห้งเป็นผีตายซาก ก็แล้วไงละ ปัจจุบันนี้ อยากได้ใครก็ชายตามองก็ได้โยกเอวสบายๆ โชว์บนเตียงแล้ว ชีวิตของผมเองยังคงโลดแล่นกับตัณหา และราคะ ความคาวของชีวิตมากมาย ทั้งๆ ที่ วันหยุดผมเองก็ไปไหว้พระ ทำบุญกับครอบครัวของผมทุกครั้งที่มีโอกาศ รวมถึงการนั่งวิปัสนาเพื่อทำให้จิตใจเราผ่องใส 2ปี ที่ผ่านมานั่นบอกเลยครับ ผมไม่สนใจหลอกครับ ว่าคำว่ารักของตัวผมมันคืออะไร ผมรู้แค่ว่า รักคือคาวโลกี
ในเมืองหน้าหนาวยาวพลบค่ำ แสงนีออนของป่าปูนยามค่ำคืนเริ่มส่องสว่างขึ้น นักท่องเที่ยวยามราตรีเริ่มออกมาแสดงตัวสร้างสีสันต์ให้กับยามค่ำคืน ส่วนพนักงานออฟฟิตก็เริ่มใช้ชีวิตไม่ต่างกันรีบกลับบ้านเพราะต้องการพักผ่อน ผมคนหนึ่งก็คือพวกกลุ่มเดียวกับพนักงานออฟฟิตทั่วไป ที่เร่งที่จะเดินทางกลับไปเล่นฟิตเนส แต่ระหว่างทางหรือระหว่างที่เดินเชื่อมเส้นทางที่ผมจะต้องไปต่อเรือทุกๆ วันนั้น คาวโลกีและความหลงไหลในเรือนร่างของผมมันเกิดขึ้นได้เสมอและทุกวินาที หนุ่มใส่แว่นเสื้อเชิ๊ต ผูกไทม์หลวมๆ ใส่กางเกงสแลกสิน้ำตาล ฟิตพอมองลอดและจินตนาการได้ว่าข้างในมีรูปร่างและสร้างอารมณ์ความหลงไหลมากแค่ไหน ใจผมเองก็เต้นระรัวเมื่อมองผ่านลอดเป้ากางเกงและจิตนาการไปแสนใกล้ จิตใจของผมเริ่มหวั่นไหว เมื่อชายคนนั้นก็มองกลับมาพร้อมอมยิ้มมุมปาก จิตใจแทบแตกกระสาซ่านเซ็น แทบอยากเดินเข้าไปแล้วคุกเข่าขอร่วมฉากรักทันที ผมเชื่อว่าพวกคุณก็คงคิดต่อได้นะครับว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ผมก็กำลังจิตนาการไปถึงขึ้นนั้นเช่นกันครับ แต่พลาดตรงที่ชะนีเมียของชายคนนั้นนางเดินมาพอดีประจวบเหมาะกับเรือที่เทียบท่าพอดี ผมเลยต้องละสายตาออกจากชายคนนั้นและจากไปอย่างไม่มีเยื่อใย การเบียดเสียดบนเรือเท่านั้นที่มันจะทำให้คลายอารมณ์ของโลกีที่เกิดขึ้นได้
เรือแล่นไปตามลำคลองแสนแสบในยามวิกาล รอบๆ คลองไม่ได้มีไฟเปิดเหมือนบนท้องถนนที่เราเคยเจอ มันมืดทุกด้านมีเพียงไฟสลัวๆ ในเรือเท่านั้น ผู้คนเริ่มมากขึ้นๆ เราไม่สามารถบังคับการกระทบกระทั้งของทุกส่วนในร่างกายเราได้หลอกครับ ระวังแค่อย่างเดียวคือกระเป๋าที่จะต้อนยีงสะพายไว้ด้านหน้าเพื่อป้องกันมิฉาชีพ ตัวผมเองก็แต่งตัวไม่ใช้ว่าจะเรียบร้อยอะไรนัก พวกผ่าเหล่านะครับ กางเกงฟิต ก้นปอด เป้าตุง ตามประสาคนเริงเมืองนะครับ
ไม่แปลกนะครับที่เวลาขึ้นเรือหลายๆ ครั้ง ที่จะโดนถูไถ จากส่วนล่างของคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง บางครั้งถูจนสัมผัสได้ว่าผมควรจะร่วมรักกับเขาในสถานีต่อไปเลยดีไหม แหม ชีวิตผมก็ไม่ได้ต้องการอะไรขนาดนั้นจริงไหมครับ ชีวิตของการเดินทางตามหาคำว่ารัก คืออะไร ของผมในช่วงปฐมบท มันยังไม่หมดครับ วันนี้คงขอตัวก่อนครับ ยังไง ติดตามกันได้ครับ
รัก คือ ตอน ปฐมบท ตอนที่ รักคือ คาวโลกี EP 1
เมื่อไม่นานมานี้ผมเองทำงานอยู่ย้ายอโศก ครับ เอาเป็นว่าชีวิตผมสามารถเจอใครหลายๆ คนได้ทุกๆ วัน ตัวผมเองก็มีรถขับนะครับ แต่ด้วยความที่เป็นอโศก ผมว่ารถไฟฟ้าดีสุด ทุกๆวันตอนเช้าผมเจอผู้ชาย หน้าตาดีและคู่รักเกย์หน้าตาดีและน่าอิจฉาหลายคู่ แต่ด้วยความที่เราไม่ใช้คนหน้าตาดีนะครับ เลยครองโสดมาเกือบตั้ง 2 ปี คุณลองคิดดู ว่าผมเองไม่เคยคิดจะจริงจังกับใครเลย ชีวิตของเกย์อย่างผม แค่คู่นอนก็เก่งแล้วครับ ชีวิตผมทั้งเรื่องเล่นยา เซ็กซ์ ผมฟรีมากครับ จะว่าง่ายก็ง่ายครับ เพราะผมบอกเลยว่าผมมีอะไรกับใครผมไม่เลือก อยากมีอะไรกับใคร อยากโดนมองหน้าก็ลากกันไปนอนเลย ไม่ว่าจะบนรถไฟฟ้า รถเมล์ หรือแม้แต่ ยืนอยู่ข้างๆ ที่ป้ายรถเมล์ เสปกผมหมดแหละ แค่เป็นหนุ่มออฟฟิต หรือพวกหน้าตี๋ ใส่แว่นมาร์ทออฟฟิต หรือแม่แต่นักศึกษา นิสิ ตี๋ๆ รวมไปถึงผู้บริหารแก่ๆ บางบริษัทที่ผมมองว่าผมพอใจจะนอนด้วย ผมดูแย่มากเลยใช้ไหมละครับ
(เสียงแจ้งเตือนสถานีดังขึ้น) ถึงที่ทำงานผมแล้วครับย่านอโศก บริษัทผมเป็นบริษัทต่าวชาติครับแต่บริหารด้วยผู้บริหารคนไทย ถ้าถามว่ามันดีไหมเหรอครับผมว่าก็ห่วยแตกกว่าบริษัทมหาชนที่ผมเคยอยุ่มาที่เป็นของคนไทยและคนไทยบริหารแบบไม่อยุ่ในกะลา ทุกเช้าผมจะต้องแวะซื้อกาแฟของโปรด เอสเปสโซ๋ปั่น ที่ร้านสตาร์บัค กับพนักงานขายรูปหล่อ หึหึ ถามว่าเคยได้กันแล้วหรือยัง คุณลองคิดเอาเล่นๆ ดูก็ได้ครับ ว่าชั้นดาดฟ้าลานจอดรถชั้น 10 ที่ไม่เคยมีรถขึ้นไปจอด เป็นลานมืดๆ ที่แสงสว่างสามารถส่องลอดได้ในมุมหลังลิฟท์ ในเวลาช่วงบ่ายแก่ๆ ของทุกๆ วัน หากมีคนขึ้นไปดูก็คงจะเห็นร่างชายสองคนกอดรัดฟันเหวี่ยงบันเลงเพลงรักกันอย่างเร่าร้อน และเสียงครางเบาๆ ดังออกมาตามกระแสลมที่พัดผ่าน ตรงหลังลิฟท์ เก่าๆ ตัวนึงที่ไม่ค่อยมีใครขึ้นมา บวกกับเสียงรถไฟฟ้าและเสียงรถยนต์ที่ดังกลบเสียงครางของชายสองคน
(เสียงลิฟดังขึ้น) จริงๆออฟฟิตผมอยู่ชั้น 27 ครับ ผมทำงานการตลาดซึ่งโซนของผมจะติดอยุ่กับ โซนของ HR ซึ่งในโซนของ HR ก็มีนายแบบคนหนึ่งที่เคยถ่ายในนิตยสารแฟชั่นชื่อดัง ถึงกับเปลือยโชว์หุ่นและความอลังการของทุกส่วนในเรือนร่างของความเป็นชาย ถามอีกว่า ผมเคยได้กันหรือยัง คิดว่าจะเหลือเหรอครับ ในมุมชั้น 26 ที่เป็นห้องประชุมในห้องพยาบาล ทุกๆเย็นก่อนเวลาเลิกงาน คุณคิดว่าเราสองคนทำอะไรกัน ในห้องพยาบาลที่แม่บ้านเองก็ชอบแอบหลับในห้องพักแม่บ้านข้างห้องพยาบาล ทุกๆ วัน การที่นักสู้ชายสองคนฟาดฟันกันอย่างเมามันบนเตียงในห้องพยาบาลติดกับกระจกที่มองวิวออกไปเป็นถนนแยกอโศก มันเป็นรสชาติที่ดีนะครับ ตื่นเต้นและบรรยากาศดีมาก ยิ่งวันฝนตกฟ้าร้อง โอว อย่าพูดเลย
ทุกวันผมจะไปฟิตเนสครับ ด้วยคำว่าคนโสดก็มักจะต้องดูแลตัวเองเพราะที่ผ่านมาในชีวิตผมเองถูกเหยียดเรื่องหุ่นมาก ตัวโต หูกาง หน้าปุ ตัวแห้งเป็นผีตายซาก ก็แล้วไงละ ปัจจุบันนี้ อยากได้ใครก็ชายตามองก็ได้โยกเอวสบายๆ โชว์บนเตียงแล้ว ชีวิตของผมเองยังคงโลดแล่นกับตัณหา และราคะ ความคาวของชีวิตมากมาย ทั้งๆ ที่ วันหยุดผมเองก็ไปไหว้พระ ทำบุญกับครอบครัวของผมทุกครั้งที่มีโอกาศ รวมถึงการนั่งวิปัสนาเพื่อทำให้จิตใจเราผ่องใส 2ปี ที่ผ่านมานั่นบอกเลยครับ ผมไม่สนใจหลอกครับ ว่าคำว่ารักของตัวผมมันคืออะไร ผมรู้แค่ว่า รักคือคาวโลกี
ในเมืองหน้าหนาวยาวพลบค่ำ แสงนีออนของป่าปูนยามค่ำคืนเริ่มส่องสว่างขึ้น นักท่องเที่ยวยามราตรีเริ่มออกมาแสดงตัวสร้างสีสันต์ให้กับยามค่ำคืน ส่วนพนักงานออฟฟิตก็เริ่มใช้ชีวิตไม่ต่างกันรีบกลับบ้านเพราะต้องการพักผ่อน ผมคนหนึ่งก็คือพวกกลุ่มเดียวกับพนักงานออฟฟิตทั่วไป ที่เร่งที่จะเดินทางกลับไปเล่นฟิตเนส แต่ระหว่างทางหรือระหว่างที่เดินเชื่อมเส้นทางที่ผมจะต้องไปต่อเรือทุกๆ วันนั้น คาวโลกีและความหลงไหลในเรือนร่างของผมมันเกิดขึ้นได้เสมอและทุกวินาที หนุ่มใส่แว่นเสื้อเชิ๊ต ผูกไทม์หลวมๆ ใส่กางเกงสแลกสิน้ำตาล ฟิตพอมองลอดและจินตนาการได้ว่าข้างในมีรูปร่างและสร้างอารมณ์ความหลงไหลมากแค่ไหน ใจผมเองก็เต้นระรัวเมื่อมองผ่านลอดเป้ากางเกงและจิตนาการไปแสนใกล้ จิตใจของผมเริ่มหวั่นไหว เมื่อชายคนนั้นก็มองกลับมาพร้อมอมยิ้มมุมปาก จิตใจแทบแตกกระสาซ่านเซ็น แทบอยากเดินเข้าไปแล้วคุกเข่าขอร่วมฉากรักทันที ผมเชื่อว่าพวกคุณก็คงคิดต่อได้นะครับว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ผมก็กำลังจิตนาการไปถึงขึ้นนั้นเช่นกันครับ แต่พลาดตรงที่ชะนีเมียของชายคนนั้นนางเดินมาพอดีประจวบเหมาะกับเรือที่เทียบท่าพอดี ผมเลยต้องละสายตาออกจากชายคนนั้นและจากไปอย่างไม่มีเยื่อใย การเบียดเสียดบนเรือเท่านั้นที่มันจะทำให้คลายอารมณ์ของโลกีที่เกิดขึ้นได้
เรือแล่นไปตามลำคลองแสนแสบในยามวิกาล รอบๆ คลองไม่ได้มีไฟเปิดเหมือนบนท้องถนนที่เราเคยเจอ มันมืดทุกด้านมีเพียงไฟสลัวๆ ในเรือเท่านั้น ผู้คนเริ่มมากขึ้นๆ เราไม่สามารถบังคับการกระทบกระทั้งของทุกส่วนในร่างกายเราได้หลอกครับ ระวังแค่อย่างเดียวคือกระเป๋าที่จะต้อนยีงสะพายไว้ด้านหน้าเพื่อป้องกันมิฉาชีพ ตัวผมเองก็แต่งตัวไม่ใช้ว่าจะเรียบร้อยอะไรนัก พวกผ่าเหล่านะครับ กางเกงฟิต ก้นปอด เป้าตุง ตามประสาคนเริงเมืองนะครับ
ไม่แปลกนะครับที่เวลาขึ้นเรือหลายๆ ครั้ง ที่จะโดนถูไถ จากส่วนล่างของคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง บางครั้งถูจนสัมผัสได้ว่าผมควรจะร่วมรักกับเขาในสถานีต่อไปเลยดีไหม แหม ชีวิตผมก็ไม่ได้ต้องการอะไรขนาดนั้นจริงไหมครับ ชีวิตของการเดินทางตามหาคำว่ารัก คืออะไร ของผมในช่วงปฐมบท มันยังไม่หมดครับ วันนี้คงขอตัวก่อนครับ ยังไง ติดตามกันได้ครับ