สวัสดีครับ ผมตั้งกระทู้ี่ขึ้นมาเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ความเห็น เกี่ยวกับระบบ Home Automation
ระบบเหล่านี้อยู่ใกล้ตัวเรามากนะครับ เราใช้มันทุกวันโดยที่เราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ รถคุณไง ในรถคันนึง มีระบบ smart sensor, automate function มากมายตั้งแต่ ระบบปรับอากาศอัตโนมัต เกียร์ออโต้ เปิดไฟหน้าอัตโนมัต
ระบบเหล่านี้มีใช้ในบ้านเรื่อนในต่างประเทศมานานแล้วนะครับ ในบ้านเราก็มีใช้ในห้างใหญ่ๆ โรงแรมใหญ่ๆ มานานแล้ว ตั้งแต่ก่อนที่จะมี Smartphone tablet ออกมาซะอีก ระบบเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อทำเป็น central control system
Central control system คือตามชื่อมันเลยครับ คิดง่ายๆว่มันคือการยกสวิดไฟทั้งบ้านของคุณมาไว้ในที่เดียวกันในตู้ใบนึง แล้วก็สั่งงานมันในรูปบบต่างๆครับ ไม่ว่าจะเป็นสั่งผ่าน internet, smartphone tablet, touch screen panet, wall switch, PC.
การที่ทำอย่างงี้นั่นหมายถึงคุณสามารถทำยังไงกับมันก็ได้ จัดการสั่งไฟเป็นกลุ่มๆก็ได้ จัดไฟตามบรรยากาศที่คุณต้องการก็ได้ สั่งงานจากที่ไหนก็ได้ทั่วโลก ก็ยังได้ พ่วงกับระบบกันโขมยหรือ intercom ให้ส่งสัญญาณภาพมาที่โทนศัพท์มาที่มือถือคุณ ทั้งตอนที่คุณอยู่บ้านหรือไม่อยู่บ้านก็ยังได้ครับ คุมเครื่องปรับอากาศก็ได้ ประตูรั้วไฟฟ้าในบ้านนอกบ้านได้หมด เหมือนยกการสั่งงานบ้านทั้งหลังของคุณมาไว้บนโทรศัพท์แหละครับ
ระบบเหล่านี้มักถูกพัฒนามาพร้อมกับ smart sensor เพื่อประหยัดพลังงาน ควบคุมการเปิดปิดไฟตามบ้าน ควบคุมค่าไฟฟ้าในบ้าน โรงแรม Resort ต่างๆ อาคารสูง ห้างต่างๆเป็นต้นครับ
ผมขอแยกระบบออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆดังนี้ก่อนนะครับ
1. ระบบเปิด
2. ระบบปิด
ทั้งสองระบบไม่มีในตำราไหน ผมแบ่งมันของผมเอง เพื่ออธิบายให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นนะครับ
1. ระบบปิด หมายถึงระบบที่เป็นของ Brand นั้นๆ โดยเฉพาะ ไม่สามารถเอาของชาวบ้านมายุ่งเกี่ยวได้ ถึงได้ก็ต้องใช้การแปลงสัญญาน ซึ่งจากที่ทำมา ยุ่งยาก ทำงานสองรอบ
2. ระบบเปิด หมายถึงระบบที่เปิดให้บริษัทต่างๆเอา Code ไปทำ Hardware ของตัวเองได้ พัฒนาต่อยอดได้เอง แล้วนำมาขายในตลาด
เปรียบเทียบให้เห็นภาพ iOS กะ Android ครับ iOS มีแค่ hardware ของ Apple เท่านั้นที่ใช้งานมันได้ดีที่สุด ส่วน Android เอาไปเลยครับ ทำได้หมด ใครทำได้เอาไปทำเลย SONY Samsung LG และอีกมากมาย ใช้ได้เหมือนกันหมด ข้อดีข้อด้อยก็คืออะไรที่คุณคิดได้ระหว่าง iOS กะ Android 90% ก็ตามนั้นครับ ครับ อีก 10% ที่ไม่เหมือน คือ ความ Stable ของระบบครับ เนือ่งจากระบบพวกนี้ อยู่บน Protocol พื้นฐานเดียวกัน เหมือน Internet TCP/IP html5 ที่คุณจะเปิดจาก Device อะไร จะ iPhone iPad Galaxy Tab Notebook Desktop พวกก็ปรับขนาดหน้าจอให้แสดงผลได้อย่างถูกต้องหมด ดังนั้น ข้อเปรียบเทียบที่เราเจอใน Android ประเภท Android แท้ๆ นิ่งๆต้อง Nexus จาก Google Phone เท่านั้น จึงไม่มีครับ มันนิ่งเหมือนกันหมด พูดแบบนี้เพราะที่ลองมา จะของจีน เยอรมัน มันก็เหมือนกัน ต่างกันที่ความทนทานครับ ถูกแต่ดี ไม่มีในโลก ถูกและโคดทน ไม่มีในโลกครับ ของของที่ดี ราคาสมเหตุสมผล มีครับ ผมยืนยัน ของทุกชิ้นมีอายุขัยขอมันครับ ราคาที่คุณจ่ายแพงขึ้น คือเพื่อแลกกับอายุการใช้งานของมันครับ
ในเรื่องของการวางระบบ สามารถแยกได้เป็น2กลุ่มครับ
1. มีสาย
2. ไร้สาย
1. มีสาย เหมอะกับบ้านทำใหม่ หรือบ้าน Renovate ที่มีการเปิดฝ้า รวมถึงรื้อระบบไฟภายในครับ สามารถเนรมิตรได้ดั่งใจนึก จะเอาลูกเล่นอะไรยังไง คุมยังไง สบายครับ ง่าย เชื่อถือได้ มีความเสถียรสูง
2. ไร้สาย เหมอะกับบ้าน Renovate หรือที่ที่มีข้อจำกัดในการเดินสายครับ ลูกเล่นต่างๆ ถูกจำกัดด้วยสภาพหน้างานและข้อจำกัดของสัญญาณวิทยุครับ คือถ้าบ้านคุณมีกระจก หรือแต่งด้วยโลหะจำนวนมาก ครลื่นวิทยุจะถูกสะท้อนออกไฟพอสมควรครับ ก็เหมือน WIFI ที่เราใช้กันแหละครับ คุณลองตั้งในห้องที่กั้นกระจกทั้งห้อง แทบไม่มีปูนหรือเสาสิ เดินออกมา ปิดกระจก หายไปเกือบครึ่งครับ ระบบไร้สายทำงานแบบ MESH Network ครับ
คำถามยอดฮิต บ้านไหนเหมาะกับการทำระบบนี้ ระบบไหนดีที่สุด ขอตอบแยกทีละคำถามนะครับ
บ้านไหนเหมาะกับการทำระบบแบบนี้ เหมือนคุณถามว่าเราจะซื้อรถอะไรดีแหละครับ อยู่ที่ความต้องการและการใช้งานของคุณเป็นหลักครับ ถ้าคุณต้องการประหวัดน้ำมัน ก็ ECO Car แรง ประหยัดก็ Hybrid หล่อแรงหรูก็ BMW X6 ไปเลยครับ
ระบบไหนดีสุด ไม่มีใครบอกว่าของตัวเองไม่ดีหรอกครับ แต่คุณควรตัดสินใจเหมือนการซื้อรถแหละครับ เอาที่มันดีที่สุดกับที่คุณจะใช้ครับ องประกอบในการตัดสินใจก็เหมือนซื้อรถเหมือนเดิมครับ
ระบบที่แนะนำคือระบบเปิดครับ มีคนพัฒนาระบบหลายบริษัท หลายประเทศ หลากหลาย Design ครับ
Home Automation คืออะไร
ระบบเหล่านี้อยู่ใกล้ตัวเรามากนะครับ เราใช้มันทุกวันโดยที่เราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ รถคุณไง ในรถคันนึง มีระบบ smart sensor, automate function มากมายตั้งแต่ ระบบปรับอากาศอัตโนมัต เกียร์ออโต้ เปิดไฟหน้าอัตโนมัต
ระบบเหล่านี้มีใช้ในบ้านเรื่อนในต่างประเทศมานานแล้วนะครับ ในบ้านเราก็มีใช้ในห้างใหญ่ๆ โรงแรมใหญ่ๆ มานานแล้ว ตั้งแต่ก่อนที่จะมี Smartphone tablet ออกมาซะอีก ระบบเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อทำเป็น central control system
Central control system คือตามชื่อมันเลยครับ คิดง่ายๆว่มันคือการยกสวิดไฟทั้งบ้านของคุณมาไว้ในที่เดียวกันในตู้ใบนึง แล้วก็สั่งงานมันในรูปบบต่างๆครับ ไม่ว่าจะเป็นสั่งผ่าน internet, smartphone tablet, touch screen panet, wall switch, PC.
การที่ทำอย่างงี้นั่นหมายถึงคุณสามารถทำยังไงกับมันก็ได้ จัดการสั่งไฟเป็นกลุ่มๆก็ได้ จัดไฟตามบรรยากาศที่คุณต้องการก็ได้ สั่งงานจากที่ไหนก็ได้ทั่วโลก ก็ยังได้ พ่วงกับระบบกันโขมยหรือ intercom ให้ส่งสัญญาณภาพมาที่โทนศัพท์มาที่มือถือคุณ ทั้งตอนที่คุณอยู่บ้านหรือไม่อยู่บ้านก็ยังได้ครับ คุมเครื่องปรับอากาศก็ได้ ประตูรั้วไฟฟ้าในบ้านนอกบ้านได้หมด เหมือนยกการสั่งงานบ้านทั้งหลังของคุณมาไว้บนโทรศัพท์แหละครับ
ระบบเหล่านี้มักถูกพัฒนามาพร้อมกับ smart sensor เพื่อประหยัดพลังงาน ควบคุมการเปิดปิดไฟตามบ้าน ควบคุมค่าไฟฟ้าในบ้าน โรงแรม Resort ต่างๆ อาคารสูง ห้างต่างๆเป็นต้นครับ
ผมขอแยกระบบออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆดังนี้ก่อนนะครับ
1. ระบบเปิด
2. ระบบปิด
ทั้งสองระบบไม่มีในตำราไหน ผมแบ่งมันของผมเอง เพื่ออธิบายให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นนะครับ
1. ระบบปิด หมายถึงระบบที่เป็นของ Brand นั้นๆ โดยเฉพาะ ไม่สามารถเอาของชาวบ้านมายุ่งเกี่ยวได้ ถึงได้ก็ต้องใช้การแปลงสัญญาน ซึ่งจากที่ทำมา ยุ่งยาก ทำงานสองรอบ
2. ระบบเปิด หมายถึงระบบที่เปิดให้บริษัทต่างๆเอา Code ไปทำ Hardware ของตัวเองได้ พัฒนาต่อยอดได้เอง แล้วนำมาขายในตลาด
เปรียบเทียบให้เห็นภาพ iOS กะ Android ครับ iOS มีแค่ hardware ของ Apple เท่านั้นที่ใช้งานมันได้ดีที่สุด ส่วน Android เอาไปเลยครับ ทำได้หมด ใครทำได้เอาไปทำเลย SONY Samsung LG และอีกมากมาย ใช้ได้เหมือนกันหมด ข้อดีข้อด้อยก็คืออะไรที่คุณคิดได้ระหว่าง iOS กะ Android 90% ก็ตามนั้นครับ ครับ อีก 10% ที่ไม่เหมือน คือ ความ Stable ของระบบครับ เนือ่งจากระบบพวกนี้ อยู่บน Protocol พื้นฐานเดียวกัน เหมือน Internet TCP/IP html5 ที่คุณจะเปิดจาก Device อะไร จะ iPhone iPad Galaxy Tab Notebook Desktop พวกก็ปรับขนาดหน้าจอให้แสดงผลได้อย่างถูกต้องหมด ดังนั้น ข้อเปรียบเทียบที่เราเจอใน Android ประเภท Android แท้ๆ นิ่งๆต้อง Nexus จาก Google Phone เท่านั้น จึงไม่มีครับ มันนิ่งเหมือนกันหมด พูดแบบนี้เพราะที่ลองมา จะของจีน เยอรมัน มันก็เหมือนกัน ต่างกันที่ความทนทานครับ ถูกแต่ดี ไม่มีในโลก ถูกและโคดทน ไม่มีในโลกครับ ของของที่ดี ราคาสมเหตุสมผล มีครับ ผมยืนยัน ของทุกชิ้นมีอายุขัยขอมันครับ ราคาที่คุณจ่ายแพงขึ้น คือเพื่อแลกกับอายุการใช้งานของมันครับ
ในเรื่องของการวางระบบ สามารถแยกได้เป็น2กลุ่มครับ
1. มีสาย
2. ไร้สาย
1. มีสาย เหมอะกับบ้านทำใหม่ หรือบ้าน Renovate ที่มีการเปิดฝ้า รวมถึงรื้อระบบไฟภายในครับ สามารถเนรมิตรได้ดั่งใจนึก จะเอาลูกเล่นอะไรยังไง คุมยังไง สบายครับ ง่าย เชื่อถือได้ มีความเสถียรสูง
2. ไร้สาย เหมอะกับบ้าน Renovate หรือที่ที่มีข้อจำกัดในการเดินสายครับ ลูกเล่นต่างๆ ถูกจำกัดด้วยสภาพหน้างานและข้อจำกัดของสัญญาณวิทยุครับ คือถ้าบ้านคุณมีกระจก หรือแต่งด้วยโลหะจำนวนมาก ครลื่นวิทยุจะถูกสะท้อนออกไฟพอสมควรครับ ก็เหมือน WIFI ที่เราใช้กันแหละครับ คุณลองตั้งในห้องที่กั้นกระจกทั้งห้อง แทบไม่มีปูนหรือเสาสิ เดินออกมา ปิดกระจก หายไปเกือบครึ่งครับ ระบบไร้สายทำงานแบบ MESH Network ครับ
คำถามยอดฮิต บ้านไหนเหมาะกับการทำระบบนี้ ระบบไหนดีที่สุด ขอตอบแยกทีละคำถามนะครับ
บ้านไหนเหมาะกับการทำระบบแบบนี้ เหมือนคุณถามว่าเราจะซื้อรถอะไรดีแหละครับ อยู่ที่ความต้องการและการใช้งานของคุณเป็นหลักครับ ถ้าคุณต้องการประหวัดน้ำมัน ก็ ECO Car แรง ประหยัดก็ Hybrid หล่อแรงหรูก็ BMW X6 ไปเลยครับ
ระบบไหนดีสุด ไม่มีใครบอกว่าของตัวเองไม่ดีหรอกครับ แต่คุณควรตัดสินใจเหมือนการซื้อรถแหละครับ เอาที่มันดีที่สุดกับที่คุณจะใช้ครับ องประกอบในการตัดสินใจก็เหมือนซื้อรถเหมือนเดิมครับ
ระบบที่แนะนำคือระบบเปิดครับ มีคนพัฒนาระบบหลายบริษัท หลายประเทศ หลากหลาย Design ครับ