ผมทำอาชีพค้าขาย แต่งงานกับแฟนตั้งแต่ปี55 แยกครอบครัวมาซื้อทาวน์เฮ้าส์4.3ลผ่อนเดือน3หมื่น500บัตรเครดิต2ใบรูดเต็มวงเงินแต่งบ้านทำหลังคาทำครัวติดมุ้งลวดบัตรผ่อนชำระหมดแล้วเดือนที่แล้ว
เรื่องมีอยู่ว่าแฟนจะเป็นคนไปจ่ายตลาดตอนเช้าทุกวัน ผมตั้งร้าน วันหนึ่งกลับถึงบ้านผมจะอาบน้ำสบู่หมดก็เดินไปหยิบที่ตู้เห็นแบงค์500/1000
พับเป็นรูปสี่เหลี่ยมยัดไว้อยู่ในซอกค้นออกมาดูมีจำนวนเยอะพอดู ผมก็ถามเธอว่าเงินนี้เอามาจากไหน คำตอบที่ได้บอกเป็นเงินเก็บของเธอ
เราเถียงกันทะเลาะกันผมบอกว่าอยากได้อะไรให้บอกก็ซื้อให้ตลอดไม่ใช่มาขโมยกันแบบนี้มันเสียความรู้สึก เธอก็บอกว่าเงินเก็บเธอ
เราทะเลาะกันจนผมขับรถออกจากบ้านเพื่อไปหาที่เงียบๆสักพักตอนขับออกมาเธอก็โยนเงินที่อยู่ในกระเป๋าลงมาที่รถกระจายเต็มหน้าบ้านไปหมด
ผมขับรถออกมาจะกลับไปอยู่บ้านแม่สักพัก เธอก้อโทรมาง้อพอ สรุปว่าเธอขโมยแล้วบอกผมว่าจะไม่ทำอีกแล้วผมก็กลับมาบ้านให้อภัยเธอ
ผ่านมาปีกว่าเมื่อต้นเดือนตุลาคม เธอกำลังมีลูกหมอบอกเด็กเพิ่งจะ2-3สัปดาห์ ได้ ผมก็เครียดทั้งรายจ่ายบ้าน ไหนจะต้องฝากท้อง ไหนจะที่ร้าน
ยอดขายก็ลดลงไม่ค่อยดี ผมพยามไม่เครียด แต่มันอดไม่ได้ผมก็หาทางจะลดรายจ่ายก็ไปตรวจดูสมุดบันทึกรายจ่าย
ซื้อของตลาดบางวัน500-1000กว่า แต่แฟนผมเอาไปจ่ายตลาดทีล่ะ2000 เหลือมาบ้างไม่เหลือบ้างผมก็ไม่ได้ใส่ใจ
จนวันนึงผมไปเจอสมุดเงินฝากที่เปลี่ยนไปขึ้นเล่มใหม่ มีเงินเข้าเกือบทุกวันราวปีกว่าจำนวนเงินจนถึงปัจจุบันหน้าจะราวๆ1แสนกว่าเห็นจะได้
ผมควรทำงัยกะชีวิตดีครับ
1 แกล้งโง่เพื่อที่จะเห็นแก่ลูกที่กำลังจะเกิด
2 กะขายบ้านเพื่อลดรายจ่ายและย้ายไปอยู่ที่บ้านแม่ตามเดิมแล้วแกล้งโง่ต่อไป
3 เลิกกันเพราะความไว้ใจที่ให้ไปมันเริ่มหมด่ละ ชักจะหมดความอดทน
จะทำงัยดีกับชีวิตครอบครัว
เรื่องมีอยู่ว่าแฟนจะเป็นคนไปจ่ายตลาดตอนเช้าทุกวัน ผมตั้งร้าน วันหนึ่งกลับถึงบ้านผมจะอาบน้ำสบู่หมดก็เดินไปหยิบที่ตู้เห็นแบงค์500/1000
พับเป็นรูปสี่เหลี่ยมยัดไว้อยู่ในซอกค้นออกมาดูมีจำนวนเยอะพอดู ผมก็ถามเธอว่าเงินนี้เอามาจากไหน คำตอบที่ได้บอกเป็นเงินเก็บของเธอ
เราเถียงกันทะเลาะกันผมบอกว่าอยากได้อะไรให้บอกก็ซื้อให้ตลอดไม่ใช่มาขโมยกันแบบนี้มันเสียความรู้สึก เธอก็บอกว่าเงินเก็บเธอ
เราทะเลาะกันจนผมขับรถออกจากบ้านเพื่อไปหาที่เงียบๆสักพักตอนขับออกมาเธอก็โยนเงินที่อยู่ในกระเป๋าลงมาที่รถกระจายเต็มหน้าบ้านไปหมด
ผมขับรถออกมาจะกลับไปอยู่บ้านแม่สักพัก เธอก้อโทรมาง้อพอ สรุปว่าเธอขโมยแล้วบอกผมว่าจะไม่ทำอีกแล้วผมก็กลับมาบ้านให้อภัยเธอ
ผ่านมาปีกว่าเมื่อต้นเดือนตุลาคม เธอกำลังมีลูกหมอบอกเด็กเพิ่งจะ2-3สัปดาห์ ได้ ผมก็เครียดทั้งรายจ่ายบ้าน ไหนจะต้องฝากท้อง ไหนจะที่ร้าน
ยอดขายก็ลดลงไม่ค่อยดี ผมพยามไม่เครียด แต่มันอดไม่ได้ผมก็หาทางจะลดรายจ่ายก็ไปตรวจดูสมุดบันทึกรายจ่าย
ซื้อของตลาดบางวัน500-1000กว่า แต่แฟนผมเอาไปจ่ายตลาดทีล่ะ2000 เหลือมาบ้างไม่เหลือบ้างผมก็ไม่ได้ใส่ใจ
จนวันนึงผมไปเจอสมุดเงินฝากที่เปลี่ยนไปขึ้นเล่มใหม่ มีเงินเข้าเกือบทุกวันราวปีกว่าจำนวนเงินจนถึงปัจจุบันหน้าจะราวๆ1แสนกว่าเห็นจะได้
ผมควรทำงัยกะชีวิตดีครับ
1 แกล้งโง่เพื่อที่จะเห็นแก่ลูกที่กำลังจะเกิด
2 กะขายบ้านเพื่อลดรายจ่ายและย้ายไปอยู่ที่บ้านแม่ตามเดิมแล้วแกล้งโง่ต่อไป
3 เลิกกันเพราะความไว้ใจที่ให้ไปมันเริ่มหมด่ละ ชักจะหมดความอดทน