เท้าความก่อนนะครับ เรื่องที่ผมจะเล่าต่อไปนี้คือความจริงทั้งหมด ก่อนหน้านี้ ประมาณเดือน พ.ค. มีญาติ เป็นผู้หญิงมาจากต่างจังหวัดมาพักอาศัยอยู่ด้วย เค้าเป็นคนร่าเริงครับ แต่พอเวลาผ่านไป เค้าก็เปลี่ยนไปครับ หน้าบึ้งตลอด 25 ชั่วโมง งานบ้านจากเคยทำก็ไม่ทำครับ ติดโซเชียล บางวันคุยโทรศัพท์กับใครไม่รู้ครับ
มีอยู่เหตุการณ์หนึ่ง ผมกลับมาจากบ้าน แล้วเดินไปในห้องครัว พบว่า เฮ้ย เชี้ย (ขอใช้ภาษากันเองเพื่อความสะใจของเนื้อเรื่อง) ทำไมฝ้าบ้านกู

ดำๆวะ พอผมมองไปหลังบ้าน ชัดครับ เห็นกระทะไหม้เลยถาม เค้าก็ตอบมาหน้ายิ้มๆว่า พี่คุยโทรศัพท์อยู่ เลยไม่ได้ดู พี่ทอดปลาทูไว้ (คนอะไรจะมึนขนาดนั้น) อายุก็ไม่ใช่เด็กๆนะครับ ปาไป 30 กว่าๆแล้ว แต่ที่ยังโสด ... คงไม่รู้เพราะอะไร หน้าตาก็ไม่ได้แย่ แต่ที่แย่คือนิสัยครับ
เค้าดูแลผมดีมาก เวลาเงินเดือนออก เค้าจะซื้อขนมนมเนยให้ เอาไว้กินเวลาท้องว่างๆ ผมก็โอเค ณ จุดจุดนี้ แต่ที่ไม่โอเคเลย คือ
วันนั้นเป็นวันหยุดของเค้า ซึ่งเค้าออกกะดึกครับ ทำโอถึง 8 โมงเช้า (งานโรงงาน) เค้าเลยเกิดอยากกินข้างโพดขึ้นมา ก็เลยฝากผมซื้อ ซึ่งปกติแล้วแม่ผมจะทำงานอยู่โรงเรือน (เรียกได้ว่าโรงงานขนาดเล็ก) ผมอยู่กับแม่สองคนครับ
เค้าฝากซื้อข้าวโพด และบอกว่า เอาเหลืองๆนะ มาต้ม วันนั้นไปทำธุระกับแม่ครับ ขากลับเลยแวะตลาด ก็เลยจัดไปเลยครับข้าวโพด ให้เงินมา 100 บาท แม่ผมจัดไปเลยข้าวโพด 100 บาท ได้เยอะมากครับ
เมื่อตกค่ำเค้าก็ให้ผมออกไปส่งที่ทำงานเพราะทำโอพิเศษวันหยุด และวันนั้นฝนตก ขับไปเรื่อยๆ ตัวเค้าครับ เป็นคนที่ว่าไม่พอใจก็จะพูดออกมาเป็นขวานผ่าซาก เค้าพูดมาว่า "แม่นี่ไม่ได้มีความพอดีเลยเนอะ ซื้อข้าวโพดมาเยอะแยะ กินคนเดียวกูจะกินหมดไหม ? แล้วทำกับข้าวมีแต่ของเหม็นๆติดเสื้อผ้ามาทำงานหมด โอ้ยคนบ้านนี้เป็นอะไร" จังหวะนั้นปรี๊ดแตกครับ แต่ไม่อยากตอบโต้ ผมเลยด่าในใจ ไม่พอใจทำไมไม่ซื้อเองล่ะวะ ของกินอะไรเน่าๆ ปลาร้าเนี่ยนะ ? (คนอีสานทั้งญาติและแม่) โถ่
หลังจากวันนั้นก็เฉยครับ ไม่อยากต่อปากต่อคำ
และมาวันนี้ ผมได้เจอเหตุการณ์นี้ อันที่จะอ่านต่อไปนี้คืออันที่ผมก็อปมาจากสเตตัสเฟซบุ๊คนะครับ เรื่องมีอยู่ว่า หูฟังอันเป็นที่รักมากๆแทบจะถวายชีวิตได้วินวอล์คหายไปในสายลมเอาดื้อๆ
(ก็อปจากเฟซ)
วันนี้ หลังจากทบทวนตัวเองย้ำๆ หูฟัง กูไม่ได้เอาไปด้วยแน่ๆ เพราะวันนี้แม่นอยด์เรื่องนิดๆหน่อยๆ เลยต้องทำงานบ้านไถ่โทษก่อนออกไปเตะบอล เพราะว่า
-ถ้าเอาไป เพื่อนเห็น นี่เพื่อนไม่เห็น
-คนในบ้าน ที่มาอยู่ด้วยน่าสงสัยจากพฤติกรรมที่เคยทำคือ หยิบที่ชาร์จออกจากห้องไปโดยไม่บอกไม่กล่าว น่าสงสัย
- วันนี้ได้ยินเสียงรถก่อนขี่เข้าค่ายทหาร และไปถึงด่าไอ้ A ว่า _วยไรอะ หลังจากนั้น B บอกว่าอยากกินหนม /me คาบโชกี้ๆ เลยหยิบซูกัสในกระเป๋าให้ แล้วมันก็ยื่นกล้องมาให้ถ่าย
และจุดสุดท้าย เพื่อนที่เตะบอลไม่มีใครบ้าหูฟังแบบกู และก็เพื่อนกันทั้งนั้น เชื่อใจ ไม่มีใครเอาไปแน่ๆ เพราะก่อนกลับ สุ่ม ว่าจะเอาขวดน้ำไว้หน้ารถใคร วันนี้รถกูโดน แต่.. ถ้าเอาขวดน้ำใส่ จะต้องมีหูฟังอยู่ก่อน (เป็นคนวางหมวกกันน็อคหงายในตะกร้าหน้ารถอยู่ละ) ซึ่ง

ต้องมีหูฟัง และคงไม่มีไอ้บ้าที่ไหนเอาขวดน้ำใส่ทั้งๆที่ไม่เอาหูฟังออกก่อน
... ประเด็นเด็ด คือ 1. เพื่อนน่าจะเอาออกจากหน้ารถกูไปใส่หน้ารถของใครอีกคนหนึ่งแล้วกลับบ้านไปอย่างไม่รู้อิเหน่ (ในกรณีกูลืมว่ากูเอาไป)
และ 2. ถ้าไม่ได้ใส่หูฟังขับรถไป ต้องอยู่ในบ้าน ซึ่งในเวลานั้นแม่ทำงานอยู่ในโรงเรือนใกล้บ้านกว่าจะขึ้นบ้านก็ดึก (50 เมตร) จำได้ว่าวางในกระเป๋าสะพายข้าง เปิดไว้ มีหนังสือ กระเป๋าดินสอ และ หูฟัง ซึ่งในเวลานั้น ผู้ต้องสงสัยกลับจากที่ทำงานแล้ว เราก็ไม่ได้เอะใจ เพราะคนอยู่ในบ้านด้วยกันคงไม่เอาไป แต่พฤติกรรมน่าสงสัย
กำลังตรวจสอบหลักฐาน ต้องหาคนร้ายมาให้ได้ ถ้าเป็นเพื่อน คงไม่ว่าไรเพราะคงหวังดีเก็บไว้ให้ แต่ถ้าเป็นคนในบ้านละก็ เชิญออก...
(สิ้นสุดสเตตัส)
นี่แหละครับ ผมว่าเค้าน่าสงสัย หรือว่าผมว่างมากไปเลยมานั่งจับผิดคนครับ แต่ผมไม่กล้าถามเค้าครับ เพราะถามอะไรจะไม่ค่อยตอบไม่รู้เป็นโรคอะไร
เท่าที่คิดได้ก็แค่นี้ล่ะครับ ส่วนหูฟังยังหาไม่พบ แต่พรุ่งนี้ (17 ตค.) จะมารายงานผล เผื่อเพื่อนเก็บไว้
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ คอมเม้นท์ด้วยก็ดีครับเผื่อจะช่วยให้ผมคิดอะไรบางอย่างออก
ผมสงสัยคนในบ้านครับ
มีอยู่เหตุการณ์หนึ่ง ผมกลับมาจากบ้าน แล้วเดินไปในห้องครัว พบว่า เฮ้ย เชี้ย (ขอใช้ภาษากันเองเพื่อความสะใจของเนื้อเรื่อง) ทำไมฝ้าบ้านกู
เค้าดูแลผมดีมาก เวลาเงินเดือนออก เค้าจะซื้อขนมนมเนยให้ เอาไว้กินเวลาท้องว่างๆ ผมก็โอเค ณ จุดจุดนี้ แต่ที่ไม่โอเคเลย คือ
วันนั้นเป็นวันหยุดของเค้า ซึ่งเค้าออกกะดึกครับ ทำโอถึง 8 โมงเช้า (งานโรงงาน) เค้าเลยเกิดอยากกินข้างโพดขึ้นมา ก็เลยฝากผมซื้อ ซึ่งปกติแล้วแม่ผมจะทำงานอยู่โรงเรือน (เรียกได้ว่าโรงงานขนาดเล็ก) ผมอยู่กับแม่สองคนครับ
เค้าฝากซื้อข้าวโพด และบอกว่า เอาเหลืองๆนะ มาต้ม วันนั้นไปทำธุระกับแม่ครับ ขากลับเลยแวะตลาด ก็เลยจัดไปเลยครับข้าวโพด ให้เงินมา 100 บาท แม่ผมจัดไปเลยข้าวโพด 100 บาท ได้เยอะมากครับ
เมื่อตกค่ำเค้าก็ให้ผมออกไปส่งที่ทำงานเพราะทำโอพิเศษวันหยุด และวันนั้นฝนตก ขับไปเรื่อยๆ ตัวเค้าครับ เป็นคนที่ว่าไม่พอใจก็จะพูดออกมาเป็นขวานผ่าซาก เค้าพูดมาว่า "แม่นี่ไม่ได้มีความพอดีเลยเนอะ ซื้อข้าวโพดมาเยอะแยะ กินคนเดียวกูจะกินหมดไหม ? แล้วทำกับข้าวมีแต่ของเหม็นๆติดเสื้อผ้ามาทำงานหมด โอ้ยคนบ้านนี้เป็นอะไร" จังหวะนั้นปรี๊ดแตกครับ แต่ไม่อยากตอบโต้ ผมเลยด่าในใจ ไม่พอใจทำไมไม่ซื้อเองล่ะวะ ของกินอะไรเน่าๆ ปลาร้าเนี่ยนะ ? (คนอีสานทั้งญาติและแม่) โถ่
หลังจากวันนั้นก็เฉยครับ ไม่อยากต่อปากต่อคำ
และมาวันนี้ ผมได้เจอเหตุการณ์นี้ อันที่จะอ่านต่อไปนี้คืออันที่ผมก็อปมาจากสเตตัสเฟซบุ๊คนะครับ เรื่องมีอยู่ว่า หูฟังอันเป็นที่รักมากๆแทบจะถวายชีวิตได้วินวอล์คหายไปในสายลมเอาดื้อๆ
(ก็อปจากเฟซ)
วันนี้ หลังจากทบทวนตัวเองย้ำๆ หูฟัง กูไม่ได้เอาไปด้วยแน่ๆ เพราะวันนี้แม่นอยด์เรื่องนิดๆหน่อยๆ เลยต้องทำงานบ้านไถ่โทษก่อนออกไปเตะบอล เพราะว่า
-ถ้าเอาไป เพื่อนเห็น นี่เพื่อนไม่เห็น
-คนในบ้าน ที่มาอยู่ด้วยน่าสงสัยจากพฤติกรรมที่เคยทำคือ หยิบที่ชาร์จออกจากห้องไปโดยไม่บอกไม่กล่าว น่าสงสัย
- วันนี้ได้ยินเสียงรถก่อนขี่เข้าค่ายทหาร และไปถึงด่าไอ้ A ว่า _วยไรอะ หลังจากนั้น B บอกว่าอยากกินหนม /me คาบโชกี้ๆ เลยหยิบซูกัสในกระเป๋าให้ แล้วมันก็ยื่นกล้องมาให้ถ่าย
และจุดสุดท้าย เพื่อนที่เตะบอลไม่มีใครบ้าหูฟังแบบกู และก็เพื่อนกันทั้งนั้น เชื่อใจ ไม่มีใครเอาไปแน่ๆ เพราะก่อนกลับ สุ่ม ว่าจะเอาขวดน้ำไว้หน้ารถใคร วันนี้รถกูโดน แต่.. ถ้าเอาขวดน้ำใส่ จะต้องมีหูฟังอยู่ก่อน (เป็นคนวางหมวกกันน็อคหงายในตะกร้าหน้ารถอยู่ละ) ซึ่ง
... ประเด็นเด็ด คือ 1. เพื่อนน่าจะเอาออกจากหน้ารถกูไปใส่หน้ารถของใครอีกคนหนึ่งแล้วกลับบ้านไปอย่างไม่รู้อิเหน่ (ในกรณีกูลืมว่ากูเอาไป)
และ 2. ถ้าไม่ได้ใส่หูฟังขับรถไป ต้องอยู่ในบ้าน ซึ่งในเวลานั้นแม่ทำงานอยู่ในโรงเรือนใกล้บ้านกว่าจะขึ้นบ้านก็ดึก (50 เมตร) จำได้ว่าวางในกระเป๋าสะพายข้าง เปิดไว้ มีหนังสือ กระเป๋าดินสอ และ หูฟัง ซึ่งในเวลานั้น ผู้ต้องสงสัยกลับจากที่ทำงานแล้ว เราก็ไม่ได้เอะใจ เพราะคนอยู่ในบ้านด้วยกันคงไม่เอาไป แต่พฤติกรรมน่าสงสัย
กำลังตรวจสอบหลักฐาน ต้องหาคนร้ายมาให้ได้ ถ้าเป็นเพื่อน คงไม่ว่าไรเพราะคงหวังดีเก็บไว้ให้ แต่ถ้าเป็นคนในบ้านละก็ เชิญออก...
(สิ้นสุดสเตตัส)
นี่แหละครับ ผมว่าเค้าน่าสงสัย หรือว่าผมว่างมากไปเลยมานั่งจับผิดคนครับ แต่ผมไม่กล้าถามเค้าครับ เพราะถามอะไรจะไม่ค่อยตอบไม่รู้เป็นโรคอะไร
เท่าที่คิดได้ก็แค่นี้ล่ะครับ ส่วนหูฟังยังหาไม่พบ แต่พรุ่งนี้ (17 ตค.) จะมารายงานผล เผื่อเพื่อนเก็บไว้
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ คอมเม้นท์ด้วยก็ดีครับเผื่อจะช่วยให้ผมคิดอะไรบางอย่างออก