ธรรมะที่ได้ฟัง จากการไปทำบุญมาครับ

กระทู้สนทนา
ไปทำบุญช่วงออกพรรษามา  เจอพระรูปหนึ่งดูท่านเรียบๆ ท่านเทศน์ให้ฟังเรื่องการทำสมาธิและเจริญปัญญา โดยบทสั้นๆ ฟังแล้วชัดเจน กินใจ เลยเอามาเล่าสู่กันฟังครับ

การทำสมาธิ
- อยู่กับปัจจุบัน

- อดีต อนาคตไม่สำคัญ  ปัจจุบันสำคัญที่สุด

- ร่มตรงไหนก็ไม่สู้ร่มใจ ใจร่มเย็น

- สมาธิทำไม่ยาก เข้าสมาธิก็ไม่ยาก  จำหลักง่ายๆ
    1. ตั้งสติไว้ในปัจจุบัน  
    2. มองให้ออกว่าอะไรกำลังหลอกจิตใจในปัจจุบัน ส่วนใหญ่คือความคิด สังขาร
    3. เมื่อมองออกเพ่งลงไปในความคิดที่มันติดใจอยู่นั้น ความคิดจะหายไป แม้ความสุขจากกามคุณหรือทุกข์จากกามคุณที่หยาบกว่าก็หายไปด้วย  
    4. จากนั้นจะเจอสังขารละเอียดหลอกอีกให้รู้สึกว่าดีแล้ว นิ่งแล้ว ตั้งมั่นแล้ว ถ้าจิตเห็นชัดว่าสิ่งนี้มันติดใจอยู่ สิ่งนี้มันจะหลุดผั่วะ กลายเป็นความนิ่ง ว่าง โปล่ง เบาสบาย จริงๆ  
    5. เลยความนิ่ง ว่าง โปร่ง เบาสบาย จิตจะเข้าถึงภาวะอรูปฌาณ จิตจะตั้งอยู่บนความไม่มีอะไรเลยจริงๆ ปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่างในสมาธิอันนั้น ไม่รู้เรียกว่าอะไร


- หลังจากนั้นสิ่งที่จะติดอีก ส่วนใหญ่ร้อยละ 80 คือความอยากให้ถึงจุดนั้น ความจำฝังใจว่าจิตถึงจุดนั้น เวลาทำอีก สัญญาตรงนั้นจะมาแทรก ทำให้จิตปรุงแต่ง ถึงแม้เป็นสังขารด้านดี จิตก็จะไม่เป็นสมาธิถึงจุดนั้นอีก  

- หากจิตเห็นอารมณ์ว่าจิตกำลังติดความอยากให้ถึงจุดนั้นอันนั้นอยู่  ความอยากจะหลุดผั่วะไป กลายเป็นความนิ่ง สว่าง เบา ปล่อยวาง มันก็จะเข้าสมาธิจริงๆ อีก

- ถ้าจิตมีกำลังดีปัญญาละเอียดจะเกิดในจุดๆ นั้น ให้รู้แจ้งเห็นจริงในสังขารอารมณ์ว่า อะไรติดใจ อะไรเกี่ยวจิต อะไรข้องจิต เห็นเหตุแห่งกองทุกข์ในชั่วขณะจิตนั้นย่อมเป็นไปได้ จากนั้นจิตจะปล่อยวางโดยทันที ปล่อยหมดทุกอย่างไม่เอาอะไรเลย ปล่อยหมด  ถือเป็นการหลุดพ้น หลุดพ้นโดยชอบ จิตจะรู้โดยญาณ ซึ่งไม่ใช่ปัญญาหยาบๆ เหมือนเดิมๆ หรือความคิดหยาบๆ เหมือนเดิมๆ ว่าหลุดแล้ว โดยชอบ พ้นแล้วโดยชอบ  ญาณนี้เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นในชีวิตมาก่อนเลย  จะอธิบายโดยคำพูดหยาบๆก็คือเป็นปัญญาที่แหลมคมที่สุดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน  ญาณอันนี้เมื่อเกิดขึ้นจึงสามารถตัดชำแหล่ะกิเลสให้หมดไปได้  ญาณนี้เกิดแล้วเกิดเลย เกิดครั้งเดียวแล้วจบ อาสวะก็ขาดแล้วขาดเลย ขาดครั้งเดียวแล้วจบ

สาธุ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่