หนึ่งใจในแผ่นดิน ตอนที่ 38

กระทู้สนทนา
ตอนที่ผ่านมาอยู่ คห สุดท้ายค่ะ




แจ้งให้ทราบค่ะ
เนื่องจากว่าผู้เขียนรีไรท์เรื่องราวโดยการตัดทอนความยาวแต่ละตอนให้กระชับ และมีการยกเนื้อหาไปขึ้นตอนถัดไป
ทำให้ลำดับตอนเลื่อนออกค่ะ  แค่เลขลำดับเลื่อนค่ะ แต่เนื้อหาต่อกัน




หนึ่งใจในแผ่นดิน
ตอนที่ 38



          ธิดารีบออกยืนรอเอื้อยหน้าผับหลังจากที่ชายคนนั้นพูดถึงชื่อเธอ หญิงสาวมองป้ายไฟกระพริบขนาดใหญ่บนตัวตึกของสถานที่แห่งนี้ หญิงสาวอ่าน

มันในใจแล้วยิ่งทำให้เธอนึกถึงผู้หญิงที่เธออยากทำความรู้จัก แม้ว่าเธอคนนั้นจะสิ้นชีพไปแล้วก็ตาม เธอยังจำภาพร่างที่ผอมแกรน ดวงตาเบิกโพลงที่นอน

แน่นิ่งบนเตียงในบ้านนายพนาได้ดี มูนไลท์ แปลว่า แสงของดวงจันทร์สินะ น่าแปลกที่สถานที่แห่งนี้ มันคล้ายกับชื่อของคุณดวงแข แต่น่าเสียดายที่ ดวง

จันทร์ดวงนั้นไร้แสงไปเสียแล้วแต่เธอยังคงคาดหวังที่จะได้พบกับเจ้าของจดหมายปริศนาเหล่านั้น เธออยากรู้เรื่องราวที่ติดต่อหากันระหว่างดวงกับผู้ส่ง มัน

จะเป็นจดหมายลับระหว่างดวงแขกับนายพนาหรือเปล่า หรือจะเป็นแค่จดหมายลับที่คุยกันระหว่างเพื่อนกับเพื่อน

    “ครับ คุณนาย ผมจะคอยติดตามมันดูเอง งานนี้ผมขอทุ่มสุดตัว หากมันพลาด ผมจะเป็นคนเก็บทุกอย่างให้ แต่คุณนายไม่ต้องห่วง เรื่องนี้มันเป็น

ความลับไปจนกว่าผมจะตาย”

          ธิดาเบี่ยงตัวหลบชายที่เปิดประตูผับออกมา เสียงนี้คือเสียงของคนที่เอ่ยชื่อของเธอตอนอยู่ในผับ ธิดาพยายามทำตัวให้เหมือนหญิงสาวนักท่อง

ราตรีทั่วไป แต่จะน่าเชื่อถือไหมเพราะเธอไม่ได้แต่งตัวมาเพื่อเที่ยวเลยสักนิด เขากำลังเดินลัดไปด้านหลังตึกแล้ว แม้จะรู้สึกเป็นห่วงสวัสดิภาพตัวเอง แต่

ด้วยความคิดที่ว่าเมื่อตั้งใจทำอะไรแล้วต้องสำเร็จของเธอตรงนี้มันกลายเป็นข้อเสียมากกว่าข้อดี แต่ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้ว เรื่องอะไรจะยอมกลับไปมือเปล่า


‘ยายน้องจอมจุ้น’ คือฉายาที่พี่ชายเธอตั้งให้ และ ‘ยายตัวแสบ’ คือฉายาที่เพื่อนเธอตั้งให้  สงสัยต้องทำตัวเองให้สมฉายาเสียหน่อยแล้ว หญิงสาวคิดได้ดัง

นั้นจึงแอบติดตามผู้ชายคนนั้นไป จนเห็นเขายืนคุยกับใครอีกคน ด้วยรูปร่างผอมบางของเธอจึงเป็นข้อดีที่ทำให้เธอแทรกตัวเข้าไปแอบข้างหลังลังเบียร์ที่

วางตั้งกันเป็นชั้นเพื่อฟังสิ่งที่พวกเขาสนทนากัน

    “เอ็งไปหมู่บ้านช้าง ตามหาผู้หญิงชื่อ ธิดา ฤทธิ์นาคา แล้วจับตัวมันมาให้ได้ แต่ก่อนที่เอ็งจะทำอะไรมัน ให้มันเอากระดาษใบสั่งให้ก่อน เข้าใจไหม

แต่หากเอ็งเจอตัวมันแล้วรีบโทรบอกข้าทันที ข้าจะไม่อยู่ที่ผับเพราะต้องไปทองผาภูมิ”    

    “ครับลูกพี่”

     เธอได้ยินเขาพูดถึงหมู่บ้านที่เธอเพิ่งเดินทางออกมา แต่พวกเขากำลังตามตัวเธออยู่แน่ๆ จ้างให้ไปก็หาไม่เจอ เพราะเธอยืนอยู่ตรงนี้ แต่คนพวกนี้

ต้องการตัวเธอเพื่ออะไร หรือจะเป็นเพราะกระดาษแผ่นนั้น และพวกเขาต้องเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของเพื่อนชายเธอเป็นแน่

    “เอ่อ ลูกพี่ครับ...ลูกพี่คิดว่าคุณนาย...ไว้ใจได้หรือครับ” ลูกน้องของเขาถามด้วยเสียงกังวล เพราะหลังจากที่รู้ข่าวว่าเขาเสียพรรคพวกไปคนหนึ่งด้วย

ลูกปืนปริศนา

    “เอ็งก็รู้ว่าพวกเราไม่เคยไว้ใจใครนอกจากพวกเดียวกันเอง” ชายผมย้อมสีตอบ

    “จะอกอย่างนั้นก็เถอะ ผมยังแคลงใจไม่หายจนวันนี้ ทำไมเจ้าป่าไม่ลงมาฆ่าพวกหมู่บ้านกะเหรี่ยงทั้งหมู่ไปเลย โทษฐานทำร้ายร่างกายนายหญิงจน

สาหัส แล้วไอ้สามคนนั่นก็ถือว่าเป็นมือดีของเวสต์วูด แต่ทำไมถึงปล่อยให้ชาวบ้านรุมทำร้ายเธอ”

    “เรื่องนี้ข้าก็ไม่รู้ คนที่น่าจะรู้ก็ตายกันไปหมดแล้ว” เขาพูดพลางขยี้ปลายแดงของก้นบุหรี่กับพื้นดิน

    “แล้วคุณนายดารานี่เราไม่เคยรู้จักเธอมาก่อน เราจะไว้ใจเธอได้หรือครับ”

    “อย่างน้อยก็ไว้ใจได้ระดับหนึ่ง...”  ชายผมย้อมสีนิ่งเงียบไปพักหนึ่งก่อนที่จะเอ่ยต่อ

        “วันแรกที่ข้าพบคุณนาย เธอเดินตรงมาหาข้าพร้อมกับแผ่นกระดาษแผ่นหนึ่ง”

    เขานึกย้อนไปในวันที่เขาตกต่ำถึงขีดสุด หลังจากที่หนีการตามล่าหัวซุกหัวซุนจากการกวาดของตำรวจอย่างเอาเป็นเอาตาย การหลบเข้า

เมืองหลวงเป็นทางรอดทางเดียวที่ดีกว่าการหลบหนีเข้าป่า เพราะอย่างน้อยเขาก็ยังพอแย่งข้าวหมาประทังชีวิตแทนการอดตายในป่า แต่คนที่

เป็นโจรอย่างเขาจะไป

ทำอาชีพอะไรได้นอกจากอาชีพโจร การขอเข้าเป็นลูกสมุนของเสี่ยค้ายาเป็นหาทางเดี่ยวในการหารายได้จุนเจือชีวิต

    “เธอ คนที่มีรอยแผลเป็นตรงหน้าอกนั้น” เสียงหญิงสาวที่สวยที่สุดเท่าที่เขาเคยพบมายืนเรียกเขาที่หลังผับ

    “มีธุระอะไรกับฉัน” เขาถาม ดูการแต่งตัวของเธอแล้วน่าเป็นผู้หญิงที่ทำงานในผับ เขามองหญิงสาวที่ในมือมีถุงผ้ากระสอบและเดินเข้ามาด้วยท่าทาง

มั่นใจ และไม่คิดเกรงกลัวผู้ชายอย่างเขา

    “ฉัน...มีอะไรให้เธอช่วยอ่าน” เธอยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้เขา

    “ฉันอ่านหนังสือไม่ออก” เขาปฏิเสธ และยกลังเบียร์ต่ออย่าไม่สนใจกระดาษแผ่นนั้นที่เธอยื่นให้ หญิงสาวจึงคลี่มันออกแล้วกางให้เขาเห็นมันชัดเจน

    “ไหนลองดูซิว่าอ่านออกไหม”

    มันคือกระดาษเปล่า !

    “ถ้าคิดจะมาก่อกวนฉันล่ะก็ เธอคิดผิด” เขาเริ่มระแวงในตัวหญิงสาวคนนี้ แม้เธอจะดูเหมือนสาวทำงานกลางคืนทั่วไป แต่น้อยนักที่จะมีผู้หญิงหน้าตา

ดีขนาดนี้เข้ามาชวนเขาคุย

    “ถ้าอ่านไม่ออก ฉันจะอ่านให้ฟัง”

    และเขาต้องประหลาดใจเมื่อเห็นเธอหยิบไฟแช็คขึ้นลนที่ด้านหลังแผ่นกระดาษนั้น ลายเส้นบางอย่างปรากฏขึ้นจากเลือนรางจนกลายเป็นชัดเจน

หญิงสาวเงยหน้าพร้อมชูกระดาษที่มีสัญลักษณ์ของเวสต์วูด

    “มันดูคล้ายกับรอยแผลเป็นบนตัวเธอใช่ไหมล่ะ”

    เขารีบขยับมือจับด้ามปืนที่เหน็บเอวไว้แน่นทันที แม้ผู้หญิงคนนี้จะดูไร้พิษภัย แต่ทำไมเธอถึงรู้วีธีอ่านสารของเวสต์วูด

       “ใครส่งเธอมา !”    

       “ดวงแข นายหญิงของเธอส่งฉันมา มาเพื่อแก้แค้นให้นายพนา” เธอตอบด้วยเสียงเย็น

       “เธอหลอกฉัน นายหญิงตายไปแล้ว !”

       “ไม่ได้เห็นกับตาแล้วจะพูดได้อย่างไร”

       นางคนนั้นมันพูดอะไรของมัน แม้ว่าจะไม่มีใครเคยเข้าถึงบ้านพักกลางป่าของเจ้านาย แต่ใครๆก็ลือกันว่านายหญิงเป็นเพียงร่างที่ไร้วิญญาณบนเตียง

เท่านั้น

       “เธอเป็นใครกันแน่”

       เธอยิ้มพริ้มพรายก่อนเอ่ยตอบ “ฉันจะเป็นนายคนใหม่ของเธอ ถ้าเธอช่วยฉันทำงาน สิ่งที่อยู่ในถุงนี้ทั้งหมดจะเป็นของเธอ”


       พูดจบเธอก็โยนถุงกระสอบลง และเผยให้เห็นความสุกสว่างของโลหะมีค่าด้านใน หญิงสาวก้มหยิบก้อนทองคำขึ้นมาหนึ่งก้อนแล้วส่งยิ้มให้ชายที่

กำลังทำตาโตเมื่อเห็นก้อนทองคำหลายก้อนอยู่ภายใน

       “ดูเหมือนนายเก่าของเธอจะชอบแสดงความเป็นเจ้าของทุกอย่างที่เขามีนะ”

       รอยสลักบนก้อนทองนั้นเป็นแบบเดียวกับรอยแผลเป็นที่อยู่บนหน้าอกของเขา ไม่ผิดแน่ นี่คือทองคำที่ขุดได้ในพื้นที่ที่เวตส์วูดครอบครอง

ดินแดนแห่งแร่มีค่าที่ใครต่างก็อยากจะเป็นเจ้าของ แต่ทุกคนที่กล้าดีบุกรุกเข้าไปกลับต้องจบชีวิตลงเมื่อเจอเจ้าป่า

       “ฉันไม่สนไอ้โลหะนั่นหรอก” เขายังไม่อยากหลงคำพูดของสาวแปลกหน้า และการมีทองคำเหล่านั้นในครอบครองอาจเป็นการเสี่ยงที่จะ

โดนตำรวจเข้าจับกุม

       “อย่างนั้นหรือ...” หญิงสาวยิ้มกับผู้ชายที่มีแววตาน่ากลัว แต่เธอไม่กลัว    


       “เจ้าป่าคิดไม่ผิดจริงๆที่ให้เธอเป็นคนส่งสาร เพราะดูเหมือนว่าเธอจะเก็บความลับทุกอย่างได้มิดชิด”

       “และดูเหมือนเธอจะรู้อะไนดีเกินไป” เขาชักปืนออกจากที่เก็บ ให้เธอเห็นด้ามของมันเป็นการขู่

       “ก็แล้วแต่นะ แต่ถ้าอยากแลกกับชีวิตใหม่ที่เธออยากได้ล่ะก็...ยกตัวอย่างเป็นเจ้าของกิจการผับรับช่วงต่อจากผู้บริหารที่ล้มเหลว มีอิสระ

ไม่ต้องเป็นขี้ข้าใคร ได้ฉายาใหม่ว่า เสี่ยแห่งมูนไลท์ผับ”


       “มูนไลท์ผับ ?” เขาถามอย่างสงสัย


       “ฉันกำลังจะยึดกิจการของไอ้เสี่ยบัญชาเจ้าของผับคู่แข่งที่นี่ แล้วสร้างมันขึ้นมาใหม่เพื่อชีวิตใหม่ของใครสักคน  และกำลังมองหาคนที่ว่า

นั้นอยู่...ว่าแต่เธอพอจะสนไหม”

       ผับของเสี่ยบัญชาที่รุ่งเรืองมาตลอด กลับล่มจมเพราะการไม่ใส่ใจดูแลและหลงมัวเมาในกามารมณ์กับยาเสพติดของเสี่ยบัญชาเองที่

ทำลายธุรกิจของเขาและตัวการสำคัญคือหญิงสาวที่เขาหลงหัวปักหัวปำ ดารา พราวรัตติกาล โคโยตี้สาวสวยที่เป็นทั้งเบื้องหลังการล้มละลาย

และเป็นทั้งผู้ฟื้นฟูกิจการเรื่องราวในวันนั้นถูกรื้อฟื้นในหัวสมองเขาราวกับการฉายหนังซ้ำ ทุกวันนี้เขายังไม่รู้ที่มาของคุณนายดาราเลยแม้แต่

น้อย ที่รู้ก็เพียงแค่คำพูดของเธอที่บอกว่านายหญิงส่งเธอมา การไปยืนยันด้วยตาตัวเองหลังจากที่ดาราเข้ายึดครองมูนไลท์ผับเพื่อให้เขาหาย

สงสัยคือการเสี่ยงย้อนกลับไปหมู่บ้านกะเหรี่ยงเพื่อให้เห็นหลุมศพของนายหญิงกับตา  

       “นายหญิงตายไปแล้ว ! คุณนายเป็นใครกันแน่ !”  เขากลับมาถกเถียงกับเธอเพื่อที่จะรื้อฟื้นที่มาของหญิงสาว แต่ได้คำตอบเพียงแค่

       “นายหญิงของเธอตายไปแล้วก็จริง แต่จิตวิญญาณเธอยังคงอยู่...อยู่ในตัวของฉัน”

      
         ชายผมสีทองแดงล้มเลิกการคิดถึงอดีตที่ผ่านมา เพราะตอนนี้อนาคตชีวิตใหม่กำลังรอเขาอยู่ และเขาต้องจัดการเสี้ยนหนามที่มันขัด

ขวางเขาให้ได้เสียก่อน

       “เอ็งไม่ต้องสนใจอะไรมากกว่าหน้าที่ที่เอ็งต้องทำ ถ้าเอ็งอยากยืนอย่างอิสระบนถนนเดียวกับไอ้พวกคนเหล่านั้นล่ะก็ ตามจับยายผู้หญิงที่

ชื่อ ธิดา ฤทธิ์นาคาให้ได้ ไอ้กระดาษที่มันเอาไปจะทำให้ชีวิตพวกเราทุกคนไม่ได้ลืมตาอ้าปากจากอดีตของเรา”
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่