ความทรงจำที่ไม่อยากจำ เรื่องของ "อดีตเพื่อนสนิท"

สืบเนื่องมาจากกระทู้ที่พูดถึงว่าใครเคยเลิกคบกับเพื่อนสนิท เลยอยากจะเม้นบ้าง แต่พิมไปพิมมา ดันยาวซะงั้น ฮ่าๆๆ เลยย้ายมาขึ้นกระทู้ดีกว่า

เหตุการณ์ผ่านมานานพอสมควร แต่เห็นกระทู้นั้นแล้วนึกขึ้นมาได้ ก็โมโหอีกรอบ นึกกี่ทีก็โมโหทุกทีค่ะ

ไม่อยากเรียกว่าเพื่อนสนิทแล้วค่ะ เรียกว่าเคยเป็นเพื่อนกันอยู่พักนึง ตอนม.ต้น

นางถูกแอนตี้จากเพื่อนในห้องทุกคน (ต่อจากนี้จะเรียกว่า นาง นะคะ ไม่อยากจะเอ่ยชื่อ) โดยเฉพาะเพื่อนผู้หญิง เหตุเพราะเพิ่งเข้ามาใหม่ ก็แสดงตัวว่าสวยออกหน้าออกตาซะแล้ว กระจกนี่นางขาดไม่ได้ พกและส่องตลอดเวลา เพื่อนหลายๆคนเห็นก็หงุดหงิด ตอนนั้นเพิ่งเปิดเทอมไม่นาน เราเห็นนางนั่งคนเดียวในห้อง (ตอนสอบ จะให้นักเรียนออกมาอ่านหนังสือนอกห้อง) ไม่มีใครคุยด้วย เราเห็นแล้วก็สงสาร ใจเขาใจเรา ถ้าเราโดนคว่ำบาตรแบบนั้น คงเจ็บไม่น้อย เลยตัดสินใจเข้าไปคุยด้วย ไม่ได้คิดจะเป็นเพื่อนสนิทอะไรกันหรอก แค่อยากเข้าไปคุยให้นางรู้สึกว่ามีคนอยากคุยกับนางนะ ไม่ได้โดนเดี่ยว เพื่อนเรา บ. ก็เตือนว่า อย่าเลย อย่าไปยุ่ง เราดันไม่เชื่อจ้ะ เหตุเพราะความขี้สงสารของตัวเองแท้ๆ

หลังจากนั้นก็เป็นเพื่อนกันกลุ่มเดียวกัน ไปไหนก็ไปด้วยกันนับแต่นั้นมา รวมถึง บ. ก็ยังอยู่ในกลุ่มด้วย ผ่านไปสักพัก จากที่นางสนิทกับเรา เริ่มไปสนิทกับ บ. แทน คุยอะไรก็คุยกันสองคน มีความลับก็มีกันสองคน ชวนไปห้องน้ำก็ไปกันสองคน (เรามีเพื่อนในกลุ่มรวมทั้งหมด 5 คน) เราก็ไม่อยากอะไรมาก ถึงจะไม่ชอบใจ แต่ก็ไม่เคยพูดอะไรออกไป จนขึ้นม.ปลาย  บ.ย้ายออกไปอีกรร.หนึ่ง ส่วนคนอื่นในกลุ่มแยกย้ายไปหมดแล้ว เรามีเพื่อนสนิทจริงๆ ชื่อ พ. แต่อยู่กันคนละห้อง และพอขึ้นมอปลาย นางก็ได้อยู่ห้องเดียวกับ พ. ส่วนเราก็อยู่อีกห้องหนึ่ง

พอเพื่อนสนิทของนางหาย นางเลยหันมาเกาะเราแทน กลับมาซี้เหมือนเดิม เราก็ช่วยเหลือทุกอย่าง นางอกหักก็คอยปลอบ อยากไปไหนเราก็ไปเป็นเพื่อน มีปัญหาเรื่องอื่นไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ก็คอยร่วมมือเสมอ แต่ด้วยความที่อยู่ห้องเดียวกับ พ. นางเลยเริ่มจะหันไปสนิทกับ พ. แทน นิสัยที่เราเกลียดของนางคือ การที่พอนางมีเพื่อนอีกคน นางจะทิ้งเพื่อนคนเก่าทันที ไม่ว่าจะสถานการณ์ไหน เป็นแบบนี้บ่อยมาก พอไม่มีใครก็หันมาซี้กับเรา เจอเพื่อนอีกคน ก็เดินไปหาคนนั้น ไม่เหลียวมามองมาสนใจเราเลยด้วยซ้ำ จนเราเริ่มเอือม (เราก็มีเพื่อนกลุ่มอื่นเหมือนกัน แต่ใช้เวลากินข้าวกับตอนกลับบ้านกับนางเสมอ) จนมาถึงขีดสุดความอดทนกับนิสัยอันน่าเอือมของนาง (นางเริ่มใช้คำพูดแรง ไม่รักษาน้ำใจ ชอบทิ้งเพื่อน ทั้งๆที่มันลืมไปป่ะวะ ใครเป็นคนฉุดเอ็งออกมาจากตรงนั้นตอนมอต้น) เราเลยเริ่มห่าง และหยุดคุยไปในที่สุด นางก็เหมือนจะรู้ว่าเราไม่อยากคุย แต่นางก็ไม่สนใจ ก็ยังคบกับเพื่อนในห้องตัวเองต่อไป รวมถึงพ.ด้วย แต่พ. ก็ยังเป็นเป็นเพื่อนสนิทเรานะ

จนมาถึงเหตุที่ถึงขีดสุดแบบ 100 เปอร์เซนต์อีกที คือเหตุการณ์ของนางที่ไม่คิดจริงๆ ว่าผุ้หญิงแบบนี้จะมีในโลก (จริงๆคือ ไม่คิดว่าจะกล้าทำ)

พ. ชอบรุ่นพี่อยู่คนหนึ่ง และทุกคนในกลุ่มเราก็รู้ ก็เคยแซวและเชียร์กันอยู่ประจำ จนถึงตอนที่เราเลิกคบกับนาง วันหนึ่งพ.มาบอกเราว่า วันนั้นนางเชียร์สุดตัวให้พ.เข้าไปขอเบอร์พี่เขา (คือได้ข่าวเราเป็นผุ้หญิงป่ะวะ แค่ความคิดจะไปขอเบอร์ผู้ชายก็ผิดล่ะ เพราะตอนนั้นเพิ่งจะมอปลาย เราเป็นคนซีเรียสเรื่องพวกนี้นะ แหะๆ) แต่พ.ไม่กล้า นางเลยอาสาว่า งั้นเด๋วเข้าไปขอให้ ไม่ทันขาดคำ นางพุ่งเข้ามาหารุ่นพี่คนนั้นเลยจ้ะ สรุปพอรุ่นพี่เห็นนาง ก็ดันให้เบอร์มาจริงๆซะงั้น แต่พอได้มา พ.ก็ไม่กล้าโทรอยู่ดี

ผ่านไปวันสองสามวัน พ.เห็นว่าเวลาเลิกเรียน นางจะชอบคุยโทรศัพท์ (ทั้งที่แต่ก่อนไม่ชอบคุย เพราะไม่ค่อยมีใครโทรมา) ตอนแรกไม่เอะใจอะไรมาก แต่วันหนึ่งเหมือนพ.จะได้ยินประโยคสนทนาที่ทำให้เอะใจขึ้นมา (จำไม่ได้ว่าประโยคอะไร) พ.เลยมาบอกเรา เราก็เลย "เออ งั้นลงไปดูห้องรุ่นพี่" (ห้องของรุ่นพี่จะอยู่ชั้นข้างล่างห้องเราค่ะ) เรากับพ.รีบวิ่งไปให้ทันเห็น ปรากฎว่ารุ่นพี่กำลังคุยโทรศัพท์เหมือนกัน และกำลังจะวางสายพอดี เราเห็นแบบนั้นก็เลยขึ้นเลย อารมณ์ขึ้นยิ่งกว่าเจ้าตัวซะอีก และเราไม่ได้คิดไปเองด้วยค่ะ ทุกอย่างมันชัดเจน (เราจำเหตุการ์ได้ไม่ชัดว่ารายละเอียดเป็นแบบไหน) สรุปก็คือนางทำเป็นอาสาเหมือนจะรักเพื่อนเข้าไปขอเบอร์ให้เพื่อน แต่จริงๆนางขอมาโทรคุยเอง

วันนั้นเราออน msn (สมัยนั้นยังดัง ฮ่าๆ) เห็นนางก็ออนเหมือนกัน และเราก็มีเมลล์ของรุนพี่ด้วย แต่รุ่นพี่ยังไม่ออน เราเลยขึ้นหัวเอ็ม (status) กัดนางประมาณ หน้าไม่อาย แย่งคนที่เพื่อนชอบได้ลง (จำไม่ได้มาก แต่เหมือนจะแรงกว่านี้) ไม่ได้คิดว่านางจะตอบกลับอะไรมา แต่สักพักนางก็เปลี่ยนหัวเอ็มจ้ะ! "ก็แล้วจะทำไม ku อยากได้อะไร kuก็ต้องได้ kun จะทำอะไรก็เรื่องของ ku" อะไรประมารนี้ โหหห คือเห็นตอนนั้น ขึ้นมากค่ะ โมโหแบบสุดขีด คือตอนกำลังจะพิมต่อไป รุ่นพี่ออนพอดีค่ะ เราเลยเปลี่ยนหัวเอ็มด่านางกลับ (ด่ากันทางหัวเอ็มซะงั้น) โต้ตอบกันไปโต้ตอบกันมา แต่ละประโยคที่นางด่ากลับ คือ ต่ำสุดๆค่ะ คำหยาบมากมาย ใช้คำพูดแบบ ku ไม่สน ช้าเอง ใครเร็วก่อนก็ได้ก่อน ตอนนั้นบอกเลย ความโมโหเพิ่มขึ้นเกินร้อยเปอร์เซนต์ สักพักเราเลยทักเอ็มไปหารุ่นพี่
"พี่ เห็นธาตุแท้ของมันยังคะ? มันเป็นคนแบบนี้" รุ่นพี่ตอบกลับมาว่า "อืม พี่เห็นล่ะ ไม่นึกว่าจะถึงขนาดนี้นะ" พออ่านแบบนี้ ไอ้เราก็ชื้นใจ ว่าทำให้รุ่นพี่เห็นตัวตนอันเลวร้ายของมันได้สักที แต่ประเด็นคือ...วันรุ่งขึ้นเราก็เห็นนางคุยโทรศัพท์กับรุ่นพีปกติเล้ยยย เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น รุ่นพี่มาหาถึงห้องเรียนนางด้วยนะ คือกล้ามากอ่ะ กล้าทำขนาดนี้ ยังจะกล้ามาคุยอี๋อ๋อกันหน้าห้อง (ซึ่งพ.ก็อยู่) ประเด็นหนักกว่านั้นคือ นางคุยกับพ.เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น (นางคิดว่าพ.จะไม่รู้เรื่องที่เรากับนางด่ากันเรอะ เสียใจ ชั้นเล่าหมดย่ะ) พ.บอกกับเราว่า ช่างเหอะ ไม่อยากอะไรมาก แค่นี้ก็รู้ธาตุแท้มันแล้ว จะคุยในฐานะเพื่อนร่วมห้องเท่านั้น

ประเด็นที่พีคสุดๆยังไม่ใช่แค่นั้นค่ะ ต่อมาอีกสักพัก คือเหตุการณ์ต่อไปนี้ (ยิ่งย้อนนึกถึง ยิ่งคิดว่า ละครน้ำเน่าป่ะวะเนี่ยยย)
วันนั้นเราเรียนคาบสุดท้าย และโต๊ะเราอยู่หลังสุด สักพักนางเดินผ่านไป และนางเดินกลับมา พร้อมควงแขนผู้ชายคนหนึ่ง เราหันไปเห็นพอดี (เห็นตรงประตูหน้าของห้อง) เห็นแว่บแรกเรารู้ทันทีเลยว่าใคร ตาโตด้วยความโมโห….. นางควงรุ่นน้องที่เราแอบชอบค่ะ....เราชอบน้องคนนี้ตั้งแต่นางกับเราอยู่กลุ่มเดียวกัน คนในกลุ่มก็รู้ นางเดินติดกันมาเลย โมโหแบบปรี๊ดมากกก เราเลยรอดูประตูหลัง นางรู้ล่ะว่าเรามอง พอถึงประตูปุป นางหันมามองเราจ้ะ พร้อมทำหน้ากับสายตาเหยียดและเยาะเย้ยสุดๆ ยังจำหน้านั่นได้ไม่มีวันลืม (ใครนึกไม่ออก ลองนึกถึงน้อง นก สุดแ-ด ในเรื่องแรงเงา หน้านางน่าตบแบนั้นเลยจ้ะ) เราปรี๊ดสุดๆ รีบโทรหาพ.ทันที มือสั่นเพราะความโมโห พ.บอกว่า เออ เมื่อกี้มันออกไปนอกห้องสักแปป แล้วกลับมาพร้อมน้องเขาว่ะ นั่งข้างกันในห้องตรงหลังห้องเลยเนี่ย จบประโยคพ.ปุป โมโหยิ่งกว่าเดิมร้อยเท่า คืออารมณ์ตอนนั้น ตบ! อย่างเดียวจ้ะ เออออ เ-มิ-งเล่นแบบนี้ใช่มั้ยยยย

แต่ด้วยความมีการศึกษาที่ดี บวกกับตอนนั้นทางโรงเรียนต่อต้านเรื่องความรุนแรง ครูพละที่เราชื่นชมก็พุดเรื่องนี้นักหนา เราเลยได้แต่ด่าตอนเดินผ่านนาง

ตอนจบของเรื่องนี้คือนางย้ายออกไปกลางคันจ้ะ เพื่อนในห้องนางบอกว่า นางย้ายโรงเรียน มีปัญหาทางการเงิน (พ่อนางล้มละลาย เราสงสารพ่อนางนะ เพราะเคยไปบ้านนางและเคยคุยกับเขา แต่เราสมน้ำหน้านางมาก พูดตรงนี้เลย) ทุกวันนี้เราโตและจบจนทำงานมั่นคงเลี้ยงตัวเองได้ แต่นางก็ยังเร่ร่อน ทำตัวสวยไปวันๆ (เห็นในเฟส ไม่ได้เป็นเฟรนด์กันนะคะ)

วันนั้นพ.มาเล่าให้เราฟังว่า วันนั้นนางโทรมา มาทำเสียงเหมือนร้องไห้บอก ขอโทษ ขอโทษแต่พ. เราเลยถามไปว่า คนที่แ-่งควรจะขอโทษที่สุดน่ะ ku นี่ มันลืมไปแล้วใช่มะ ใครเป็นเพื่อนคนแรกของมันตอนเข้ามอต้นใหม่ๆ ใครคอยช่วยเหลือมันทุกอย่าง ใครคอยรับฟังมันตลอด ใครคอยแก้ปัญหาร่วมกันกับมัน ใครคอยปลอบเวลามันเศร้า!

มาจนถึงตอนนี้เราไม่อยากอะไรมากแล้วค่ะ แค่อย่าให้เห็นหน้าหรือได้ยินชื่อนะ จะโมโหทันที

ยาวนะ จบล่ะกัน ฮ่าๆๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่