ตอน ... พาลูกเค้ามาขาย

ตอนที่สอง ... พาลูกเค้ามาขาย
“พี่....มีเด็กมาสมัครงาน” เสียงไอ้ก๊องเรียกหญิงสาวจากทางด้านหลัง เธอกำลังไหว้เจ้าที่เสร็จพอดี
เธอหันไปตามเสียง  พลันดวงตาก็ปะทะกับเด็กสาวที่ยืนข้างก๊อง เด็กหนุ่มเองก็มีสีหน้าไม่ต่างกับหญิงสาวเท่าไหร่นัก .... ดวงตาและสีหน้าที่มีคำถาม งุนงง ประหลาดใจ ... เพราะหญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้าเธอชั่งสวยงาม น่ารัก ใส่กระโปรงสั้นเสมอแก้มก้น รองเท้าส้นสูง  คาดคะเนด้วยสายตาอายุน่าจะราวๆ21-23  ปี สูง 165 ผมยาวหนา ผิวพรรณขาว สะอาดผุดผ่อง หุ่นดี มีรอยสักรอยใหญ่รูปดอกไม้คล้ายๆเถาวัลย์ที่น่องขาวๆเลื้อยลงมาจนถึงตาตุ่มๆ ชั่งดูขัดกับใบหน้าของเด็กสาวยิ่งนัก เธอน่าจะเป็นลูกคนจีนเช่นเดียวกับเธอ .... และด้วยหน้าตารูปร่างระดับนี้ หากคิดเข้ามาในวงการนี้น่าจะไปทำงานอ่างเสียมากกว่าเลือกมาอยู่ที่นี่!
“มาผิดร้านหรือเปล่าคะ”หญิงสาวถามด้วยความสงสัย พร้อมสบตาเด็กสาวและยิ้มให้เมื่อได้รับคำตอบที่ฉะฉานกลับมาในทันที
“ไม่ผิดคะ” เสียงเด็กสาวตอบเสียงกังวาลใสในวันนั้น เธอพาน้องเข้ามานั่งคุยในห้องทำงาน น้องมีชื่อว่า ดาว อายุ 22 ปี ....
"เคยทำงานแบบนี้มาก่อนไหม"
"ไม่เคยคะ"
"ห๋า ... ไม่เคย .... ละน้องจะทำได้เหรอคะ"
"ทำได้คะ" เธอตอบอย่างมั่นใจ
"รู้ใช่ไหมต้องไปกับลูกค้าที่โรงแรม"
"คะ"
"ที่นี่ได้เงินไม่เยอะนะ แต่จะเริ่มดี เมื่อขึ้นลูกค้าคนที่4 จากนั้นจะเป็นของน้องไม่ต้องแบ่งทางร้าน"
"คะ"
"ทำงานกับพี่ อยู่กันแบบพี่น้อง น้องมีไรบอกพี่ได้ ร้านพี่ไม่มีนโยบายตัดเงินหักเงินเด็ก จะลาจะสาย บอก หรือ ไม่บอกก็ไม่เป็นไร"
"....." เด็กสาวเงียบฟัง
".... คือ พี่หมายถึงถ้าน้องบอกก็ดีร้านจะได้รู้ว่าวันนี้มีใครมาทำงานบ้าง"
"จะเริ่มทำงานวันไหนละ"
"วันนี้คะ" เด็กสาวตอบอย่างมั่นใจ
"..... น้องทำไมเลือกร้านพี่" หญิงสาวถามด้วยความสงสัย
"พี่ คงจำหนูไม่ได้แน่ๆเลย .... หนูโทรไปหลายที่ แต่ละที่พูดจาวกไปวนมา ถามอะไรก็ตอบไม่ตรงกับสิ่งที่หนูถาม บอกอยู่ได้ให้มาๆๆ ... แต่หนูคุยกับพี่ หนูถามอะไร พี่ก็ตอบ ละพี่ก็ยังบอกอีกว่า ไม่เคยทำก็ไม่แนะนำให้มาทำนะ" เด็กสาวฉีกยิ้มกว้างคล้ายขำในใจ ..... นี่เป็นรอยยิ้มแรกในร่วม10 นาทีที่เด็กสาวผู้นี้นั่งอยู่เบื้องหน้าเธอ แต่ไม่รุ้ทำไมหญิงสาวรุ้สึกว่ารอยยิ้มของเธอช่างเป็นรอยยิ้มที่สวยงามอะไรเช่นนี้
"งั้นไปทำงานเลยก็ได้พี่ไม่รู้จะพูดอะไรแล้วจ้ะ" หญิงสาวยิ้มให้เด็กสาว เป็นการส่งลา เด็กสาวลุกขึ้นเดินออกจากห้อง
หญิงสาวพูดเสียงดังเรียกเด็กสาว เสมือนว่าลืมบอกอะไรบางอย่าง "เออ ดาว .... งั้นทำคืนแรก ไม่ไหวก็พักนะ .... จำคำพี่นะ ถ้ารู้สึกเจ็บห้ามฝืนทำเด็ดขาดนะ เพราะเดี๋ยวจะเจ็บยาว.....เออ อีกเรื่อง ทำงานที่นี่จะกลับเมื่อไหร่ก็ได้นะ พี่ไม่ว่า" เด็กสาวหยุดหันกลับมาพยักหน้ารับรู้ และ เดินจากไป

    ค่ำคืนนี้ดูคึกคัก รถวิ่งในซอยพลุกพล่าน หญิงสาวมองที่กล้องcctv จากด้านในห้องทำงานเธอ คืนนี้เธอเลือกที่จะเดินออกไปนอกร้านบ้าง ....
"......." เป็นจังหวะเดียวกับที่บาสพาลูกค้าเดินเข้ามาในร้านเพื่อเลือกดูเด็กสาวพอดี ชายหนุ่มหน้าตาดีวัยประมาณ30 รูปร่างดี สูงโปร่ง ผิวขาว ตี๋ มองมาที่หญิงสาว จังหวะที่หญิงสาวก็เงยหน้าขึ้นไปสบตา ...... เขาบอกบาสว่า "ผมเอาคนนี้ครับ" เขามองหน้าหญิงสาว
".... "หญิงสาวสบตา จังหวะเดียวกันกับที่บาสกำลังจะอธิบาย ซึ่งหญิงสาวรู้ดีว่าลูกน้องกำลังจะพูดว่าอะไร เธอจึงรีบพูดแทรกขึ้นว่า
"เออ พอดีคืนนี้ไม่ไปคะ เมื่อคืนลุกค้าเยอะ เจ็บ พี่เอาน้องคนอื่นไปแทนละกันนะคะ" หญิงสาวพูดจบก็ยิ้มให้และชี้ไปทางเด็กๆที่นั่งอยู่ที่โซฟา
"....." คำพูดของหญิงสาว ทำให้เด็กๆที่ทำงานกับเธอแอบหัวเราะกันไม่ได้ บาสยืนยิ้มขำ
"..... งั้นถ้ามาพรุ่งนี้ได้ไหม" ชายหนุ่มไม่ลดละในความพยายาม
"พรุ่งนี้ก็น่าจะยังไม่หายเจ็บคะ" หญิงสาวเริ่มไม่สนุกด้วยละ พอพูดเสร้จเธอก็เดินออกไปจากร้าน ไปยืนคุยกับก๊องที่นั่งเรียกลุกค้าอยู่หน้าร้าน

"ผู้ชายนี่มีใครไม่เที่ยวบ้างว่ะ" หญิงสาวเปรยขึ้น
"อ้าว ไม่เที่ยวก้ไม่ใช่ผู้ชายดิพี่" ก๊องรู้ว่าเธอหมายถึงลูกค้าเมื่อกี้
"เหอะ ..... หน้าตาก็ดีไม่หาแฟนว่ะ จะได้นอนเอาแฟนอยู่บ้าน"
"อ้าว เปลี่ยนบรรยากาศ" ก๊องพูดพร้อมหัวเราะขำ
"เออ .... กูก็พูดไปงั้น กูเริ่มชินละ" เธอกระแทกน้ำเสียงแกมประชด
“ถ้าเกิดเค้าจีบพี่ พี่จะเอาปะ”
“ละคิดว่ากูจะเอาไหม .... แหมถามมาได้นะไอ้ฟาย”
“................” ก๊องมันยืนขำ
     ระหว่างที่คุยกับก๊อง บาสก็เดินมา "พี่ๆ เค้าฝากขอโทษพี่"
"ขอโทษทำไมว่ะ ไม่ได้ทำ ยิ้มอะไรกูสักหน่อย"
"ผมบอกเค้าว่าพี่ไม่ไปหรอก พี่เป็นเจ้าของร้าน"
"ไปบอกเค้าทำไม"
"อ้าว ก็เค้าจะเอาพี่ให้ได้ ตื้อถามผมอยู่นั่น ผมรำคาญก็เลยบอกเค้าไป.... ก็แล้วทำไมไปบอกเค้างั้นอะ" บาสสงสัย
"เปล่า พ่อกูเคยบอกว่า เวลามีลูกค้ามา ก็ไม่จำเป็นต้องไปแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของร้าน บางทีคนมาเที่ยวเค้าไม่รู้หรอกใครเป็นใคร อยู่ในร้านก็มองเป็นแบบเดียวกันไปหมด เราบอกเค้าไปแบบนั้น ลูกค้ามันไม่โง่หรอกเดี่ยวมันก็ถามๆ มันก็รุ้เองว่าเราเป็นใคร"
"พี่เด็กใหม่ ได้ 3 รอบละนะ"
"จิงดิ" เธอมองนาฬิกา ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล "ถามเค้าด้วยนะไหวไหม ไม่ไหวก็หยุด"
"คับพี่...."
     สองอาทิตย์ผ่านไป.... ดาวมาทำงานทุกวัน แต่ไม่ได้พักในร้าน จนกระทั่งวันนี้
"พี่คะ..... หนูมีเรื่องจะคุยด้วยคะ"
"ว่ามา"
"คือว่า หนุจะย้ายเข้ามาพักในร้านได้ไหมคะ จะได้ไม่ต้องเดินทาง มันไกล อยากมาทำงานเร็วๆ อีกอย่างเปลืองค่ารถด้วย" ดาวพูดยิ้มเขินน่ารัก
"ได้สิ จะย้ายเข้ามาวันไหนดีละ"
"ก็รอไปขนของคะ แต่หนุไม่มีรถ .... คือว่าจะรบกวนพี่หรือเปล่าคะ ถ้าจะให้พี่ไปช่วยย้ายของให้หนูหน่อย"
"ได้สิไม่ปัญหา" หญิงสาวรับคำโดยไม่ต้องคิดมาก
    
     อีกสองวันถัดมา ....... หญิงสาวนัดดาว ก๊อง และ บาสไว้เพื่อไปขนของให้ดาว
"บ้านแฟนดาวอยู่ที่ไหน" เธอถามระหว่างขึ้นรถ
"เปล่าคะ ไปบ้านหนู" ดาวปิดประตู ทุกคนขึ้นรถเตรียมพร้อม
"เอ้ย ....." หญิงสาวร้องอุทาน
"มีไรคะพี่"
"อ้าวพี่คิดว่าไปบ้านแฟนหนู.... ละมีใครอยู่บ้านละนี่"
"ก็มีแม่คะ"
".........." หญิงสาวหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย "งั้นแปปนะ .... " เธอหันไปหาบาส แล้ว บอกบาสว่าให้ลงจากรถไปคุยกับเธอ
     รถจอดติดเครื่องอยู่หน้าร้านโดยที่มีก๊องกับดาวนั่งอยู่ ส่วนหญิงสาวลงมาคุยกับบาสในร้านสองคน
"บาส กูให้เงินพวกนั่งรถแท็กซี่กันไปได้ไหมว่ะ"
"มีไรอะพี่"
" เออ.. กู รู้สึกไม่ดีว่ะ.... กูคิดว่าจะไปขนของบ้านแฟนเค้า .... แต่ถ้าไปบ้านเค้า ละต้องไปเจอหน้าแม่เค้าอีก"
"ก็แล้วไงอะพี่"
"อ้าว .... ไอ้ ยิ้ม ........ กูไปบ้านเค้าไปขนของพาลุกสาวเค้ามาขายตัวนี่นะ" เธอชักน้ำเสียง
"อ้าว .... พี่ ..... อย่าคิดมาก .... เค้าสมัครใจทำ พี่ไม่ได้ไปบังคับเค้าสักหน่อย เค้าทำเอง"
".....ก็เข้าใจเค้าทำเอง กูไม่ได้บังคับ แต่.... ต้องไปเจอหน้าแม่เค้า" หญิงสาวสีหน้าเจื่อนๆ
"พี่ มาขนาดนี้ละ พี่อย่าคิดมาก ไปเหอะ" ไอ้บาสมันพูดจบ มันก็เดินไปเลย ทิ้งให้เจ้านายมันยืนงงๆ มึนๆ อยู่คนเดียว
     หญิงสาวเดินเข้ามาในรถ
"พี่เป็นไรหรือเปล่า" ดาวถาม
"พี่เค้าคิดมาก ว่าตอนแรกคิดว่าไปบ้านแฟนดาว แต่ไปบ้านดาว เค้าต้องไปเจอแม่ดาว เค้าคิดมาก" บาสพูดแทรก
"ไม่มีไรพี่ หนูบอกแม่ว่ามาทำงานเสริฟ นั่งดริ้ง"
"แล้วแม่เชื่อเหรอ"
"ก็เชื่อนะคะพี่" สิ้นเสียงเด็กสาว ทุกคนในรถก็พร้อมใจกันเงียบโดยไม่ได้นัดหมาย

      บ้านดาวอยู่เกือบถึงสุพรรณบุรี ... ทันทีที่หญิงสาวถึงบ้านดาว  แวบแรกที่เธอคิด.... บ้านดาวหลังใหญ่มาก มองด้วยตาเปล่าน่าจะมีเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 200 ตารางวา บ้านปลุกสร้างเอง มีแอร์ด้านนอกแทบจะทุกห้อง แต่ สภาพดูทรุดโทรมอย่างมาก เมื่อเดินเข้าไปด้านในบ้าน บ้านมีฝุ่นจับตามพื้นพอสมควร ในบ้านมีชั้นใต้ดินด้วย สภาพภายในบ้านก็เช่นกัน ขาดการดูแล .... จึงทำให้หญิงสาวจินตนาการไปเองว่า บ้านของดาวแต่ก่อนน่าจะร่ำรวย
     หญิงสาวนั่งรออยู่ตรงห้องรับแขกกลางบ้าน เพียงลำพัง ....ส่วน ก๊องกับบาสเดินเข้าไปช่วยดาวยกของ
“พี่ๆๆ มีห้องสนุกเกอร์ด้วยชั้นล่าง” ก๊องเดินเร็วๆๆมาบอกน้ำเสียงปนตื่นเต้น “พี่ไม่ไปดูด้วยกัน มีห้องร้องเพลงด้วยนะพี่”
“พวกนะ วุ่นวายบ้านเค้านะ เค้าให้มาช่วยย้ายของ ก็รีบๆทำ จะได้กลับแล้ว” เธอพูดแกมดุก๊อง
“ดาวมันพาพวกผมไปดู ... พี่ๆๆ ผมว่านะ บ้านเค้าแต่ก่อนต้องรวยมากๆๆแน่ๆๆเลย สงสัยจะล้มละลายนะพี่”
“........” หญิงสาวนิ่งเงียบ มันคงเป็นคำถามที่ไม่น่าจะมีคำตอบ เพราะเธอเองไม่คิดจะถาม
     หญิงสาวนึกแอบดีใจว่า ย้ายของเสร็จละ .... ไม่เห็นเจอแม่ของดาว ตามที่ดาวได้บอกไว้แต่ต้น หญิงสาวแอบรุ้สึกโล่งใจ .... ของได้ถุกเก็บเข้ารถหมดแล้ว  ระหว่างที่หญิงสาวเดินออกมาจากตัวบ้าน
“พี่นี่แม่หนู”
หัวใจหญิงสาว เสียวแปปไปทั้ง4ห้อง เธอรุ้สึกได้ว่าหน้าเธอแดงกร่ำแน่ๆ หญิงสาวยกมือไหว้ สบตา ...... หญิงสาวมองผ่านๆ เบื้องหน้าเธอ คือ หญิงวัยกลางคนแต่งกายด้วยผ้าถุง เสื้อคลุมคอกระเช้าสีขมุกขมัว แต่ดวงหน้าของหญิงวัยกลางคนเต็มไปด้วยความกังวล และ เสมือนมีคำถามมากมายรอถามอยู่
“ดาวไปอยู่กับหนูเหรอ”
“คะ คุณแม่”
“แม่ดีใจนะ ที่เห็นดาวมีที่พักเป็นหลักแหล่ง แม่จะได้ไม่ต้องห่วง แม่ต้องฝากหนูดูเค้าด้วยนะ มันดื้อ ไม่ค่อยฟังใคร”
“........” หญิงสาวนิ่งเงียบฟัง สมองสั่งการทันที .... วินาทีนี้ .... เธอต้องทำให้ผู้หญิงคนที่อยู่เบื้องหน้าเธอนี้เกิดความสบายใจ และ ให้ความมั่นใจว่าลูกสาวของเธอจะปลอดภัยดี ........ทั้งที่เธอรุ้ดีอยู่แก่ใจว่า จากนี้ไปชีวิตของดาว  ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน!
“แม่คะ หนูจะดูแลน้องอย่างดี .... คุณแม่มีโทรศัพท์หรือเปล่าคะ. “
“นี่จ้ะ” แม่ของดาวยื่นให้เธอกดเบอร์
“..... นี่เบอร์โทรหนูคะ เดี่ยวคุณแม่เมมไว้นะคะ คุณแม่โทรหาหนูได้ตลอดเวลานะคะ”
“บอกมันอย่าใช้เงินเก่ง บอกให้มันเก็บไว้บ้าง ส่งมาให้แม่บ้างนะ” แม่ดาวพูดขึ้น
“แม่ จะไปแล้ว .... เดี๋ยวโทรมาหานะ ถ้าถึงแล้ว” เสียงดาวดังแว้ดขึ้น ..... จากทางด้านหลังแม่เธอ ดาวมองมาทางหญิงสาวส่งสัญญาณทางสายตาและยกนิ้วชี้ขึ้น จุ๊ปาก .....ว่าไม่ให้พุดเยอะ
“ได้คะ หนูจะกำชับน้องให้นะคะ” หญิงสาวพูดแต่ในใจเธอนั้นรู้สึกแย่มาก เธอสบตาแม่ดาวและยกมือไหว้ลา..... แต่พอหันหลังให้แม่ดาว   เธอพูดในใจว่า คุณป้าคะ หนูขอโทษนะคะ .............
ทุกคนขึ้นรถ บรรยากาศในรถ เงียบกริบ.......เธอมองหน้ากับบาส ลูกน้องคู่ใจ เสมือนบาสจะรับรู้ได้ว่าหญิงสาวคิดอะไร !!!!!

     ค่ำวันนั้น.......บรรยากาศภายในร้านดูคึกคักมีเด็กมาทำงานกันหลายคน  อย่างน้อยที่สุดสิ่งที่หญิงสาวเถียงกับแม่และพ่อของเธอจะเป็นจะตายเรื่องกฏกติกาภายในร้าน....เพราะหญิงสาวรู้สึกว่างานแบบนี้มันต้องอาศัยความรู้สึกอยากทำด้วย หากไม่มีอารมณ์ทำงาน เช่น ลูกป่วย ทะเลาะกับผัว  พ่อตาย ฯลฯ เค้าจะมีอารมณ์ออกไปกับลูกค้าได้ยังไง เธอมักจะบอกเด็กเสมอว่าถ้าไม่มีอารมณ์อยากทำงานให้บอกเธอ  อย่าต้องโกหกอย่าต้องแช่งคนที่รักเพียงเพื่อต้องการหยุด ขอให้บอก หรือไม่บอกก็ได้แล้วแต่สะดวก เช่น ทะเลาะกับแฟน ปวดฟัน  ขี้เกียจทำงาน ไม่มีใครว่า ไม่มีการหักเงินทั้งสิ้น .......และ ไม่ว่าเหตุผลนั้นๆอาจจะฟังดูไร้สาระในสายตาของใครก็ตาม แต่มันก็คือ ....... เหตุผล !!!   และหญิงสาวไม่เคยบังคับให้ใครทำงานให้เธอ หญิงสาวเลือกที่จะให้ทุกคนทำโดยความเต็มใจ เธอมองว่าการเอากฏกติกามาบังคับ  มันจะมีแต่ผลเสีย เพราะเด็กออกไปกับลูกค้าก็น่าบึ้งตึงก็เดี๋ยวก็มีปัญหากลับมา แล้ว เด็กก็ไม่อยากทำงานกับเธอ......แต่มันก็มีข้อเสียแน่นอน  เพราะเมื่อไม่มีกฏกติกาก็กลายเป็นร้านเละเทะ ซึ่งเธอเท่านั้นที่จะต้องทำใจ แต่สิ่งที่เธอได้กลับมาและดีใจที่สุดคือ .... เวลามองหน้ากัน เวลานั่งกินข้าวกัน เวลาคุยกัน หญิงสาวสัมผัสได้ว่าเด็กน้อยเหล่านั้นรู้สึกดีกับเธอ............ยังไงก็ขอบคุณนะที่รู้สึกดีต่อกัน
”หนูมาขายยิ้ม แต่ หนูห้ามสาย  ห้ามลา  ห้ามตาย  ห้ามหยุด!!!”  คำพูดนี้เด็กพูดให้เธอฟังเมื่อไปทำงานที่อื่นมาก่อน มันช่างเป็นอะไรที่น่าเวทนาแหลือเกิน................
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่