Review วันรับปริญญา : วันแห่งความสำเร็จของการเรียน 4 ปีในรั้วมหาลัยในประเทศญี่ปุ่น APU ต่างกับเมืองไทยตรงไหนบ้าง มาดูกัน

สวัสดีค่ะทุกคน ช่วงนี้คงเป็นช่วงงานรับปริญญาของหลายๆมหาวิทยาลัยในไทย
วันนี้จี้ขอมาบรรยายบรรยากาศในงานรับปริญญาของมหาลัย Ritsumeikan Asia Pacific ค่ะ
จี้เองก็ไม่ได้ไปงานรับปริญญาที่ไทยมานานแล้ว อาจจะลืมไปบ้าง
คิดว่าบรรยากาศต่างๆคงต่างกับไทยแน่นอน มาดูกันค่ะว่าแต่ต่างกันตรงไหนบ้าง
ไม่อ้างอิงมหาวิทยาลัยอื่นในประเทศญี่ปุ่นนะคะ เพราะไม่ทราบจริงๆค่า ถ้าหากท่านไหนอยากเพิ่มเติม มาเล่าให้ฟังบ้างนะคะ



ก่อนอื่นเลย

ปกติมหาลัยในญี่ปุ่นจะเริ่มภาคเรียนในเดือนเมษายน
และสิ้นสุดปีการศึกษาในเดือนมีนาคม ดังนั้น
เดือนมีนาคมจึงเป็นเดือนแห่งการจบการศึกษานั้นเองค่ะ

แต่....มหาลัย APU มีภาคเรียนที่แตกต่าง
เพราะเป็นมหาลัยอินเตอร์ เลยเริ่มเข้าเรียน 2 ครั้ง/ปีค่ะ
นั้นก็คือช่วงเดือนเมษายน และช่วงเดือนกันยายน (จี้เข้าช่วงนี้)
ดังนั้น ใครเข้าช่วงไหนก็รับช่วงนั้น ถ้าเก็บเครดิตครบแบบ 4 ปีพอดีนะคะ 5555

พิธีรับปริญญาในมหาลัยญี่ปุ่นนั้น ไม่มีระเบียบบังคับในการใส่ชุด
(ใส่ชุดปิกะจูขึ้นไปรับก็ได้นะ 55555) แต่ส่วนมากแล้ว
ผู้ชายนั้นมักจะใส่ชุดสูท ส่วนผู้หญิงมักจะใส่ชุดกิโมโน หรือ ชุดฮากามะ  (Hakama, 袴) กันค่ะ

ปกติแล้ว งานรับปริญญาของประเทศญี่ปุ่นที่ไม่ใช่มหาวิทยาลัยอินเตอร์จะใส่ชุดฮากามะกัน
แต่มหาลัย APU นี้ สามารถเลือกได้ตามใจชอบเลยว่าจะใส่ชุดครุย หรือ ชุดฮะกะมะ
เพราะมีหลายคนถามกันมามากมายว่า ทำไมชุดไม่เหมือนกันอะคะพี่? ตอบให้แล้วนะคะ ^^

งานรับปริญญาเริ่มตั้งแต่ เวลา 12.00~13.00 น. (ใช้เวลาน้อยมากค่ะ ไม่มีวันซ้อมด้วยนะ)
ลงทะเบียนตอน 10.30 น.  ส่วน Hall เปิดตอน 11.00 น.
แต่ส่วนมากไปถึงกันตอนประมาณ 9~10.00 น. เพื่อไปถ่ายรูปกับเพื่อนๆกันก่อนล่ะค่ะ
สถานที่รับปริญญาของมหาลัยนี้ ไม่ได้อยู่ในมหาวิทยาลัยนะคะ



ถ้าเลือกที่จะใส่ชุดครุย เขามีให้เช่าในวันงานจริงเลยค่ะ
คือไปเลือกไปลองไซด์ในวันจริงเลย ได้ยินมาจากรุ่นพี่ว่า มีบางปีชุดครุยไม่พอด้วยล่ะ  O[]o!
เพราะฉะนั้นต้องรีบไปต่อแถวแต่เช้าเลย 555555
ค่าเช่าชุดครุยป.ตรี ค่ามัดจำอยู่ที่ 6,000 เยน คืนชุดแล้วจะได้ 4,000 เยนคืนมาค่ะ
ถ้าซื้อเลยก็จะอยู่ที่ราคา 6,000 เยน คือไม่ต้องไปคืนชุดนั้นเอง

ชุดครุยป.ตรีและป.โทของมหาลัยเอพียู เป็นสีแดงสดเลยค่ะ



ส่วนชุดครุยป.เอกนั้นจะเป็นสีดำคลิบแดงค่ะ เท่ห์มากกกกก (คนกลางไม่เกี่ยวนะ 555555 เพื่อนจี้เอง)



ส่วนถ้าใครอยากใส่ชุดญี่ปุ่นๆ เพราะอุตส่าห์เรียนจบจากประเทศญี่ปุ่นแล้วละก็ไปเช่าฮากามะกันเถอะ
ส่วนมาก ถ้าถึงช่วงรับปริญญาแล้วนั้น ในสหกรณ์มหาลัย หรือที่เราเรียกว่า CO-OP
จะมีร้านเช่าฮากามะต่างๆมาเปิดให้เราเข้าไปเลือกดูชุดฮะกะมะได้ตามใจชอบ
โดยที่เราไม่จำเป็นต้องไปถึงร้านเขาเลยค่ะ ง่าย สะดวกมาก แต่ก็แอบแพงนิดนึง

จี้ไปลองดูชุดทั้งร้านที่มาเปิดในสหกรณ์ และ ตามร้านที่เพื่อนแนะนำมาค่ะ
คือ ลองไปเกือบ 10 ชุดอะ 555555 ชุดฮากามะนี่ก็ต้องรีบจองก่อนนะคะ
ไม่งั้นชุดดีๆลายสวยๆจะหมดไปก่อน ตอนจี้จองนี่ประมาณ 1 เดือนก่อนรับปริญญา

จี้ลองถามราคาจากร้านในสหกรณ์ดู

ราคาเช่าอยู่ประมาณ 51,000 เยน หรือประมาณ 16,320 บาท
รายละเอียดราคาโดยประมาณ มีดังนี้ (ถ้าดูตามรูปที่ 1 จากรูปด้านล่าง)

- กิโมโน (สีแดง) ราคา 30,000 เยน
   ( ราคามีให้เลือกตั้งแต่ 10,000 ~ 70,000 เยน ตามลายผ้าที่เลือกค่ะ)
- ฮากามะ (กระโปรงสีฟ้า) ราคา14,000 เยน
   ( ราคามีให้เลือกตั้งแต่ 5,000 ~ 25,000 เยน ตามลายผ้าเช่นกันค่ะ)
- ค่าแต่งตัว + ทำผม ราคา 7,000 เยน
   ( 7,000 เยนนี่ออกแนวจำใจและจำเป็นต้องเอา เพราะแต่งชุดนี้ไม่เป็น 5555)

นี่ยังไม่รวมค่าจุกจิกต่างๆอีกนะคะ เช่น รองเท้าเกี๊ยะ ชุดซับใน อีกประมาณ 10,000 กว่าเยน
ถ้ารวมทั้งหมดแล้ว คาดว่าน่าจะประมาณ 60,000+ เยน เลยล่ะค่ะ



แต่ในที่สุดจี้ก็ตัดสินใจได้ในชุดสุดท้ายเลย
ชุดสีขาว (รูปสุดท้าย) จากร้านที่เพื่อนแนะนำมา

ร้านที่เพื่อนแนะนำมานั้น ราคาเช่าอยู่ที่ 52,000 เยน รวมทุกอย่างแล้วด้วย
กรี๊ดดดดด คือ เริ่ดมากกกก รองเท้า ชุดซับในต่างๆก็รวมหมดเลยค่ะ
ยกเว้นไม่มีค่าแต่งหน้า ทำผม อันนี้จี้ทำเองได้ ไม่เป็นไรเลยค่ะ 5555555
ซึ่งยังไงก็ถูกกว่าร้านในสหกรณ์ แถมลายผ้าสวยกว่าด้วย ดังนั้นจึงตัดสินใจเอาร้านนี้แทน

แต่ว่าถึงจะถูกกว่าร้านในสหกรณ์แต่ยังไงก็ถือว่ารวมแล้วมันแพงอยู่ดีนะ 5555
แต่ครั้งเดียวในชีวิต เอาน่า......

ถ้าอยากซื้อกลับบ้านราคาอยู่ท่ี 108,000 เยนค่ะ (ประมาณ 40,000 บาท)
ถามมาเรียบร้อย เพราะ จี้ก็อยากได้เหมือนกัน แต่ราคาไม่ไหวนะ เกินรับได้ 555555
แต่ถือว่าราคานี้ถูกกว่าหลายๆเจ้าเลยค่ะ ถ้าไปหาในโตเกียวไรงี้ คิดว่าคงถึง 300,000 เยน

เอาล่ะ มาดูวันรับปริญญาจริงกันเถอะค่ะ
ซึ่งวันนั้นก็คือวันที่ 12 กันยายน 2557 ก่อนอื่นไปแต่งตัวกันเถอะค่ะ
ขอบคุณรูปสวยๆจาก น้องชาลี


คุณป้าทั้ง 2 คน ช่วยแต่งตัวให้ค่า


หลังจากแต่งตัวเสร็จแล้ว เราก็รีบไปสถานที่จัดงานโดยนั่งรถแทกซี่ไปกัน ทั้งๆที่เดินไปก็แอบใกล้
แต่ช่วงนั้นแอบร้อนไม่อยากเดิน เดี๋ยวไปถึงงานแล้วไม่สวยค่ะ 5555555555




ในสถานที่จัดงานก็มีซุ้มถ่ายรูปต่างๆอีกด้วย
ซุ้มนี้ทำขึ้นมาโดยนศ.ที่จะรับปริญญานะคะ ต้องขอบคุณทุกคนที่ช่วยทำขึ้นมาในช่วงปิดเทอม



หลังจากถ่ายรูปนิดๆหน่อยๆแล้ว คนเริ่มเยอะขึ้น
จี้ก็ไปลงทะเบียนที่เคาร์เตอร์เพื่อรับหมายเลขที่นั่ง และรับถุงมาใบนึง
ตอนแรกนึกว่าเอกสารในถุงนั้นไม่สำคัญ เกือบวางทิ้งไว้แล้วค่ะ
แถมไปสลับกับของคนอื่นครั้งนึงด้วย จนเขาเดินมาทวง 555 เอ๋อไปเลย
ในถุงนั้นมีใบเกรดที่รวมทั้งหมด 4 ปี, ใบรับรองการจบการศึกษา ทั้งภาษาอังกฤษและญี่ปุ่น
ส่วนใบปริญญานั้น รอรับบนเวทีล่ะค่าา อิอิ
ตอนลงทะเบียนต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวนิดๆหน่อยๆ เช่น อนาคตหลังรับปริญญาจะทำอะไร เป็นต้น



แล้วก็ถ่ายรูปกับเพื่อนๆที่น่ารัก ระหว่างรอฮอล์เปิดให้เข้าไป
พร๊อพภาษาไทยต่างๆนั้น ขนขึ้นมาจากไทยเลยค่ะ 555555 ให้คุณแม่เอาขึ้นมาให้
ส่วนลูกโป่งนั้นซื้อร้าน Daiso 100 เยน ใส่แก๊สด้วยเพิ่มลูกละ 100 เยน เป็นลูกละ 200 เยนค่ะ





พอฮอล์เปิดแล้ว คนก็เริ่มทะยอยกันเข้าไปนั่งตามหมายเลขที่ได้ตอนลงทะเบียน
ซึ่งเขารันตามรหัสนักศึกษา และจี้ได้นั่งหน้าสุดเลยจ้าา 5555555



ชุดสีขาวตัดกับสีแดงสุดๆไปเลยย เจ๋งงงง 5555555



พอถึงเวลาเริ่มแล้วก็มีการแสดงโชว์จากชมรมในมหาวิทยาลัยค่ะ
(ไม่ได้ถ่ายรูปไว้เลย แต่มีวิดีโอนิดหน่อย รอดูด้านล่างนะคะ)
เมื่อโชว์จบแล้ว ก็เริ่มการแนะนำอาจารย์ท่านต่างๆ พร้อมทั้งผู้มีเกียรติ
หลังจากนั้น APU President KORENAGA Shun ก็กล่าวการต้อนรับ
พร้อมทั้งแสดงความยินดีแก่นักศีกษาจบใหม่ทุกคน



แล้วก็มี speech จากตัวแทนนักศึกษาปริญญาตรีที่ได้รับทุนเป็นเงิน 1 ล้านเยนค่ะ
ปีนี้เป็นคนไทยล่ะ เย้ๆๆ เพื่อนนู๋เองง 555555555



แล้วก็มี speech จากตัวแทนนักศึกษาปริญญาโท
speech แอบเยอะนะ แต่ไม่น่าเบื่อเลยค่ะ ตอนแรกนึกว่าจะหลับสะแล้ว 55555
แต่กลายเป็นว่าฟังแล้วซึ้งมาก แต่ละประโยคมีความหมายจริงๆ



พอเสร็จแล้ว ก็เริ่มทำการแจกใบรับปริญญาแล้วค่า ก่อนอื่นเริ่มจาก ปริญญาเอก
ชุดเท่ห์ และดูขลังมากๆเลยค่ะ ชอบบบบบบบบ
รับใบปริญญาทีละคนเหมือนเมืองไทยเลยค่ะ รับกับ APU President
รับใบปริญญาแล้ว ก็ไปรับแถบแดง ที่แสดงว่าเป็นนศ.ป.เอกค่ะ




แล้วก็ตามด้วยปริญญาโท รับทีละคน รับกับ APU President เช่นกัน
ชุดสีแดงเหมือนกับป.ตรีเลยค่ะ ไม่ได้ถ่ายรูปมาเลยอะค่ะ ><

ส่วนปริญญาตรีนั้น รับทีละคนเหมือนกัน แต่รับกับอาจารย์แต่ละสาขาที่เราเรียนมาค่ะ
แบ่งเป็น 2 สาขา ได้แก่ Asia Pcafic Studies (APS) และ Asia Pacific Management (APM)
แต่สาขา APM มีคนเยอะ อาจารย์จึงมี 2 ท่าน ที่ยืนแจกอยู่บนเวที (งงมั้ยหว่า)
ดังนั้น ปริญญาตรี จึงมี 3 แถว อาจารย์ 3 ท่าน อยู่บนเวที คอยแจกให้นักศึกษาแต่ละคนค่ะ แบบรูปด้านล่างนี้เลย :::
วิธีการขึ้นไปรับ คือ
รอเรียกชื่อ แล้วค่อยขึ้นไปบนเวที เพื่อรับประกาศนียบัตร
ได้มาแล้วก็ยืนรอถ่ายรูปนิดๆหน่อยๆ ใครจะพาพ่อแม่ขึ้นมาถ่ายรูปก็ได้เขาไม่ว่าค่ะ
แต่อย่ากินเวลาคนอื่นนานเกินไปเท่านั้นเอง



กล้องจะฉายนักศึกษาทุกคน ขณะที่กำลังรับปริญญาค่ะ
และเราสามารถหาดูคลิปย้อนหลังได้ด้วย มันเริ่ดตรงนี้ล่ะ 555555555
โหลด เซฟเก็บมาไว้ดูย้อนหลังได้ด้วยย ฮุฮุฮู



จี้ได้รับคนที่ 3 ของแถวเลย คือไวมากกกก ไวเว่อร์อะค่ะ ยังไม่ทันเตรียมตัวไรเลย
จะเรียกครอบครัวให้ถ่ายด้วยกันยังไม่ทันเลย 555555
ดีที่ช่างกล้องของเราพร้อมตลอด ไม่งั้นอดได้รูปตอนรับกับมืออาจารย์อะค่ะ

จี้เสร็จเร็วกว่าคนอื่น ก็ต้องรอเพื่อนๆรับให้หมด เพราะว่าเราจะถ่ายรูปรุ่น (คนไทย) กันค่ะ
และจะโยนหมวกด้วย เป็นวัฒนธรรมของมหาลัยเอพียูเลยล่ะ อิอิ
อันที่จริงจะกลับก่อนก็ได้ แต่จี้รอค่ะ ครั้งเดียวในชีวิต ฮี่ๆๆ

พอทุกคนได้รับปริญญาเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลา โยนหมวก (ของชุดครุย) กรี๊ดดดดดดด
อย่างจี้ใส่ชุดฮากามะ เขามีเครื่องบินกระดาษเตรียมไว้ให้พร้อมในถุงที่ได้มาตอนลงทะเบียนค่ะ



โยนหมวกเสร็จแล้ว เป็นอันจบพิธีรับปริญญาค่าา (มีวิดีโอให้ดูบรรยากาศค่ะ ตั้งแต่เริ่มเลย อิอิ)

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
นักศึกษาที่จบปีนี้มีทั้งหมด 448 คนค่ะ (น้อยมั้ยคะ?)



จบพิธีรับปริญญาแล้วก็ไปถ่ายรูปต่อกับเพื่อนๆค่ะ ถ่ายกันไม่หยุด
กลัวไม่คุ้มค่าเช่าชุดฮากามะกันเลยทีเดียว 555555555




แล้วก็ไปถ่ายรูปที่มหาลัยด้วยค่ะ รูปเยอะมาก ขอลงไว้เพียงเท่านี้ค่า 555555555555
ถ้าใครอยากดูรูปอีกเยอะๆ ดูได้ที่ [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาจนจบนะคะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์บ้างนะคะ
ใครมีประสบการณ์อยากจะแชร์ เม้นท์มาได้เลยนะคะ อยากอ่าน อยากรู้เหมือนกันค่ะ อิอิ


แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่