เมื่อเจ้าลูกชายสนใจเรื่องอวัยวะเพศ!!!!

อันเนื่องมาจากหลายวันก่อน ได้ไปอ่านเจอเรื่องราวของคุณแม่ที่วิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องอวัยวะเพศของลูกสาว =_=#
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เราก็เลยอยากมาบอกเล่าถึงเรื่องราวที่เราได้เจอ และแนวทางแก้ไขส่วนตัว ของเราเอง หัวเราะ
อธิบายคร่าวๆก่อนนะค่ะ ว่าเราเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว มีลูกชาย 2 คน คนโตกำลังก้าวเข้าสู่วัยรุ่นตอนต้น อีกคนวัย 5 ขวบ อาศัยในบ้านที่มีสมาชิกเป็นอาม่าวัย 86 ปี และ น้าชายขี้เมาที่ทำมาหากิน ในสวนผักของตัวเอง เพราะฉะนั้นการเลี้ยงดูและการอบรมภาระหนักจึงอยู่ที่เรา ว่าแล้วเราก็มาอ่าานกันเลยดีกว่าค่ะ ว่าเจ้าตัวแสบคนเล็กมีพฤติกรรมที่แสบซ่าแค่ไหน

พฤติกรรม....เป้าหมายมีไว้ยิง
ตอนนี้เจ้าตัวแสบกำลังเรียนอยู่ชั้น อ.2 ค่ะ อยู่ในช่วงวัยแห่งการเรียนรู้ และค้นพบ แล้ววันนึงเค้าคงได้ค้นพบว่าเค้ามีอาวุธประจำกายอยู่ชิ้นนึงซึ่งสามารถแปรเปลี่ยนไปได้หลายแบบ อมยิ้ม16 เหตุการณ์นี้เริ่มจากที่เราสังเกตว่าห้องน้ำมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ อมยิ้ม20 แล้วเราก็ไม่รู้ว่ากลิ่นที่ว่านี้ใคร? คือเจ้าของ ไอ้ครั้นจะไปโทษโดยไม่มีหลักฐาน ก็ใช่ที่ เราจึงเริ่มปฎิบัติการณ์ลับหน้าห้องน้ำ โดยการทำเป็นป่วนเปี้ยนไปมาหน้าห้องน้ำเวลาคนเข้า มาล่ะค่ะคนแรกเลย.......กำลังเดินอาดๆ มาล่ะ ใช่ค่ะ!!! เจ้าตัวแสบนี่เอง...... กำลังถกกางเกง เตรียมยิงแล้วค่ะ แต่....เอ๊ะ ทำไมเป้าหมายถึงกลายเป็นฝาชักโครก!!!! แล้วนั่น ขีปนาวุธกำลังถูกปล่อยด้วยพละกำลังแรงสูง ในมุม 90 องศา!!!!!.....พรายน้ำกระจายทั่วฝา -..- แจ๊คพอตเลยค่ะ จับได้คาหนังคาเขา แต่ๆๆๆ เราต้องยังไม่ปักใจเชื่อนะค่ะ อาจจะปวดฉี่มากก็ได้ ไม่เอาไม่พูด รอดูอีกสักครั้ง สองครั้งดีกว่านะ ครั้งต่อมา เหมือนเดิมทุกอย่างเลยค่าาา แต่คาดว่าเป้าหมายคงจะหลบหลีกขีปนาวุธนะค่ะ เพราะคราวนี้เป็นตัว z เลยค่าาา แถมซ้อนกันด้วยนะค่ะ Facepalm ครั้งนี้เราก็เลยค่อยๆเดินเข้าไปหา พร้อมถามด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริงว่า....'ทำไมฉี่ถึงมาอยู่ที่ฝาชักโครกได้หว่า? หนูปวดขนาดนั้นเลยเหรอครับ ฉี่ซะแรงเชียว' เจ้าตัวแสบหันมาหัวเราะพร้อมทั้งพูดว่า...'.ฝาชักโครกมีเชื้อโรคต้องยิงมัน' เอิ๊กกกกก..คุณแม่อย่างเราจะเป็นลมค่า แต่....ยังไม่ได้ทำลายภารกิจนี้ ต้องรีบค่ะ...'แล้วทำไมหนูไม่บอกแม่ล่ะค่ะ ว่ามันมีเชื้อโรค แม่จะได้ทำความสะอาดให้' คราวนี้หน้าสลดไปได้หน่อย เราเลยถือโอกาสบอกต่อว่า 'แล้วทำไมถึงฉี่แรงขนาดนั้นล่ะ อั้นฉี่หรือเปล่า' เจ้าตัวแสบสั่นหัวดุ๊กดิ๊ก  เราจึงปรามต่อว่า ถ้าไปฉี่แบบนี้ที่โรงเรียน คุณครูต้องตีแน่เลย พูดไม่ทันขาดคำ เจ้าตัวแสบรีบสวนทันควันเลยว่า 'กาก้า(เพื่อนที่โรงเรียน)ก็ฉี่แบบนี้ พร้าวกับ โอม ก็ฉี่นะแม่' เราเลยถึงบางอ้อเลยค่ะ ว่าเพราะอะไร  เราจึงเริ่มการทำลายภารกิจต่อทันทีค่ะ 'แล้วครูรู้หรือเปล่า ห้องน้ำล่ะ เหม็นมั้ย' คราวนี้เจ้าตัวแสบหน้าจ๋อยๆ เราเลยเข้าไปอุ้มเค้าขึ้นมา แล้วบอกกับเค้าว่า 'ห้องน้ำสกปรกมีกลิ่นเหม็น ก็ไม่มีใครอยากเข้า หนูฉี่เลอะฝาแบบนี้ ถ้าเพื่อนๆมานั่งต่อมันก็เลอะใช่มั้ย เหมือนกันนะ ถ้าเพื่อนฉี่เลอะเทอะแล้วหนูไปนั่งทับ ฉี่เพื่อนก็เลอะหนู เพราะแบบนี้ หนูไม่ทำอีกนะครับ ถ้าไม่อยากเลอะฉี่เพื่อน' แล้วเจ้าตัวแสบก็พยักหน้าหงึกๆ แล้วก็ถลาไปปั่นจักรยานต่อ =_=# พอครั้งต่อๆมาอาวุธของเจ้าตัวแสบก็ยิงเป้าหมายในระดับ 45 องศาเหมือนเดิม
พฤติกรรม...หนูใหญ่!!!
เช้าวันนึงบนที่นอน ในวันหยุดแสนสบายของ 2 แม่ลูก ขณะที่แม่ลูกเกลือกกลิ้งบนที่นอน เจ้าตัวแสบก็พูดด้วยเสียงตื่นเต้น ประดุจพบขุมทรัพย์ว่า 'แม่ดูโจ้ยหนูสิมันใหญ่ได้ด้วยอ่ะ' คุณแม่อย่างเราถึงกะสะดุ้งกันเลยทีเดียวอมยิ้ม20 หลังจากรวบรวมสติสัมปชัญญะที่มีอยู่น้อยนิดเพราะเพิ่งตื่นนอน จึงบอกกับเจ้าตัวแสบไปว่า 'ก็เพราะหนูปวดฉี่ไง งั้นเราลุกจากที่นอนกันเถอะ' แต่เจ้าตัวแสบปฏิเสธ แล้วพูดต่อว่า 'แม่จับสิมันแข็งด้วย' เอิ่มมมม..แม่ก็พอจะรู้นะลูกขาาาา แล้วเราก็รีบชวนเข้าห้องน้ำเลยค่ะ 555555 ตอนนั้นนึกไม่ออกจริงๆว่าจะแก้ไงดี แล้วก็คิดว่าแค่วันเดียวมั้ง แต่...เราคิดผิดค่ะ 2-3 วันต่อมา เจ้าตัวแสบก็ชี้ชวนให้ดูเจ้าหนอนน้อยอีกครั้ง แถมคราวนี้ถึงขั้นเปิดให้ดูเลยทีเดียว ไอ้เราก็ไม่รู้อ่ะนะว่าทำไม จึงพยายามหาทางแก้ด้วยการ...'รู้มั้ยทำไมมันถึงใหญ่จ้ะลูก ก็เพราะว่าหนูน่ะตอนกลางคืนไม่ได้ฉี่เลย พอตอนเช้ามาโจ้ยก็เลยใหญ่พอหนูไปฉี่เดี๋ยวมันก็เล็กเหมือนเดิมใช่มั้ยล่ะ เพราะงั้นไปฉี่ตอนตื่นนอนดีกว่านะ' แต่.....แล้วเราก็เงิบค่ะ เมื่อเจ้าตัวแสบบอกว่า 'แม่มันเล็กแล้วอ่ะ' พร้อมทั้งทำน้ำเสียงภูมิใจที่ได้ควบคุมอาวุธให้ใหญ่หรือเล็กได้ประหลาดใจ เราก็เลยบอกเค้าต่อว่า 'เพราะหนูไม่ยอมไปฉี่ไง ฉี่มันเลยกลับเข้าไปในท้องแล้ว เพราะงั้นไปฉี่กันเถอะ' คราวนี้เจ้าตัวแสบฟังค่ะ ลุกไปฉี่ทันที ครั้งต่อๆมา ก็ยังมีบ่นๆบ้างแต่ก็ไม่อะไรแล้ว จน ณ ตอนนี้ไม่มีพูดถึงแล้วนะค่ะ ว่าเล็กหรือใหญ่ 55555
พฤติกรรม...อย่านะ!!!
ช่วงหัวค่ำ เรา ลูกชาย และอาม่า กำลังนั่งๆนอนๆดูโทรทัศน์กันอยู่((เป็นละครแนวผีๆ)) เราก็เล่นกะลูกปกติ สักพักคือหมั่นเขี้ยวเลยจั๊กกะจี้ และระดมหอมแก้ม หัว หู แบบรัวๆ ((เราคร่อมตัวเค้าแล้วเล่นนะ 555555)) ขณะที่กำลังเพลิดเพลิน เจ้าตัวแสบก็พูดขึ้นมาว่า 'แม่อย่านะ!!! จะข่มขืนหนูเหรอ' แม่อย่างเราหยุดกึกเลยค่ะ แต่ก็ยังฟัดต่อนะค่ะ อาม่าที่อยู่ใกล้ๆก็หัวเราะ วันนั้นก็ไม่มีอะไร นั่นคือครั้งแรกที่ลูกพูดถึงเรื่องข่มขืน!! วันต่อๆมา เรากำลังแคะหูให้อาม่าอยู่โดยที่เค้านอนบนที่นอนแล้วเรานั่งอยู่ข้างๆ พอแคะเสร็จเราก็หอมแก้มอาม่าแล้วก็แบบฟัดๆกัน ((เราสนิทกะอาม่ามากค่ะ ชอบหอมแก้มเค้า)) เค้าก็แบบจั๊กกะจี้ จังหวะหอมอยู่นี่ล่ะค่ะ เจ้าตัวแสบเห็นพอดีแล้วพูดขึ้นว่า 'แม่ข่มขืนอาม่าทำไมอ่ะ' ครั้งที่สองค่ะที่ลูกชายพูด พร้อมทั้งเข้ามาตีเราไม่ให้หอมแก้มอาม่า เราเลยบอกกับเค้าไปว่า 'แม่รักอาม่าเลยหอมแก้มเค้าเฉยๆ ไม่ได้ข่มขืนจ้ะลูก แล้วนี่หนูตีแม่ทำไมกัน' พร้อมทั้งเรียกเค้ามาหาใกล้ๆ แล้วคุยกับเค้าว่า งแบบนี้ไม่เรียกข่มขืนนะค่ะ เค้าเรียกว่ารักกัน' ตอนนั้นพยายามใช้คำที่ลูกน่าจะเข้าใจง่ายที่สุดให้ลูกฟัง แล้วเราก็อธิบายต่อว่า 'ถ้าข่มขืนอาม่าเค้าต้องร้องโวยวาย ให้ช่วยแล้วล่ะ หนูเข้าใจผิดแล้วนะ' เจ้าตัวแสบทำหน้ายุ่งๆ เราเลยบอกว่า 'ข่มขืนน่ะเค้าต้องไม่ยอมลูก แต่นี่อาม่าไม่ว่าแม่เห็นมั้ย' คราวนี้เจ้าตัวแสบเลยหอมแก้มเราฟอดนึงแล้วพูดว่า 'ไม่ข่มขืนแม่นะ' เราก็เลยบอกเค้าว่า 'ใช่จ้ะ แบบนี้ไม่ข่มขืน แต่ถ้าแม่ไม่ยอมให้หอม แต่หนูอยากหอมแบบนั้นแสดงว่าหนูข่มขืนแม่นะค่ะ คนอื่นก็เหมือนกันนะค่ะ หนูอย่าไปหอมแก้มใครมั่วๆล่ะ' เจ้าตัวแสบเลยยิ้มแก้มป่อง พร้อมทั้งบอกว่า 'หนูไม่ข่มขืนใครเนอะแม่ หัวเราะ'


3 พฤติกรรมนี่ สำหรับเราถือว่าค่อนข้างยุ่งเหยิงนะ เพราะเราเป็นผู้หญิงแล้วเลี้ยงลูกเอง
2ใน3 ได้รับอิทธิพลจากเพื่อนที่โรงเรียน และ 1ใน3 มาจากสื่อ!!!
พอเราเจอเหตุการณ์แบบนี้ ทำให้เราต้องมานั่งทบทวนตัวเองต่อล่ะว่า ละครที่ฉายนั้นให้ผลต่อลูกเรามากแค่ไหนกัน การละลายพฤติกรรมที่มาจากสื่อ สำหรับเราถือว่ายังไม่รุนแรงมากนัก เพราะปกติเค้าจะไม่ค่อยดูละครภาคค่ำสักเท่าไหร่ แต่เราจะควบคุมเค้าได้แค่ไหนกันล่ะ เค้าไม่ดูตอนกลางคืน แต่ตอนกลางวัน ตอนหัวค่ำล่ะ เค้าอยู่บ้านกับคนแก่ วันๆนอกจากการเล่นตามประสาเด็กแล้ว การดูโทรทัศน์คือเรื่องปกติสำหรับเด็กวัยนี้เลยนะ ปัจจุบันเราพยายามให้ลูกห่างจากสื่อโทรทัศน์ ล่ะมาสนใจสื่ออย่างหนังสือแทน ((ปกติเค้าชอบดูหนังสืออยู่แล้วค่ะ))
แนวทางการแก้ของเราเป็นแบบง่ายๆ บ้านๆ และเฉพาะหน้า แต่ใช้ได้จริง 555555 ใครสนใจจะเอาไปปรับดูก็ได้นะค่ะ เราอยากให้คุณแม่หลายๆคนใช้สติในการเลี้ยงลูกนะค่ะ อย่าวิตกจริตมากจนเกินไป ทุกปัญหามีทางแก้เสมอนะค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่