หนึ่งใจในแผ่นดิน ตอนที่ 34

กระทู้สนทนา
ตอนที่ผ่านมาอยู่ คห สุดท้ายค่ะ



แจ้งให้ทราบค่ะ
เนื่องจากว่าผู้เขียนรีไรท์เรื่องราวโดยการตัดทอนความยาวแต่ละตอนให้กระชับ และมีการยกเนื้อหาไปขึ้นตอนถัดไป
ทำให้ลำดับตอนเลื่อนออกค่ะ  แค่เลขลำดับเลื่อนค่ะ แต่เนื้อหาต่อกัน



หนึ่งใจในแผ่นดิน

ตอนที่ 34



ชายผมย้อมสีจุดบุหรี่ขึ้นสูบด้านหลังผับแล้วแหงนหน้าขึ้นมองความอลังการของสถานบันเทิงขนาดใหญ่ที่เริ่มเปิดให้บริการ ภายในที่มีนักท่องราตรีมากหน้า

หลายตานั้นมีถูกปะปนด้วยพ่อค้ายาหลายต่อหลายคน ใครจะรู้ว่าเบื้องหน้าที่เป็นสถานรวมโคโยตี้ที่น่าเจ๋งที่สุดของเมืองไทย แต่เบื้องหลังคือสถานที่รวม

การค้ายาที่ใหญ่ที่สุดเช่นกัน

เขาวาดฝันถึงรายได้ที่มาเป็นกอบเป็นกำที่จะกลายเป็นของเขากับอนาคตใหม่ในฐานะเศรษฐีไม่ใช่ขี้ข้าของใครตามที่คุณนายสัญญาเอาไว้ แต่สิ่งที่ทำให้

หงุดหงิดจนต้องออกมาดูดบุหรี่ดับอารมณ์คือเสี่ยบัญชาที่นั่งขวางหูขวางตาบนห้องนั้น เขาเร่งวันเร่งคืนให้ถึงวันที่กำจัดชายแก่ร่างท้วมนั้นไปให้พ้นตาจน

ทนแทบไม่ไหว

    “ลูกพี่” เสียงเรียกตำเหน่งของชายสวมแว่นดำดังขึ้น

    “เรื่องในเรือนจำเป็นยังไงบ้าง” เขาถามข้อมูลที่ต้องการรู้ทันที

    “สายในนั้นบอกว่าทุกอย่างยังปิดได้เงียบสนิท” ผู้น้อยรายงานข้อมูล

         “แล้วเรื่องที่ไอ้ป๋องมันไปหาไอ้อำพันนั่นล่ะ” เขาถามพลางพ่นควันบุหรี่

        “สายของเราบอกว่าไอ้อำพันมันปิดปากเงียบไม่ยอมบอกอะไรทั้งสิ้น ขนาดโดนทรมานจนตายก็ไม่ยอมบอกครับ”

    เขาสบถเป็นคำหยาบคายแล้วทิ้งบุหรี่ลงพื้นก่อนใช้เท้าเหยียบเปลวไฟให้มอด “เสียแรงที่ข้าเลี้ยงไว้ ไอ้พวกนั้นก็ดีแต่กินเงิน แต่ทำงานไม่ได้เรื่อง”

    “เอ่อ...แต่ยังมีอีกอย่าง มันเห็นว่าไอ้อำพันมันแลกใบสั่งกับไอ้ป๋อง”

    “แลกใบสั่ง ?” คิ้วที่ย่นเข้าหากันด้วยความฉงนจนเกิดรอยย่นหลายชั้นทำให้คนโดนถามต้องรีบบอกต่อ

    “นี่เป็นใบสั่งที่ไอ้ป๋องได้จากไอ้ตี๋ร้านยา มันแลกกับไอ้อำพันตอนที่เรือนจำ แต่สายของเราเก็บมาได้จากศพของไอ้อำพันก่อนที่เจ้าหน้าที่คนอื่นจะมา

พบ” เขารีบยื่นกระดาษแผ่นเล็กให้ลูกพี่

    “ฆ่าสามแม่ลูกที่ทองผาภูมิ” เขาขยับแว่นสีชาให้พ้นสายตาแล้วอ่านข้อความสีน้ำตาลในใบสั่งที่เป็นลายมือของเขาเอง ส่วนอีกข้อความที่ไม่ใช่ลาย

มือของเขาและทำให้เขาถึงกับกัดฟันแน่น


        ‘ถึงแก ไอ้คนส่งสาร ข้าจะปกป้องลูกเมียข้าแม้ตัวจะตายไปแล้วก็ตาม จากข้า...ฤๅษีแปลงสาร’


        “ไอ้ป๋องกับไอ้อำพันมันหักหลังเรา สมควรแล้วที่พวกมันจะตาย !” เขาฉีกกระดาษแผ่นนั้นเป็นเศษชิ้นเล็กชิ้นน้อย

        “เราต้องหาใบสั่งที่ไอ้อำพันมันแปลงข้อความให้เจอ !”

        “จะเอามาได้ยังไงกันครับลูกพี่ ตอนที่ไอ้ป๋องโดนยิง เราเข้าไม่ถึงตัวมัน วันนั้นตำรวจก็มาที่เกิดเหตุไวอย่างกับมดได้กลิ่นน้ำตาล ตอนนี้ศพมันก็ถูก

เก็บไว้ที่กรมสอบสวน หาทางเข้าไปยากมาก” ลูกน้องตอบอย่างหมดหวัง

        การพยายามเข้าถึงศพทำได้ยากจริงอย่างที่ลูกน้องของเขากล่าว แต่ถ้าหากตำรวจได้กระดาษแผ่นนั้นไปล่ะก็สิ่งที่วาดฝันในหัวไว้เป็นต้องล้มเหลว

ชายผมย้อมสีอารมณ์พุ่งถึงจุดเดือดและลงความโกรธเกรี้ยวโดยการตวัดสายตาดุไปที่ลูกน้อง

        “แล้วที่ให้แกติดตามไอ้เด็กหนุ่มนั้นล่ะ มันเดินทางไปทองผาภูมิหรือยัง !”


        “ผมพยายามติดตามมันทุกคืน แต่แปลกมากที่มันมักจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยทุกครั้งที่มันเข้าไปในตึกแห่งหนึ่ง”ผู้น้อยตอบด้วยท่าทีกระอัก
กระอ่วน  

        “แกคอยจับตาดูมันให้ดี ข้ารู้สึกได้กลิ่นแปลกๆจากตัวมัน !” ลูกพี่สั่งเสียงเข้ม
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่