ซุปเปอร์บอร์ด สั่ง ICT จ้างที่ปรึกษากำหนดยุทธศาสตร์ TOT CAT ร่วมกันและคลียร์ปัญหาเรื่องคลื่นความถี่ทั้งหมด !! คดีพิพาทระหว่างกัน รวม 2.1 แสนล้านบาท ( โดยเฉพาะค่า AC )
ประเด็นหลัก
เมื่อวันที่ 1 ต.ค. นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซุปเปอร์บอร์ด ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้พิจารณาใน 3 ประเด็นสำคัญ คือ การแก้ไขปัญหาองค์กรรัฐวิสาหกิจ 5 แห่ง โดยในส่วนของ บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม มอบหมายให้กระทรวงไอซีที ในฐานะกระทรวงเจ้าสังกัด ดำเนินการจัดจ้างบริษัทที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การดำเนินงานของ บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม ร่วมกัน และเห็นชอบให้มีการตั้งคณะทำงานในการกำกับดูแลการทำงานของบริษัทที่ปรึกษาดังกล่าว โดยมี นายทวีศักดิ์ กออนันตกูล เป็นประธาน และมีกระทรวงไอซีที และ คนร.เป็นเลขานุการร่วม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีพิพาทระหว่างกสทฯ และ ทีโอที คือ ทีโอทีฟ้องกสทฯ รวม 2.1 แสนล้านบาท กรณีที่คู่สัญญาของกสทฯ ค้างชำระค่าเชื่อมต่อเลขหมาย หรือ เอซี (แอ็คเซสชาร์จ) รวม 1.38 แสนล้านบาท แบ่งเป็น บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) 9.7 หมื่นล้านบาท ทรูมูฟ 3.5 หมื่นล้านบาท ดิจิตอลโฟน (ดีพีซี) 2,400 ล้านบาท และกสทฯ เอง 4,200 ล้านบาท
นายพรชัย รุจิประภา รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้นางเมธินี เทพมณี ปลัดกระทรวงไอซีที ไปตั้งคณะทำงานร่วมกันกับคณะกรรมการ (บอร์ด) ของ บริษัท ทีโอที และ กสท โทรคมนาคม เพื่อเคลียร์ปัญหาเรื่องคลื่นความถี่ทั้งหมด ขณะเดียวกันก็ให้เจรจากับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้วย เพื่อให้การเจรจาประเด็นเรื่องคลื่นความถี่ไปในทิศทางเดียวกัน เพราะปัจจุบันกสทฯ และทีโอที เป็นเจ้าของคลื่นความถี่ แต่ไม่มีสิทธิ์ใช้คลื่น เป็นต้น
นอกจากนี้ยังเคลียร์ปัญหากรณีข้อพิพาทระหว่างกันด้วย โดยเฉพาะกรณีค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (แอคเซสชาร์จ)หรือค่าเอซี มูลค่ากว่า 138,000 ล้านบาท ที่มีปัญหากันมาอย่างยาวนาน รวมถึงประเด็นการลงทุนและการให้บริการที่ซ้ำซ้อนกัน ก็ต้องมีความชัดเจนว่าจะร่วมทุนกันทำธุรกิจ แบ่งพื้นที่การให้บริการ ก็ให้เจรจาหารือกันให้ความชัดเจนโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการเงินภายหลัง
______________________________
ซุปเปอร์บอร์ด สั่งไอซีที จ้างที่ปรึกษากำหนดยุทธศาสตร์ ทีโอที-กสท
ซุปเปอร์บอร์ด มีมติให้ ไอซีที จ้างที่ปรึกษากำหนดยุทธศาสตร์ ทีโอที-กสท เร่งบินไทยทำแผนยุทธศาสตร์ปฏิรูปบริษัท รับธุรกิจสายการบินแข่งเดือด ให้ ขสมก.ส่งแผนฟื้นฟูกลางเดือน ต.ค. ไฟเขียว ธปท.กำกับแบงก์เฉพาะกิจรัฐ...
เมื่อวันที่ 1 ต.ค. นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซุปเปอร์บอร์ด ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้พิจารณาใน 3 ประเด็นสำคัญ คือ การแก้ไขปัญหาองค์กรรัฐวิสาหกิจ 5 แห่ง โดยในส่วนของ บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม มอบหมายให้กระทรวงไอซีที ในฐานะกระทรวงเจ้าสังกัด ดำเนินการจัดจ้างบริษัทที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การดำเนินงานของ บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม ร่วมกัน และเห็นชอบให้มีการตั้งคณะทำงานในการกำกับดูแลการทำงานของบริษัทที่ปรึกษาดังกล่าว โดยมี นายทวีศักดิ์ กออนันตกูล เป็นประธาน และมีกระทรวงไอซีที และ คนร.เป็นเลขานุการร่วม
ส่วนกรณีของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้เร่งดำเนินการจัดทำ Due Diligence และให้มีแผนการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรม รวมถึงแนวทางป้องกันการเกิดปัญหาในอนาคตและกรณีของ บมจ.การบินไทย ให้เร่งรัดจัดทำแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปบริษัทอย่างจริงจัง เพื่อให้สามารถแข่งขันในสภาวะการแข่งขันของธุรกิจการบินโลกที่รุนแรง โดยนำเสนอ คนร.ภายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2557 ขณะที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ให้ส่งแผนฟื้นฟูองค์กรต่อ คนร. ภายในกลางเดือน ต.ค.นี้
สำหรับการกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ได้เห็นชอบให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นหน่วยงานกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ครอบคลุมถึงการออกเกณฑ์กำกับดูแล การตรวจสอบตามความเหมาะสมของผู้บริหาร ติดตาม และตรวจสอบ รวมถึงสั่งการให้มีการแก้ไขปัญหา เพื่อให้การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ มีความเป็นอิสระอย่างแท้จริง ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการใช้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐดำเนินการที่ไม่เหมาะสม ส่วนการกำกับด้านนโยบายและผู้ถือหุ้นยังคงเป็นของกระทรวงการคลังต่อไป และมอบหมายให้ ธปท. และกระทรวงการคลัง ร่วมกำหนดกรอบในการกำกับดูแลในรายละเอียดต่อไป
ในส่วนการสร้างความโปร่งใสในการก่อสร้าง การจัดซื้อจัดจ้าง และการร่วมลงทุนของรัฐวิสาหกิจ เนื่องจากการประชุมฯ 2 ครั้งที่ผ่านมา มอบหมายให้ สคร. สมัครเป็นภาคีสมาชิกกับ CoST (The Construction Sector Transparency Initiative ) และเมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมการ CoST ได้รับประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิก และ คนร.ได้มีมติให้รัฐวิสาหกิจที่มีโครงการขนาดใหญ่มาเป็นโครงการนำร่องที่จะใช้ระบบของ CoST โดยในเบื้องต้นกำหนดให้โครงการก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรณภูมิ ระยะที่ 2 ของ บมจ.ท่าอากาศยานไทย(AOT) เป็นโครงการนำร่อง.
http://www.thairath.co.th/content/454054
_____________________________
?ไอซีที ตั้งบอร์ดร่วม กสท-ทีโอที เคลียร์คดีพิพาท?
รมว.ไอซีที สั่งตั้งคณะทำงานร่วม กสท-ทีโอที เร่งเคลียร์คดีพิพาท 1 แสนล้านให้จบ และลดลงทุนไฟเบอร์ออฟติกที่ยังซ้ำซ้อน ระบุ ต้องชัดเจนภายใน 1-2 เดือน
วันนี้ (2 ต.ค.) ที่บริษัท ทีโอที จำกัด นายพรชัย รุจิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยภายหลังเดินทางมามอบนโยบายกับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT และไปรษณีย์ไทยว่า ได้มอบหมายให้ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) ของ ทีโอที และ กสท ตั้งคณะทำงานร่วมตามมติของคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (ซุปเปอร์บอ์ด) เพื่อแก้ปัญหาทั้ง 2 องค์กรให้สามารถแข่งขันกับเอกชนได้
สำหรับภารกิจที่ต้องดำเนินการเร่งด่วน คือ การจบปัญหาคดีพิพาทระหว่างกสท และ ทีโอที กว่า 2 แสนล้านบาท และ ลดลงทุนซ้ำซ้อน อาทิ การลงทุนด้านไฟเบอร์ออฟติก ที่ต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้ลงทุนในจุดใด และต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 1-2 เดือน โดยทั้ง 2 องค์กรต้องเร่งเคลียร์ให้จบโดยเร็ว หากยังแก้ปัญหาไม่ได้ ให้ส่งเรื่องมาที่กระทรวงไอซีที แล้วกระทรวงไอซีทีจะส่งเรื่องนี้ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ตัดสินใจเอง
"ทีโอที ถือเป็นหน่วยงานในสังกัดไอซีทีที่น่าเป็นห่วงที่สุด เนื่องจากในสิ้นปีนี้จะขาดทุนถึง 1 หมื่นล้านบาท ดังนั้น ต้องดำเนินการทุกทางเพื่อให้ทีโอทีพลิกฟื้นโดนเร็วที่สุด ส่วนไปรษณีย์ไทย มีนโยบายให้เตรียมความพร้อมด้านระบบการขนส่ง (โลจิสติกส์) ให้แข็งแกร่งเพื่อเตรียมรองรับกับเศรษฐกิจดิจิทัล (ดิจิทัล อีโคโนมี) ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของปณท. อยู่แล้ว" นายพรชัย กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีพิพาทระหว่างกสทฯ และ ทีโอที คือ ทีโอทีฟ้องกสทฯ รวม 2.1 แสนล้านบาท กรณีที่คู่สัญญาของกสทฯ ค้างชำระค่าเชื่อมต่อเลขหมาย หรือ เอซี (แอ็คเซสชาร์จ) รวม 1.38 แสนล้านบาท แบ่งเป็น บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) 9.7 หมื่นล้านบาท ทรูมูฟ 3.5 หมื่นล้านบาท ดิจิตอลโฟน (ดีพีซี) 2,400 ล้านบาท และกสทฯ เอง 4,200 ล้านบาท
http://www.dailynews.co.th/Content/IT/271028/ไอซีที+ตั้งบอร์ดร่วม+กสท-ทีโอที+เคลียร์คดีพิพาท
_______________________________________________________
ไอซีทีไล่เคลียร์คลื่นทีโอที-กสทฯ พร้อมเร่งแก้ปมดาวเทียมไทยคม
“ไอซีที” ใส่เกียร์เร่งเคลียร์ปมคลื่นความถี่ คดีข้อพิพาท พลิกฟื้นทีโอที-กสทฯ สั่งรายการความคืบหน้าทุกเดือน มั่นใจ 3-4 เดือนมีความชัดเจนมากขึ้น ย้ำตกลงกันไม่ได้ จะเสนอ ครม.เคาะต่อไป พร้อมเร่งเคลียร์ไทยคม
นายพรชัย รุจิประภา รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้นางเมธินี เทพมณี ปลัดกระทรวงไอซีที ไปตั้งคณะทำงานร่วมกันกับคณะกรรมการ (บอร์ด) ของ บริษัท ทีโอที และ กสท โทรคมนาคม เพื่อเคลียร์ปัญหาเรื่องคลื่นความถี่ทั้งหมด ขณะเดียวกันก็ให้เจรจากับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้วย เพื่อให้การเจรจาประเด็นเรื่องคลื่นความถี่ไปในทิศทางเดียวกัน เพราะปัจจุบันกสทฯ และทีโอที เป็นเจ้าของคลื่นความถี่ แต่ไม่มีสิทธิ์ใช้คลื่น เป็นต้น
นอกจากนี้ยังเคลียร์ปัญหากรณีข้อพิพาทระหว่างกันด้วย โดยเฉพาะกรณีค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (แอคเซสชาร์จ)หรือค่าเอซี มูลค่ากว่า 138,000 ล้านบาท ที่มีปัญหากันมาอย่างยาวนาน รวมถึงประเด็นการลงทุนและการให้บริการที่ซ้ำซ้อนกัน ก็ต้องมีความชัดเจนว่าจะร่วมทุนกันทำธุรกิจ แบ่งพื้นที่การให้บริการ ก็ให้เจรจาหารือกันให้ความชัดเจนโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการเงินภายหลัง
“ปัญหาใดที่ทีโอทีและ กสทฯ ไม่สามารถเจรจาหารือข้อยุติ หรือเกินอำนาจ ก็ข้อให้สรุปประเด็นและทางออกมายังกระทรวงไอซีที เพื่อนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาหาทางออกต่อไป พร้อมทั้งจะเร่งจ้างที่ปรึกษาศึกษาการควบรวบกิจการ ตามมติซูเปอร์บอร์ดภายใน 3-4 เดือนข้างหน้า” นายพรชัยกล่าว
ขณะเดียวกันจะมีการแก้ปัญหาของธุรกิจอวกาศ สืบเนื่องจากคำสั่งของอัยการสูงสุดให้ไอซีทีตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลสัมปทานตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานและดำเนินการในกิจการของรัฐ หรือ คณะกรรมการมาตรา 72 โดยจะมีบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) เข้ามาร่วมเป็นกรรมการเป็นเพื่อแก้ปัญหาที่ยังขัดแย้งกันอยู่ สืบเนื่องจากคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวันที่ 26 ก.พ.2553 มองว่ารัฐเสียหาย ได้แก่ การอนุมัติให้ลดสัดส่วนการถือครองหุ้นของ บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในไทยคม จากที่ต้องถือไม่น้อยกว่า 51% กลายเป็นไม่น้อยกว่า 40% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ปัญหาดาวเทียมสำรองของดาวเทียมไทยคม 3 และสถานะของดาวเทียมไอพีสตาร์ว่าเป็นดาวเทียมนอกสัมปทานหรือไม่ การคืนเงินประกัน 6.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่ได้จากกรณีดาวเทียมไทยคม 3 ปลดระวางก่อนกำหนด เพื่อเร่งศึกษารายละเอียด สรุปแนวทางแก้ไขให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตัดสินใจอีกครั้ง.
http://www.thaipost.net/news/031014/97028
ซุปเปอร์บอร์ด สั่ง ICT จ้างที่ปรึกษากำหนดยุทธศาสตร์ TOT CATร่วมกันและเคลียร์เรื่องคลื่น!! คดีพิพาทร่วม 2.1 แสนล้านบาท
ประเด็นหลัก
เมื่อวันที่ 1 ต.ค. นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซุปเปอร์บอร์ด ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้พิจารณาใน 3 ประเด็นสำคัญ คือ การแก้ไขปัญหาองค์กรรัฐวิสาหกิจ 5 แห่ง โดยในส่วนของ บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม มอบหมายให้กระทรวงไอซีที ในฐานะกระทรวงเจ้าสังกัด ดำเนินการจัดจ้างบริษัทที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การดำเนินงานของ บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม ร่วมกัน และเห็นชอบให้มีการตั้งคณะทำงานในการกำกับดูแลการทำงานของบริษัทที่ปรึกษาดังกล่าว โดยมี นายทวีศักดิ์ กออนันตกูล เป็นประธาน และมีกระทรวงไอซีที และ คนร.เป็นเลขานุการร่วม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีพิพาทระหว่างกสทฯ และ ทีโอที คือ ทีโอทีฟ้องกสทฯ รวม 2.1 แสนล้านบาท กรณีที่คู่สัญญาของกสทฯ ค้างชำระค่าเชื่อมต่อเลขหมาย หรือ เอซี (แอ็คเซสชาร์จ) รวม 1.38 แสนล้านบาท แบ่งเป็น บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) 9.7 หมื่นล้านบาท ทรูมูฟ 3.5 หมื่นล้านบาท ดิจิตอลโฟน (ดีพีซี) 2,400 ล้านบาท และกสทฯ เอง 4,200 ล้านบาท
นายพรชัย รุจิประภา รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้นางเมธินี เทพมณี ปลัดกระทรวงไอซีที ไปตั้งคณะทำงานร่วมกันกับคณะกรรมการ (บอร์ด) ของ บริษัท ทีโอที และ กสท โทรคมนาคม เพื่อเคลียร์ปัญหาเรื่องคลื่นความถี่ทั้งหมด ขณะเดียวกันก็ให้เจรจากับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้วย เพื่อให้การเจรจาประเด็นเรื่องคลื่นความถี่ไปในทิศทางเดียวกัน เพราะปัจจุบันกสทฯ และทีโอที เป็นเจ้าของคลื่นความถี่ แต่ไม่มีสิทธิ์ใช้คลื่น เป็นต้น
นอกจากนี้ยังเคลียร์ปัญหากรณีข้อพิพาทระหว่างกันด้วย โดยเฉพาะกรณีค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (แอคเซสชาร์จ)หรือค่าเอซี มูลค่ากว่า 138,000 ล้านบาท ที่มีปัญหากันมาอย่างยาวนาน รวมถึงประเด็นการลงทุนและการให้บริการที่ซ้ำซ้อนกัน ก็ต้องมีความชัดเจนว่าจะร่วมทุนกันทำธุรกิจ แบ่งพื้นที่การให้บริการ ก็ให้เจรจาหารือกันให้ความชัดเจนโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการเงินภายหลัง
______________________________
ซุปเปอร์บอร์ด สั่งไอซีที จ้างที่ปรึกษากำหนดยุทธศาสตร์ ทีโอที-กสท
ซุปเปอร์บอร์ด มีมติให้ ไอซีที จ้างที่ปรึกษากำหนดยุทธศาสตร์ ทีโอที-กสท เร่งบินไทยทำแผนยุทธศาสตร์ปฏิรูปบริษัท รับธุรกิจสายการบินแข่งเดือด ให้ ขสมก.ส่งแผนฟื้นฟูกลางเดือน ต.ค. ไฟเขียว ธปท.กำกับแบงก์เฉพาะกิจรัฐ...
เมื่อวันที่ 1 ต.ค. นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซุปเปอร์บอร์ด ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้พิจารณาใน 3 ประเด็นสำคัญ คือ การแก้ไขปัญหาองค์กรรัฐวิสาหกิจ 5 แห่ง โดยในส่วนของ บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม มอบหมายให้กระทรวงไอซีที ในฐานะกระทรวงเจ้าสังกัด ดำเนินการจัดจ้างบริษัทที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การดำเนินงานของ บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม ร่วมกัน และเห็นชอบให้มีการตั้งคณะทำงานในการกำกับดูแลการทำงานของบริษัทที่ปรึกษาดังกล่าว โดยมี นายทวีศักดิ์ กออนันตกูล เป็นประธาน และมีกระทรวงไอซีที และ คนร.เป็นเลขานุการร่วม
ส่วนกรณีของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้เร่งดำเนินการจัดทำ Due Diligence และให้มีแผนการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรม รวมถึงแนวทางป้องกันการเกิดปัญหาในอนาคตและกรณีของ บมจ.การบินไทย ให้เร่งรัดจัดทำแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปบริษัทอย่างจริงจัง เพื่อให้สามารถแข่งขันในสภาวะการแข่งขันของธุรกิจการบินโลกที่รุนแรง โดยนำเสนอ คนร.ภายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2557 ขณะที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ให้ส่งแผนฟื้นฟูองค์กรต่อ คนร. ภายในกลางเดือน ต.ค.นี้
สำหรับการกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ได้เห็นชอบให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นหน่วยงานกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ครอบคลุมถึงการออกเกณฑ์กำกับดูแล การตรวจสอบตามความเหมาะสมของผู้บริหาร ติดตาม และตรวจสอบ รวมถึงสั่งการให้มีการแก้ไขปัญหา เพื่อให้การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ มีความเป็นอิสระอย่างแท้จริง ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการใช้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐดำเนินการที่ไม่เหมาะสม ส่วนการกำกับด้านนโยบายและผู้ถือหุ้นยังคงเป็นของกระทรวงการคลังต่อไป และมอบหมายให้ ธปท. และกระทรวงการคลัง ร่วมกำหนดกรอบในการกำกับดูแลในรายละเอียดต่อไป
ในส่วนการสร้างความโปร่งใสในการก่อสร้าง การจัดซื้อจัดจ้าง และการร่วมลงทุนของรัฐวิสาหกิจ เนื่องจากการประชุมฯ 2 ครั้งที่ผ่านมา มอบหมายให้ สคร. สมัครเป็นภาคีสมาชิกกับ CoST (The Construction Sector Transparency Initiative ) และเมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมการ CoST ได้รับประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิก และ คนร.ได้มีมติให้รัฐวิสาหกิจที่มีโครงการขนาดใหญ่มาเป็นโครงการนำร่องที่จะใช้ระบบของ CoST โดยในเบื้องต้นกำหนดให้โครงการก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรณภูมิ ระยะที่ 2 ของ บมจ.ท่าอากาศยานไทย(AOT) เป็นโครงการนำร่อง.
http://www.thairath.co.th/content/454054
_____________________________
?ไอซีที ตั้งบอร์ดร่วม กสท-ทีโอที เคลียร์คดีพิพาท?
รมว.ไอซีที สั่งตั้งคณะทำงานร่วม กสท-ทีโอที เร่งเคลียร์คดีพิพาท 1 แสนล้านให้จบ และลดลงทุนไฟเบอร์ออฟติกที่ยังซ้ำซ้อน ระบุ ต้องชัดเจนภายใน 1-2 เดือน
วันนี้ (2 ต.ค.) ที่บริษัท ทีโอที จำกัด นายพรชัย รุจิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยภายหลังเดินทางมามอบนโยบายกับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT และไปรษณีย์ไทยว่า ได้มอบหมายให้ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) ของ ทีโอที และ กสท ตั้งคณะทำงานร่วมตามมติของคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (ซุปเปอร์บอ์ด) เพื่อแก้ปัญหาทั้ง 2 องค์กรให้สามารถแข่งขันกับเอกชนได้
สำหรับภารกิจที่ต้องดำเนินการเร่งด่วน คือ การจบปัญหาคดีพิพาทระหว่างกสท และ ทีโอที กว่า 2 แสนล้านบาท และ ลดลงทุนซ้ำซ้อน อาทิ การลงทุนด้านไฟเบอร์ออฟติก ที่ต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้ลงทุนในจุดใด และต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 1-2 เดือน โดยทั้ง 2 องค์กรต้องเร่งเคลียร์ให้จบโดยเร็ว หากยังแก้ปัญหาไม่ได้ ให้ส่งเรื่องมาที่กระทรวงไอซีที แล้วกระทรวงไอซีทีจะส่งเรื่องนี้ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ตัดสินใจเอง
"ทีโอที ถือเป็นหน่วยงานในสังกัดไอซีทีที่น่าเป็นห่วงที่สุด เนื่องจากในสิ้นปีนี้จะขาดทุนถึง 1 หมื่นล้านบาท ดังนั้น ต้องดำเนินการทุกทางเพื่อให้ทีโอทีพลิกฟื้นโดนเร็วที่สุด ส่วนไปรษณีย์ไทย มีนโยบายให้เตรียมความพร้อมด้านระบบการขนส่ง (โลจิสติกส์) ให้แข็งแกร่งเพื่อเตรียมรองรับกับเศรษฐกิจดิจิทัล (ดิจิทัล อีโคโนมี) ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของปณท. อยู่แล้ว" นายพรชัย กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีพิพาทระหว่างกสทฯ และ ทีโอที คือ ทีโอทีฟ้องกสทฯ รวม 2.1 แสนล้านบาท กรณีที่คู่สัญญาของกสทฯ ค้างชำระค่าเชื่อมต่อเลขหมาย หรือ เอซี (แอ็คเซสชาร์จ) รวม 1.38 แสนล้านบาท แบ่งเป็น บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) 9.7 หมื่นล้านบาท ทรูมูฟ 3.5 หมื่นล้านบาท ดิจิตอลโฟน (ดีพีซี) 2,400 ล้านบาท และกสทฯ เอง 4,200 ล้านบาท
http://www.dailynews.co.th/Content/IT/271028/ไอซีที+ตั้งบอร์ดร่วม+กสท-ทีโอที+เคลียร์คดีพิพาท
_______________________________________________________
ไอซีทีไล่เคลียร์คลื่นทีโอที-กสทฯ พร้อมเร่งแก้ปมดาวเทียมไทยคม
“ไอซีที” ใส่เกียร์เร่งเคลียร์ปมคลื่นความถี่ คดีข้อพิพาท พลิกฟื้นทีโอที-กสทฯ สั่งรายการความคืบหน้าทุกเดือน มั่นใจ 3-4 เดือนมีความชัดเจนมากขึ้น ย้ำตกลงกันไม่ได้ จะเสนอ ครม.เคาะต่อไป พร้อมเร่งเคลียร์ไทยคม
นายพรชัย รุจิประภา รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้นางเมธินี เทพมณี ปลัดกระทรวงไอซีที ไปตั้งคณะทำงานร่วมกันกับคณะกรรมการ (บอร์ด) ของ บริษัท ทีโอที และ กสท โทรคมนาคม เพื่อเคลียร์ปัญหาเรื่องคลื่นความถี่ทั้งหมด ขณะเดียวกันก็ให้เจรจากับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้วย เพื่อให้การเจรจาประเด็นเรื่องคลื่นความถี่ไปในทิศทางเดียวกัน เพราะปัจจุบันกสทฯ และทีโอที เป็นเจ้าของคลื่นความถี่ แต่ไม่มีสิทธิ์ใช้คลื่น เป็นต้น
นอกจากนี้ยังเคลียร์ปัญหากรณีข้อพิพาทระหว่างกันด้วย โดยเฉพาะกรณีค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (แอคเซสชาร์จ)หรือค่าเอซี มูลค่ากว่า 138,000 ล้านบาท ที่มีปัญหากันมาอย่างยาวนาน รวมถึงประเด็นการลงทุนและการให้บริการที่ซ้ำซ้อนกัน ก็ต้องมีความชัดเจนว่าจะร่วมทุนกันทำธุรกิจ แบ่งพื้นที่การให้บริการ ก็ให้เจรจาหารือกันให้ความชัดเจนโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการเงินภายหลัง
“ปัญหาใดที่ทีโอทีและ กสทฯ ไม่สามารถเจรจาหารือข้อยุติ หรือเกินอำนาจ ก็ข้อให้สรุปประเด็นและทางออกมายังกระทรวงไอซีที เพื่อนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาหาทางออกต่อไป พร้อมทั้งจะเร่งจ้างที่ปรึกษาศึกษาการควบรวบกิจการ ตามมติซูเปอร์บอร์ดภายใน 3-4 เดือนข้างหน้า” นายพรชัยกล่าว
ขณะเดียวกันจะมีการแก้ปัญหาของธุรกิจอวกาศ สืบเนื่องจากคำสั่งของอัยการสูงสุดให้ไอซีทีตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลสัมปทานตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานและดำเนินการในกิจการของรัฐ หรือ คณะกรรมการมาตรา 72 โดยจะมีบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) เข้ามาร่วมเป็นกรรมการเป็นเพื่อแก้ปัญหาที่ยังขัดแย้งกันอยู่ สืบเนื่องจากคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวันที่ 26 ก.พ.2553 มองว่ารัฐเสียหาย ได้แก่ การอนุมัติให้ลดสัดส่วนการถือครองหุ้นของ บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในไทยคม จากที่ต้องถือไม่น้อยกว่า 51% กลายเป็นไม่น้อยกว่า 40% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ปัญหาดาวเทียมสำรองของดาวเทียมไทยคม 3 และสถานะของดาวเทียมไอพีสตาร์ว่าเป็นดาวเทียมนอกสัมปทานหรือไม่ การคืนเงินประกัน 6.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่ได้จากกรณีดาวเทียมไทยคม 3 ปลดระวางก่อนกำหนด เพื่อเร่งศึกษารายละเอียด สรุปแนวทางแก้ไขให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตัดสินใจอีกครั้ง.
http://www.thaipost.net/news/031014/97028