สวัสดีค่ะพี่น้องชาวไทยในพันทิปทุกท่าน นี่เป็นการตั้งกระทู้ครั้งแรกของดิฉัน คิดอยู่นานเลยว่าจะหาเรื่องราวมีสาระและเป็นประโยชน์เกี่ยวกับอะไรดี นึกได้ว่าตัวเองนอกจากจะชอบอ่านแต่การ์ตูนแล้ว ดิฉันยังมีความชอบและสนใจในพระพุทธวจนจากพระโอษฐ์ของพระพุทธเจ้าด้วย แค่ศึกษาพระดำรัสที่พระองค์ทรงเคยตรัสไว้เท่านั้นค่ะ (ไม่มีความรู้เรื่องเครื่องราง ของขลัง หรืออิทธิฤทธิ์ใดๆ เลยค่ะ แต่เพราะความสงสัยใคร่รู้ส่วนตัวว่าพระพุทธเจ้าเคยตรัสว่าอะไร อย่างไรบ้างเท่านั้น พระสูตรก็เพิ่งจะเริ่มอ่าน รู้จักแค่ปฏิจจสมุปบาทเอง ดังนั้นขออนุญาตออกตัวก่อนว่าความรู้ยังน้อยค่ะ)
จริงอยู่เป้าหมายของพุทธศาสนานั้นคือนิพพาน ซึ่งคือการปล่อยวางและไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งต่างๆ
แต่นอกจากพระพุทธรรมอันมีเป้าหมายไปสู่ความหลุดพ้นแล้ว พระพุทธเจ้ายังทรงตรัสแนะนำถึงหลักการครองเรือนและการใช้ชีวิตของปุถุชนด้วย
อย่างเช่นพระดำรัสนี้ค่ะ ที่ท่านทรงแนะนำว่าทำอย่างไรจึงค้าขายมีกำไร!! ไร ไร ไร !! ((ใส่เสียงเอคโค่))
ลองอ่านแล้วทำความเข้าใจดูก่อนนะคะ มีคำอธิบายเพิ่มเติมด้านล่างค่ะ
คำถาม เพราะเหตุไร? คนบางคนค้าขายจึงขาดทุน
บางคนไม่ได้กำไรตามที่คาดหวัง
บางคนได้กำไรตามที่คาดหวัง
บางคนกลับได้ยิ่งกว่าที่คาดหวังไว้ ?
พุทธดำรัสตอบ “.....ดูก่อนสารีบุตร บุคคลบางคนในโลกนี้..
1. เข้าไปหาสมณะหรือพราหมณ์แล้ว ถามว่า "ท่านจงบอกปัจจัยที่ท่านประสงค์มาเถิด"
แต่หลังจากถามแล้วเขากลับไม่ถวายปัจจัยดังที่ได้ปวารณาไว้.. ถ้าเขาเคลื่อนจากอัตตภาพนั้นมาสู่ความเป็นมนุษย์นี้ เขาทำการค้าขายอย่างใด เขาย่อมขาดทุน
2. บุคคลบางคนในโลกนี้ เข้าไปหาสมณะหรือพราหมณ์แล้ว ถามว่า "ท่านจงบอกปัจจัยที่ท่านประสงค์มาเถิด"
แต่เขาถวายปัจจัยไม่เต็มตามที่ได้ปวารณาไว้ ถ้าเขาเคลื่อนจากอัตภาพนั้นมาสู่ความเป็นมนุษย์นี้ เขาทำการค้าขายอย่างใดๆ เขาย่อมไม่ได้กำไรตามที่ประสงค์
3. บุคคลบางคนในโลกนี้ เข้าไปหาสมณะหรือพราหมณ์แล้ว ถามว่า "ท่านจงบอกปัจจัยที่ท่านประสงค์มาเถิด"
เขาถวายปัจจัยเต็มตามที่ได้ปวารณาไว้ ถ้าเขาเคลื่อนจากอัตภาพนั้นมาสู่ความเป็นมนุษย์นี้ เขาทำการค้าขายอย่างใดๆ เขาย่อมได้กำไรตามที่ประสงค์
4. บุคคลบางคนในโลกนี้ เข้าไปหาสมณะหรือพราหมณ์แล้ว ถามว่า "ท่านจงบอกปัจจัยที่ท่านประสงค์มาเถิด"
แต่เขาถวายปัจจัยให้ยิ่งกว่าที่ได้ปวารณาไว้ ถ้าเขาเคลื่อนจากอัตภาพนั้นมาสู่ความเป็นมนุษย์นี้ เขาทำการค้าขายอย่างใดๆ เขาย่อมได้กำไรยิ่งกว่าที่ประสงค์
( พระพุทธดำรัส จาก วณิชชสูตร จ. อํ. (๗๙)
ตบ. ๒๑ : ๑๐๖ ตท. ๒๑ : ๙๕
ตอ. G.S. II : ๙๑-๙๒
" ทำอย่างไรจึงจะค้าขายมีกำไร "
http://www.84000.org/true/201.html )
ตอนแรกอ่านแล้วก็งงไปพักนึงเลยค่ะ เอ๋ คือยังไง ไม่เคลียร์
แต่ตอนนี้เข้าใจแล้วค่ะ
พระพุทธองค์ทรงตรัสอุปมาแทนตัวบุคคลและความประสงค์ของสมณะ 4 ประเภท แทนประเภทของผู้ค้าขาย 4 คน
1. คนแรกนั้นเมื่อทราบแล้วว่าลูกค้าต้องการอะไร หรือโฆษณาเอาไว้เช่นไร แต่ไม่ได้ทำสินค้าหรือบริการตามที่พูด
ส่งผลให้ค้าขายขาดทุน
2. คนที่สอง เมื่อทราบแล้วว่าลูกค้าต้องการอะไร หรือตนเองได้โฆษณาไว้เช่นไร ก็ได้ผลิตสินค้าและบริการ แต่คุณภาพตรงส่วนนึง ไม่ได้ตรงทั้งหมดที่ลูกค้าต้องการ ส่งผลให้ค้าขายได้กำไรส่วนนึง แต่ไม่ตามเป้า
3. คนที่สาม เมื่อทราบแล้วว่าลูกค้าต้องการอะไร หรือโฆษณาไว้เช่นไร แล้วพยายามผลิตสินค้าหรือบริการให้ได้ตรงตามที่ลูกต้องการ จะได้กำไรตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
4. คนสุดท้าย เมื่อทราบแล้วว่าลูกค้าต้องการอะไร หรือโฆษณาไว้เช่นไร แล้วพยายามผลิตสินค้าหรือบริการให้ได้นอกจากจะครบถ้วนตรงตามที่ลูกต้องการแล้ว ยังเพิ่มคุณภาพไว้เกินกว่าที่ลูกค้าคาดหวัง กำไรก็ย่อมจะได้เกินกว่าเป้าหมายแน่นอน
ทั้งหมดทั้งมวลนั้นหมายความว่า
ความต้องการของสินค้า จากลูกค้า สำคัญที่สุด
ถ้าเราผลิตสินค้าที่ลูกค้าไม่ต้องการ สินค้านั้นก็ไม่อาจคาดหวังในเรื่องของการทำเงินได้
ถ้าเรารู้ความต้องการของลูกค้า แล้วเราสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้มากกว่าที่ลูกค้าคาดหวังไว้
เราจะได้กำไร และประสบความสำเร็จกับธุรกิจค่ะ
ยกตัวอย่างที่อาจเห็นชัดได้ง่ายๆ คือ บริษัท Apple สมัยคุณสตีฟ จอบส์ ผลิต Iphone ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากกว่าที่คาดหวังไว้ (จากเดิมที่ใช้มือถือในรูปแบบแป้นกดธรรมดา) และ Macbook air ที่มีความบางเบาพกพาสะดวกรูปทรงแบบว่า ล้ำมาก
อย่างไรก็ตามพุทธดำรัสนี้อาจหมายถึงการทำสินค้าของเราที่มีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นด้วย
หรือการพัฒนาความสามารถของตัวเองที่มีอยู่ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ก็เป็นได้
จบแล้วค่ะ เอวัง อิอิ
+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+
ขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและให้ความสนใจค่ะ ถ้าหากกระทู้นี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านบ้างไม่มากก็น้อยดิฉันคงดีใจมาก ทุกวันนี้เห็นข่าวไม่ดีเกี่ยวกับพุทธศาสนาในไทยแล้วให้รู้สึกเศร้าใจค่ะ
ในฐานะที่ตนเป็นพุทธศาสนิกชน เป็นหนึ่งในพุทธบริษัท4 เลยอยากแบ่งปันบทความดีๆที่สามารถประยุกต์ใช้ในชีวิตได้จริงให้กับทุกท่านค่ะ
(( เคล็ดลับที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสแนะไว้ " เมื่อต้องการให้ค้าขายมีกำไร "))
จริงอยู่เป้าหมายของพุทธศาสนานั้นคือนิพพาน ซึ่งคือการปล่อยวางและไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งต่างๆ
แต่นอกจากพระพุทธรรมอันมีเป้าหมายไปสู่ความหลุดพ้นแล้ว พระพุทธเจ้ายังทรงตรัสแนะนำถึงหลักการครองเรือนและการใช้ชีวิตของปุถุชนด้วย
อย่างเช่นพระดำรัสนี้ค่ะ ที่ท่านทรงแนะนำว่าทำอย่างไรจึงค้าขายมีกำไร!! ไร ไร ไร !! ((ใส่เสียงเอคโค่))
ลองอ่านแล้วทำความเข้าใจดูก่อนนะคะ มีคำอธิบายเพิ่มเติมด้านล่างค่ะ
คำถาม เพราะเหตุไร? คนบางคนค้าขายจึงขาดทุน
บางคนไม่ได้กำไรตามที่คาดหวัง
บางคนได้กำไรตามที่คาดหวัง
บางคนกลับได้ยิ่งกว่าที่คาดหวังไว้ ?
พุทธดำรัสตอบ “.....ดูก่อนสารีบุตร บุคคลบางคนในโลกนี้..
1. เข้าไปหาสมณะหรือพราหมณ์แล้ว ถามว่า "ท่านจงบอกปัจจัยที่ท่านประสงค์มาเถิด"
แต่หลังจากถามแล้วเขากลับไม่ถวายปัจจัยดังที่ได้ปวารณาไว้.. ถ้าเขาเคลื่อนจากอัตตภาพนั้นมาสู่ความเป็นมนุษย์นี้ เขาทำการค้าขายอย่างใด เขาย่อมขาดทุน
2. บุคคลบางคนในโลกนี้ เข้าไปหาสมณะหรือพราหมณ์แล้ว ถามว่า "ท่านจงบอกปัจจัยที่ท่านประสงค์มาเถิด"
แต่เขาถวายปัจจัยไม่เต็มตามที่ได้ปวารณาไว้ ถ้าเขาเคลื่อนจากอัตภาพนั้นมาสู่ความเป็นมนุษย์นี้ เขาทำการค้าขายอย่างใดๆ เขาย่อมไม่ได้กำไรตามที่ประสงค์
3. บุคคลบางคนในโลกนี้ เข้าไปหาสมณะหรือพราหมณ์แล้ว ถามว่า "ท่านจงบอกปัจจัยที่ท่านประสงค์มาเถิด"
เขาถวายปัจจัยเต็มตามที่ได้ปวารณาไว้ ถ้าเขาเคลื่อนจากอัตภาพนั้นมาสู่ความเป็นมนุษย์นี้ เขาทำการค้าขายอย่างใดๆ เขาย่อมได้กำไรตามที่ประสงค์
4. บุคคลบางคนในโลกนี้ เข้าไปหาสมณะหรือพราหมณ์แล้ว ถามว่า "ท่านจงบอกปัจจัยที่ท่านประสงค์มาเถิด"
แต่เขาถวายปัจจัยให้ยิ่งกว่าที่ได้ปวารณาไว้ ถ้าเขาเคลื่อนจากอัตภาพนั้นมาสู่ความเป็นมนุษย์นี้ เขาทำการค้าขายอย่างใดๆ เขาย่อมได้กำไรยิ่งกว่าที่ประสงค์
( พระพุทธดำรัส จาก วณิชชสูตร จ. อํ. (๗๙) ตบ. ๒๑ : ๑๐๖ ตท. ๒๑ : ๙๕ ตอ. G.S. II : ๙๑-๙๒
" ทำอย่างไรจึงจะค้าขายมีกำไร "
http://www.84000.org/true/201.html )
ตอนแรกอ่านแล้วก็งงไปพักนึงเลยค่ะ เอ๋ คือยังไง ไม่เคลียร์
แต่ตอนนี้เข้าใจแล้วค่ะ
พระพุทธองค์ทรงตรัสอุปมาแทนตัวบุคคลและความประสงค์ของสมณะ 4 ประเภท แทนประเภทของผู้ค้าขาย 4 คน
1. คนแรกนั้นเมื่อทราบแล้วว่าลูกค้าต้องการอะไร หรือโฆษณาเอาไว้เช่นไร แต่ไม่ได้ทำสินค้าหรือบริการตามที่พูด
ส่งผลให้ค้าขายขาดทุน
2. คนที่สอง เมื่อทราบแล้วว่าลูกค้าต้องการอะไร หรือตนเองได้โฆษณาไว้เช่นไร ก็ได้ผลิตสินค้าและบริการ แต่คุณภาพตรงส่วนนึง ไม่ได้ตรงทั้งหมดที่ลูกค้าต้องการ ส่งผลให้ค้าขายได้กำไรส่วนนึง แต่ไม่ตามเป้า
3. คนที่สาม เมื่อทราบแล้วว่าลูกค้าต้องการอะไร หรือโฆษณาไว้เช่นไร แล้วพยายามผลิตสินค้าหรือบริการให้ได้ตรงตามที่ลูกต้องการ จะได้กำไรตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
4. คนสุดท้าย เมื่อทราบแล้วว่าลูกค้าต้องการอะไร หรือโฆษณาไว้เช่นไร แล้วพยายามผลิตสินค้าหรือบริการให้ได้นอกจากจะครบถ้วนตรงตามที่ลูกต้องการแล้ว ยังเพิ่มคุณภาพไว้เกินกว่าที่ลูกค้าคาดหวัง กำไรก็ย่อมจะได้เกินกว่าเป้าหมายแน่นอน
ทั้งหมดทั้งมวลนั้นหมายความว่า
ความต้องการของสินค้า จากลูกค้า สำคัญที่สุด
ถ้าเราผลิตสินค้าที่ลูกค้าไม่ต้องการ สินค้านั้นก็ไม่อาจคาดหวังในเรื่องของการทำเงินได้
ถ้าเรารู้ความต้องการของลูกค้า แล้วเราสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้มากกว่าที่ลูกค้าคาดหวังไว้
เราจะได้กำไร และประสบความสำเร็จกับธุรกิจค่ะ
ยกตัวอย่างที่อาจเห็นชัดได้ง่ายๆ คือ บริษัท Apple สมัยคุณสตีฟ จอบส์ ผลิต Iphone ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากกว่าที่คาดหวังไว้ (จากเดิมที่ใช้มือถือในรูปแบบแป้นกดธรรมดา) และ Macbook air ที่มีความบางเบาพกพาสะดวกรูปทรงแบบว่า ล้ำมาก
อย่างไรก็ตามพุทธดำรัสนี้อาจหมายถึงการทำสินค้าของเราที่มีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นด้วย
หรือการพัฒนาความสามารถของตัวเองที่มีอยู่ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ก็เป็นได้
จบแล้วค่ะ เอวัง อิอิ
+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+
ขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและให้ความสนใจค่ะ ถ้าหากกระทู้นี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านบ้างไม่มากก็น้อยดิฉันคงดีใจมาก ทุกวันนี้เห็นข่าวไม่ดีเกี่ยวกับพุทธศาสนาในไทยแล้วให้รู้สึกเศร้าใจค่ะ
ในฐานะที่ตนเป็นพุทธศาสนิกชน เป็นหนึ่งในพุทธบริษัท4 เลยอยากแบ่งปันบทความดีๆที่สามารถประยุกต์ใช้ในชีวิตได้จริงให้กับทุกท่านค่ะ