[เรื่องสั้นเพี้ยนๆ] ตอน เมียแฝด

กระทู้สนทนา
บรรยากาศยามเย็น แดดร่มเพราะอาทิตย์โดนทิวเขาบังไปแล้ว
สายลมเย็นพัดเอื่อยๆ ปะทะร่างกาย
ผมเดินไปเรื่อยเปื่อยจนถึงลานสนามหญ้ากว้างประมาณสนามฟุตบอลแห่งหนึ่ง
บางจุดกอหญ้าสูงประมาณหน้าแข้ง บางจุดก็แห้งแล้งไม่งอกงาม
หมาจรจัด 2 ตัววิ่งคลอเคลียละไล้ไปตามพงหญ้า
ตัวหนึ่งสีขาว ตัวหนึ่งสีดำ พวกมันกระดิกหาง ดูรักใคร่กันดี
เป็นความต่างที่อยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว

ข้างๆ สนามหญ้าเป็นสวนสาธารณะ ผมลองเดินเข้าไปสำรวจดู
ที่นี่นอกจากจะเป็นสวนสาธารณะแล้ว ยังมีซุ้มซึ่งมีพระพุทธรูปอยู่ภายในด้วย
ข้างในซุ้มดูสงบเงียบมาก  ผมเข้าไปนั่งอยู่ข้างในสักพักใหญ่
มองเห็นใบหน้าที่สงบนิ่งของพระพุทธรูปแล้ว ผมรู้สึกจิตใจสงบเป็นอย่างมาก
ทำเอาความสับสนปั่นป่วนรบกวนจิตใจผมอยู่ในขณะนี้ มันหายไประดับหนึ่ง

ผมเดินต่อไปยังร้านอาหารตามสั่ง เพราะวันนี้ทั้งวันยังไม่ได้กินอะไรเลย
สั่งคะน้าหมูกรอบ ไข่ดาว ราดข้าว
บนโต๊ะมีหนังสือพิมพ์อยู่ 2 ชุด ผมหยิบมันขึ้นมา คิดว่าจะอ่านระหว่างรอ
แต่มันดันเป็นส่วนของข่าวกีฬา-บันเทิง ซึ่งวันนี้ผมเริ่มรู้สึกเบื่อ ไม่คิดอยากอ่านข่าวไร้สาระพวกนี้อีกแล้ว
อยากจะอ่านข่าวหน้าหนึ่ง พวกข่าวทั่วไป ที่นำเสนอความเป็นจริงมากกว่า
ผมหยิบหนังสือพิมพ์อีกชุดขึ้นมาอ่าน แต่มันก็ดันเป็นชุดข่าวบันเทิงอีกเหมือนกัน เป็นของเมื่อวาน
ไม่อ่านก็ได้ ในเมื่อปัญหามันมีมากนัก
แต่ถึงกระนั้น ผมก็คิดแบบตลกๆ ว่า หนังสือพิมพ์ทำไมต้องแบ่งเป็น 2 ส่วนด้วยนะ ทำเป็นอันเดียวกันไม่ได้หรืออย่างไร

แล้วอยู่ๆ ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมา
เป็นเมียผมนั่นเองที่โทรมา
เธอโทรมาถามด้วยความห่วงใย บอกว่า "เตรียมกับข้าวไว้ที่บ้านแล้ว กลับมากินข้าวที่บ้านกันเถอะ"
ผมแปลกใจมากที่ได้ยินแบบนั้น เพราะปกติแล้วเธอจะเป็นคนเกรี้ยวกราด
โทรศัพท์มาแต่ละที มีแต่เรื่องให้อารมณ์เสียอยู่ตลอด

พูดถึงเรื่องเมีย ผมมีเรื่องแปลกๆ จะเล่าให้ฟังครับ
ผมมีเมียเป็นคู่แฝด
จริงๆ นะครับ ไม่ได้โม้
สาเหตุใช่เพราะว่า ผมมีเสน่ห์มากมายแต่อย่างใด
แต่มันเป็นความบังเอิญ และเป็นเรื่องแปลกอย่างยากที่จะเชื่อได้

เรื่องมันขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากที่ผมลาออก
เนื่องจากความกดดันและความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นในที่ทำงาน
วันนั้นผมกลับบ้าน แต่ก็ไม่กล้าบอกเมียว่าเกิดอะไรขึ้น
ความหวานของเรามันหมดไปนานแล้ว ที่เหลือก็มีแต่ความไม่เข้าใจกัน
ประกอบกับความคาดหวังต่อตัวผม ที่จะต้องนำพาครอบครัวรุ่งเรืองมีหน้ามีตาทัดเทียมกับญาติๆ ของเธอ
ถ้าเกิดผมบอกเรื่องตกงานไป คงโดนเธอด่าว่า และซ้ำเติมเอาแน่ๆ
คืนนั้น ผมจึงเลือกที่ไม่บอกเรื่องราวอะไร เอาแต่นอนดูทีวี
ในขณะที่เธอนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง มีกระจกสะท้อนเงาของเธออยู่เบื้องหน้า
ระหว่างที่ผมดูทีวีอยู่ดีๆ หางตาผมก็กวาดไปเจออะไรแปลกๆ อย่างหนึ่ง
ผมมองเห็นภรรยาผมมี 2 คนนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง
ผมตกใจอยู่พักใหญ่ แต่ก็ฝืนใจหันไปดูเพื่อให้เห็นเต็มตา
ภาพมันยังเป็นเมียผม 2 คนอยู่ดี
คนหนึ่งนั่งหันหน้ามาหาผม อีกคนหันหลังให้เพราะกำลังส่องกระจกอยู่
คนที่นั่งหันหน้ามายังผมยิ้มด้วยความชื่นบาน และถามสารทุกข์สุขดิบด้วยความห่วงใย
แล้วเข้ามานอนหนุนแขน
ผมเริ่มใจอ่อนและเปิดใจเล่าเรื่องตกงานให้เธอฟัง
เธอฟังอย่างตั้งใจ และให้กำลังใจปลอบโยน จนผมซาบซึ้งน้ำตาไหล
ในขณะที่อีกคนซึ่งนั่งหันหลังอยู่ เธอจัดการธุระหน้าโต๊ะเครื่องแป้งเสร็จ
เธอก็กลับมานอนบนเตียง หลับไปอย่างไม่แยแส

เรื่องราวมันก็เป็นแบบนี้แหละครับ
หลังจากนั้นเราก็อยู่กัน 3 ผัวเมีย แบบไม่มีปัญหาอะไร
คนหนึ่งก็น่ารักอ่อนโยน พูดแต่ละคำ มันหวานหูซะจนเคลิบเคลิ้ม
อีกคนก็เฉยชา พูดอะไรตรงไปตรงมา แข็งเหมือนกับไม้หน้าสาม
แต่ส่วนใหญ่ผมพึงพอใจที่จะเคล้าคลอกับคนที่อ่อนโยนมากกว่า
ส่วนนางยักษ์อีกคน ผมเลือกที่จะหลีกเลี่ยง ไม่สุงสิงกับเธอเลย

หลังจากกินข้าวร้านตามสั่งเรียบร้อย ผมก็เดินทางกลับบ้าน
ในใจก็คิดแปลกใจเรื่องที่เมียโทรมา
ผมไม่เคยรับโทรศัพท์จากเมียคนที่อ่อนโยนเลย
มีแต่นางยักษ์ขมูขีนี่แหละที่ชอบโทรมากวนประสาทอยู่บ่อยๆ
แต่วันนี้ ทำไมถึงโทรมาทำใจดีแบบนี้ได้นะ

ผมกลับถึงบ้าน แต่สิ่งที่ทำผมแปลกใจก็คือ เมียผมเหลือคนเดียว
ผมสอบถามเมียคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าว่า อีกคนหนึ่งหายไปไหนล่ะ
เธอไม่พูดอะไร น้ำตาเธอไหล แล้วเข้ามากอดผม เธอพูดอะไรบางอย่างที่ผมฟังแล้วไม่เข้าใจ

"กลับมาเป็นคนเดิมแล้วเหรอ"
"ต่อจากนี้ไป ฉันจะรักเธอ ดูแลเธอให้ดีที่สุด อยู่ด้วยกันแบบนี้ไปตลอดนะ อย่าเป็นอะไรไปอีกนะ"
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่