....วันนี้จะพาคุณตระเวนค้นหาความจริงของดาวเคราะห์โลก
ตั้งแต่จุดกำเนิด การเปลี่ยนแปลง จนถึงวิกฤติสิ่งแวดล้อมที่กำลังเล่นงานมนุษย์ในทุกวันนี้
...โลก...ดวงดาวที่เราอาศัยอยู่
แต่ใครจะรู้ว่าโลกนั้นยังมีความจริงอีกมากมายที่เราเองก็มองข้ามไป
1.
จุดกำเนิดโลก

....ปัจจุบันยังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าโลกเกิดมาอย่างไร
แต่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า โลกเกิดจากสะเก็ดเล็กๆ ของดวงอาทิตย์ที่หลุดออกมา
จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายล้านปี สะเก็ดนั้นจึงได้เย็นลงและกลายเป็นโลกในปัจจุบัน
แต่ก็ยังยืนยันไม่ได้ว่าเรื่องนี้เป็นจริง
2.
เหตุผลรองรับ

.....โลกเราตอนนี้แบ่งได้เป็น 6 ชั้น ตั้งแต่แกนโลก มาจนถึงเปลือกโลกที่เราอยู่อาศัยกัน
โดยบริเวณแกนโลกนั้นยังมีความร้อนจัดอยู่มาก
สังเกตได้จากพวกภูเขาไฟ ซึ่งมีลาวา และแมกม่า ประทุขึ้นมาในสภาพใกล้เคียงดวงอาทิตย์
และนี่คือเหตุผลรองรับทฤษฎีว่าโลกเกิดจากสะเก็ดดวงอาทิตย์ ดังกล่าว
3.
เมื่อโลกยังใหม่

.....ไม่ว่าโลกจะเกิดมาได้อย่างไร มันก็คือสิ่งมหัศจรรย์ที่ถูกสรรสร้างขึ้น
ทุกอย่างมีระบบและลงตัวสุดๆ อุณหภูมิ ชั้นโอโซน ก๊าซเรือนกระจก มีอยู่ในปริมาณที่สมดุล
เพื่อให้โลกนี้ดำรงอยู่ได้ไปอีกนานเท่านาน
...แต่มันกำลังเสื่อมลงด้วยน้ำมือมนุษย์
4.
ปรากฏการณ์เรือนกระจก

....ถูกค้นพบโดย Joseph Fourier เมื่อ พ.ศ. 2367
โดยความร้อนผิวโลกจะถูกดูดซับโดยก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศ
และแผ่ความร้อนกลับไป
ซึ่งเดิมทีมันเป็นสิ่งซึ่งทำให้โลกอยู่ได้
แต่เมื่อมีมากไป ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน
5.
ภาวะโลกร้อน

....จริงๆ แล้วมันเกิดจากหลายสาเหตุ
ทั้งการกระทำของมนุษย์เอง และจากธรรมชาติ
ที่เป็นการเพิ่มก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศ
ซึ่งทำให้ความร้อนในอากาศใกล้ผิวดินทั่วโลกมีค่าเฉลี่ยสูงขึ้น
นี่คือสภาวะโลกร้อน
6.
ผลกระทบ

....สิ่งที่จะตามมาหากเกิดสภาวะโลกร้อนต่อเนื่องนั้นใหญ่หลวงนัก
ทั้งระดับน้ำทะเลที่จะสูงขึ้นจากการละลายของธารน้ำแข็งขั้วโลก
เกิดน้ำท่วม เกิดความแห้งแล้ง การลดลงของชั้นโอโซน และสภาพอากาศเพี้ยนขั้นหนักหน่วง
และสิ่งเหล่านี้ก็ได้เกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน
7.
ตัวการใหญ่

.....สหรัฐอเมริกา คือตัวการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดในโลก
ซึ่งนานาประเทศได้จัดให้มี พิธีสารเกียวโต
ซึ่งเป็นการประชุมใหญ่ของสหประชาชาติ ว่าด้วยการหยุดปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ทว่าไม่ได้รับการร่วมมือจากสหรัฐฯ ที่อ้างว่าพิธีสารเกียวโตไม่เป็นธรรม
8.
ทฤษฎีใหม่ๆ

....นักวิทยาศาสตร์เพิ่งค้นพบว่า
นับวันความห่างระหว่างโลกมนุษย์กับดวงอาทิตย์ ..มันจะสั้นขึ้นเรื่อยๆ
และการที่โลกร้อนขึ้นทุกวันก็เพราะถูกดวงอาทิตย์ดูดเข้าไปใกล้
บางทีในอนาคตโลกอาจถูกดวงอาทิตย์ดูดกลืน?
9.
แผ่นดินไหว ภัยเพื่อปกป้อง

....แท้จริงแผ่นดินไหวนั้นเกิดเพื่อปกป้องโลกทั้งใบโดยแท้
แกนโลกนั้นร้อนจัดซึ่งความร้อนดังกล่าวก็ต้องระบายออก
จึงมีการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกเพื่อปรับสมดุล
แผ่นดินไหวจริงๆ แล้วเกิดขึ้นทุกวัน วันละราวๆ 1,000 ครั้ง
10.
เอลนินโญ่

....เอลนินโญ่เป็นปรากฏการณ์ที่ผิวน้ำทะเล
เกิดขึ้นเนื่องจากพื้นผิวโลกรับความร้อนจากดวงอาทิตย์แตกต่างกัน
ทำให้น้ำทะเลที่อุ่นไหลไปแทนที่กระแสน้ำเย็นที่ไหลอยู่เดิม
เกิดขึ้นบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน
...ผลกระทบคือทำให้เกิดภัยแล้ง
11.
ลานินญ่า

....ลานินญ่า นั้นคือปรากฏการณ์ย้อนกลับของเอลนินโญ่
วงจรของมันจะเกิดตรงข้ามกันทุกประการ
ผลกระทบก็จะตรงข้ามกับเอลนินโญ่เช่นกัน
คือเกิดอากาศแปรปรวนหนัก ฝนตก พายุเข้า และเกิดน้ำท่วม
12.
สุดท้ายอยู่ที่เราต้องช่วยกัน

....บางคนอาจไม่ยี่หระกับปรากฏการณ์ข้างต้น
แต่ที่เห็นกันทุกวันนี้ล้วนเป็นผลกระทบมาจากสิ่งเหล่านั้นล้วนๆ
อากาศร้อนจัด ฝนไม่ตกตามฤดูกาล
บ่งบอกว่าโลกกำลังเสื่อมลงมากแล้วหันมารักษ์โลกกันในวันนี้ ทันไหม?
....สิ่งที่โลกบอก เราเองก็รับรู้
อยู่ที่ว่ามนุษย์จะสำนึก และช่วยกันรักษ์โลกได้แค่ไหน...
เรื่อง : Hardcorian
......ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวิกฤตสิ่งแวดล้อมโลก
ตั้งแต่จุดกำเนิด การเปลี่ยนแปลง จนถึงวิกฤติสิ่งแวดล้อมที่กำลังเล่นงานมนุษย์ในทุกวันนี้
...โลก...ดวงดาวที่เราอาศัยอยู่
แต่ใครจะรู้ว่าโลกนั้นยังมีความจริงอีกมากมายที่เราเองก็มองข้ามไป
1. จุดกำเนิดโลก
....ปัจจุบันยังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าโลกเกิดมาอย่างไร
แต่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า โลกเกิดจากสะเก็ดเล็กๆ ของดวงอาทิตย์ที่หลุดออกมา
จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายล้านปี สะเก็ดนั้นจึงได้เย็นลงและกลายเป็นโลกในปัจจุบัน
แต่ก็ยังยืนยันไม่ได้ว่าเรื่องนี้เป็นจริง
2. เหตุผลรองรับ
.....โลกเราตอนนี้แบ่งได้เป็น 6 ชั้น ตั้งแต่แกนโลก มาจนถึงเปลือกโลกที่เราอยู่อาศัยกัน
โดยบริเวณแกนโลกนั้นยังมีความร้อนจัดอยู่มาก
สังเกตได้จากพวกภูเขาไฟ ซึ่งมีลาวา และแมกม่า ประทุขึ้นมาในสภาพใกล้เคียงดวงอาทิตย์
และนี่คือเหตุผลรองรับทฤษฎีว่าโลกเกิดจากสะเก็ดดวงอาทิตย์ ดังกล่าว
3. เมื่อโลกยังใหม่
.....ไม่ว่าโลกจะเกิดมาได้อย่างไร มันก็คือสิ่งมหัศจรรย์ที่ถูกสรรสร้างขึ้น
ทุกอย่างมีระบบและลงตัวสุดๆ อุณหภูมิ ชั้นโอโซน ก๊าซเรือนกระจก มีอยู่ในปริมาณที่สมดุล
เพื่อให้โลกนี้ดำรงอยู่ได้ไปอีกนานเท่านาน
...แต่มันกำลังเสื่อมลงด้วยน้ำมือมนุษย์
4. ปรากฏการณ์เรือนกระจก
....ถูกค้นพบโดย Joseph Fourier เมื่อ พ.ศ. 2367
โดยความร้อนผิวโลกจะถูกดูดซับโดยก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศ
และแผ่ความร้อนกลับไป
ซึ่งเดิมทีมันเป็นสิ่งซึ่งทำให้โลกอยู่ได้
แต่เมื่อมีมากไป ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน
5. ภาวะโลกร้อน
....จริงๆ แล้วมันเกิดจากหลายสาเหตุ
ทั้งการกระทำของมนุษย์เอง และจากธรรมชาติ
ที่เป็นการเพิ่มก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศ
ซึ่งทำให้ความร้อนในอากาศใกล้ผิวดินทั่วโลกมีค่าเฉลี่ยสูงขึ้น
นี่คือสภาวะโลกร้อน
6. ผลกระทบ
....สิ่งที่จะตามมาหากเกิดสภาวะโลกร้อนต่อเนื่องนั้นใหญ่หลวงนัก
ทั้งระดับน้ำทะเลที่จะสูงขึ้นจากการละลายของธารน้ำแข็งขั้วโลก
เกิดน้ำท่วม เกิดความแห้งแล้ง การลดลงของชั้นโอโซน และสภาพอากาศเพี้ยนขั้นหนักหน่วง
และสิ่งเหล่านี้ก็ได้เกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน
7. ตัวการใหญ่
.....สหรัฐอเมริกา คือตัวการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดในโลก
ซึ่งนานาประเทศได้จัดให้มี พิธีสารเกียวโต
ซึ่งเป็นการประชุมใหญ่ของสหประชาชาติ ว่าด้วยการหยุดปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ทว่าไม่ได้รับการร่วมมือจากสหรัฐฯ ที่อ้างว่าพิธีสารเกียวโตไม่เป็นธรรม
8. ทฤษฎีใหม่ๆ
....นักวิทยาศาสตร์เพิ่งค้นพบว่า
นับวันความห่างระหว่างโลกมนุษย์กับดวงอาทิตย์ ..มันจะสั้นขึ้นเรื่อยๆ
และการที่โลกร้อนขึ้นทุกวันก็เพราะถูกดวงอาทิตย์ดูดเข้าไปใกล้
บางทีในอนาคตโลกอาจถูกดวงอาทิตย์ดูดกลืน?
9. แผ่นดินไหว ภัยเพื่อปกป้อง
....แท้จริงแผ่นดินไหวนั้นเกิดเพื่อปกป้องโลกทั้งใบโดยแท้
แกนโลกนั้นร้อนจัดซึ่งความร้อนดังกล่าวก็ต้องระบายออก
จึงมีการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกเพื่อปรับสมดุล
แผ่นดินไหวจริงๆ แล้วเกิดขึ้นทุกวัน วันละราวๆ 1,000 ครั้ง
10. เอลนินโญ่
....เอลนินโญ่เป็นปรากฏการณ์ที่ผิวน้ำทะเล
เกิดขึ้นเนื่องจากพื้นผิวโลกรับความร้อนจากดวงอาทิตย์แตกต่างกัน
ทำให้น้ำทะเลที่อุ่นไหลไปแทนที่กระแสน้ำเย็นที่ไหลอยู่เดิม
เกิดขึ้นบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน
...ผลกระทบคือทำให้เกิดภัยแล้ง
11. ลานินญ่า
....ลานินญ่า นั้นคือปรากฏการณ์ย้อนกลับของเอลนินโญ่
วงจรของมันจะเกิดตรงข้ามกันทุกประการ
ผลกระทบก็จะตรงข้ามกับเอลนินโญ่เช่นกัน
คือเกิดอากาศแปรปรวนหนัก ฝนตก พายุเข้า และเกิดน้ำท่วม
12. สุดท้ายอยู่ที่เราต้องช่วยกัน
....บางคนอาจไม่ยี่หระกับปรากฏการณ์ข้างต้น
แต่ที่เห็นกันทุกวันนี้ล้วนเป็นผลกระทบมาจากสิ่งเหล่านั้นล้วนๆ
อากาศร้อนจัด ฝนไม่ตกตามฤดูกาล
บ่งบอกว่าโลกกำลังเสื่อมลงมากแล้วหันมารักษ์โลกกันในวันนี้ ทันไหม?
....สิ่งที่โลกบอก เราเองก็รับรู้
อยู่ที่ว่ามนุษย์จะสำนึก และช่วยกันรักษ์โลกได้แค่ไหน...
เรื่อง : Hardcorian