หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
ย้อนวันวาน...กับกาลเวลาของสวนสัตว์พาต้าในปัจจุบัน
กระทู้สนทนา
ภาพถ่าย
สัตว์เลี้ยง
เที่ยวไทย
หลังจากที่ตัวผมเองไม่ได้ไปสวนสัตว์พาต้ามานานเกือบ 20 ปี จนมีข่าวที่จะมีการเพิกถอนใบอนุญาตของสวนสัตว์ฯ และตอนนี้ทางสวนสัตว์ก็ได้รับการต่ออนุญาตอีก 1 ปี แต่ที่อ่านข่าวก็มีการบอกว่าจะต้องหาที่แห่งใหม่ของสวนสัตว์ฯภายใน 6 เดือนนับตั้งแต่จะหมดอายุใบต่ออนุญาต
เมื่อวันเสาร์ที่ 27 กันยาที่ผ่านมา ก็เลยอยากจะย้อนวันวานกลับไปเยี่ยมคิงคองว่ามันจะเป็นเหมือนในข่าวมั้ย และสภาพภายในเป็นยังไงบ้าง ที่แต่ก่อนเค้าบอกว่ามันมีกลิ่นเห็มนอับๆในส่วนของชั้น 6 ที่มีการจัดแสดงพวกสัตว์ในตู้ จึงได้เก็บภาพมาฝากให้ได้ดูกัน....
ในวันที่ไปพอดีเป็นวันเสาร์ตอนบ่ายสองโมงจะมีการแสดงโชว์พิเศษพวกมายากลและละครลิงประกิตพอดี จึงไปนั่งดูก่อนที่จะไปดูสัตว์ต่างๆ โดยตอนนี้บัตรค่าเข้ามีราคา คือ เด็ก 50 บาท และผู้ใหญ่ 80 บาท พอเข้าไปบรรยากาศที่นั่งก็คือร้อน ไม่ได้เปิดแอร์ มีแต่พัดลมด้านข้าง ไฟก็เปิดเฉพาะส่วนด้านหน้า(สงสัยทางสวนสัตว์คงจะลดต้นทุน) และจำนวนผู้ชมก็ถือว่าเยอะอยู่ โดยเฉพาะพ่อแม่พาลูกๆมาเที่ยวและอีกส่วนหนึ่งก็มาเพราะการนำเสนอข่าวกรณีคิงคองก็เป็นไปได้
และนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของละครลิงประกิตที่แสดงในวันนี้
หลังจากการแสดงจบก็ได้เดินดูในส่วนของตู้ที่มีการจัดแสดงสัตว์ต่างๆภายในชั้นนั้น ซึ่งบางตู้ก็ไม่มีอะไรมีแต่ตู้ป่าวๆ
ตอนไปเห็นไอตัวนี้มันกำลังจะกินหนอนพอดีเลย
นอกจากจะมีสัตว์ในตู้โชว์แล้ว ก็จะมีภาพถ่ายเล่าเรื่องเก่าๆของความเป็นมาต่างๆ ผมก็ได้เจอภาพนี้จึงถ่ายมาให้ชมกันกับความน่ารักของพระองค์ภาฯ
มาดูกันต่อนะครับว่ามีอะไรบ้าง ตอนนี้ก็ยังอยู่ในโซนของชั้น 6 อยู่นะครับ
ภายในชั้นก็มีส่วนจำหน่ายของที่ระลึกด้วย ดูท่าแล้วคงวางจำหน่ายมานานมาก
จากนั้นยังมีไข่ของสัตว์หลากหลายชนิดจัดโชว์อยู่ในตู้
ถัดออกไปยังมีมุมอ่านหนังสือด้วย แต่ก็ไม่มีใครมานั่งอ่านเลย
เดินต่อไปเรื่อยๆคราวนี้มาถึงโซนจัดแสดงของสวนสัตว์ยามค่ำคืน (ซึ่งข้างในบอกตามตรงว่าค่อนข้างเหม็นอับ แต่ก็มีค้างคาวหลายตัวให้เราเห็นอยู่หลายตัวเหมือนกัน)
ถัดจากโซนนี้ ก็จะเข้าสู่โซนสมัยยุคทวาราวดี ซึ่งจะจัดแสดงโดยใช้ของตกแต่งเป็นพวกหินทราย
สัตว์ในโซนนี้ก็จะเป็นพวกงูซะส่วนใหญ่ มีทั้งของจริงและก็ของปลอม แต่ไอตัวนี้คือของจริง
ส่วนโซนนี้ก็เพิ่งได้ความรู้ดีๆจากทางสวนสัตว์
ต่อไปจะขึ้นไปชมในส่วนของชั้น 7 เป็นชั้นดาดฟ้าซึ่งผมคิดว่าบรรยากาศดีกว่าชั้น 6 มากเพราะเป็นชั้นที่เปิดโล่งอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่เหม็นสักเท่าไหร่ ชั้นนี้ก็จะมีไฮไลท์ก็คือ ลิงกอริลลา หรือ คิงคอง ส่วนอื่นก็จะทำเป็นกรงเหมือนที่เขาดินจะมีพวกลิง เสือ หมีควาย
ส่วนนกเพนกวินที่เห็นเหมือนจะมีตัวเดียวอยู่ในห้องนี้
ต่อไปเรามาดูเจ้าคิงคองกัน หลังจากที่ไม่ได้เห็นมานานมาก เท่าที่ดูวันนี้คนมาดูเยอะพอสมควร มีทั้งคนมาถ่ายทำรายการ ดูจากสภาพกรงก็สะอาดดีอยู่นะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลทำความสะอาดภายในกรง เจ้าหน้าที่คอยบรรยายให้ความรู้ ผมเห็นมันดูหน้าก็มีความสุขดีนะ เดินไปเดินมาอยู่ในกรง
นั่งกินนมกล่องอย่างสบายใจ เจ้าหน้าที่บอกชอบกินนมกล่องมาก
อดีต....ที่ขึ้นว่าเป็นสวนสัตว์ไฮโซ สวนสัตว์ลอยฟ้าแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทย
ปัจจุบัน...ที่นับว่ายังคงเป็นสวนสัตว์ลอยฟ้าแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทย
อนาคต....ที่นับว่าจะเป็นเช่นไรต้องติดตามต่อไป
อย่าลืมไปให้กำลังใจเจ้าคิงคองกันด้วยนะครับ เพราะไม่รู้ว่าต่อไปมัจะได้อยู่ที่นี่หรือเปล่า
แก้ไขข้อความเมื่อ
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
อ่านความคิดเห็นทั้งหมด
หน้า:
หน้า
จาก
บนสุด
ล่างสุด
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
ย้อนวันวาน...กับกาลเวลาของสวนสัตว์พาต้าในปัจจุบัน
เมื่อวันเสาร์ที่ 27 กันยาที่ผ่านมา ก็เลยอยากจะย้อนวันวานกลับไปเยี่ยมคิงคองว่ามันจะเป็นเหมือนในข่าวมั้ย และสภาพภายในเป็นยังไงบ้าง ที่แต่ก่อนเค้าบอกว่ามันมีกลิ่นเห็มนอับๆในส่วนของชั้น 6 ที่มีการจัดแสดงพวกสัตว์ในตู้ จึงได้เก็บภาพมาฝากให้ได้ดูกัน....
ในวันที่ไปพอดีเป็นวันเสาร์ตอนบ่ายสองโมงจะมีการแสดงโชว์พิเศษพวกมายากลและละครลิงประกิตพอดี จึงไปนั่งดูก่อนที่จะไปดูสัตว์ต่างๆ โดยตอนนี้บัตรค่าเข้ามีราคา คือ เด็ก 50 บาท และผู้ใหญ่ 80 บาท พอเข้าไปบรรยากาศที่นั่งก็คือร้อน ไม่ได้เปิดแอร์ มีแต่พัดลมด้านข้าง ไฟก็เปิดเฉพาะส่วนด้านหน้า(สงสัยทางสวนสัตว์คงจะลดต้นทุน) และจำนวนผู้ชมก็ถือว่าเยอะอยู่ โดยเฉพาะพ่อแม่พาลูกๆมาเที่ยวและอีกส่วนหนึ่งก็มาเพราะการนำเสนอข่าวกรณีคิงคองก็เป็นไปได้
และนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของละครลิงประกิตที่แสดงในวันนี้
หลังจากการแสดงจบก็ได้เดินดูในส่วนของตู้ที่มีการจัดแสดงสัตว์ต่างๆภายในชั้นนั้น ซึ่งบางตู้ก็ไม่มีอะไรมีแต่ตู้ป่าวๆ
ตอนไปเห็นไอตัวนี้มันกำลังจะกินหนอนพอดีเลย
นอกจากจะมีสัตว์ในตู้โชว์แล้ว ก็จะมีภาพถ่ายเล่าเรื่องเก่าๆของความเป็นมาต่างๆ ผมก็ได้เจอภาพนี้จึงถ่ายมาให้ชมกันกับความน่ารักของพระองค์ภาฯ
มาดูกันต่อนะครับว่ามีอะไรบ้าง ตอนนี้ก็ยังอยู่ในโซนของชั้น 6 อยู่นะครับ
ภายในชั้นก็มีส่วนจำหน่ายของที่ระลึกด้วย ดูท่าแล้วคงวางจำหน่ายมานานมาก
จากนั้นยังมีไข่ของสัตว์หลากหลายชนิดจัดโชว์อยู่ในตู้
ถัดออกไปยังมีมุมอ่านหนังสือด้วย แต่ก็ไม่มีใครมานั่งอ่านเลย
เดินต่อไปเรื่อยๆคราวนี้มาถึงโซนจัดแสดงของสวนสัตว์ยามค่ำคืน (ซึ่งข้างในบอกตามตรงว่าค่อนข้างเหม็นอับ แต่ก็มีค้างคาวหลายตัวให้เราเห็นอยู่หลายตัวเหมือนกัน)
ถัดจากโซนนี้ ก็จะเข้าสู่โซนสมัยยุคทวาราวดี ซึ่งจะจัดแสดงโดยใช้ของตกแต่งเป็นพวกหินทราย
สัตว์ในโซนนี้ก็จะเป็นพวกงูซะส่วนใหญ่ มีทั้งของจริงและก็ของปลอม แต่ไอตัวนี้คือของจริง
ส่วนโซนนี้ก็เพิ่งได้ความรู้ดีๆจากทางสวนสัตว์
ต่อไปจะขึ้นไปชมในส่วนของชั้น 7 เป็นชั้นดาดฟ้าซึ่งผมคิดว่าบรรยากาศดีกว่าชั้น 6 มากเพราะเป็นชั้นที่เปิดโล่งอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่เหม็นสักเท่าไหร่ ชั้นนี้ก็จะมีไฮไลท์ก็คือ ลิงกอริลลา หรือ คิงคอง ส่วนอื่นก็จะทำเป็นกรงเหมือนที่เขาดินจะมีพวกลิง เสือ หมีควาย
ส่วนนกเพนกวินที่เห็นเหมือนจะมีตัวเดียวอยู่ในห้องนี้
ต่อไปเรามาดูเจ้าคิงคองกัน หลังจากที่ไม่ได้เห็นมานานมาก เท่าที่ดูวันนี้คนมาดูเยอะพอสมควร มีทั้งคนมาถ่ายทำรายการ ดูจากสภาพกรงก็สะอาดดีอยู่นะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลทำความสะอาดภายในกรง เจ้าหน้าที่คอยบรรยายให้ความรู้ ผมเห็นมันดูหน้าก็มีความสุขดีนะ เดินไปเดินมาอยู่ในกรง
นั่งกินนมกล่องอย่างสบายใจ เจ้าหน้าที่บอกชอบกินนมกล่องมาก
อดีต....ที่ขึ้นว่าเป็นสวนสัตว์ไฮโซ สวนสัตว์ลอยฟ้าแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทย
ปัจจุบัน...ที่นับว่ายังคงเป็นสวนสัตว์ลอยฟ้าแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทย
อนาคต....ที่นับว่าจะเป็นเช่นไรต้องติดตามต่อไป
อย่าลืมไปให้กำลังใจเจ้าคิงคองกันด้วยนะครับ เพราะไม่รู้ว่าต่อไปมัจะได้อยู่ที่นี่หรือเปล่า