กรณีโดน "สกิมเมอร์" ขโมยเงินในบัตรจากตู้ ATM แบงค์สีฟ้าจนหมด ใครรับผิดชอบครับ

สวัสดีครับ ก่อนอื่นผมขอปรึกษาเพื่อนๆ ชาว Pantip ถึงเรื่อง "สกิมเมอร์" หรือ "สกิมมิ่ง"
เรียกถูกไหมไม่ทราบถ้าผิดขออภัย
ถึงกรณีคุณลุงผมโดนขโมยเงินจากตู้ ATM ธนาคาร นกสีฟ้า ที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อประมาณวันที่ 10 ที่ผ่านมา แต่เพิ่งรู้ตัวไม่กี่วันนี้ ได้เข้าแจ้งความและติดต่อไปยังธนาคารกรุงไทยเพื่อแจ้งถึงปัญหาดังกล่าว จำนวนเงินที่สูญเสียไป จำนวน 5 หลักครับ อีกนิดนึงจะถึง 6 หลัก
-ผมรู้ว่าเงินมันอาจไม่มาก แต่สำหรับบางคนคนแค่นั้นเค้าใช้กินได้เป็นปี นะครับ (บางคน)
ติดต่อไปทางธนาคารแล้ว ธนาคารแจ้งว่า ต้องในทางกฏหมายติดตามตัวผู้ร้ายมาดำเนินคดี ทางธนาคารไม่สามารถรับผิดชอบได้
ตรงนี้ผมเคืองและติดใจมากครับ ผมไม่รู้ว่ากฏหมายเค้าว่ากันยังไง ผมเรียนสื่อสารมวลชน ไม่ได้เรียนกฏหมายจึงโง่เรื่องนี้หน่อย
อีกอย่างชาวบ้านหรือคนที่เค้าไปมีความรู้เรื่องพวกนี้เค้าจะทำยังไงครับ


คำถามที่ผมอยากถามคือ
1.ใครจะรับผิดชอบ ถ้าธนาคารไม่รับผิดชอบ เพราะมันเป็นความบกพร่องของคุณ ประชาชน คือลูกค้าใช้บริการของคุณ จ่ายค่าธรรมเนียมทุกอย่างหวังจะให้คุณเป็นที่พึ่งในการเก็บรักษาเงิน
(ผมอาจจะโวยวายด้วยความโมโหนะครับเพราะความไม่รู้เรื่องกฏหมาย)
2.ธนาคารจะโยนความรับผิดชอบไปให้ทางตำรวจจัดการอย่างเดียวเลยถูกไหมครับ
3.ธนาคารไม่มีมาตราการป้องกันหรือแก้ไขอะไรเลยหรือครับ กล้องวงจรปิดมุมสูง มุมต่ำ มุมต่างๆ นาๆ เอาไว้ทำไม
4.แล้วลูกค้าจะเชื่อใจธนาคารได้อีกต่อไปหรือไม่

ผมอาจจะแท็กผิดห้องที่ผิดทางแจ้งผมด้วยนะครับ เห็นใจคุณลุง และอีกหลายๆคนที่โดน จริงๆ ครับ


-------อัพเดทครับ--------
29.9.2557
ธนาคารตกลงจะคืนเงินให้ครับ ระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ เท่าที่ฟังจากคุณลุง
อยากขอให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรเตือนใจให้หลายๆ คนใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังด้วยนะครับ
ผมเองก็ไม่กล้าไปกดเงินตามตู้ที่เปลี่ยวๆ ละ ถ้าไม่จเป็นจริงๆ  กดในห้างหรือย่านชุมชนจะดีกว่าครับ
คนสมัยนี้เค้าทำได้ทุกอย่างจริงๆ นับถือเลย เยี่ยม

ขอบคุณทุกๆ ความคิดเห็นที่ช่วยออกความคิดเห็นนะครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
ผมคิดว่า ธนาคารควรจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ในฐานะที่ธนาคารเป็นผู้มีวิชาชีพในการรับฝากเงิน
คือเป็นผู้มีอาชีพในการรับฝากเงิน ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ มากกว่าคนปกติธรรมดา
เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่ง มาตรามาตรา ๖๕๙ บัญัติว่า การรับฝากทรัพย์เป็นการทำให้เปล่าไม่มีบำเหน็จไซร้ ท่านว่าผู้รับฝากจำต้องใช้ความระมัดระวังสงวนทรัพย์สินซึ่งฝากนั้นเหมือนเช่นเคยประพฤติในกิจการของตนเอง
ถ้าการรับฝากทรัพย์นั้นมีบำเหน็จค่าฝาก ท่านว่าผู้รับฝากจำต้องใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือเพื่อสงวนทรัพย์สินนั้นเหมือนเช่นวิญญูชนจะพึงประพฤติโดยพฤติการณ์ดั่งนั้น ทั้งนี้ย่อมรวมทั้งการใช้ฝีมืออันพิเศษเฉพาะการในที่จะพึงใช้ฝีมือเช่นนั้นด้วย
ถ้าและผู้รับฝากเป็นผู้มีวิชาชีพเฉพาะกิจการค้าขายหรืออาชีวะอย่างหนึ่งอย่างใดก็จำต้องใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือเท่าที่เป็นธรรมดาจะต้องใช้และสมควรจะต้องใช้ในกิจการค้าขายหรืออาชีวะอย่างนั้น
        ผมว่าธนาคารต้องรับผิดนะ ยังไงลองปรึกษาทนายความดูครับ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 5
ตามนั้นครับ กรณีนี้เป็นความรับผิดชอบของธนาคาร
เพราะเงินในตู้ที่คนร้าย กดออกไป เป็นเงินของธนาคาร ไม่ใช่เงินของคุณ

ถ้าคุณกดออกมาด้วยตัวคุณเอง และถืออยู่
แต่โดนคนร้ายมาดักจี้ หรือวิ่งราวไป อันนี้แหละ คุณต้องรับผิดชอบเอง

กรณีนี้ ลูกค้าทำธุรกรรมตามปกติ
แต่คนร้ายใช้เทคโนโลยีมาดูดข้อมูล จากการติดตั้งเครี่องที่ตู้ของธนาคาร

อีกทั้งนำบัตรปลอมที่ลงข้อมูลนี้ ไปเบิกเงินจากบัญชีของลูกค้า
ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของทางธนาคารอีกด้วย

ดังนั้น ทางธนาคาร
ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้เลย

ธนาคารอื่นๆ  ในกรณีนี้  ล้วนต้องรับผิดชอบเต็มจำนวน
แล้วไปไล่เบี้ยเอากับคนร้าย

ถ้าธนาคารกรุงไทยทำแบบนี้
ระวังจะสูญเสียความน่าเชื่อถือ

แล้วลุกค้าแห่กันมาถอนเงินออกนะครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่