ช่วงนี้มีกระแสละครหลายเรื่องเหลือเกิน ทั้งที่สร้างแล้ว และที่กำลังจะสร้าง มักโดนวิจารณ์ไปต่างๆ นานา จนมานั่งคิดว่า ณ ปัจจุบันที่เทคโนโลยีก้าวหน้าไปมากมาย การถ่ายละครหรือภาพยนตร์น่าจะทำได้สมจริงกว่าสมัยก่อน และเป็นที่ชื่นชม แต่กลับเป็นไปในทางตรงกันข้าม ผู้คนยังจำแต่ภาพละครเก่าที่ตราตรึงใจ แม้เมื่อย้อนกลับไปดูแล้วเราจะเจอบางฉากบางตอนที่ดูตลกไปบ้าง ด้วยเพราะเทคโนโลยีสมัยนั้นยังไม่สามารถทำได้
สาเหตุหลักๆ ที่ดูเหมือนละครในปัจจุบันมีปัญหาคือ
ตัวแสดงไม่เหมาะสม---มีการแคสนักแสดงไม่เข้ากับบททั้งที่มีตัวเลือกที่เหมาะ แต่ไม่เลือก อาจเป็นเพราะคิวไม่ได้ ไม่อยู่ในกระแส ไม่ใช่คนที่ต้องการจะดัน ไม่ใช่คนที่ผู้จัดอยากร่วมงานด้วยเป็นการส่วนตัว การแคสนักแสดงที่ไม่มีเคมีต่อกันเลยอ้างว่าเพื่อพัฒนาฝีมือ โดยการเวียนเล่นไปกับคนอื่นบ้าง การแคสดาราอายุน้อยไปแอ๊บเล่นเป็นคนอายุมาก ทั้งที่ดาราอายุเท่านั้นและยังเหมาะกับบทก็มี ตัวอย่างที่ จขกท ขัดใจเป็นที่สุดคือ การแคสเวียร์มาเล่นเรื่องด้วยแรงอธิษฐาน ทั้งที่เราชอบเวียร์นี่แหละ แต่บทนี้ด้วยอายุของเวียร์แล้วมันไม่ใช่ ไม่ว่าฝีมือการแสดงของเวียร์จะดีแค่ไหน แต่อายุเวียร์กับแพนมันไม่ต่างกันตามที่นิยายเป็นเลย อาจจะมีบางคนฟิน แต่ในแง่ความสมจริงมันไม่ใช่ ดังนั้นด้วยแรงอธิษฐานเวอร์ชั่นศรันยู-สุวนันท์ จึงยังเป็นเวอร์ชั่นประทับใจ
มายาตะวัน...ตอนอ่านนิยายชอบมาก แต่พอแคสมาเป็นอั้ม ก็ไม่ใช่ละ เพราะพระเอกต้องเป็นลูกครึ่ง นางเอกแคสมาเป็นญาญ่าซึ่งก็สวยเกินไปอีก แต่ยิ่งไปกว่านั้นเราว่าบทละครไม่ไหวอย่างแรง จนเราทนดูไม่จบและต้องลองไปค้นฉบับคุณแซมและคุณดามาดู ตามความรู้สึกของเรา เราว่าทั้งคุณแซมและคุณดาเหมือนตะวันกับมัทนาออกมาจากหนังสือเลย
บทป่วย---ละครหลายเรื่องสร้างมาจากนิยายลูกกวาด ความพยายามในการเขียนบทเพื่อให้สมเหตุสมผลบางครั้งทำให้ละครออกทะเลไปอย่างไม่น่าเชื่อ ละครบางเรื่องมาจากนิยายชั้นครู แต่ดูเหมือนบทจะแบนเกินไป ส่วนตัวเราไม่อินกับฉากแอบฟัง ล้มทับหน้าจ้องตา อันนี้ไม่รู้ต้องโทษบทหรือผู้กำกับ ฟ้าจรดทราย เป็นตัวอย่างละครที่บทดีมาก ตัวเราเองชอบหน้าตาของขวัญ อุษามณี แต่ไม่ค่อยชอบการแสดงมากนัก แต่บทที่เขียนมาดีทำให้ตัวละครมิเชลดูไม่ขัดตาเลย หนำซ้ำยังทำให้ละครทั้งเรื่องตราตรึงใจคนดูทุกฉากทุกตอน บทเข้าพระเข้านางไม่เลี่ยน บทดราม่าทำคนดูร้องไห้ตามไปด้วย...ผู้ใหญ่ลีกับนางมา ถ้าใครเคยอ่านนิยาย จะรู้ว่านิยายมันเรื่อยๆ ชวนเบื่อ แต่บทละครเขียนออกมาน่ารัก ละครสนุก จากที่เฉยๆ กับพลอยและปอ กลายเป็นชอบไปเลยจากเรื่องนี้
อาจเป็นเพราะสมัยนี้ทั้งตัวผู้จัดละครและช่องมองทุกอย่างเป็นธุรกิจเพียงอย่างเดียว ไม่มีคำว่าศิลปะมาเกี่ยวข้อง ซึ่งตัวเรามองว่างานละครคืองานศิลปะ ที่เกิดจากการเล่าเรื่องจากตัวอักษรผ่านภาพ ดังนั้นจากการอ่าน ผู้จัดหรือผู้เขียนบทจะต้องมีศิลปะและจินตนาการ ที่จะนำเสนอเรื่องราวออกมาให้ประทับใจและใกล้เคียงกับจินตนาการของคนดูให้มากที่สุด แม้ไม่ได้ดั่งใจคนทุกคน แต่ควรใกล้เคียงกับสิ่งที่นิยายพูดไว้
ผู้จัดหลายคนไม่ใช่คนอ่านหนังสือ หรือสนุกสนานไปกับโลกของนิยาย ผู้จัดหลายคนเข้ามายึดอาชีพนี้เพราะถึงเวลา เพราะเป็นทายาทของผู้จัดรุ่นเก่า เพราะเป็นทายาทของดาราอาวุโส ดังนั้นการเลือกนิยายมาทำละครจึงไม่ได้เลือกมาจากการอ่านนิยายแล้วประทับใจจึงอยากนำมาเล่าเรื่อง แต่เกิดจากการหยิบนิยายมาตามใบสั่งของช่อง เกิดจากการหยิบดารามาตามใบสั่งของช่อง
เมื่อผู้จัดไม่ใช่คนที่หลงใหลในโลกของนิยาย ผู้จัดจึงไม่มีจินตนาการในการอ่านนิยาย ไม่เข้าใจความหมายระหว่างบรรทัดที่ซ่อนไว้ ไม่เข้าใจคาแรคเตอร์ของตัวละครที่กลม เทา ไม่ใช่แบน ดำ ขาว อย่างที่ละครเกือบทุกเรื่องในสมัยนี้นำเสนอ ทุกวันนี้เราจึงเจอนางร้ายร้ายกรี๊ดๆ ร้ายโดยไม่มีสาเหตุ ร้ายแบบไม่สำนึก ผู้จัดจึงฝากชะตาของละครไว้กับผู้เขียนบท ซึ่งหากได้ผู้เขียนบทดีก็รอดตัว แต่หากเจอคนที่ไม่มีจินตนาการในโลกของนิยายเหมือนกันก็จบข่าว
เราไม่รู้ว่าในโลกทุกวันนี้ ศิลปะและธุรกิจจะมาเจอกันครึ่งทางได้ไหม ถ้ามีวันนั้นเราคงได้ดูละครที่มีคุณภาพมากขึ้น
สาเหตุที่ผู้จัดหน้าใหม่ทำละครแป้ก...หรือละครบางเรื่องสมัยนี้แป้ก อาจเป็นเพราะ...
สาเหตุหลักๆ ที่ดูเหมือนละครในปัจจุบันมีปัญหาคือ
ตัวแสดงไม่เหมาะสม---มีการแคสนักแสดงไม่เข้ากับบททั้งที่มีตัวเลือกที่เหมาะ แต่ไม่เลือก อาจเป็นเพราะคิวไม่ได้ ไม่อยู่ในกระแส ไม่ใช่คนที่ต้องการจะดัน ไม่ใช่คนที่ผู้จัดอยากร่วมงานด้วยเป็นการส่วนตัว การแคสนักแสดงที่ไม่มีเคมีต่อกันเลยอ้างว่าเพื่อพัฒนาฝีมือ โดยการเวียนเล่นไปกับคนอื่นบ้าง การแคสดาราอายุน้อยไปแอ๊บเล่นเป็นคนอายุมาก ทั้งที่ดาราอายุเท่านั้นและยังเหมาะกับบทก็มี ตัวอย่างที่ จขกท ขัดใจเป็นที่สุดคือ การแคสเวียร์มาเล่นเรื่องด้วยแรงอธิษฐาน ทั้งที่เราชอบเวียร์นี่แหละ แต่บทนี้ด้วยอายุของเวียร์แล้วมันไม่ใช่ ไม่ว่าฝีมือการแสดงของเวียร์จะดีแค่ไหน แต่อายุเวียร์กับแพนมันไม่ต่างกันตามที่นิยายเป็นเลย อาจจะมีบางคนฟิน แต่ในแง่ความสมจริงมันไม่ใช่ ดังนั้นด้วยแรงอธิษฐานเวอร์ชั่นศรันยู-สุวนันท์ จึงยังเป็นเวอร์ชั่นประทับใจ
มายาตะวัน...ตอนอ่านนิยายชอบมาก แต่พอแคสมาเป็นอั้ม ก็ไม่ใช่ละ เพราะพระเอกต้องเป็นลูกครึ่ง นางเอกแคสมาเป็นญาญ่าซึ่งก็สวยเกินไปอีก แต่ยิ่งไปกว่านั้นเราว่าบทละครไม่ไหวอย่างแรง จนเราทนดูไม่จบและต้องลองไปค้นฉบับคุณแซมและคุณดามาดู ตามความรู้สึกของเรา เราว่าทั้งคุณแซมและคุณดาเหมือนตะวันกับมัทนาออกมาจากหนังสือเลย
บทป่วย---ละครหลายเรื่องสร้างมาจากนิยายลูกกวาด ความพยายามในการเขียนบทเพื่อให้สมเหตุสมผลบางครั้งทำให้ละครออกทะเลไปอย่างไม่น่าเชื่อ ละครบางเรื่องมาจากนิยายชั้นครู แต่ดูเหมือนบทจะแบนเกินไป ส่วนตัวเราไม่อินกับฉากแอบฟัง ล้มทับหน้าจ้องตา อันนี้ไม่รู้ต้องโทษบทหรือผู้กำกับ ฟ้าจรดทราย เป็นตัวอย่างละครที่บทดีมาก ตัวเราเองชอบหน้าตาของขวัญ อุษามณี แต่ไม่ค่อยชอบการแสดงมากนัก แต่บทที่เขียนมาดีทำให้ตัวละครมิเชลดูไม่ขัดตาเลย หนำซ้ำยังทำให้ละครทั้งเรื่องตราตรึงใจคนดูทุกฉากทุกตอน บทเข้าพระเข้านางไม่เลี่ยน บทดราม่าทำคนดูร้องไห้ตามไปด้วย...ผู้ใหญ่ลีกับนางมา ถ้าใครเคยอ่านนิยาย จะรู้ว่านิยายมันเรื่อยๆ ชวนเบื่อ แต่บทละครเขียนออกมาน่ารัก ละครสนุก จากที่เฉยๆ กับพลอยและปอ กลายเป็นชอบไปเลยจากเรื่องนี้
อาจเป็นเพราะสมัยนี้ทั้งตัวผู้จัดละครและช่องมองทุกอย่างเป็นธุรกิจเพียงอย่างเดียว ไม่มีคำว่าศิลปะมาเกี่ยวข้อง ซึ่งตัวเรามองว่างานละครคืองานศิลปะ ที่เกิดจากการเล่าเรื่องจากตัวอักษรผ่านภาพ ดังนั้นจากการอ่าน ผู้จัดหรือผู้เขียนบทจะต้องมีศิลปะและจินตนาการ ที่จะนำเสนอเรื่องราวออกมาให้ประทับใจและใกล้เคียงกับจินตนาการของคนดูให้มากที่สุด แม้ไม่ได้ดั่งใจคนทุกคน แต่ควรใกล้เคียงกับสิ่งที่นิยายพูดไว้
ผู้จัดหลายคนไม่ใช่คนอ่านหนังสือ หรือสนุกสนานไปกับโลกของนิยาย ผู้จัดหลายคนเข้ามายึดอาชีพนี้เพราะถึงเวลา เพราะเป็นทายาทของผู้จัดรุ่นเก่า เพราะเป็นทายาทของดาราอาวุโส ดังนั้นการเลือกนิยายมาทำละครจึงไม่ได้เลือกมาจากการอ่านนิยายแล้วประทับใจจึงอยากนำมาเล่าเรื่อง แต่เกิดจากการหยิบนิยายมาตามใบสั่งของช่อง เกิดจากการหยิบดารามาตามใบสั่งของช่อง
เมื่อผู้จัดไม่ใช่คนที่หลงใหลในโลกของนิยาย ผู้จัดจึงไม่มีจินตนาการในการอ่านนิยาย ไม่เข้าใจความหมายระหว่างบรรทัดที่ซ่อนไว้ ไม่เข้าใจคาแรคเตอร์ของตัวละครที่กลม เทา ไม่ใช่แบน ดำ ขาว อย่างที่ละครเกือบทุกเรื่องในสมัยนี้นำเสนอ ทุกวันนี้เราจึงเจอนางร้ายร้ายกรี๊ดๆ ร้ายโดยไม่มีสาเหตุ ร้ายแบบไม่สำนึก ผู้จัดจึงฝากชะตาของละครไว้กับผู้เขียนบท ซึ่งหากได้ผู้เขียนบทดีก็รอดตัว แต่หากเจอคนที่ไม่มีจินตนาการในโลกของนิยายเหมือนกันก็จบข่าว
เราไม่รู้ว่าในโลกทุกวันนี้ ศิลปะและธุรกิจจะมาเจอกันครึ่งทางได้ไหม ถ้ามีวันนั้นเราคงได้ดูละครที่มีคุณภาพมากขึ้น