ไหนๆ ก็ได้อ้างถึง คัมภีร์วิภังคปกรณ์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ พระอภิธรรมปิฎก ขึ้นมาแล้ว ก็ขออนุญาต พูดให้จบๆ ไปเสียเลย ก็แล้วกัน นะครับ
ประเด็นของเรื่องนี้ ก็คือ ถ้าหาก ท่านทั้งหลายจะสังเกตให้ดีๆ ย่อมเห็นถึงข้อแตกต่างระหว่าง ข้อความจาก ฌานสูตร กับ วิภังคปกรณ์ กล่าวคือ
ในขณะที่พระพุทธเจ้า ตรัสว่า อนาคามีบุคคล ผู้สามารถไปเกิดในพรหมโลกชั้นสุทธาวาส ได้นั้น
มีทั้งผู้ที่ได้ (๑) ปฐมฌาน (๒) ทุติยฌาน (๓) ตติยฌาน และ (๔) จตุตถฌาน แต่ข้อความจาก วิภังคปกรณ์
กลับกล่าว "แย้ง" ว่า พรหมโลกชั้นสุทธาวาส นี้เฉพาะก็แต่ผู้ได้ จตุตถฌาน คือ ฌาน ๔ เท่านั้น !
*************************************************************************************************
ขออนุญาต ทำความเข้าใจ ดังนี้ว่า .........
ที่กล่าวว่า "ขัด" หมายถึง พระพุทธเจ้าตรัสว่า ๑ ๒ ๓ ๔ แต่อภิธรรมปิฎก ระบุว่า ๕ ๖ ๗ ๘ หรือ อื่นๆ เป็นต้น
ที่กล่าวว่า "แย้ง" หมายถึง พระพุทธเจ้าตรัสว่า ๑ ๒ ๓ ๔ แต่อภิธรรมปิฎก ระบุว่า ๔ (เพียงประการเดียวเท่านั้น) เป็นต้น
ในกรณีนี้ พระพุทธเจ้าตรัสว่า อนาคามีบุคคล ผู้สามารถไปเกิดในพรหมโลกชั้นสุทธาวาส ได้นั้น
มีทั้งผู้ที่ได้ (๑) ปฐมฌาน (๒) ทุติยฌาน (๓) ตติยฌาน และ (๔) จตุตถฌาน
แต่ข้อความจาก วิภังคปกรณ์ กลับกล่าว "แย้ง" พระพุทธเจ้า ว่า
พรหมโลกชั้นสุทธาวาส นี้เฉพาะก็แต่ผู้ได้ จตุตถฌาน คือ ฌาน ๔ เท่านั้น !
ประเด็น ก็คือ (๑) พระพุทธเจ้า ย่อมไม่ตรัส ธรรมใดๆ ขัดแย้งกันเอง
(๒) อรรถกถาจารย์ กล่าวเอาไว้เองว่า "เมื่อคัดค้าน สุตตะ ก็เท่ากับคัดค้าน พระพุทธเจ้า"
ดังนั้น เราจึงมิอาจสรุปความเป็นอย่างอื่นได้เลย นอกจากว่า ข้อความจาก อภิธรรมปิฎก วิภังคปกรณ์ (เฉพาะในส่วนนี้)
มิได้เป็นพระพุทธดำรัสของพระพุทธเจ้ามาแต่เดิมอย่างแน่นอน ครั้นจะให้สันนิษฐานว่า เป็นคาถาของท่านพระสารีบุตร
หรือ ท่านพระมหากัจจายนะ หรือ ท่านพระอานนท์ ก็คงเชื่อได้ยากเต็มทีว่า ข้อความที่ "แย้ง" กับพุทธพจน์นี้ จะเป็นของ
พระอรหันตเถระ ผู้เป็นอัจฉริยบุคคล อย่างท่านทั้ง ๓ นั้นไปได้ !
หากถามผม ........
ขออนุญาตตอบตามตรงว่า ผมไม่ทราบจริงๆ ว่า ใคร เป็นผู้เขียนข้อความดังกล่าวนี้ แต่ผมสามารถกล่าวยืนยันได้แต่เพียงว่า
ข้อความดังกล่าว ไม่ใช่พระพุทธดำรัสของพระพุทธเจ้า และทั้งไม่ใช่ คาถาของพระอรหันตเถระทั้ง ๓ รูปนั้นเป็นแน่ !
ดังนั้น ปัญหาข้อใหญ่ สำหรับที่ผู้นิยม หรือ "เมาหมก" อย่างไร้สติ อยู่กับ คัมภีร์อภิธรรม ไม่ว่าจะเป็นเวอร์ชั่นใดๆ ก็ตาม
จักต้องอธิบายความให้ชัดเจน ก็คือ หากคนเหล่านั้น ยังจะหลับหูหลับตายืนยันว่า อภิธรรมปิฎก เป็นพระพุทธดำรัส ดั้งเดิมแท้ๆ
ก็ต้องเป็นพวกเขานั่นแหละ ที่จะต้องอธิบายความให้ได้ว่า ทั้งๆ ที่ข้อความจาก วิภังคปกรณ์ "แย้ง" กับข้อความจาก พระสูตร
แล้วจะเชื่อได้อย่างไรว่า นี่เป็นพระพุทธดำรัสของแท้ ที่สืบทอดมาแต่ครั้งปฐมสังคายนาจริง ?
เข้าใจคำถาม ไหมครับ ?
.
.
.
ดูปาก น้องนัฐชา อีกครั้ง นะก๊ะ
.
.
.
เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า ข้อความจาก วิภังคปกรณ์ "แย้ง" กับข้อความจาก ฌานสูตร
แล้วเราจะเชื่อว่า ข้อความดังกล่าวเป็นพระพุทธดำรัสเดิมแท้ ได้อย่างไร ?
เพราะนั่นย่อมจะกลายเป็นทั้ง "หลักฐาน" และ "เหตุผล" ที่ยืนยันว่า อภิธรรมปิฎก มิใช่ของเก่าดั้งเดิม
ที่นับเนื่องมาจาก ปฐมสังคายนาจริง หากแต่เป็นเพียงแค่ คัมภีร์ที่ถูกแต่งขึ้นใหม่โดย สาวกชั้นหลัง เท่านั้นเอง !
หวังเป็นอย่างยิ่งว่า สาวกอภิธรรม จะสามารถโต้แย้งด้วยเหตุผลและหลักฐาน ได้อย่างที่ ผู้มีการศึกษา พึงกระทำ
โดยละเว้นการฝลัดกระทู้ "เอาฮา" เพื่อก่อกวน อย่างไร้สาระ นะครับ
สวัสดี
อภิธรรมปิฎก ก็เชื่อถือไม่ได้ หากปรากฏว่า ขัด หรือ แย้ง กับพุทธพจน์ !
ประเด็นของเรื่องนี้ ก็คือ ถ้าหาก ท่านทั้งหลายจะสังเกตให้ดีๆ ย่อมเห็นถึงข้อแตกต่างระหว่าง ข้อความจาก ฌานสูตร กับ วิภังคปกรณ์ กล่าวคือ
ในขณะที่พระพุทธเจ้า ตรัสว่า อนาคามีบุคคล ผู้สามารถไปเกิดในพรหมโลกชั้นสุทธาวาส ได้นั้น
มีทั้งผู้ที่ได้ (๑) ปฐมฌาน (๒) ทุติยฌาน (๓) ตติยฌาน และ (๔) จตุตถฌาน แต่ข้อความจาก วิภังคปกรณ์
กลับกล่าว "แย้ง" ว่า พรหมโลกชั้นสุทธาวาส นี้เฉพาะก็แต่ผู้ได้ จตุตถฌาน คือ ฌาน ๔ เท่านั้น !
*************************************************************************************************
ขออนุญาต ทำความเข้าใจ ดังนี้ว่า .........
ที่กล่าวว่า "ขัด" หมายถึง พระพุทธเจ้าตรัสว่า ๑ ๒ ๓ ๔ แต่อภิธรรมปิฎก ระบุว่า ๕ ๖ ๗ ๘ หรือ อื่นๆ เป็นต้น
ที่กล่าวว่า "แย้ง" หมายถึง พระพุทธเจ้าตรัสว่า ๑ ๒ ๓ ๔ แต่อภิธรรมปิฎก ระบุว่า ๔ (เพียงประการเดียวเท่านั้น) เป็นต้น
ในกรณีนี้ พระพุทธเจ้าตรัสว่า อนาคามีบุคคล ผู้สามารถไปเกิดในพรหมโลกชั้นสุทธาวาส ได้นั้น
มีทั้งผู้ที่ได้ (๑) ปฐมฌาน (๒) ทุติยฌาน (๓) ตติยฌาน และ (๔) จตุตถฌาน
แต่ข้อความจาก วิภังคปกรณ์ กลับกล่าว "แย้ง" พระพุทธเจ้า ว่า
พรหมโลกชั้นสุทธาวาส นี้เฉพาะก็แต่ผู้ได้ จตุตถฌาน คือ ฌาน ๔ เท่านั้น !
ประเด็น ก็คือ (๑) พระพุทธเจ้า ย่อมไม่ตรัส ธรรมใดๆ ขัดแย้งกันเอง
(๒) อรรถกถาจารย์ กล่าวเอาไว้เองว่า "เมื่อคัดค้าน สุตตะ ก็เท่ากับคัดค้าน พระพุทธเจ้า"
ดังนั้น เราจึงมิอาจสรุปความเป็นอย่างอื่นได้เลย นอกจากว่า ข้อความจาก อภิธรรมปิฎก วิภังคปกรณ์ (เฉพาะในส่วนนี้)
มิได้เป็นพระพุทธดำรัสของพระพุทธเจ้ามาแต่เดิมอย่างแน่นอน ครั้นจะให้สันนิษฐานว่า เป็นคาถาของท่านพระสารีบุตร
หรือ ท่านพระมหากัจจายนะ หรือ ท่านพระอานนท์ ก็คงเชื่อได้ยากเต็มทีว่า ข้อความที่ "แย้ง" กับพุทธพจน์นี้ จะเป็นของ
พระอรหันตเถระ ผู้เป็นอัจฉริยบุคคล อย่างท่านทั้ง ๓ นั้นไปได้ !
หากถามผม ........
ขออนุญาตตอบตามตรงว่า ผมไม่ทราบจริงๆ ว่า ใคร เป็นผู้เขียนข้อความดังกล่าวนี้ แต่ผมสามารถกล่าวยืนยันได้แต่เพียงว่า
ข้อความดังกล่าว ไม่ใช่พระพุทธดำรัสของพระพุทธเจ้า และทั้งไม่ใช่ คาถาของพระอรหันตเถระทั้ง ๓ รูปนั้นเป็นแน่ !
ดังนั้น ปัญหาข้อใหญ่ สำหรับที่ผู้นิยม หรือ "เมาหมก" อย่างไร้สติ อยู่กับ คัมภีร์อภิธรรม ไม่ว่าจะเป็นเวอร์ชั่นใดๆ ก็ตาม
จักต้องอธิบายความให้ชัดเจน ก็คือ หากคนเหล่านั้น ยังจะหลับหูหลับตายืนยันว่า อภิธรรมปิฎก เป็นพระพุทธดำรัส ดั้งเดิมแท้ๆ
ก็ต้องเป็นพวกเขานั่นแหละ ที่จะต้องอธิบายความให้ได้ว่า ทั้งๆ ที่ข้อความจาก วิภังคปกรณ์ "แย้ง" กับข้อความจาก พระสูตร
แล้วจะเชื่อได้อย่างไรว่า นี่เป็นพระพุทธดำรัสของแท้ ที่สืบทอดมาแต่ครั้งปฐมสังคายนาจริง ?
เข้าใจคำถาม ไหมครับ ?
.
.
.
ดูปาก น้องนัฐชา อีกครั้ง นะก๊ะ
.
.
.
เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า ข้อความจาก วิภังคปกรณ์ "แย้ง" กับข้อความจาก ฌานสูตร
แล้วเราจะเชื่อว่า ข้อความดังกล่าวเป็นพระพุทธดำรัสเดิมแท้ ได้อย่างไร ?
เพราะนั่นย่อมจะกลายเป็นทั้ง "หลักฐาน" และ "เหตุผล" ที่ยืนยันว่า อภิธรรมปิฎก มิใช่ของเก่าดั้งเดิม
ที่นับเนื่องมาจาก ปฐมสังคายนาจริง หากแต่เป็นเพียงแค่ คัมภีร์ที่ถูกแต่งขึ้นใหม่โดย สาวกชั้นหลัง เท่านั้นเอง !
หวังเป็นอย่างยิ่งว่า สาวกอภิธรรม จะสามารถโต้แย้งด้วยเหตุผลและหลักฐาน ได้อย่างที่ ผู้มีการศึกษา พึงกระทำ
โดยละเว้นการฝลัดกระทู้ "เอาฮา" เพื่อก่อกวน อย่างไร้สาระ นะครับ
สวัสดี