ไม่ต้องคอยเสียวหลังทุกครั้งที่ขึ้นแท็กซี่ ไม่ต้องคอยระแวงทุกทีว่าจะถูกพาไปนอกเส้นทาง ไม่ต้องกลัวว่าจะตกเป็นเหยื่ออาชญากรในคราบโชเฟอร์ และอาจไม่ต้องคอยถ่ายทะเบียนรถข้างประตูแล้วส่งให้เพื่อนๆ ดูอีกต่อไป เพราะ “ความปลอดภัย” จะเกิดขึ้นได้ถ้าสามารถทำให้มาตรการ “ติดแผงกั้น-จัดตั้งศูนย์ประวัติแท็กซี่” สำเร็จได้จริง ไม่ใช่แค่ความฝันค้างๆ ของชาวกรุงอีกแล้ว!
รู้ชื่อ-รู้หน้า-รู้ทัน ปลอดภัยกว่ากันเยอะ!
“ขณะนี้ ศูนย์ประวัติแท็กซี่คืบหน้าไปกว่าร้อยละ 70 แล้ว” อัฌษไธค์ รัตนดิลกณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยความคืบหน้าเรื่องการจัดตั้งศูนย์ประวัติแท็กซี่ไว้กับหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง โดยให้รายละเอียดว่า ล่าสุดได้ประสานงานกับตัวแทนผู้ประกอบการ กรมส่งเสริมสหกรณ์แท็กซี่ และกองพันทหารราบมณฑลทหารบกที่ 11 เพื่อนำข้อมูลบางส่วนของผู้ขับแท็กซี่เข้ามาบรรจุไว้ในระบบเอาไว้ได้เกิน 50 เปอร์เซ็นต์แล้ว ที่เหลือ ยังติดปัญหาตรงที่แท็กซี่บางคันไม่มีผู้เช่าหรือเลิกให้เช่าไป ทำให้ข้อมูลการเคลื่อนไหวของรถแท็กซี่หายไป และรถมีอายุการใช้งานที่นานเกินไปจนไม่สามารถตรวจสอบได้ อย่างไรก็ตาม จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือน ก.ย.นี้
ความเคลื่อนไหวดังกล่าว ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับประชาชนผู้ใช้รถโดยสารสาธารณะประเภทนี้อย่างมากเลยทีเดียว เพราะฐานข้อมูลดังกล่าวจะช่วยให้สามารถเชื่อมโยงประวัติของคนขับแท็กซี่ของแต่ละอู่มาเปรียบเทียบกับประวัติอาชญากรของทางกรมตำรวจได้ จะตรวจสอบ ติดตาม จับกุมเมื่อกระทำผิดใดๆ ก็สามารถกระทำได้โดยสะดวก
นอกจากนี้ยังมีมาตรการ “ติดตั้งแผงกั้นระหว่างผู้โดยสารและคนขับ” ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เสนอเอาไว้ด้วย โดยหวังว่าจะช่วยป้องกันการก่ออาชญากรรมขึ้นได้ไม่มากก็น้อย เพราะที่ผ่านการ มีประชาชนถูกทำร้ายและชิงทรัพย์จากการขึ้นแท็กซี่แล้วมาแจ้งตำรวจ ถือเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยว ทาง พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญพล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เสนอว่าต้องติดตั้งแผงกั้นเท่านั้นเพื่อป้องกันปัญหา
แต่แนวคิดเรื่องการติดตั้งแผงกั้นนี้ ยังไม่ได้รับการอนุมัติ เป็นเพียงแนวความคิดที่เสนอเอาไว้ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการสำรวจความเป็นไปได้โดยสอบถามความคิดเห็นของประชาชน ผู้ประกอบการ และคนขับแท็กซี่ ว่ามาตรการดังกล่าวเหมาะสมหรือไม่อย่างไร คาดว่าจะได้คำตอบให้กับแนวคิดใหม่นี้ภายในสิ้นเดือน หากผลตอบรับส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางที่ดี อาจมีการให้ปรับแก้กฎกระทรวงว่าด้วยการรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คนที่มีการจดทะเบียนในเขตกรุงเทพฯ เพื่อบังคับให้แท็กซี่ทุกคันติดตั้งแผงกั้นอย่างที่มีหลายๆ ประเทศทำเป็นตัวอย่างเอาไว้แล้ว
“เทียบกับหลายๆ ประเทศก็มีแนวคิดเรื่องที่กั้นแบบนี้อยู่เหมือนกันนะครับ อย่างในแคนาดา ในอังกฤษก็มีใช้นะครับ แต่ลอนดอนจะใช้ที่กั้นเป็นแบบกระจกกับแบบพลาสติก แล้วก็มีช่องเล็กๆ เอาไว้ให้ยื่นเงินจ่ายค่าโดยสารได้ ส่วนถ้าเป็นแบบแผงเหล็กกั้น จะมีช่องให้ยื่นเงินได้ไหม อาจจะต้องขึ้นอยู่กับการออกแบบในแต่ละที่ครับ พอมีที่กั้นแบบนี้ก็จะปลอดภัยมากขึ้น เพราะถ้าเกิดมีคนขับที่คิดไม่ดีกับผู้โดยสารจริง อยากจะปีนข้ามมาทำมิดีมิร้าย และในทางกลับกัน ถ้าผู้โดยสารคิดจะชิงทรัพย์คนขับรถแท็กซี่ก็จะทำได้ลำบากเหมือนกัน
ส่วนเรื่องการอนุมัติว่าจะให้มาตรการออกมาให้ต้องติดแผงกั้นไหม อันนี้คงต้องมาศึกษาดูแนวโน้มด้านอาชญากรรมน่ะนะครับ มาดูสถิติของการกระทำความผิดว่ามีรูปแบบยังไง ถ้าติดตั้งแบบกระจกกั้น ก็ต้องมาดูด้วยว่าเป็นกระจกแบบไหน กระจกแข็งแรงและหนาแค่ไหน ถ้าเกิดคนร้ายจะใช้อาวุธทุบ จะแตกไหม หรือถ้าใช้เป็นพลาสติกอย่างหนาจะเหมาะสมไหม พอมีตัวแผงกั้นนี้ขึ้นมา ถึงจะสามารถทุบทำลายได้แต่คนร้ายคงต้องใช้เวลา ระหว่างนั้น เหยื่อก็สามารถจะโทรศัพท์แจ้งตำรวจ แจ้งญาติพี่น้อง หรือส่งเสียงร้องเรียกขอความช่วยเหลือได้
http://www.manager.co.th/daily/viewnews.aspx?NewsID=9570000101769
เถียงให้รู้เรื่อง : แผงกั้นแท็กซี่ลดอาชญากรรมจริงหรือ ? (17 ก.ย. 57)
https://www.youtube.com/watch?v=zB8WNl-yjTA
ใครว่างวานแปะ วีดีโอทูบ หน่อย แบ่งกันดู
แก้ปัญหา “แท็กซี่” แนวใหม่! ติดแผงกั้น-ทุกคันรู้ประวัติ
รู้ชื่อ-รู้หน้า-รู้ทัน ปลอดภัยกว่ากันเยอะ!
“ขณะนี้ ศูนย์ประวัติแท็กซี่คืบหน้าไปกว่าร้อยละ 70 แล้ว” อัฌษไธค์ รัตนดิลกณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยความคืบหน้าเรื่องการจัดตั้งศูนย์ประวัติแท็กซี่ไว้กับหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง โดยให้รายละเอียดว่า ล่าสุดได้ประสานงานกับตัวแทนผู้ประกอบการ กรมส่งเสริมสหกรณ์แท็กซี่ และกองพันทหารราบมณฑลทหารบกที่ 11 เพื่อนำข้อมูลบางส่วนของผู้ขับแท็กซี่เข้ามาบรรจุไว้ในระบบเอาไว้ได้เกิน 50 เปอร์เซ็นต์แล้ว ที่เหลือ ยังติดปัญหาตรงที่แท็กซี่บางคันไม่มีผู้เช่าหรือเลิกให้เช่าไป ทำให้ข้อมูลการเคลื่อนไหวของรถแท็กซี่หายไป และรถมีอายุการใช้งานที่นานเกินไปจนไม่สามารถตรวจสอบได้ อย่างไรก็ตาม จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือน ก.ย.นี้
ความเคลื่อนไหวดังกล่าว ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับประชาชนผู้ใช้รถโดยสารสาธารณะประเภทนี้อย่างมากเลยทีเดียว เพราะฐานข้อมูลดังกล่าวจะช่วยให้สามารถเชื่อมโยงประวัติของคนขับแท็กซี่ของแต่ละอู่มาเปรียบเทียบกับประวัติอาชญากรของทางกรมตำรวจได้ จะตรวจสอบ ติดตาม จับกุมเมื่อกระทำผิดใดๆ ก็สามารถกระทำได้โดยสะดวก
นอกจากนี้ยังมีมาตรการ “ติดตั้งแผงกั้นระหว่างผู้โดยสารและคนขับ” ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เสนอเอาไว้ด้วย โดยหวังว่าจะช่วยป้องกันการก่ออาชญากรรมขึ้นได้ไม่มากก็น้อย เพราะที่ผ่านการ มีประชาชนถูกทำร้ายและชิงทรัพย์จากการขึ้นแท็กซี่แล้วมาแจ้งตำรวจ ถือเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยว ทาง พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญพล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เสนอว่าต้องติดตั้งแผงกั้นเท่านั้นเพื่อป้องกันปัญหา
แต่แนวคิดเรื่องการติดตั้งแผงกั้นนี้ ยังไม่ได้รับการอนุมัติ เป็นเพียงแนวความคิดที่เสนอเอาไว้ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการสำรวจความเป็นไปได้โดยสอบถามความคิดเห็นของประชาชน ผู้ประกอบการ และคนขับแท็กซี่ ว่ามาตรการดังกล่าวเหมาะสมหรือไม่อย่างไร คาดว่าจะได้คำตอบให้กับแนวคิดใหม่นี้ภายในสิ้นเดือน หากผลตอบรับส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางที่ดี อาจมีการให้ปรับแก้กฎกระทรวงว่าด้วยการรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คนที่มีการจดทะเบียนในเขตกรุงเทพฯ เพื่อบังคับให้แท็กซี่ทุกคันติดตั้งแผงกั้นอย่างที่มีหลายๆ ประเทศทำเป็นตัวอย่างเอาไว้แล้ว
“เทียบกับหลายๆ ประเทศก็มีแนวคิดเรื่องที่กั้นแบบนี้อยู่เหมือนกันนะครับ อย่างในแคนาดา ในอังกฤษก็มีใช้นะครับ แต่ลอนดอนจะใช้ที่กั้นเป็นแบบกระจกกับแบบพลาสติก แล้วก็มีช่องเล็กๆ เอาไว้ให้ยื่นเงินจ่ายค่าโดยสารได้ ส่วนถ้าเป็นแบบแผงเหล็กกั้น จะมีช่องให้ยื่นเงินได้ไหม อาจจะต้องขึ้นอยู่กับการออกแบบในแต่ละที่ครับ พอมีที่กั้นแบบนี้ก็จะปลอดภัยมากขึ้น เพราะถ้าเกิดมีคนขับที่คิดไม่ดีกับผู้โดยสารจริง อยากจะปีนข้ามมาทำมิดีมิร้าย และในทางกลับกัน ถ้าผู้โดยสารคิดจะชิงทรัพย์คนขับรถแท็กซี่ก็จะทำได้ลำบากเหมือนกัน
ส่วนเรื่องการอนุมัติว่าจะให้มาตรการออกมาให้ต้องติดแผงกั้นไหม อันนี้คงต้องมาศึกษาดูแนวโน้มด้านอาชญากรรมน่ะนะครับ มาดูสถิติของการกระทำความผิดว่ามีรูปแบบยังไง ถ้าติดตั้งแบบกระจกกั้น ก็ต้องมาดูด้วยว่าเป็นกระจกแบบไหน กระจกแข็งแรงและหนาแค่ไหน ถ้าเกิดคนร้ายจะใช้อาวุธทุบ จะแตกไหม หรือถ้าใช้เป็นพลาสติกอย่างหนาจะเหมาะสมไหม พอมีตัวแผงกั้นนี้ขึ้นมา ถึงจะสามารถทุบทำลายได้แต่คนร้ายคงต้องใช้เวลา ระหว่างนั้น เหยื่อก็สามารถจะโทรศัพท์แจ้งตำรวจ แจ้งญาติพี่น้อง หรือส่งเสียงร้องเรียกขอความช่วยเหลือได้
http://www.manager.co.th/daily/viewnews.aspx?NewsID=9570000101769
เถียงให้รู้เรื่อง : แผงกั้นแท็กซี่ลดอาชญากรรมจริงหรือ ? (17 ก.ย. 57)
https://www.youtube.com/watch?v=zB8WNl-yjTA
ใครว่างวานแปะ วีดีโอทูบ หน่อย แบ่งกันดู