"เมื่อฉันต้องเลือก ระหว่าง ความรัก และ การงาน"

สวัสดีค่ะ เพื่อนๆชาวพันทิป ยิ้ม

เข้าเรื่องของเราเลยดีกว่าเนอะ "เมื่อฉันต้องเลือก ระหว่าง ความรัก และ การงาน"

เริ่มแรกเรารู้จักกับแฟนเราทาง..... พันทิป ค่ะ
ตอนนั้นเราเพิ่งอกหักมาหมาดๆ พี่เค้าก็เข้ามาคุยปกติ แล้วก็หายๆไป ต่างคนต่างหายจนวันนึง เราก็กลับมาคุยกันอีกครั้งค่ะ

แล้วหลังจากนั้นประมาณเดือนกว่า เราสองคนก็นัดเจอกันแถวมหาลัยของเราค่ะ ตอนนั้นเราเรียนอยู่ปีสี่ เทอมสอง เรากับพี่เค้าอายุห่างกัน13 ปีค่ะ เราสองคนก็คบกันมาเรื่อยๆ ตอนนั้นเราสองคนมีความสุขมาก ใครต่อใครก็พากันอิจฉาเรา จนถึงช่วงที่เราต้องหางาน.....

ช่วงที่เราหางานช่วงนั้นชีวิตวุ่นวายมากค่ะ ไหนจะเตรียมตัวสอบปลายภาค สัมภาษณ์งาน ทำสัมนา บลาๆ
ยิ่งตอนไปสัมภาษณ์งาน ด้วยความที่เราอยากทำงานในกรุงเทพ เพราะจะได้อยู่ใกล้ๆพี่เค้าก็สมัครแต่กรุงเทพค่ะ จนกดสมัครไปที่นึง เข้าใจว่าเปิดรับพนักงานใหม่ในสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพ แต่ไม่ใช่ค่ะ เป็สาขาย่อยทีทจังหวัดบ้านเราเอง

นั่นเป็นจุดเริ่มเรื่องนี้ค่ะ..........

ทางบริษัทที่อยู่ในจังหวัดบ้านเกิดเราเรียกเราไปสัมภาษณ์ วันนั้นจำได้ดีว่า พี่เค้ากลัวเราจะตื่นสายไปสัมภาษณ์งานไม่ทัน เลยหาโรมแรมใกล้ๆกับที่เราจะไปสัมภาษณ์งานนอนค่ะ พอเราสอคนตื่น เราก็เตรียมตัวเดินไปสัมภาษณ์งานตามปกติ โดยที่เราไม่คาดหวังอะไรเลย เพราะเราผิดหวังมาเยอะมากกก จนปลงๆ 555

ระหว่างรอผลสัมภาษณ์เราสองคนก็ไปเที่ยวทะเลด้วยกัน ไปถ่ายแบบ นอนชิวริมทะเล ปั่นจักรยาน เดินเล่น ดำน้ำ  บลาๆๆ จนเข้าสู่บ่ายๆของวันที่สองที่เรามาเที่ยวค่ะ ทางบริษัทนั้นก็โทรมาบอกผลสัมภาษณ์ว่าเราได้งานที่นี้ ด้วยความที่เรายังไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย กลับจากทะเลได้สามวัน เราก็ต้องหาที่พัก ย้ายของเข้าหอ (เราชอบแยกมาอยู่คนเดียวน่ะค่ะ ^^") พี่เค้าก็ช่วยเหลือเราทุกอย่าง

พอเราเริ่มทำงานที่นี่ หนึ่งถึงสามเดือนแรกไม่มีอะไรมากค่ะ งานชิวๆ ไม่ยุ่งมาก มีเวลาไปสวีตกับแฟนบ่อยๆ แฟนก็มาหาที่หอ มารอรับกลับจากที่ทำงาน ไปกินข้าว วันหยุดก็ออกไปเที่ยวบ้าง แต่น้อยลงค่ะ เพราะเราทำงานวันเสาร์ด้วย ในช่วงแรกแฟนช่วยค่าหอเราค่ะ ครึ่งนึง เราเลยเบาภาระตรงนี้ไปบ้าง

พอเริ่มเข้าเดือนที่สี่ เดือนที่ห้า เราผ่านโปรแล้วค่ะ งานเราเยอะมากขึ้น จนบางครั้งไม่มีแม้กระทั่งเวลาคุยโทรศัพท์ ตื่นตั้งแต่6.00 กว่าจะกลับห้องก็18.00หรือดึกสุด21.00 ส่วนวันหยุดวันอาทิตย์เราก็เหนื่อยเริ่มอยากนอนอยู่แต่ห้อง ไม่อยากมีกิจกรรมอะไร แฟนเราก็ยังเอาใจใส่เราเหมือนเดิม แค่บ่นๆว่า 'เราเริ่มเปลี่ยนไป เครียดง่ายขึ้น'

ยอมรับค่ะ ว่างานเราความเครียดมันเยอะมาก ต้องดูเมลล์ตลอด ต้องคอยเช็กข้อมูล วันหยุด หรือว่า เวลานอกเหนือจากงานเราก็ต้องทำค่ะ เช่น มีงานเข้ามา22.00 เราก็ต้องมาเปิดเมลล์เช็ก แล้วเปิดคอมนั่งทำเป็นเรื่องเป็นราวค่ะ ส่วนเรื่องเงินเดือน ดีมากค่ะ ดีจนมีเงินเก็บประมาณ 6x,xxx ปลายๆ ในระยะเวลา5เดือนของการทำงาน รวมถึงให้พ่อแม่เดือนละ x,xxx เพราะเราต้องหักอีกส่วนมาจ่ายค่าหอเราอีก 4,xxx /เดือน (ที่แจกแจงเพราะเราอยากให้เพื่อนๆเข้าใจ แล้วจะได้ช่วยให้คำปรึกษากับเราได้นะคะ ไม่ได้ต้องการเจตนาอื่นแอบแฝงเลยค่ะ)

(ปล.เราเริ่มต้นการทำงานจากติดลบ เพราะว่าเราไปยืมเงินมาตั้งตัว โดยที่เรียนจบปุ๊บรีบหางาน จะไม่รบกวนพ่อแม่อีก)

ดูเงินดีงานดีความรักโอเคใช่ไหมคะ ,,, แต่ได้อะไรมา บางอย่างก็ต้องเสียไป..........

เราเครียดกับงานมากจนห่างๆจากพี่ไปเรื่อยๆ รวมทั้งเราเริ่มมองความมั่นคงทางอนาคตมากขึ้น ในขณะที่เพี่เค้ามีเท่าเดิม ในเรื่องของความเอาใจใส่ และ ความมั่นคง ถามว่าถ้าอยู่กันลำบากไหม? เราคิดว่าก็คงมีบ้าง รวมถึงตอนนั้นทั้งการเข้ากันไม่ได้ของที่บ้านเราคาดหวังในตัวพี่เค้ามาก เพราะเราเป็นลูกคนเล็ก และ พวกพี่ๆของเราเค้าก็มีชีวิตคู่ที่ไม่ค่อยโอเคมากนัก จนเป็นแรงกดดันให้เรารู้สึกว่าพี่เค้าต้องดีกว่านี้

ด้วยงานของเรามีบางครั้งที่เราต้องออกไปกับสังสรรค์ และส่วนมากก็มีแต่ผู้ชาย ทำให้พี่เค้าหึงมาก บางครั้งมีมาดักรอที่หอ จนเราเครียด เรารู้สึกว่าเราอึดอัด เราเลยขอห่างกับพี่เรื่อยๆ
.......ระหว่างนั้นเราสองคนจากที่แทบไม่ค่อยได้คุยกันกลายเป็นไม่ได้คุยกันเลย

จากที่คุยกันมีแต่เสียงหัวเราะ มีความสุข กลายเป็นคุยกันเเบบเกรงๆกลัวจะทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ รอยยิ้มที่เคยมีก็เริ่มหายไป ต่างคนต่างเหนื่อย เราก็เหนื่อยในเรื่องงาน พี่ก็เหนื่อยที่ต้องมาทนรับอารมณ์เรา

จนวันนึงเรารู้สึกว่า เราอยากเลือกงานมากกว่า อยากทุ่มเทกับงาน ไม่อยากมีใครต้องมาเป็นห่วง บางที่โอกาสและเงินก็ไม่ได้มาพร้อมความรัก เราอยากมีเงินเยอะๆเพื่ออนาคตเรา และ เลี้ยงดูพ่อแม่ เราเลยทำตัวแย่ๆทุกอย่างใส่พี่ แล้วสิ่งที่เราเตรียมใจมาก่อนแล้วก็ได้เกิดขึ้น..........

...........,,,ตอนเช้าของวันอาทิตย์ เรากำลังซักผ้าอยู่ที่หอ หลังจากที่เรากับพี่ไม่ได้คุยกันมาเกือบอาทิตย์นึง มาวันนี้พี่โทรมา เพื่อที่จะบอกว่า "พี่เหนื่อยแล้วและพี่ยอมจากไป ตามที่หนูต้องการ....." เราร้องไห้ค่ะ ถึงแม้จะเตรียมใจมาบ้าง แต่ก็ยังเสียใจ เสียดายอนาคตที่เราสองคนตั้งใจจะสร้างด้วยกัน

หลังจากนั้นเรายังคุยกันบ้างนะคะ เราพยายามปรับจูนทั้งคู่แต่ดูเหมือนว่าเราก็อึดอัด พี่ก็เหนื่อย มันไม่ไหวจริงๆ
แต่พี่ก็ยังเชื่อว่า เวลาจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น แต่สำหรับเรา เราไม่ไหวแล้วค่ะ ทั้งเครียดกับงาน ต้องมากังวลเรื่องพี่อีก พี่เคยพูดว่าสิ่งสุดท้ายที่จะทำให้พี่ไปจากหนู คือ หนูมีคนอื่น ...

ผ่านมาอีกอาทิตย์กว่า เราตัดสินใจบอกพี่ไป ว่า ....เรามีคนอื่น เค้าดูแลเราได้ดี ให้ในสิ่งที่เราต้องการได้ บลาๆ จนพี่เค้าเสียใจมาก และ ยอมจากไป ทั้งๆที่เราไม่มีใคร และ ไม่เปิดโอกาสให้ใครเข้ามา เรายอมโกหกเพื่อที่พี่จะไม่เสียเวลา และ เราะจะได้หมดห่วง ในตอนนั้นเราคิดแค่นี้จริงๆ....

ทุกวันนี้เราก็ยังเหนื่อยๆเครียดๆกับงานทุกวัน เหนื่อยจนบางครั้งเราอยากหยุด แล้วหันหลังเลยก็มี
เราหยุดได้ค่ะ แต่นั่นหมายความว่า เราต้องออกจากงานที่นี่ แล้วเริ่มต้นหางานใหม่

แต่เรายังมีพ่อแม่ที่ต้องเลี้ยงดู มีอนาคตที่ต้องสร้างเอง ผลตอบแทนในรูปแบบเงินมันมาก แต่เราต้องแลกกับการที่เราเสียคนรักไป และคงไม่มีวันที่เราจะกลับมารักกันอีก

ทุกวันนี้เราได้แต่หวังว่า ในวันที่เรามีพร้อมทุกอย่าง ถ้าพี่เค้ายังไม่มีใคร เรากลับมาสร้างอนาคตด้วยกันอีกได้ไหม...

พี่เค้าเล่นพันทิปบ่อยค่ะ และหวังลึกๆให้พี่เข้ามาอ่าน ถ้าพี่เข้ามาอ่าน หนูอยากบอกพี่นะ
"ไม่ว่ายังไงพี่ก็ยังเป็นคนที่หนูรักมากที่สุด อยากมีอนาคตร่วมกัน อยากสร้างครอบครัวด้วยกัน หนูไม่อยากให้พี่ต้องมารอหนู มันเสียเวลา ถ้าวันนึงพี่เจอคนที่ใช่ ขอให้พี่รักกันนานๆ มีความสุขมากๆ หนูอาจรักแต่ตัวเองมากเกินไป จึงทำให้ทิ้งคนที่อยู่ข้างๆกันมาตลอด ตลอดเวลา หนูคิดถึงแต่พี่ คิดถึงเวลาที่เรามีความสุข ยิ้ม หัวเราะ ร้องไห้ด้วยกัน คิดถึงเวลาที่เราลำบาก คิดถึงรอยยิ้ม อ้อมกอด คิดถึงครอบครัวพี่ พ่อแม่น้องและหมาที่บ้านพี่ คิดถึง  

หนูขอโทษ หนูรักพี่มากนะ แต่บางทีเราสองคนอาจไม่ได้เกิดมาเพื่อคู่กันจริงๆ"

ปล.เนื้อเรื่องอาจไม่น่าอ่านนะคะ เราเล่าเเบบย่อๆ เพิ่งเลิกงาน กะจะพิมหลายครั้งแล้วค่ะ แต่ไม่มีเวลามาระบายเลย
ปล.ที่เรามาเขียนในพันทิปเพราะ จุดเริ่มต้นของเรา เกิดขึ้นที่นี่  ^_^
ปล.ที่ไม่กล่าวถึงเรื่องงานของพี่ก็เพราะว่า พี่เค้าทำฟรีแลนซ เวลาว่างเลยเยอะ สามารถแบ่งเวลามาเจอได้บ่อยๆค่ะ แล้วเราก็ไม่อยากกล่าวถึงหน้าที่การงานพี่เค้ามาก เราต้องขอโทษด้วยค่ะ ร้องไห้
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  ปัญหาชีวิต มนุษย์เงินเดือน Hurt Room
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่