สำหรับคนที่จะมาเรียนภาษา+ทำงาน อเมริกา

กระทู้สนทนา
-เรียนอย่างไรให้คุ้ม ให้ได้ ถ้าจะมาเรียนภาษา แบบจริงๆจังๆ ต้องการภาษา ทางบ้านมีฐานะ
เรียนไปลูก ชิวๆ มาเลยค่ะ แนะนำ ลงไปเลยหกเดือนหนึ่งปี แล้วแต่บวกกับ
ลงเรียนแบบnon creditที่ซิตี้คอลเลจ อยู่กับโฮสไปด้วย ถือว่าได้พุดกับเนทีฟตัวจริง
แต่ ถ้าจะเอาแค่พุดได้ ปีนึงกว่าๆก็น่าจะเห็นผล(สำหรับคนพอมีพื้นฐานมาบ้าง)
แต่ ถ้าจะเอาคะแนน ไอเอ้ล โทเฟล ก้น่าจะ 3-4ปี+ (สำหรับคำพอมีพื้นฐานแกรมม่าจากรร.มัธยม)

-คนที่มาเรียน แบบที่สอง(จขกทเอง)อยากได้ภาษาเน้น จะเรียนไปสอบโทเฟลไอเอ้ล
แต่ ที่บ้านฐานะปานกลาง พอมีให้ลูกได้ยื่นเสต้ทเม้นเลขสวยๆ ออกค่าเรียนให้ในตอนแรก
แต่มาแล้วคุณต้องทำงานนะ  และคุณก็คงไม่อยากรบกวนทางบ้านมาก
ดังนั้น หลังเลิกเรียน คุนจะต้องทำงาน พาร์ทไทม์ อย่าน้อย4-5วัน ถึงจะอยุ่ได้ แค่อยู่ได้
แต่ ต้องยอมรับว่า คุณจะเหนื่อย คุณจะไม่มีเวลาฝึกฝน คุณจะกลับมาเจอสังคมภาษาไทย(แล้วตูจะมาถึงเมกาไมวะเนี่ย คิดในใจ)
เว้นซะแต่ว่า คุณจะมีแฟนเมกัน แค่เม้คเฟรนก็ว่ากันไป (แต่จะบอกให้ว่า มันก็คิดทั้งนั้นล่ะ ถ้าคุณอยากเม้คเฟรนจริงๆ คุณต้องเข้ากิจกรรม เช่น หาพวกงานโวลันเทีย ชมรมต่างๆ)
ซึ่งส่วนใหญ่ หาง่าย ทางแอป  (แต่ก็รู้ๆกันอยู่อะนะ เจอดีก็ดี ไม่ดีก็มี)
คุณจะใช้เวลานานกว่าคนที่มาแบบแรก สองเท่า  
ซึ่งการที่คุณต้องการเรียนเพื่อเอาคะแนนเหล่านี้ คุณก็คงจะมีแพลนอยู่แล้วใช่มั้ย ในที่นี้คือเรื่องเวลา อายุ อื่นๆ
แต่ถ้าคุณคิดว่า โอเคร เอนจอยกับชีวิตไปได้ ไม่มีปัญหา
นั่นคือ คุณติดบ่วงของคยที่มาใรที่สามไปแล้ว โดยไม่รู้ตัว(รวมทั้งจขกท)

-แบบ ี่สามคือ ตั้งใจมาทำงาน เรียนแค่บังหน้า ถ้าชีวิตการงานที่เมืองไทยมันไม่รุ่ง
ก็รู้ๆอยู่อะนะ เงินเดือนกับค่าครองชีพมันช่างบาล้านซ กันซะเหลือเกิน
มาเลย ได้เงินก็ดีกว่า ดีไม่ดีส่วนใหญ่ก้ลงเรียนโทเพิ่ม มีดีกรีไปอีก
อันนี้ก็จบมาส่วนใหญ่ แทบไม่เห็นจะกลับไทย(กลับทำไมล่ะ งานเงิน ชีวิตอีกครึ่งอยู่นี่แล้ว)

-ส่วนร้านอาหาร อย่างที่รู้ๆกัน อย่าคิดวาดฝันว่าสวยหรู มาแล้วจะทำงานเก็บตังเยอะๆ
อันนี้แล้วแตาดวงจริงๆ ร้านเดี่ยวนี้ส่วนใหญ่ ถ้าไม่ใช่ร้านหลักดังๆ(ร้านพวกนี้อาศัยเส้นสายแนะนำกันไป)
ให้ทดลองงานก่อน เสร็จแล้วไม่ได้ตังก็อย่างงล่ะ บางร้านไทยนะ ฝึกเป็นเดือนกว่าจะได้ชิป(ทั้งเวททั้งในครัวนั่นแกละ)
ร้านไทยส่วนใหญ่ เข้าใจคำว่าทำนาบนหลังคนมั้ย นั่นแหละ เจ้าของร้านรวยเอาๆ(บางทีก็คิดว่าเหมือนไปสนับสนุนจนตอนนี้มันกลายเป็นธรรมเนียมไปแล้ว) แต่พนักงานเหนื่อยทั้งกาย บางทีก็ใจ
หมดไปกับค่าห้อง ค่าครองชีพ แต่ไม่ได้ซื้ออะไรฟุ่มเฟือยมันก็พอได้แหละ
ถ้าใครทำงานที่เมืองไทยแล้วไม่เคยส่งตังกลับบ้านเป็นหลักหมื่นได้
มาที่นี่เค้าก็ว่าโอเคร เออโอเคร ก็ว่าตามเค้า
สุดท้าย พอวีซ่าขาด ก็นั่นแหละ..

หลากหลายวิธีเอาตัวรอด ใช้ชีวิตยังมีอีกมาก
แต่ท้ายที่สุดเราก็ไม่รู้ว่าความสุขของใครเป็นแบบไหน เลือกใช้ชีวิตในทางไหนก็อาจจะมีความสุขกับสิ่งที่เลือกก็ได้

ก็นาๆจิตตังนะคะ เข้ามาบ่นบวกแนะนำ ให้หลายคนที่มามีจุดมุ่งหมายที่แตกต่างกันออกไป
ให้คิดให้ดีๆ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่