เหตุผลอะไร ทำไมไทยเราถึงไม่ค่อยส่งเสริมให้เราพัฒนาด้านเทคโนโลยี กลับไปเน้นให้ทำเกษตรกรรม เลี้ยงสัตว์มากกว่า ?

กระทู้สนทนา
คือเท่าที่จำได้ว่า แต่เด็กๆ ผมจะได้รับรู้ว่าไทยเราเป็นประเทศเกษตกรรม ปลูกข้าว ผลไม้ ทำสวน กรีดยาง ไร่ข้าวโพด ประมง เลี้ยงไก่ ฯลฯ
คือเหมือนเราจะภูมิใจกับประเทศเกษตรกรรมของเรามากๆ
ส่งเสริมให้ประชาชนปลูกผักกินเอง เลี้ยงสัตว์ไว้กินเนื้อกินไข่ ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติดีกว่า ดีที่สุด

แต่พอเวลามันผ่านมา สื่อต่างๆมันกระจายและรับรู้ได้ง่ายและเร็วขึ้นมากกว่าในหนังสือเรียน หรือ ฟังครูสอนใน ห้องเรียน

มันทำให้ผมคิดแปลกใจว่า "ทำไมไทยถึงไม่ส่งเสริมให้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี กันเลย ?"
ยิ่งพอมีความรู้อังกฤษบ้าง มียูทูป มีเน็ต
เห็นการเรียนการสอนของต่างประเทศเค้า เค้าส่งเสริมเรื่องนี้กันแต่เด็กเลย
ทำให้เรื่องวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว หรือเข้าใจยากกับประชาชนของเค้า
เด็กรุ่นใหม่ๆ ก็คิดค้นสิ่งใหม่ๆขึ้นมาให้กับสังคมให้กับประเทศ ไม่ได้จมอยู่กับแนวคิดเดิมๆของบรรพบุรุษเหมือนของเรา

อย่าง บิล เกตต, จ๊อบ ,มาร์ค ซัคเคอเบิร์ค  เป็นตัวอย่างที่ดี ว่าคนรุ่นใหม่ๆ เค้าคิดค้นสิ่งต่างๆขึ้นมา ล้วนแต่เป็นสิ่งเปลี่ยนโลกเราทั้งสิ้น
ถ้าคนเหล่านั้นอยู่เมืองไทย เค้าอาจจะทำดีที่สุดก็คงเป็นเครื่องเก็บหอยแครงในบึงหลังบ้านตัวเอง มันอาจจะสะดวกขึ้น แต่มันเปลี่ยนโลกไม่ได้......

มองบ้านเราแล้ว การเรียนการสอนในระดับ ประถม มัธยม กลับเต็มไปด้วยวิชาที่ไม่ได้ช่วยพัฒนาสังคมหรือตัวเด็กเลย
วิชาพุทธศาสนา ,วิชาลีลาส , กระบี่กระบอง ,ร้อยกรอง ร้อยแก้ว ฯลฯ
เหมือนกันเราไปเน้นเรื่องวัฒนธรรม ภาษา ประเพณี ศาสนา มากเกินไป แต่กลับละเลยวิชาด้านวิทยาศาสตร์
วิชาพวกวัฒนาธรรม น่าจะสอนให้กับคนทีสนใจด้านนั้นจริงๆ ไม่ใช่บังคับให้ทุกคนต้องแต่งกลอนเป็นให้ได้ ถึงจะได้เกรดภาษาไทย

การเรียนสอนแบบนี้ เลยทำให้ไทยเรา ยังไม่พัฒนาไปไหนเท่าที่ควรจะเป็นเสียที สิ่งต่างๆ ล้วนแต่ซื้อต่างชาติมาทั้งนั้น
ทั้งๆที่บางอย่างทำเองก็ได้ คนไทยก็พร้อม คนเก่งๆก็มีมากมาย

การทำนา ทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ ประเทศเจริญแล้วเค้าก็มีทำกัน แต่เค้าใช้วิทยาศาสตร์เข้ามาพัฒนาช่วยให้เกิดประสิทธิภาพสูงขึ้น ในพื้นที่เท่าเดิม
ในพื้นที่เท่าๆกัน เค้าปลูกข้าวโพดได้มากกว่า ทนทานกว่า เมล็ดใหญ่กว่า ใช้เวลาทำน้อยกว่า
แต่เรากลับคิดว่าการใช้วิธีดั้งเดิมกลับเหมาะสมกว่า การพัฒนาด้านการเกษตรก็ช้ามาก

คือ ผมคิดว่า ประเทศอื่นๆ เค้าจะปลูกข้าวถ้าจะทำ เค้าก็ทำได้ และ ทำได้ดีกว่าเราด้วย
แต่เค้าเลือกจะพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เอาสินค้าไฮเทค มาแลกกับสินค้าเกษตรของเรา เค้ากำไรกว่าเราเยอะ

ซีพียู intel i7 ขนาดเท่ากับแสตมป์ ราคาเท่ากับข้าวหอมมะลิเกรดดีๆ 1 ตัน
เราก็ต้องแลกกับเค้ามาดูแล้ว คนผลิตสินค้าอาหาร ขาดทุนเห็นๆ เพราะเราใช้เวลาผลิตเป็นปี พื้นที่ดินอีกมากมาย น้ำ ปุ๋ย แรงงาน เครื่องจักรเก็บเกี่ยวสีข้าว

บางท่านอาจจะมองว่าเค้าก็ลงทุนเยอะ เพื่อได้ cpu ตัวเดียว ใช่ครับ.....
แต่ เค้าลงทุนก้อนใหญ่ครั้งเดียว แล้วก็ผลิตขายได้มากๆ แป๊บเดียวก็คืนทุนแล้ว แถมยังค่อยๆปล่อยทีละรุ่นๆๆๆ เพิ่มแผงวงจรนิดนึงอัพราคาได้ 1 พัน สองพันแล้ว หากินได้อีกนานกว่าจะพัฒนารุ่นใหม่ๆ ก็ได้กำไรไปมากมายแล้ว

แต่เรา ปลูกข้าวให้ตายยังไง ก็ได้ข้าวเท่าเดิม

ผมคิดแต่ว่า อย่างน้อย ให้เทคโนโลยีเรามีมากพอจะผลิตใช้เองได้ก็พอ ไม่ต้องถึงกับแข่งกับคนอื่นได้หรอก
ทำรถยนต์ใช้เอง ทำเครื่องบินเอง ทำรถไฟเอง ทำเครื่องจักรได้เอง ผลิตยารักษาโรคเอง
ไม่ต้องไปซื้อเค้าทุกอย่างแพงๆ

เคยเห็นเด็ก ม.ต้นฝรั่ง เค้าเอาพวกวิทยุเก่าๆ พังๆ ถอดพวกไอซี ตัวต้านทาน ฯลฯ มาบัดกรี จี้ๆ ก็กลายเป็น robot ที่ให้มันเดินเองได้ วิ่งได้ จากขยะแท้ๆ
มันดูเหมือนเป็นเรื่องปรกติของเค้าไปเลย

ทุกวันนี้ผมพยายามสอดแทรกวิทยาศาสตร์ให้ลูกได้เรียนรู้ง่ายๆ ก่อน เช่น ฝนตกเพราะอะไร ทำไมฟ้าร้อง ทำไมทะเลถึงเค็ม ทำไมพัดลมถึงหมุนได้ ทำไมลำโพงมีเสียง ฯลฯ พยายามหาคำพูดง่ายๆ ให้เด็กเข้าใจ และ เรียนรู้จะพัฒนาความคิดต่อยอดไปทำสิ่งอื่นๆได้อีก
เมื่อเด็กถาม นั่นหมายถึงเค้ากำลังจะฉลาดขึ้นอีก ผมจึงไม่เบื่อที่จะตอบและหาเหตุผลให้เค้าเข้าใจในสิ่งรอบๆตัวเรา

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่