วันนี้มาตั้งกระทู้เป็นครั้งแรกนะคะ หลักจากเอาแต่แอบๆซุ่มๆมานาน ^^ และอาจจะเป็นกระทู้เดียวก็เป็นได้ 5555 จริงๆไม่ได้เคยคิดว่าจะมาตั้งกระทู้อะไรเลยคะ แต่พอดีวันนี้ได้อ่านกระทู้เรื่องคนทวงของฝากจากเมืองนอก ฝากซื้อของจากเมืองนอกแบบนั้นบ้าง แบบนี้บาง ก็เลยอยากมาแชร์กับเค้าบ้าง
ใครที่ไม่ชอบอ่านรบกวนข้ามเลยนะคะ กระทู้นี้เนื้อหาเยอะ และไม่บันเทิงคะ
ขอออกตัวนะคะว่าไม่ได้เป็นคนมีประสบการณ์สูงอะไร แต่มีโอกาสได้เดินทางทริปยุโรปปีละสองสามครั้ง ซึ่งพอพูดถึงทริปยุโรปก็คงพอจะช่วยให้เห็นภาพว่าของที่แต่ละนางฝากซื้อจะราคามหาโหดแค่ไหน ซึ่งนั่นคือที่มาของการเริ่มคิดและวางแผนจัดระเบียบการรับฝากซื้อของของเราคะ
สำหรับเรา เวลาเดินทางจะเริ่มที่ไม่ป่าวประกาศคะไปเงียบๆ แจ้งแต่คนที่จำเป็น บอกแต่คนที่สำคัญ เพราะหากคุณหน้าใหญ่เที่ยวประกาศไปทั่วว่าจะไปนั่นไปนู่น ก็เป็นธรรมดาที่เรื่องของฝาก และฝากซื้อของจะตามมา
แต่สำหรับคนที่หลบไม่ได้ เลี่ยงไม่พ้น โดนคนมาฝากซื้อของอยู่ร่ำไป อย่าไปกลัวคะ ตั้งสติแล้วยิ้มสวยๆตอบกลับไปเบาๆ ตามคำแนะนำนี้นะคะ
เริ่มจากยิ้มรับสวยๆไปเลยพร้อมพูดว่า “ว่าได้สิคะยินดีมาก แต่ขอให้เราตกลงเบื้องต้นกัน 4 ข้อนะคะ”
1. จะฝากเงินไปเลย หรือจะให้เราออกไปก่อนดีคะ
หากฝากเงินไปเลยคนฝากจะกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนได้ แต่ถ้าจะให้เราออกก่อนเราก็รูดบัตรเครดิต ซึ่งบัตรทั่วไปจะชาร์ตเพิ่มประมาณไม่เกิน 3% เป็นค่าความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งจะทำให้ของแพงขึ้นนิดหน่อย แต่ก่อนที่จะตกลงเรื่องนี้คุณต้องถามตัวเองก่อนนะคะว่าคุณพร้อมออกก่อนจริงหรือเปล่า ถ้าคุณเอาเงิน หรือวงเงินบัตฯมาออกแทนคนอื่นหมด แล้วคุณจะเอาเงินที่ไหนช้อป??? ถ้าคุณไม่พร้อมก็บอกไปตรงๆว่าต้องฝากเงินมาก่อน เพราะคุณมีคนฝากหลายคนแล้ว วงเงินบัตรไม่พอแล้ว บลาๆๆๆ อย่าได้เกรงใจนะคะ แม่เราสอนไว้เสมอ เอ็นดูเขาเอ็นเราขาด T^T
2. ถ้าเกิดโชคร้าย ของที่ซื้อมาหาย หรือเงินที่ฝากมาหายไป ใครเป็นคนซวยคะ!!
ถามกันแบบชัดๆ เพราะว่าเราไม่ใช่บริษัทประกันนะคะที่จะมารับความเสี่ยงให้ที่คนฝากซื้อของ ต้องให้ชัดว่าถ้าเงินหายหรือของหายเราไม่รับผิดชอบ เพราะหายคือหาย อย่ากลัวว่าคนฝากจะหาว่าเราวางแผนเม้มเงินนะคะ เพราะถ้าเค้าไม่ไว้ใจเราก็อย่ามาฝากให้ซื้อของแพงๆเลยคะมันปวดตับ
3. Tax Refund >>
เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องสำคัญคะ Tax Refund แต่ละประเทศไม่เท่ากัน แต่โดยเฉลี่ยก็อยู่ที่ประมาณ 10% ซึ่งถือว่ามากอยู่ ดังนั้นต้องเคลียร์คะ ตกลงกันเลยว่าถ้าทำ Tax Refund ไม่ได้เข้าใจใช่ไหม? ที่ต้องถามเพราะเราเคยเจอเหตุการณ์ที่ทำให้เราไม่สามารถทำ Tax Refund ได้ทั้งที่เราเตรียมตัวมาดี เผื่อเวลาไว้สองชั่วโมง แต่ดันมีเหตุระทึกขวัญที่สนามบินทำให้สุดท้ายก็อดทำ Tax Refund คะ ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้สามารถเกิดได้เสมอนะคะ เพราะฉะนั้นตกลงกันก่อนเลยคะ และถ้าเค้ากลัวว่าเราจะเม้ม Tax Refund ให้กลับไปดูข้อสองคะ มันปวดตับ
4. ภาษีนำเข้า. . . ข้อสุดท้าย แต่ไม่ท้ายสุด
ถ้าจำกันได้ในโลกออนไลน์เคยเป็นประเด็นฮ๊อตว่าด้วยการนำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรไทย หากสินค้ามีมูลค่าเกิน 10,000 บาท ผู้นำเข้าจะต้องนำมาสำแดงและเสียภาษีนำเข้าประมาณ 30% ซึ่งของที่ฝากๆซื้อกันยังไงๆก็เกิน 10,000 บาท เท่ากับว่าเรากำลังเสี่ยงที่จะถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากของที่มีคนฝากเราซื้อ ซึ่งจขกท.เองเคยโดนกับตัวนะคะ กระเป๋า 2 ใบ (ป้าดา กับน้องแนล) โดนเรียกเก้าหมื่นบาท ตอนนั้นเซ็งมากถึงมากที่สุด โชคดีที่สุดท้ายรอดมาได้ ดังนั้นคุณต้องตกลงกับคนฝากซื้อให้ดี ว่าถ้าโดนเรียกภาษีนำเข้าจะทำอย่างไร จะจ่ายเงินไป หรือจะทิ้งของไว้ที่เจ้าหน้าที่ เพราะถ้าคุณตัดสินใจทิ้งของทางเจ้าหน้าที่ก็ยินดีคะ ฮึฮึฮึ
รับรองว่าถามครบ 4 ข้อ จำนวนคนที่จะฝากคุณซื้อของเหลือไม่เกิน 1 คน แต่จะมาหาว่าคุณใจดำไม่ได้นะคะ เพราะเราแค่ต้องการความเข้าใจที่ชัดเจนตรงกันเท่านั้นจริงจริ๊งง
ขอบคุณทุกท่านที่อ่านจนจบนะคะ หวังว่าข้อมูลที่เราแชร์จะเป็นประโยชน์กับทุกคนคะ
สำหรับคนที่กำลังจะฝากซื้อของ ก็รบกวนเอาใจเค้ามาใส่ใจเรานะคะ ถ้าคุณไม่ไว้ใจ ไม่มั่นใจคุณไปหาร้านมืออาชีพให้เค้าหิ้วมาให้คุณดีกว่าคะ
^^
ผิดถูกยังไง รบกวนขอคำแนะนำนะคะ อย่ามาดุด่ากันแบบแรงๆ เราเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆคะ >.<
มีคนฝากซื้อของจากเมืองนอก เอาไง ทำไง กระทู้นี้มีคำตอบ เชิญคะ ^^
ใครที่ไม่ชอบอ่านรบกวนข้ามเลยนะคะ กระทู้นี้เนื้อหาเยอะ และไม่บันเทิงคะ
ขอออกตัวนะคะว่าไม่ได้เป็นคนมีประสบการณ์สูงอะไร แต่มีโอกาสได้เดินทางทริปยุโรปปีละสองสามครั้ง ซึ่งพอพูดถึงทริปยุโรปก็คงพอจะช่วยให้เห็นภาพว่าของที่แต่ละนางฝากซื้อจะราคามหาโหดแค่ไหน ซึ่งนั่นคือที่มาของการเริ่มคิดและวางแผนจัดระเบียบการรับฝากซื้อของของเราคะ
สำหรับเรา เวลาเดินทางจะเริ่มที่ไม่ป่าวประกาศคะไปเงียบๆ แจ้งแต่คนที่จำเป็น บอกแต่คนที่สำคัญ เพราะหากคุณหน้าใหญ่เที่ยวประกาศไปทั่วว่าจะไปนั่นไปนู่น ก็เป็นธรรมดาที่เรื่องของฝาก และฝากซื้อของจะตามมา
แต่สำหรับคนที่หลบไม่ได้ เลี่ยงไม่พ้น โดนคนมาฝากซื้อของอยู่ร่ำไป อย่าไปกลัวคะ ตั้งสติแล้วยิ้มสวยๆตอบกลับไปเบาๆ ตามคำแนะนำนี้นะคะ
เริ่มจากยิ้มรับสวยๆไปเลยพร้อมพูดว่า “ว่าได้สิคะยินดีมาก แต่ขอให้เราตกลงเบื้องต้นกัน 4 ข้อนะคะ”
1. จะฝากเงินไปเลย หรือจะให้เราออกไปก่อนดีคะ
หากฝากเงินไปเลยคนฝากจะกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนได้ แต่ถ้าจะให้เราออกก่อนเราก็รูดบัตรเครดิต ซึ่งบัตรทั่วไปจะชาร์ตเพิ่มประมาณไม่เกิน 3% เป็นค่าความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งจะทำให้ของแพงขึ้นนิดหน่อย แต่ก่อนที่จะตกลงเรื่องนี้คุณต้องถามตัวเองก่อนนะคะว่าคุณพร้อมออกก่อนจริงหรือเปล่า ถ้าคุณเอาเงิน หรือวงเงินบัตฯมาออกแทนคนอื่นหมด แล้วคุณจะเอาเงินที่ไหนช้อป??? ถ้าคุณไม่พร้อมก็บอกไปตรงๆว่าต้องฝากเงินมาก่อน เพราะคุณมีคนฝากหลายคนแล้ว วงเงินบัตรไม่พอแล้ว บลาๆๆๆ อย่าได้เกรงใจนะคะ แม่เราสอนไว้เสมอ เอ็นดูเขาเอ็นเราขาด T^T
2. ถ้าเกิดโชคร้าย ของที่ซื้อมาหาย หรือเงินที่ฝากมาหายไป ใครเป็นคนซวยคะ!!
ถามกันแบบชัดๆ เพราะว่าเราไม่ใช่บริษัทประกันนะคะที่จะมารับความเสี่ยงให้ที่คนฝากซื้อของ ต้องให้ชัดว่าถ้าเงินหายหรือของหายเราไม่รับผิดชอบ เพราะหายคือหาย อย่ากลัวว่าคนฝากจะหาว่าเราวางแผนเม้มเงินนะคะ เพราะถ้าเค้าไม่ไว้ใจเราก็อย่ามาฝากให้ซื้อของแพงๆเลยคะมันปวดตับ
3. Tax Refund >>
เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องสำคัญคะ Tax Refund แต่ละประเทศไม่เท่ากัน แต่โดยเฉลี่ยก็อยู่ที่ประมาณ 10% ซึ่งถือว่ามากอยู่ ดังนั้นต้องเคลียร์คะ ตกลงกันเลยว่าถ้าทำ Tax Refund ไม่ได้เข้าใจใช่ไหม? ที่ต้องถามเพราะเราเคยเจอเหตุการณ์ที่ทำให้เราไม่สามารถทำ Tax Refund ได้ทั้งที่เราเตรียมตัวมาดี เผื่อเวลาไว้สองชั่วโมง แต่ดันมีเหตุระทึกขวัญที่สนามบินทำให้สุดท้ายก็อดทำ Tax Refund คะ ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้สามารถเกิดได้เสมอนะคะ เพราะฉะนั้นตกลงกันก่อนเลยคะ และถ้าเค้ากลัวว่าเราจะเม้ม Tax Refund ให้กลับไปดูข้อสองคะ มันปวดตับ
4. ภาษีนำเข้า. . . ข้อสุดท้าย แต่ไม่ท้ายสุด
ถ้าจำกันได้ในโลกออนไลน์เคยเป็นประเด็นฮ๊อตว่าด้วยการนำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรไทย หากสินค้ามีมูลค่าเกิน 10,000 บาท ผู้นำเข้าจะต้องนำมาสำแดงและเสียภาษีนำเข้าประมาณ 30% ซึ่งของที่ฝากๆซื้อกันยังไงๆก็เกิน 10,000 บาท เท่ากับว่าเรากำลังเสี่ยงที่จะถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากของที่มีคนฝากเราซื้อ ซึ่งจขกท.เองเคยโดนกับตัวนะคะ กระเป๋า 2 ใบ (ป้าดา กับน้องแนล) โดนเรียกเก้าหมื่นบาท ตอนนั้นเซ็งมากถึงมากที่สุด โชคดีที่สุดท้ายรอดมาได้ ดังนั้นคุณต้องตกลงกับคนฝากซื้อให้ดี ว่าถ้าโดนเรียกภาษีนำเข้าจะทำอย่างไร จะจ่ายเงินไป หรือจะทิ้งของไว้ที่เจ้าหน้าที่ เพราะถ้าคุณตัดสินใจทิ้งของทางเจ้าหน้าที่ก็ยินดีคะ ฮึฮึฮึ
รับรองว่าถามครบ 4 ข้อ จำนวนคนที่จะฝากคุณซื้อของเหลือไม่เกิน 1 คน แต่จะมาหาว่าคุณใจดำไม่ได้นะคะ เพราะเราแค่ต้องการความเข้าใจที่ชัดเจนตรงกันเท่านั้นจริงจริ๊งง
ขอบคุณทุกท่านที่อ่านจนจบนะคะ หวังว่าข้อมูลที่เราแชร์จะเป็นประโยชน์กับทุกคนคะ
สำหรับคนที่กำลังจะฝากซื้อของ ก็รบกวนเอาใจเค้ามาใส่ใจเรานะคะ ถ้าคุณไม่ไว้ใจ ไม่มั่นใจคุณไปหาร้านมืออาชีพให้เค้าหิ้วมาให้คุณดีกว่าคะ
^^
ผิดถูกยังไง รบกวนขอคำแนะนำนะคะ อย่ามาดุด่ากันแบบแรงๆ เราเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆคะ >.<