สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ เราขอเล่าประสบการณ์ในการซื้อบ้านจัดสรร ครั้งแรกของเรา และสามีให้ฟังนะคะ เรากับสามี อายุ 30 ต้นๆ เพิ่งย้ายมาทำงานที่ศรีราชา เมื่อ เดือน กรกฎาคม ปีที่แล้วค่ะ มีที่อยู่ของที่ทำงานให้พัก มาช่วงต้นปีนี้ การงานทุกอย่างดูลงตัว เลยคิดจะหาบ้านอยู่ค่ะ เรากับสามีตระเวนดูเป็น 10 หมู่บ้านค่ะ ทุกที่มีข้อดีข้อเสียต่างกัน จนมาชอบหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในซอยโรงเรียนเซนต์ปอล อยู่ห่างจากถ.สุขุมวิท3 กม. อยู่ห่างจากที่ทำงานเราประมาณ 5 กม. ทีแรกคิดว่าซอยนี้รถติด แต่เรากับสามีทำงานในช่วงเลย 8 โมงเช้าไปแล้ว เข้าบ้านอีกที 2 ทุ่ม น่าจะหลีกเลี่ยงปัญหานี้ได้
หมู่บ้านนี้ สร้างเสร็จมาแล้วประมาณ 2 ปี มีคนเข้ามาอยู่น่าจะ 50-60 % แล้ว แต่ยังขายไม่หมด เลยจัดโปรโมชั่น ลดหลังละ 1 ล้านบาท แต่ไม่ได้ลดทุกหลังนะคะ เราถามเซลส์(เซลส์เป็นคนจากบริษัทเอเจนซี่ที่โครงการจ้างมาค่ะ ไม่ใช่คนของโครงการโดยตรง) เซลส์บอกว่าบ้านที่ลดราคาไม่มีปัญหาอะไร แค่จัดโปรโมชั่นเท่านั้น นางบอกว่าถ้าเราซื้อเงินสด จะมีอำนาจการต่อรองได้เยอะ เราตกลงใจซื้อเงินสดค่ะ พร้อมต่อราคา บ้านพื้นที่ 56 ตารางวาพื้นที่ใช้สอย 205 ตารางเมตร 3ห้องนอน 3 ห้องน้ำ บ้านราคาเต็ม 4,990,000 จัดโปรโมชั่น ลด 1 ล้านบาท เหลือ 3,990,000 เราต่อราคาไปอีก 10% แต่สรุปตกลงกันได้ว่าลดเพิ่มอีก 300,000 เหลือ 3,690,000 ค่ะ จากนั้นก็เซ็นสัญญาค่ะ ในสัญญาระบุส่วนลดชัดเจน และระบุว่าต้องโอนทันทีหลังจากการตรวจรับเสร็จสมบูรณ์(ทีแรกในสัญญาระบุว่าต้องโอนภายใน 1 สัปดาห์หลังเซ็นสัญญา บ้ารึเปล่าก็ไม่รู้ แต่เราไม่ยอมค่ะ ให้เค้าไปแก้สัญญา)
เราจ้างคนอื่นมาตรวจรับค่ะ เค้าคิดค่าจ้างสำหรับการตรวจ 2 ครั้ง คือตรวจครั้งแรก 1 ครั้ง และตรวจอีกครั้งหลังจากโครงการแก้เสร็จอีก 1 ครั้ง โดยวันที่มาตรวจบ้าน คุณวิศวะคนนี้บอกว่า เค้ามาตรวจอีกหลังนึงในโครงการนี้เหมือนกัน มาไปเมื่อประมาณ เดือนนึงแล้ว โครงการยังไม่ได้แก้ไขอะไรเลย ตอนนั้นเราไม่ได้คิดอะไร คิดแต่ว่า ต้องรอนานแน่เลย กว่าบ้านจะเสร็จ เค้าตรวจละเอียดมากค่ะ และแปะสติ๊กเกอร์ว่าต้องแก้อะไรบ้าง สรุปว่าทั้งบ้าน มีสติ๊กเกอร์แปะเต็มไปหมดค่ะ วันนั้น เราได้ทำเรื่องขอน้ำไฟเข้าบ้านด้วยค่ะ กะว่าตรวจครั้งที่ 2 จะได้ตรวจเรื่องน้ำไฟไปด้วยเลย ตอนนั้นเซลส์บอกว่า ใช้เวลาดำเนินการประมาณ 2 สัปดาห์ในการติดตั้งน้ำไฟ
ผ่านไปไม่ถึง 2 อาทิตย์ค่ะ คุณเซลส์เธอโทรมา บอกว่าบ้านเสร็จแล้ว ให้มาตรวจอีกรอบ เราแปลกใจ ทำไมเร็วจังหว่า แต่เราก็ยืนยันว่าขอให้น้ำไฟเข้ามาก่อน สรุป ผ่านไป 1 เดือน หลังจากการตรวจบ้านครั้งแรก เราเรียกคุณวิศวะไปตรวจรอบ 2กับเราด้วย(ที่รอจนครบ 1 เดือนนี่คือรอให้น้ำไฟมาครบก่อนนะคะถึงได้เข้าไป) แถ่น แทน แท้น...... ทุกอย่างยังเหมือนเดิมค่ะ สติ๊กเกอร์ที่แปะไว้ยังอยู่ครบ ตอนนั้นเราโมโหสุดๆค่ะ แถมผู้รับเหมาชั้นต่ำ ยังมาแถ บอกทำไปแล้วบางส่วน พูดจริงๆนะคะ ไม่ทราบเห็นเราโง่หรือยังไง สติ๊กเกอร์ยังอยู่เลย ทำไปแล้ว พ่อง สิ(โทษทีนะคะ นึกถึงตอนนั้นแล้วมันอิน) แล้วไอ้ผู้รับเหมาคนนี้ บอกว่าสติ๊กเกอร์ที่แปะไว้ ทำให้บ้านสีถลอกอีก สรุปว่าวันนั้นเสียเวลา เสียอารมณ์ฟรีค่ะ
หลังจากนั้น เซลส์โทรมาบอกเราค่ะ บอกว่า ที่ติดสติ๊กเกอร์ไปทำให้บ้านเสียหาย โครงการคิดค่าเสียหาย 25000 แต่เราก็ไม่ยอมค่ะ ในระหว่างนี้ก็ยังไม่มีการแก้ไขบ้านใดๆนะคะ เซลส์เธอบอกว่า เธอบอกวิศวะที่มาตรวจแล้ว ว่าห้ามแปะสติ๊กเกอร์ใดๆ แต่เราอยู่ด้วยตอนนั้น เราบอกเลยค่ะ ว่าเราไม่ได้ยิน สามีเราก็บอกว่า เค้าตรวจบ้านอีกหลังแบบนี้ไปแล้ว เซลส์ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันกับบ้านหลังที่เราจองอีกได้ยังไง จนสุดท้าย เจ้าของโครงการส่งเลขามาคุยค่ะ เลขาคนนี้เป็นผู้ชาย มีตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของบริษัท ขอใช้นามสมมุติ ว่าคุณเบ๊นะคะ
เราบอกว่า ถึงเราไม่ติดสติ๊กเกอร์ ตรงบริเวณเหล่านั้น เค้าก็ต้องแก้ ต้องซ่อมแซมให้เราอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ คุณเบ๊บอกว่า บ้านเป็นบ้านโปรโมชั่น แก้ทั้งหมดไม่ได้ เราบอกว่า ตอนซื้อไหนบอกว่าไม่ใช่บ้านมีปัญหา และราคาที่ลดเพิ่ม เป็นเพราะซื้อเงินสดไง อีตาคุณเบ๊นี่ก็บอกแต่ว่า เรามองไปข้างหน้าดีกว่าครับ อย่ามองย้อนหลัง วันนั้น เราก็เลยเข้าไปดูบ้านกับคุณเบ๊นี่อีกที เค้าก็บอกว่าจะแก้ส่วนหลักๆ เช่นพื้นให้ หลังจากนั้น เซลส์โทรมาอีกค่ะ บอกว่าโครงการบอกว่าจะไม่แก้สีที่ถลอกจากการติดสติ๊กเกอร์ให้ ถ้าจะให้แก้ เราต้องเสียค่าใช้จ่ายกับโครงการคนละครึ่ง ประเมินค่าเสียหายใหม่ 28000(ทีแรกไหนบอก25000) คือเราต้องเสีย 14000 เราเลยบอกไปว่า ก็แก้อย่างอื่นเท่าที่ได้ไปให้หมด เรื่องสีเราจัดการเอง แต่เราไม่จ่าย บอกตรงๆค่ะ ตอนนั้น เราอยากให้ทุกอย่างจบเร็วๆค่ะ เบื่อมาก
เพิ่มเติมอีกนิดนะคะ เราทำสัญญาพร้อมกับตรวจรับบ้านครั้งแรก วันที่ 13 มิย.ค่ะ ค่าจอง 10,000 บาท ค่าทำสัญญาอีก 90,000 บาท รวมเป็น 100,000 บาทค่ะ ที่จ่ายให้กับโครงการไป ในที่สุด วันที่ 22 สค. เซลส์โทรมาบอกว่าบ้านเสร็จ ให้ไปตรวจ วันจันทร์ที่ 25 สค. เราบอกว่าเราไปวันนั้นไม่ได้แน่ๆ ไปได้เร็วที่สุดคือวันที่ 30 สค. วันที่ 29 สค. เราโทรไปถามค่ะ ว่าตกลงพรุ่งนี้เราไปตรวจบ้านได้มั้ย เซลส์บอกว่า อย่าเพิ่ง เพราะบ้านอื่นอีก 3 หลังที่กำลังจะโอน แต่โอนช้า เพราะติดปัญหาทั้งเรื่องกู้แบงค์ หรือว่าโครงการแก้ไขบ้านช้า ทางโครงการไม่ลดให้ตามที่ตกลงกันแล้ว ขอเคลียร์ก่อน และก็เป็นไปตามคาดค่ะ โครงการไม่ลดให้เรา 300,000 เพราะบอกว่า เราไปตรวจบ้านช้า ขอบอก 8 วันเนี่ยนะ เค้าบอกว่า ก็ที่ผ่านมา ตั้งหลายเดือนแล้ว เราบอกว่า ก่อนหน้านี้นี่ไม่ใช่ความผิดเราเลยนะ ถ้าช้าที่เรา ก็แค่ 8 วันเนี่ย มันไม่ได้เรียกว่าช้าเลยนะ จะให้ถึงขั้นลางานไปตรวจบ้านทันทีก็ไม่ใช่เรื่องปะคะ แถมในสัญญาก็ระบุส่วนลดไว้ชัดเจน อยู่ๆจะมาเปลี่ยนสัญญาแบบนี้ มันไม่ใช่เรื่อง
สุดท้าย โครงการบอกว่า ลดให้ได้อย่างมากแค่ 200,000 แต่เราไม่โอเคค่ะ โครงการไม่ทำตามสัญญา อยู่ๆจะบอกว่าลดให้เหลือเท่านี้ ทั้งที่ตกลงเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว เราไม่เอาบ้านค่ะ แถมโครงการบอกจะคืนเงินแค่ 75000 หักค่าสีถลอกอีก 25000 ในใจเราอยากจบแค่นี้นะคะ แต่สามีเราบอกจะฟ้อง สคบ. ต้องเอา 25000 คืน เรื่องสติ๊กเกอร์ที่แปะมันไม่ใช่ความผิดเราแต่แรกอยู่แล้ว แต่เราเบื่อค่ะ ไม่อยากยุ่งกับโครงการนี้อีก ตอนนี้เราได้แต่ภาวนาค่ะ ขอให้คนที่ทำธุรกิจแบบนี้ เจริญ เจริญ ลงเหวยิ่งๆขึ้นไป มีหนี้เยอะๆ เป็นพันล้านนะคะ
เพิ่มเติมอีกนิดนะคะ เราเคยเห็นมีคนมาลงพันทิป เป็นคนในหมู่บ้านนี้ มีปัญหาเรื่องโครงการให้อาคารพาณิชย์ที่สร้างอยู่หน้าโครงการมาใช้ส่วนกลางได้ และนำรถเข้ามาจอดได้ 1 คัน ตอนนั้นเราอ่านดู คนในหมู่บ้านมีปัญหา เรายังคุยกับสามีอยู่เลย ว่าสำหรับตัวเรา เราเฉยๆ ถ้าเค้าจ่ายค่าส่วนกลางเหมือนกัน แต่คนที่ทำงานเรา เล่าให้ฟังค่ะ ว่าที่มีปัญหา เพราะตอนขายบ้านใหม่ๆ โครงการไม่ได้บอกว่าจะสร้างอาคารพาณิชย์ต่อ แถมบ้านซอยที่อยู่ติดอาคารพาณิชย์ ตอนนั้นก็ขายแพงกว่าหลังอื่น บอกว่าเป็นบ้านที่อยู่ติดถนน ถึงเวลาสร้างอาคารพาณิชย์ บ้านซอยแรกตรงนั้นก็ซวย เลยโวยกันขึ้นมา เราก็รู้สึกว่า ดีละ ที่ไม่ต้องไปจ่ายเงินให้คนแบบนี้ ไม่ไหวค่ะ
นี่ละค่ะ ประสบการณ์ของเรา สำหรับคนศรีราชา คงรู้นะคะ เราหมายถึงโครงการไหน ถ้าสนใจโครงการนี้ เราบอกเลย อย่าเอาเงินไปให้คนทำธุรกิจไม่ซื่อตรงเลยค่ะ ขอบคุณที่อ่านนะคะ เราเอา login สามีมาใช้ค่ะ
เมื่อฉันซื้อบ้านจัดสรรครั้งแรกในชีวิต
หมู่บ้านนี้ สร้างเสร็จมาแล้วประมาณ 2 ปี มีคนเข้ามาอยู่น่าจะ 50-60 % แล้ว แต่ยังขายไม่หมด เลยจัดโปรโมชั่น ลดหลังละ 1 ล้านบาท แต่ไม่ได้ลดทุกหลังนะคะ เราถามเซลส์(เซลส์เป็นคนจากบริษัทเอเจนซี่ที่โครงการจ้างมาค่ะ ไม่ใช่คนของโครงการโดยตรง) เซลส์บอกว่าบ้านที่ลดราคาไม่มีปัญหาอะไร แค่จัดโปรโมชั่นเท่านั้น นางบอกว่าถ้าเราซื้อเงินสด จะมีอำนาจการต่อรองได้เยอะ เราตกลงใจซื้อเงินสดค่ะ พร้อมต่อราคา บ้านพื้นที่ 56 ตารางวาพื้นที่ใช้สอย 205 ตารางเมตร 3ห้องนอน 3 ห้องน้ำ บ้านราคาเต็ม 4,990,000 จัดโปรโมชั่น ลด 1 ล้านบาท เหลือ 3,990,000 เราต่อราคาไปอีก 10% แต่สรุปตกลงกันได้ว่าลดเพิ่มอีก 300,000 เหลือ 3,690,000 ค่ะ จากนั้นก็เซ็นสัญญาค่ะ ในสัญญาระบุส่วนลดชัดเจน และระบุว่าต้องโอนทันทีหลังจากการตรวจรับเสร็จสมบูรณ์(ทีแรกในสัญญาระบุว่าต้องโอนภายใน 1 สัปดาห์หลังเซ็นสัญญา บ้ารึเปล่าก็ไม่รู้ แต่เราไม่ยอมค่ะ ให้เค้าไปแก้สัญญา)
เราจ้างคนอื่นมาตรวจรับค่ะ เค้าคิดค่าจ้างสำหรับการตรวจ 2 ครั้ง คือตรวจครั้งแรก 1 ครั้ง และตรวจอีกครั้งหลังจากโครงการแก้เสร็จอีก 1 ครั้ง โดยวันที่มาตรวจบ้าน คุณวิศวะคนนี้บอกว่า เค้ามาตรวจอีกหลังนึงในโครงการนี้เหมือนกัน มาไปเมื่อประมาณ เดือนนึงแล้ว โครงการยังไม่ได้แก้ไขอะไรเลย ตอนนั้นเราไม่ได้คิดอะไร คิดแต่ว่า ต้องรอนานแน่เลย กว่าบ้านจะเสร็จ เค้าตรวจละเอียดมากค่ะ และแปะสติ๊กเกอร์ว่าต้องแก้อะไรบ้าง สรุปว่าทั้งบ้าน มีสติ๊กเกอร์แปะเต็มไปหมดค่ะ วันนั้น เราได้ทำเรื่องขอน้ำไฟเข้าบ้านด้วยค่ะ กะว่าตรวจครั้งที่ 2 จะได้ตรวจเรื่องน้ำไฟไปด้วยเลย ตอนนั้นเซลส์บอกว่า ใช้เวลาดำเนินการประมาณ 2 สัปดาห์ในการติดตั้งน้ำไฟ
ผ่านไปไม่ถึง 2 อาทิตย์ค่ะ คุณเซลส์เธอโทรมา บอกว่าบ้านเสร็จแล้ว ให้มาตรวจอีกรอบ เราแปลกใจ ทำไมเร็วจังหว่า แต่เราก็ยืนยันว่าขอให้น้ำไฟเข้ามาก่อน สรุป ผ่านไป 1 เดือน หลังจากการตรวจบ้านครั้งแรก เราเรียกคุณวิศวะไปตรวจรอบ 2กับเราด้วย(ที่รอจนครบ 1 เดือนนี่คือรอให้น้ำไฟมาครบก่อนนะคะถึงได้เข้าไป) แถ่น แทน แท้น...... ทุกอย่างยังเหมือนเดิมค่ะ สติ๊กเกอร์ที่แปะไว้ยังอยู่ครบ ตอนนั้นเราโมโหสุดๆค่ะ แถมผู้รับเหมาชั้นต่ำ ยังมาแถ บอกทำไปแล้วบางส่วน พูดจริงๆนะคะ ไม่ทราบเห็นเราโง่หรือยังไง สติ๊กเกอร์ยังอยู่เลย ทำไปแล้ว พ่อง สิ(โทษทีนะคะ นึกถึงตอนนั้นแล้วมันอิน) แล้วไอ้ผู้รับเหมาคนนี้ บอกว่าสติ๊กเกอร์ที่แปะไว้ ทำให้บ้านสีถลอกอีก สรุปว่าวันนั้นเสียเวลา เสียอารมณ์ฟรีค่ะ
หลังจากนั้น เซลส์โทรมาบอกเราค่ะ บอกว่า ที่ติดสติ๊กเกอร์ไปทำให้บ้านเสียหาย โครงการคิดค่าเสียหาย 25000 แต่เราก็ไม่ยอมค่ะ ในระหว่างนี้ก็ยังไม่มีการแก้ไขบ้านใดๆนะคะ เซลส์เธอบอกว่า เธอบอกวิศวะที่มาตรวจแล้ว ว่าห้ามแปะสติ๊กเกอร์ใดๆ แต่เราอยู่ด้วยตอนนั้น เราบอกเลยค่ะ ว่าเราไม่ได้ยิน สามีเราก็บอกว่า เค้าตรวจบ้านอีกหลังแบบนี้ไปแล้ว เซลส์ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันกับบ้านหลังที่เราจองอีกได้ยังไง จนสุดท้าย เจ้าของโครงการส่งเลขามาคุยค่ะ เลขาคนนี้เป็นผู้ชาย มีตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของบริษัท ขอใช้นามสมมุติ ว่าคุณเบ๊นะคะ
เราบอกว่า ถึงเราไม่ติดสติ๊กเกอร์ ตรงบริเวณเหล่านั้น เค้าก็ต้องแก้ ต้องซ่อมแซมให้เราอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ คุณเบ๊บอกว่า บ้านเป็นบ้านโปรโมชั่น แก้ทั้งหมดไม่ได้ เราบอกว่า ตอนซื้อไหนบอกว่าไม่ใช่บ้านมีปัญหา และราคาที่ลดเพิ่ม เป็นเพราะซื้อเงินสดไง อีตาคุณเบ๊นี่ก็บอกแต่ว่า เรามองไปข้างหน้าดีกว่าครับ อย่ามองย้อนหลัง วันนั้น เราก็เลยเข้าไปดูบ้านกับคุณเบ๊นี่อีกที เค้าก็บอกว่าจะแก้ส่วนหลักๆ เช่นพื้นให้ หลังจากนั้น เซลส์โทรมาอีกค่ะ บอกว่าโครงการบอกว่าจะไม่แก้สีที่ถลอกจากการติดสติ๊กเกอร์ให้ ถ้าจะให้แก้ เราต้องเสียค่าใช้จ่ายกับโครงการคนละครึ่ง ประเมินค่าเสียหายใหม่ 28000(ทีแรกไหนบอก25000) คือเราต้องเสีย 14000 เราเลยบอกไปว่า ก็แก้อย่างอื่นเท่าที่ได้ไปให้หมด เรื่องสีเราจัดการเอง แต่เราไม่จ่าย บอกตรงๆค่ะ ตอนนั้น เราอยากให้ทุกอย่างจบเร็วๆค่ะ เบื่อมาก
เพิ่มเติมอีกนิดนะคะ เราทำสัญญาพร้อมกับตรวจรับบ้านครั้งแรก วันที่ 13 มิย.ค่ะ ค่าจอง 10,000 บาท ค่าทำสัญญาอีก 90,000 บาท รวมเป็น 100,000 บาทค่ะ ที่จ่ายให้กับโครงการไป ในที่สุด วันที่ 22 สค. เซลส์โทรมาบอกว่าบ้านเสร็จ ให้ไปตรวจ วันจันทร์ที่ 25 สค. เราบอกว่าเราไปวันนั้นไม่ได้แน่ๆ ไปได้เร็วที่สุดคือวันที่ 30 สค. วันที่ 29 สค. เราโทรไปถามค่ะ ว่าตกลงพรุ่งนี้เราไปตรวจบ้านได้มั้ย เซลส์บอกว่า อย่าเพิ่ง เพราะบ้านอื่นอีก 3 หลังที่กำลังจะโอน แต่โอนช้า เพราะติดปัญหาทั้งเรื่องกู้แบงค์ หรือว่าโครงการแก้ไขบ้านช้า ทางโครงการไม่ลดให้ตามที่ตกลงกันแล้ว ขอเคลียร์ก่อน และก็เป็นไปตามคาดค่ะ โครงการไม่ลดให้เรา 300,000 เพราะบอกว่า เราไปตรวจบ้านช้า ขอบอก 8 วันเนี่ยนะ เค้าบอกว่า ก็ที่ผ่านมา ตั้งหลายเดือนแล้ว เราบอกว่า ก่อนหน้านี้นี่ไม่ใช่ความผิดเราเลยนะ ถ้าช้าที่เรา ก็แค่ 8 วันเนี่ย มันไม่ได้เรียกว่าช้าเลยนะ จะให้ถึงขั้นลางานไปตรวจบ้านทันทีก็ไม่ใช่เรื่องปะคะ แถมในสัญญาก็ระบุส่วนลดไว้ชัดเจน อยู่ๆจะมาเปลี่ยนสัญญาแบบนี้ มันไม่ใช่เรื่อง
สุดท้าย โครงการบอกว่า ลดให้ได้อย่างมากแค่ 200,000 แต่เราไม่โอเคค่ะ โครงการไม่ทำตามสัญญา อยู่ๆจะบอกว่าลดให้เหลือเท่านี้ ทั้งที่ตกลงเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว เราไม่เอาบ้านค่ะ แถมโครงการบอกจะคืนเงินแค่ 75000 หักค่าสีถลอกอีก 25000 ในใจเราอยากจบแค่นี้นะคะ แต่สามีเราบอกจะฟ้อง สคบ. ต้องเอา 25000 คืน เรื่องสติ๊กเกอร์ที่แปะมันไม่ใช่ความผิดเราแต่แรกอยู่แล้ว แต่เราเบื่อค่ะ ไม่อยากยุ่งกับโครงการนี้อีก ตอนนี้เราได้แต่ภาวนาค่ะ ขอให้คนที่ทำธุรกิจแบบนี้ เจริญ เจริญ ลงเหวยิ่งๆขึ้นไป มีหนี้เยอะๆ เป็นพันล้านนะคะ
เพิ่มเติมอีกนิดนะคะ เราเคยเห็นมีคนมาลงพันทิป เป็นคนในหมู่บ้านนี้ มีปัญหาเรื่องโครงการให้อาคารพาณิชย์ที่สร้างอยู่หน้าโครงการมาใช้ส่วนกลางได้ และนำรถเข้ามาจอดได้ 1 คัน ตอนนั้นเราอ่านดู คนในหมู่บ้านมีปัญหา เรายังคุยกับสามีอยู่เลย ว่าสำหรับตัวเรา เราเฉยๆ ถ้าเค้าจ่ายค่าส่วนกลางเหมือนกัน แต่คนที่ทำงานเรา เล่าให้ฟังค่ะ ว่าที่มีปัญหา เพราะตอนขายบ้านใหม่ๆ โครงการไม่ได้บอกว่าจะสร้างอาคารพาณิชย์ต่อ แถมบ้านซอยที่อยู่ติดอาคารพาณิชย์ ตอนนั้นก็ขายแพงกว่าหลังอื่น บอกว่าเป็นบ้านที่อยู่ติดถนน ถึงเวลาสร้างอาคารพาณิชย์ บ้านซอยแรกตรงนั้นก็ซวย เลยโวยกันขึ้นมา เราก็รู้สึกว่า ดีละ ที่ไม่ต้องไปจ่ายเงินให้คนแบบนี้ ไม่ไหวค่ะ
นี่ละค่ะ ประสบการณ์ของเรา สำหรับคนศรีราชา คงรู้นะคะ เราหมายถึงโครงการไหน ถ้าสนใจโครงการนี้ เราบอกเลย อย่าเอาเงินไปให้คนทำธุรกิจไม่ซื่อตรงเลยค่ะ ขอบคุณที่อ่านนะคะ เราเอา login สามีมาใช้ค่ะ